Home / รักโบราณ / ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ! / ตอนที่1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก! 3/3

Share

ตอนที่1 มันเผานี้ช่างอร่อยยิ่งนัก! 3/3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-24 19:49:20

“มันก็รสชาติปกตินั่นแหละเจ้าค่ะท่านป้าหลิว แต่ในยามที่เรากินด้วยความ ‘หิว’ กับกินด้วยความ ‘อยาก’ รสชาติของอาหารย่อมต่างกัน” กล่าวจบแล้วหวังลี่จูนั้นก็จัดการเก็บเอาเปลือกมันเผาไปเททิ้งลงในบ่อขยะเพื่อรอนำไปผสมทำปุ๋ยหมักสำหรับบำรุงผักในสวนของอารามไห่เหมี่ยวแห่งนี้ต่อไป นางจัดการล้างมือจนสะอาด ดื่มน้ำแล้วเสร็จจึงนำเอารากไม้ที่ทับจนเป็นฝอยแต้มเกลือแล้วไปขัดถูฟันก่อนเข้านอน

และแน่นอนว่าหวังลี่เจินก็ถูกพี่สาวจัดการบีบบังคับให้ออกไปทำเช่นเดียวกับตนเอง ไทเฮาเองก็เพิ่งเคยเห็นสตรีสาวชาวบ้านป่าที่รู้จักการทำความสะอาดช่องปากเช่นสตรีในวังหลวงเช่นนี้

“ท่านป้าหลิวนอนด้านบนเตียงเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวเราสองพี่น้องจะนำผ้ามาปูนอนที่พื้นเอง”

เพราะ ‘ท่านป้าหลิว’ เป็นสตรีสูงวัยแล้วผิวพรรณกับกิริยาดูอย่างไรให้นอนบนเตียงของพวกนางสองพี่น้องยังคงจะลำบากเลย ด้วยอายุของท่านก็มากแล้วครั้นจะให้ท่านนอนลงกับพื้นเกรงว่าจะไม่เป็นผลดีเสียเท่าไร อีกทั้งจะให้พวกนางที่ยังเป็นเด็กซ้ำยังอ่อนวัยกว่ามากขึ้นไปนอนอยู่สูงกว่าผู้ใหญ่เช่นนี้ก็เห็นจะไม่สมควรเช่นกัน กับสองท่านแก่ชรามากแล้วพื้นทั้งเย็นทั้งแข็งยิ่งไม่สมควร หวังลี่จูจึงยกเตียงกับที่นอนให้หญิงชราได้นอนอุ่นไปย่อมดีกว่า

“พวกเจ้ามาอาศัยอารามไห่เหมี่ยวนี่กันนานแล้วหรือ?” พอทรุดกายลงนอนหลิวรุ่ยเซียงรู้สึกสนใจเด็กน้อย หรืออันที่จริงแล้วพวกนางก็กำลังเติบโตเป็นสาว คนหนึ่งดูว่าจะเป็นสาวเต็มกายแล้ว ส่วนอีกคนที่เป็นน้องนั้นเค้าความงามก็แจ่มชัดไม่แตกต่างจากคนเป็นพี่สาวเลย

“ร่วมสี่ปีมาแล้วเจ้าค่ะ นับจากเกิดโรคระบาดใหญ่ในคราวนั้น ท่านพ่อและท่านแม่ของพวกข้าก็ล้วนหนีโรคร้ายเหล่านั้นไม่พ้นตายจนสิ้น ในคราวนั้นพวกเราก็ได้รับความเมตตาจากท่านแม่ชีเหยียนให้พักอาศัยเสียที่อารามแห่งนี้ เพราะกลับไปบ้านกับที่นาก็ถูกเจ้าหนี้ยึดไปจนหมดแล้วเจ้าค่ะ”

หวังลี่จูกล่าวไปตามความจริงมิได้คาดหวังให้ ‘ท่านป้าหลิว’ หรือผู้ใดมาเห็นใจ นางก็เพียงถูกสอบถามมาจึงตอบไปก็เท่านั้น ชีวิตของนางมิได้น่าสังเวชหรือสงสารที่สุดในแผ่นดินเพราะอย่างน้อยพวกนางก็มีที่อยู่ที่กิน มีมือมีเท้าครบถ้วนมิได้พิกลพิการ ยังออกไปรับจ้างทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองได้อย่างดี นางและน้องสาวจึงไม่เคยน้อยอกน้อยใจต่อโชคชะตาของตนเองเลยแม้แต่น้อย

“พวกเจ้าไม่มีญาติที่ใดอีกหรือ?” คนเราอย่างน้อยมันก็ต้องมีญาติกันบ้างไม่มีฝ่ายบิดาก็ต้องมีฝ่ายมารดากันบ้างสิเป็นหญิงมาอาศัยพระอารามอนาคตจะมีชีวิตแต่งงานที่ดีไปได้อย่างไร

“ถึงมีพวกเขาก็ยากจนเช่นกัน พวกเรามีท่านอาซึ่งเป็นน้องชายของท่านพ่อก็จริง แต่พอสิ้นท่านพ่อและท่านแม่เขากลับจะจับเราสองพี่น้องไปขายยังหอนางโลมแลกกับข้าวสาลีหกกระสอบ มีญาติเช่นนี้พวกเราพึงใจไม่มีย่อมดีกว่าเจ้าค่ะท่านป้าหลิว”

หวังลี่เจินนั้นยังเด็กยิ่งนัก คิดเช่นไรรู้สึกแบบไหนนางย่อมพูดออกมาจนหมดผิดกับพี่สาวที่ก่อนจะพูดมักคิดแล้วคิดอีก หนึ่งเพราะนางมาจากต่างภพกับสองนิสัยส่วนตัวของนางก็เป็นคนที่ชอบทำจริงมากกว่าพูดอยู่แล้ว ที่หลิวรุ่ยเซียงได้ฟังเรื่องราวของสองพี่น้องแซ่หวังจึงหลุดออกมาจากปากของเด็กสาวคนน้องมากกว่า

นับว่าเด็กสาวสองนางนี้ทำนางพึงใจไม่น้อย คนพี่นั้นนางถูกใจมากทีเดียว ฉลาดเฉลียวจนนางคิดไปถึงบุตรชายคนเล็กแล้วเทียบเคียงกับใบหน้าเรียบนิ่ง แต่นิสัย ‘เอาจริง’ ของหวังลี่จูกับความสู้ชีวิตที่เด็กสาวมี มิใช่เพียงที่แลเห็นและรับฟังเรื่องราวที่หวังลี่เจินเล่าปาว ๆ ทว่านางฟังทุกสิ่งมาจากสหายสนิทเช่นท่านแม่ชีเหยียนที่อีกฝ่ายอดีตก็เคยเกือบจะได้เข้าวังเช่นเดียวกับนาง แต่เหยียนชิงเหนี่ยวไม่ชอบทางโลก หากแต่นางนั้นชอบทางธรรมมานับตั้งแต่จำความได้

ดังนั้นระหว่างถูกบิดาส่งเข้าวังหลวงเหยียนชิงเหนี่ยวจึงแอบลักลอบหนีขึ้นเขาไห่เหมี่ยวบวชเป็นแม่ชีมาร่วมสามสิบปีเห็นจะได้เช่นทุกวันนี้ นางเองยังจำได้ว่าท่านแม่ทัพเหยียนโกรธเคืองบุตรสาวอย่างยิ่ง แต่จะขึ้นเขามาสึกนางชีก็กระไรอยู่จึงจำใจต้องปล่อยเลยตามเลยมาจนถึงวันนี้

“แล้วเจ้าสองพี่น้องคิดจะอยู่บนเขาเช่นนี้ไปชั่วชีวิตเลยหรือ?” ลองสอบถามเปิดทางดูก่อน เพราะหากสองพี่น้องแซ่หวังคิดจะเจริญรอยตามเหยียนซือไท่นางคงเสียใจด้วยแย่

“ไม่หรอกเจ้าค่ะท่านป้าหลิว” ก็ยังเป็นเจ้าตัวเล็กคนน้องที่ยังพูดจ้อ ๆ ไม่หยุด ส่วนหวังลี่จูก็ปล่อยให้เจ้าตัวแสบนั้น ‘โม้’ กับท่านป้าหลิวไปจนกว่าอีกครู่ด้วยทราบดีว่าหวังลี่เจินสามารถพูดได้จนกว่าจะหลับนั่นแหละ ซึ่งก็จริงเสียด้วยผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อดีด้วยซ้ำถามอันใดหวังลี่เจินก็ตอบอืออาบอกได้ว่าบัดนี้สาวน้อยนั้นได้หลับสนิทไปในท้ายที่สุดเรียบร้อยแล้วนั่นเอง...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 3/3

    “หากไม่สะดวกใจจะตอบก็เพียงพยักหน้าหรือส่ายศีรษะก็พอลี่เจิน” เพราะนางดูลำบากใจอาจจะขัดเขินเขาจึงหาทางออกให้อีกฝ่าย ซึ่งคราวนี้จ้าวจวินข่ายนั้นคาดเดามิผิดไปเพราะหวังลี่เจินหนึ่งเขินอาย และสองกำลังสับสน กับสามนางตกใจที่ไม่ทันตั้งสติกลับถูกบุรุษสารภาพความในใจ นางไม่เป็นลมไปก็ดีเท่าใดแล้ว“ดะ...ได้เพคะ...อีกสามปีหม่อมฉันจะให้คำตอบแก่ฝ่าบาท แต่เวลาสามปีนี้หม่อมฉันจะขอ ‘ปลูกผักขายอยู่ท้ายจวนท่านอ๋อง’ รอให้ฝ่าบาทได้พิสูจน์ความจริงใจนะเพคะ”ในเมื่อเขากล้าจะสารภาพนางเองจะไม่ยอมเสียหน้าทำตนเป็นคนไร้คุณธรรมและใจคับแคบไม่เปิดใจ จึงรับปากออกไป นางเขินอายนั่นช่างมัน แต่เรื่องใดที่ตัดสินใจนางจะไม่ปิดปากจึงตอบไปชัดเจน“ข้าจะไม่ย่อท้อกับโอกาสที่เจ้ามอบให้”อ้อมแขนกำยำกอดรัดกายอรชรแน่นขึ้นอีกสองส่วน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หวังลี่จูถอนหายใจด้วยความโล่งใจอย่างน้อยสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดก็ไม่เสียเปล่าแล้ว“สบายใจแล้วก็กลับไปนอนกันเถิด”จ้าวจวินหลางที่ตามใจภรรยายอมให้นางแอบตามมาดูผลงาน ครั้นเห็นภาพนั้นเช่นกันจึงเอ่ยชวนอีกฝ่ายกลับไปใช้ช่วงเวลาส่วนตัวด้วยกันสักครา เพราะทราบดีบัดนี้หวังลี่จูปลอดโปร่งโล่งใจแล้ว“ข

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 2/3

    ‘ข้าซาบซึ้งกับความรักและอีกหลายสิ่งในชีวิตก็เพราะเสด็จแม่และพี่ใหญ่ เช่นนี้จึงไม่เคยหลงเหลือความโกรธเคืองหรือน้อยใจอีกแล้ว’นั่นคือสิ่งที่จ้าวจวินหลางเอ่ยกับเขาเมื่อถามกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างพี่น้องว่าอีกฝ่ายโกรธเคืองเขาหรือไม่ที่ทำเช่นนั้นลงไป เวลาและความทุกข์ช่างทำให้คนเราเติบโตได้จริงดังที่พระมารดาเคยกล่าวไว้จริงแท้ฝ่ายหวังลี่เจินถึงกับเสียกิริยาเพราะมิคาดว่าคนเช่นบุรุษตรงหน้าจะเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาจนนางไปต่อไม่ถูกเช่นนี้จะร้ายกาจเข้าใส่เช่นที่ผ่านมานางย่อมมิกล้า แต่จะให้นางคิดดีทำดีกับอีกฝ่ายนั้นกลับลังเล จะทำอันใดก็ไม่ถูกแล้วจริง ๆ ในยามนี้ เรียกว่ายืนเป็นบื้อเป็นใบ้ไปครู่คงถูกต้องที่สุด“ฝ่าบาทมีสิ่งใดจะกล่าวกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”พอตั้งสติได้หวังลี่เจินจึงได้เอ่ยถามออกไป เขามาดีนางจะร้ายกาจคืนกลับไปย่อมมิได้ สาวน้อยจึงต้องกล่าววาจานุ่มนวลและมีเหตุผลคืนกลับไป เช่นไรหวังลี่จูก็อบรมเด็กสาวมาดีถึงจะชิงชังหรือโกรธเคือง แต่ถ้าอีกฝ่ายมาดีด้วยนางย่อมต้องดีตอบสนองคืนกลับไปเช่นกัน“ไปคุยกันตรงนั้นเถิด” จ้าวจวินข่ายชี้มือไปทางศาลาทรงแปดเหลี่ยมริมบึงบัวในอุทยานหลวงแล้วออกเดินนำหน้าไปก่อน ซึ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 1/3

    ตอนที่ 55สายลมยามค่ำพัดรวยรินหลังจากร่วมกินข้าวกับพี่สาวกับพี่เขยและพูดคุยจนเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวช่วยเหลือตนเองเรียบร้อย หวังลี่เจินก็ขอเดินกลับตำหนักของตนเองแทนการนั่งรถม้า เพราะอยากคิดทบทวนถึงสิ่งที่พี่สาวแนะนำกับนางมา‘วันนี้เจ้ายังเยาว์ยิ่งนัก จงอย่าเพิ่งตัดสินใจอันใดเลยให้เวลากับตนเองอีกหน่อยเถิดนะเจินเจิน’หวังลี่เจินคิดไปถึงประโยคสุดท้ายพี่สาวที่เอ่ยตักเตือนเมื่อตนเองกล่าวไปว่าคงยากที่จะทำใจร่วมชีวิตกับบุรุษเจ้าเล่ห์ดังจิ้งจอกเก้าหางที่ส่งพี่สาวของตนเองไปลงสนามที่โอกาสรอดชีวิตมีเพียงสามในสิบส่วนไปได้ แต่พี่สาวของนางกลับกล่าวให้นาง ‘ให้โอกาสตนเองได้เลือก’ในวันที่เติบโตกว่านี้‘แต่เขาไม่สมควรได้รับโอกาสนั้นสักเพียงนิดเดียวนะพี่สาว’ นางจำได้ว่าตนเองแย้งไปเช่นนั้น แต่คนซึ่งเติบโตมาก่อนนางกลับแย้มยิ้มใจเย็นแล้วค่อย ๆ อธิบายจนนางพูดอันใดไปออกอีก‘พี่สาวมิเคยกล่าวว่าให้เจ้าไปให้โอกาสผู้อื่นแม้เพียงครึ่งคำ แต่ที่บอกนั้นล้วนให้เจ้าให้โอกาสตนเองต่างหากเด็กโง่’ นึกมาถึงประโยคนั้นหวังลี่เจินจึงค่อยได้คิดว่าทั้งสิ้นพี่สาวไม่เคยคิดน้อยเลยสักครั้งสำหรับอนาคตของนาง ตรงกันข้ามหวังลี่จูคิดและวา

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 3/3

    จ้าวจวินหลางจับมือเรียวที่กำลังใช้ผ้าขัดผิวตรงแขนแกร่งของตนเองให้หยุดทุกสิ่งเพื่อจะได้ฟังเขาให้ชัดเจน อยากกล่าวเพียงครานี้หนึ่งครั้งจบสิ้นไร้ข้อกังขาต่อเรื่องหลวนจิ้งอวี่อีก“กับหลวนจิ้งอวี่มันคือ ‘แผน’ เท่านั้น หาได้มีเรื่องหัวใจมาผูกพัน แต่สำหรับเจ้า…ทั้งหัวใจทั้งชีวิตข้าที่เหลือจนสิ้นใจขอมอบให้หวังลี่จูเท่านั้น”ขณะที่เขากล่าววาจานั้น จ้าวจวินหลางก็ขยับให้มือเรียวไปทาบอยู่ในจุดที่ภายในมีหัวใจเต้นจังหวะมั่นคงพร้อมมืออีกข้างจับปลายคางเรียวให้อยู่ในระดับที่จะมองประสานสายตากับเขาได้พอดี…ตึก ๆ…หัวใจของหวังลี่จูเต้นระรัวเพราะความจริงจังนั้นนางสัมผัสมันได้ทั้งจากแววตาและน้ำเสียง“เช่นที่ข้าเคยบอกแก่เจ้าไปแล้ว สำหรับนางคือ ‘หน้าที่’ แต่กับเจ้านั้น ‘หัวใจ’ ถึงข้ามิใช่บุรุษที่ดีแต่อันใด หน้าที่กับหัวใจข้าแยกออกจากกันชัดเจน และจะไม่มีวันโกหกเด็ดขาด”จ้าวจวินหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น แต่ก็ยังคงกล่าวออกมาด้วยความเนิบช้าไร้กิริยาล้อเล่นผิดไปจากปกตินิสัยของเขาไปจนสิ้น ท่านอ๋องหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสกุลหลวนกับความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง เขาเล่าช้า ๆ เล่าอย่างละเอียดจนหวังลี่จูที่ไม่ใ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 2/3

    หวังลี่จูเปิดรอยยิ้มละมุนละไมแสนจะจริงใจให้กับผู้เป็นพี่ชายของพระสวามีก่อจะเอ่ยตอบออกไปถึงสาเหตุที่ตนเองเปลี่ยนไปจากอดีตราวกับนางเป็นผู้ใดอีกคนเช่นนี้“นั่นก็เพราะ ‘เวลา’ ในอดีตที่ฝ่าบาทมอบให้จึงทำให้หม่อมฉันเติบโตขึ้น มองเห็นความจริงมากขึ้น ดังนั้นความสุขที่แท้จริงย่อมเป็นสิ่งที่เจินเจินเลือกเอง นางเลือกเส้นทางชีวิตเองนั่นจึงเป็นความสุขอันแท้จริงเพคะ”เพราะถ้าหากนางตัดสินใจแทนหวังลี่เจินก็คงไม่ต่างจากหลิวไทเฮาหรือฮ่องเต้ที่ถึงไม่ได้บีบบังคับแต่เรียกได้ว่า ‘ยัดเยียด’ คงจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นนางจึงขอเวลาให้น้องสาวนั้นเติบโตและเลือกเส้นทางชีวิตคู่ด้วยตนเองนั่นจึงหมายถึงว่านางรักน้องสาวจากใจจริง คนเราเติบโตขึ้นทุกวันหากนางไปคิดหรือตัดสินใจแทนน้องนั่นจึงเรียกว่ารักอย่างผิดเส้นทางถึงตนเองมิใช่บิดาและมารดา แต่ก็เป็นพี่สาวที่รักน้องสาว อดีตนางอาจเคยหลงผิดยึดติดไปบ้างเพราะอายุยังน้อย แต่พอได้เติบโตมองเห็นโลกกว้างมากกว่าในอดีตจึงเริ่มคิดได้ บัดนี้จึงไม่คิดตัดสินว่าหลิวไทเฮานั้นผิดแล้วตัวของนางถูก แต่กลับมองว่าถ้าจะผิดนางที่คิดแทนหวังลี่เจินเองย่อมผิดเช่นกัน…คนเราไม่จำเป็นต้องมีสีขาวหรือดำสนิท

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 1/3

    ตอนที่54และในรุ่งอรุณมาเยือนทั้งเป่ยหนิงอ๋องและเป่ยหนิงหวางเฟยล้วนต่างถูกปลุกให้ตื่นด้วย ‘คำสั่ง’ โดยตรงจากฮ่องเต้ให้ไปเข้าประชุมปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่หวังลี่จูได้ให้คำแนะนำกับฮ่องเต้โดยตรงไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าจ้าวจวินข่ายย่อมทบทวนจนแน่ใจแล้วว่า ‘แผน’ ที่น้องสะใภ้ชี้แนะนั้นให้ประโยชน์กับแผ่นดินโยวโจวมากกว่าเสียพอคิดตกเช่นนั้นคนที่ไม่ชอบรีรอจนเสียการใหญ่จึงเรียกขุนนางที่เกี่ยวข้องและวางใจได้เข้าประชุมเร่งด่วนตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่กระจ่างดีเช่นนี้“น้องสะใภ้ สวามีของเจ้าเขานอนตกหมอนหรือเหตุใด แม้แต่ข้าที่เป็นพี่ชายทั้งยังเป็นฮ่องเต้อีกด้วยจึงบังอาจทำหน้าทะมึนใส่มิไว้หน้าเช่นนี้?”จ้าวจวินข่ายฉวยโอกาสที่น้องชายนั้นกำลังหันไปพูดคุยกับอัครมหาเสนาบดีกู้เร่งสอบถามน้องสะใภ้อย่างระแวงเจ้าน้องชายตัวแสบ ว่ามันจะถือเอาความแค้นที่ตนเองคุยกันด้วยภาษาลับของอิงซื่อมาเล่นงานตนเองเพิ่มอีกกระทง ทั้งที่ความผิดเก่ายังไม่ทันได้ชดเชยเอาได้“เอ่อ…”หวังลี่จูจะกล้าตอบได้เช่นไรว่าสาเหตุที่สุนัขป่าโกรธฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายนั้นเป็นด้วยเรื่องแสนน่าอับอายที่เขากำลังจะจับนางกินกลืนลงท้องเป็นของว่า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status