Mag-log inจ้าวหย่งเฉินที่เห็นสีหน้าไม่สลดของนางก็ให้คนอื่นๆ ไปก่อน แล้วหันไปเอ่ยกับนาง
“ไป๋เจินเจิน..ตามไปที่ห้องหนังสือของข้า เจ้ามีเรื่องต้องอบรมมากนัก”
เขาสั่งให้นางไปพบที่ห้องทำงานของเขา ไป๋เจินเจินเกาหัวแกรกๆ อะไรของเขาวะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจ้าวหย่งเฉิงก็ไปรอตัวต้นเรื่องที่ห้องหนังสือ แต่ไป๋เจินเจินกลับไปขวางทางสวีข่ายเหยียน จินเสี่ยวฟงและฝางอี้หลุนเอาไว้ ทั้งสามคนมองหน้านาง ก่อนที่สวีข่ายเหยียนจะผลักไหล่ให้หลบไป แต่ไป๋เจินเจินจับมือของสวีข่ายเหยียนแล้วออกแรงบีบ เขาร้องทันที
"เจ้าๆทำอะไรนังยาจก ปล่อยข้านะ"
"ปากดีอีกข้าจะหักมือเจ้า"
"นี่ไป๋เจินเจินปล่อยข่ายเหยียนนะ เจ้าต้องการอะไร"
จินเสี่ยวฟงเอ่ยปากถามนาง ไป๋เจินเจินผลักสวี่ข่ายเหยียนไปอีกด้านก่อนจะเป่าปากแล้วเอ่ยขึ้น
"คัดกฎสำนักห้าร้อยจบราคาสองตำลึง พวกเจ้าขี้เกียจข้ารู้ดี ได้เข้าเรียนก้เพราะเงินตำลึงที่แอบจ่ายใต้โต๊ะอาจารย์จอมละโมบพวกนั้น แต่ช่างเถอะเรืองนั้นไม่เกี่ยวกับข้า กฎสำนักที่ถูกลงโทษพวกเจ้าให้บ่าวช่วยเขียนคงไม่ได้หรอก ได้ยินว่าตาเฒ่าจ้างหย่งเฉิงราชครูคนนี้ฉลาดมากนัก ข้าเรียนไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องปลอมลายมือข้าเนียนมาก ว่าอย่างไรจ้างไม่จ้าง"
"หึสองตำลึง..แพงเพียงนี้จะปล้นข้าหรือไง"
"เหอๆๆๆ...คุณชายฝางบิดาเจ้าจ่ายถึงแปดพันตำลึงเพื่อให้ได้เข้าเรียน เจ้าอยากถูกไล่ออกไหม จ้าวหย่งเฉิงไม่ใช่ฉู่หวายที่จะเห็นแก่เงิน ได้ยินว่าสกุลจ้าวร่ำรวยกว่าท้องพระคลังเสียอีก เขาจะเอาเงินพวกเจ้าไปทำอะไร"
ทั้งสามคนมองหน้ากันลังเล ไป๋เจินเจินจึงเอ่ยต่อ
"ข้าไปพบตาเฒ่านั่นก่อน พวกเจ้าคิดดีๆไปรอข้าที่เชิงเขาหลังสำนัก เตรียมกระดาษพู่กันกับหมึกเอาไว้ ข้าจะลองเลียนแบบลายมือให้ดู จากนั้นพวกเจ้าค่อยตัดสินใจว่าจะจ้างข้าหรือไม่"
ไป๋เจินเจินไปแล้วนางมั่นใจว่าไอ้สามคนนี้ต้องจ้างนางแน่ๆ จอมขี้เกียจประจำสำนักเลยแหละ ถึงจะเกเรแต่นิสัยไม่เลวร้าย ไม่นานไป๋เจินเจินก็มาหยุดที่หน้าห้องทำงานของจ้าวหย่งเฉิง นางยกมือเคาะประตูสามที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก..
"เข้ามา" ไป๋เจินเจินเปิดประตูออกก่อนจะยกชายกระโปรงเดินเข้าไป ยายเด็กนี่คงมีแค่ชุดนักเรียนนี่แหละกระมังที่ใส่แล้วดูดีหน่อย จ้าวหย่งเฉิงกำลังวาดอักษรอยู่ ไป๋เจินเจินเบ้ปากใส่เขาก่อนจะทำหน้าเศร้าแล้วเดินไปหยุดตรงหน้า จ้าวหย่งเฉินนึกในใจ
"เจ้ายิ้มเยาะเบ้ปากให้ข้า แต่กลับตีสีหน้าเศร้าไวนัก ไป๋เจินเจินเจ้าเป็นคนเช่นไรกันแน่"
คนตัวเล็กไม่รู้ว่าเขาสังเกตตั้งแต่นางเดินเข้ามาแล้ว แต่นางประมวลผลได้อย่างหนึ่งจากความทรงจำ ไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นคนส่งเสื้อคลุมให้ร่างเดิมเมื่อวานนี้ ไป๋เจินเจินหยุดยืนก่อนจะเอ่ยเบาๆ
"ศิษย์ไป๋เจินเจินคารวะอาจารย์จ้าวเจ้าค่ะ"
"อืม"
จ้างหย่งเฉิงยังคงวาดอักษรต่อ ไป๋เจินเจินยืนจนเมื่อยแล้ว นี่มันจะหนึ่งชั่วยามแล้วนะ ตาเฒ่าเอ๊ยจะพูดอะไรก็ไม่พูดวะ นางกำลังจะเอ่ยปากแต่เขากลับวางพู่กันในมือแล้วเอ่ยขึ้นมาก่อน
"เมื่อวานเจ้ายังอ่อนแต่ดั่งลูกนกตกลงไปในสระ มาวันนี้กลับผลัดขนเป็นนกเหยี่ยวล่าเหยื่อเสียแล้วหรือไป่เจินเจิน"
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ต้องปกป้องตนเองเช่นกัน หากถูกรังแกทุกวันจะให้ทำเช่นไร แต่ท่านอย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ ศิษย์จะไม่ทำให้พวกท่านต้องหนักใจอีกแล้ว"
"หืม..เช่นนั้นรึ"
"เจ้าค่ะ..ท่านอาจารย์บิดาของศิษย์ป่วยอยู่ เลยมื้อเที่ยงแล้วขอกลับบ้านไปหาข้าวให้ท่านพ่อได้ไหมเจ้าคะ"
"บิดาเจ้าอยากให้เจ้าได้เรียนที่นี่ เรื่องลาออกที่อยู่ในใจเจ้าเลิกคิดซะ ไปได้แล้วอย่าให้เหตุการณ์เช่นวันนี้เกิดขึ้นอีกนะ ไป๋ เจิน เจิน"
เขาย้ำชื่อนางเสียงเข้ม ไป่เจินเจินลอบถอนหายใจ รู้ความคิดนางได้อย่างไรกันนะ หลังจากสาวน้อยไปแล้วจ้าวหย่งเฉิงก็วางพู่กันลง นางมิได้อ่อนแอเช่นที่เห็นแน่ๆ เด็กคนนี้มีเรื่องให้น่าค้นหาเสียจริงๆ
"ตาแก่จ้าว..แม่คุณหนูนั่นหาเรื่องเจ๊แต่กลับมาโทษเจ๊หรือ ขุนนางมักเข้าข้างพวกเดียวกัน สุนัขก็คือสุนัขกัดตัวเดียวไม่ได้ต้องใช้วิธีหมาหมู่ เหอะ"
แม้นางจะอยู่ด้านนอกและเดินไปไกลแล้วแต่เขาได้ยินทุกคำ ด่าเขาเป็นตาแก่ ด่าเขาเป็นสุนัข เด็กคนนี้ต้องอบรมให้เข้มงวดเสียแล้ว เขาให้คนไปสืบจากมือปราบเถียนมา บิดาได้รับบาดเจ็บจนขากะเผลกเดินไม่ถนัด แต่อยากให้นางได้เรียนหนังสือจึงไปขอร้องเถียนหลงจนนางได้เข้าเรียน แต่กลับเรียนอะไรไม่ได้สักอย่าง
ดูเหมือนนางจะบอกว่านางมาเรียนเกือบปีแต่ไม่ได้อักษรสักตัว เช่นนั้นเขาจะสอนนางเองให้นางหัดเขียนจนกว่าจะเป็น ไม่ให้นางมาว่าได้ว่าสำนักศึกษาของตระกูลเขาไร้คุณธรรม ก่อนจะเรียกอาจารย์ใหญ่มาแล้วรื้อระบบการรับนักเรียนทันที อาจารย์คนไหนรับลูกศิษย์เพราะเงินถูกไล่ออกทันที มีอาจารย์ถูกไล่ออกถึงเจ็ดคน แต่จ้าวหย่งเฉิงไม่สนใจ เขามีลูกศิษย์ที่เป็นบัณฑิตมากมายนัก ให้คนเหล่านั้นมาสอนแทนย่อมมิใช่ปัญหา
ไป๋เจินเจินไม่รู้เลยว่านางสร้างคลื่นลมให้กับสำนักศึกษาใหญ่หลวงแค่ไหน นางไม่สนใจจ้าวหย่งเฉิงอีกต่อไปเรื่องสำคัญคือหาเงิน ช่างเถอะนางต้องไปพบเจ้าพวกนั้น หากเลยเวลามื้อเที่ยงพวกลูกเต่านั่นเข้าเรียนนางจะพบไม่ได้ ต้องหาเงินไปซื้อยาข้าวของเครื่องใช้ก่อน บิดาของร่างเดิมรักบุตรสาวเกินไปไม่ยอมให้แตะอะไรเลย บ้านจะเน่าอยู่แล้ว แต่งไปอยู่ที่อื่นจะอยู่อย่างไรทำอะไรก็ไม่เป็น เฮ้อรักลูกเกินไปจริงๆ
สิบปีผ่านไปไป๋เจินเจินแต่งงานกับจ้าวหย่งเฉิงได้สิบปีแล้ว นางในยามนี้อายุยี่สิบหกงดงามเสียงยิ่งกว่าตอนวัยเยาว์เสียอีก ไป๋เจินเจินมีบุตรกับจ้าวหย่งเฉิงสี่คนหญิงสองชายสอง ทุกคนมีนิสัยเหมือนบิดาสุขุมและมีเหตุผลมีเพียงจ้าวฉือหลานบุตรสาวคนโตที่ถอดแบบมารดามาไม่มีผิดสักจุดยามนี้นางกำลังรอใครบางคนอยู่ ไม่นานไป๋เจียวเจียวก็มาถึง จ้าวฉือหลานเอ่ยถามนาง"ท่านน้า..ได้มาหรือเปล่าเจ้าคะ""ได้สิ ว่าแต่หลานหลานพวกเราไม่เข้าเรียนหากพี่เขยรู้จะดีหรือ""ท่านน้าของอาหลานพวกเรารอบคอบขนาดนี้ไม่มีใครรู้หรอกเจ้าค่ะ ท่านลุงจ้าวงานยุ่งจะตาย"ฝางอี้หยวนเอ่ยสนับสนุนสหาย วันนี้พวกนางรับจ้างคัดตำรา ที่จริงคือเฉลยให้เพื่อนนักเรียนที่ร่ำรวย พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อของที่ต้องการ จ้าวฉือหลานแอบเห็นมารดาทดลองสิ่งประดิษฐ์หลานอย่าง หนึ่งในนั้นคือไพ่นกกระจอกที่มารดาตั้งใจทำเพื่อให้เหล่าสนมและไทเฮาคลายเหงา แม่ตัวน้อยฉลาดและความจำดี ท่านแม่มักจะคิดบทเรียนเช่นการคำนวณ วิชาดูดาว การสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆและให้ท่านพ่อบรรจุเป็นตำราในสำนักศึกษา พ่อแม่เก่งกาจเพียงนั้นใครจะคิดว่าบุตรสาวราชครูจะเป็นเจ้าของบ่อนในวัยเก้าขวบ
หลังจากงานแต่งก็ได้เวลากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม วันนี้จ้าวหย่างเฉินตื่นแต่เช้า ของขวัญเตรียมเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนไป๋เจินเจินเองก็ตื่นแต่เช้าเช่นกัน เขาและนางต้องเข้าวังเข้าเฝ้าก่อนก่อน ทางด้านไทเฮาและฝ่าบาทให้ทั้งสองคนใช้เวลาในเรือนหอเต็มที่ไม่เร่งธรรมเนียมยามนี้ไป๋เจินเจินนั่งอยู่ในรถม้ากับสามี จ้าวหย่งเฉิงสั่งทำรถม้าพิเศษเพื่อนางเขาบอกว่าลางานไว้หนึ่งเดือนจะพานางไปที่จวนป่าไผ่ จะกลับมาตอนงานแต่งองค์หญิงแปดกับฝางอี้หลุน "ดีใจหรือไม่ที่จะได้ไปที่นั่นฮูหยิน""ดีใจเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านอาจะไม่กระทบเรื่องงานจริงๆหรือเจ้าคะ"นางปอกส้มให้เขาพร้อมเอ่ยถาม จ้าวหย่งเฉิงอ้าปากรับส้มที่นางป้อนเข้าปาก มันช่างหวานนักเขาเคี้ยวเสร็จกลืนลงไปแล้วจึงตอบคำถามของนาง"ตระกูลจ้าวคือตระกูลบัณฑิต หากมีคนหนึ่งไม่ว่างที่เหลือสามารถทำงานแทนกันได้""แต่ว่าทายาทเหลือเพียงท่านแล้วนี่เจ้าค่ะ นอกนั้นคือตระกูลสายรอง"แปะ แปะ แปะ จ้าวหย่งเฉิงตบลงบนตักตนเองเป็นสัญญาณให้นางมานั่งตักเขา ไป๋เจินเจินมาหาแต่โดยดี แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้ เขาเอ่ยกับนางข้างหู"ต่อไปก็จะมีทายาทเพิ่มขึ้น อาสัญญาว่าจะขยันทำท
จ้าวหย่งเฉิงไม่ปล่อยให้นางรุกรานอยู่ฝ่ายเดียว เขาจับนางให้นอนลงก่อนจะพลิกกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างบางอย่างรวดเร็ว ก้มลงสูดดมความที่ซอกคอระหง กลิ่นหอมของนางช่างยั่วยวน เข้าโน้มลงไปปทุมถันทั้งสองข้างอย่างโหยหา ลิ้นร้อนหยอกล้อกับปลายถันที่ชูชันรอสัมผัวจากเขา ไป๋เจินเจินต้องแอ่นกายรับด้วยความเสียวซ่าน นางหลุดปากครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดสาย"ท่านอา... หย่งเฉิง... อื้อ..."เขามือข้างหนึ่งกุมดอกบัวคู่สวยไว้ อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปสัมผัสกับกลีบดอกเหมยที่ชุ่มฉ่ำรอคอยการมาเยือนของเขา จ้าวหย่งเฉิงบรรจงมอบความอ่อนโยนสลับกับความเร่าร้อน จนไป๋เจินเจินที่เมามายกำลังคิดว่าล่องลอยอยู่ในก้อนเมฆแห่งความสุข"อาจะเป็นของเจ้า... และเจ้าจะเป็นของอาเพียงผู้เดียว...เราจะเป็นของกันและกันตลอดไป"เขากระซิบบอกนางก่อนจะเริ่มบทเรียนการ "เข้าหอ" ที่แท้จริง กายกำยำของเขาค่อยๆเข้าไปทักทายความอ่อนนุ่มของนางอย่างอ่อนโยนแต่ทว่านางก็ยังรู้สึกคับตึงจนประท้วงเบาๆ "ท่านอา จะเจ็บจัง" "เดี๋ยวก็ดีขึ้นผ่อนคลายนะคนดีของข้า" เขาปลอบโยนนาง จากนั้นจ้าวหย่งเฉิงดูดดื่มปลายถันราวทารกหิวกระหาย เพื่อให้นางเสียวซ่านจนลืมความเจ็บปวดด้าน
จวนสกุลไป๋เมื่อขบวนมาถึงหน้าจวนสกุลไป๋ จ้าวหย่งเฉิงลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสง่างามดั่งเทพบุตรเดินดิน เขาประสานมือคารวะ ไป๋จิ้งหยวน ที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ"ลูกเขยคารวะท่านพ่อตาขอรับ""ดีๆๆ...จากนี้ไปบุตรสาวของข้าคงต้องฝากกับท่านแล้ว""นางคือดวงใจของข้า ท่านพ่อตาโปรดวางใจชีวิตของข้าจะมีเพียงนางเท่านั้น"ทั้งสองไม่คุยกันนานเดี๋ยวจะเลยฤกษ์มงคล ไป๋จิ้งหยวนกลับเข้าไปเรือนชั้นใน ก่อนจะจูงมือบุตรสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์ด้วยด้ายทองคำ เนื่องจากเวลาน้อยไทเฮาและท่านย่าของเจ้าบ่าวจ้างช่างฝีมือกว่าร้อยคนตัดชุดนี้ให้หลานสะใภ้ หลานชายอายุเลยสามสิบไม่มองสตรีคนไหนกระทั่งมาเจอนาง สกุลจ้าวนับว่ามีหวังเรื่องทายาทสักทีร่างบางเดินเยื้องกรายออกมาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงมงคล ความงดงามของนางแม้มีผ้ากั้นแต่ท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยกลับทำให้อากาศรอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา จ้าวหย่งเฉิงยื่นมือหนาไปรับมือบางของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแก้วล้ำค่าในมือจะแตกสลาย เขาพึมพำที่ข้างหูนางผ่านผ้าคลุมหน้า"เด็กดี ในที่สุดวันที่อารอคอยก็มาถึง เหนื่อยหรือไม่""ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ แค่ง่
บรรยากาศในเมืองหลวงยามนี้มีแต่ความหวานชื่น สวีข่ายเหยียนได้หมั้นหมายกับจ้าวลู่ซินทั้งสองคนจะแต่งงานกันหลังจากสอบเลื่อนชั้นเสร็จในอีกครึ่งปีข้างหน้า จินเสี่ยวฟงหมั้นหมายกับเหอฉู่หรันอีกสามเดือนจะถึงงานมงคล ฝางอี้หลุนจะแต่งงานกัองค์หญิงแปดเดือนหน้า วันนี้ทั้งเจ็ดคนนั่งคุยกันที่ลานกลางบ้านของไป๋เจินเจิน พรุ่งนี้จะถึงงานแต่งตามธรรมเนียมห้ามบ่าวสาวเจอหน้ากัน จ้าวหย่งเฉิงไม่สามารถมาได้บุรุษนั่งคุยกันที่โต๊ะ สตรีช่วยกันทำอาหารโดยมีไป๋เจินเจินคอยสอนพวกนาง อีกไม่นานก็ออกเรือนแล้วไม่ถึงกับต้องทำจนคล่องแคล่วแต่ก็ควรทำเป็นบ้าง อนาคตเพื่อเอาใจสามีและบุตรอย่างน้อยควรมีสักสองสามอย่างที่ทำเป็น แม้แต่เมิ่งหลันเองยังมาฝึกด้วย จินเสี่ยวฟงเดินมาหาเหอฉู่หรันเขาช่วยนางล้างผัก จนจ้าวลู่ซินเอ่ยกระเซ้าไอ้หยา..พี่เสี่ยวฟงคล่องแคล่วเพียงนี้ ข้าอิจฉาพี่ฉู่หรันเสียแล้วคงไม่ต้องทำอะไรเลยสามีดูแลให้หมด"เหอฉู่หรันหน้าแดง สวีข่ายเหยียนเห็นสหายเอาใจคู่หมั้นเขาจึงอยากทำบ้าง "ซินซินชอบกินอะไรหรือ พี่เองก็ทำได้นะอาเจินเคยสอนพวกเราหลายอย่าง"สาวน้อยมองหน้าเขาก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้ ส่งสายตาฉบับเด
มือบางซับเหงื่อที่ใบหน้าให้บิดา ไป๋จิ้งหยวนมองบุตรสาวตรงหน้าก่อนจะยิ้ม คนเดิมอ่อนโยนจนอ่อนแอเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง แต่คนนี้อ่อนโยนอ่อนหวานและพร้อมจะลุกขึ้นมาปกป้องเขา เกิดมาครั้งหนึ่งมีบุตรสาวถึงสองคนในร่างเดียวนับว่าบุญที่สั่งสมทำให้สวรรค์เห็นใจ เขาจับมือบางเอ่ยถาม"จะแต่งงานแล้วเหตุใดไม่เก็บเนื้อเก็บตัว ใบหน้าจะได้ผ่องใส" "คนจะรัก ไม่อาบน้ำเขาก็รักเจ้าค่ะ คิกๆๆ""ท่านพ่อ มานั่งคุยกันเถอะเจ้าค่ะ"ไป๋จิ้งหยวนนั่งลง ไป๋เจินเจินรินน้ำชาให้บิดาเอง บ่าวไพร่ไปยืนด้านนอก นางเอ่ยกับเขาเรื่องที่ให้จ้าวหย่งเฉิงไปทำ"ท่านพ่อ...อีกเก้าวันลูกต้องแต่งออกไปแล้ว ที่ลูกเป็นห่วงก็คือท่าน ยายังคงต้องกินอยู่ ยามค่ำอากาศหนาว เสื้อผ้าก็ชอบใส่บางๆ และท่านชอบนอนดึก""พ่อเป็นบุรุษ เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดา""ลูกอยากให้ท่านได้เจอคนดีๆแต่งงานอีกครั้งเจ้าค่ะ หากมีคนมาดูแลท่าน ลูกแต่งออกไปจะได้เบาใจ ต่อให้สกุลจ้าวไม่ห้ามเรื่องกลับมาบ้านเดิม แต่หากกลับทุกวันคงไม่งาม ลูกเองไม่อยากให้ท่านอาถูกคนครหา""อาเจิน พ่อแก่แล้วอีกอย่างใครจะมาแต่งกับพ่อหม้ายกัน"ไป๋เจินเจินหยิบขนมที่นางทำเอ
อากาศเริ่มเย็นลงเพราะบ้านพักอยู่บนเขา จ้าวหย่งเฉิงกำลังเขียนหนังสืออยู่ก็เริ่มรู้สึกว่าแสงตะวันเริ่มจะหมดไปทีละนิด หากให้นางนอนต่อไม่ปลุกเดี๋ยวคืนนี้จะนอนไม่หลับ จ้าวหย่งเฉิงจึงวางพู่กันแล้วเดินไปที่ห้องพักของแม่ตัวดีที่เขาอุ้มนางไปนอนเมื่อตอนบ่ายไป๋เจินเจินตื่นมานานแล้ว นางถูกคนอุ้มมานอนที่ห
สวีข่ายเหยียนถามนางเพื่อความแน่ใจ ไป่เจินเจินนับว่าใจกว้างมากนัก ให้ใครรู้ไม่ได้ว่านางมีพวกมันไว้ในครอบครองย่อมต้องมีคนแย่งชิง นางกับพ่อจะอันตรายเพราะว่าขนาดนายพรานเก่งๆยังล่าไม่ได้ยิ่งเป็นสีขาวด้วยยิ่งมีความศิริมลคล"อืม..พี่ข่ายเหยียน พี่อี้หลุน พี่เสี่ยวฟงพวกท่านช่วยข้าต่อกรงให้มันหน่อยได้ไ
ไป๋เจินเจินที่ตอนนี้เบื่อขี้หน้าอาจารย์เฒ่าของนางอย่างมาก ต้องไปบ้านพักนอกเมืองของเขาอีก หากไม่คิดว่าบิดาของร่างเดิมเป็นคนดีนะแม่จะวีนให้ฉ่ำเลย จะเกรงใจตาเฒ่านั่นทำไม่นักหนาก็ไม่รู้ นางเดินเข้าห้องก่อนจะเอาตะกร้าออกมา เมื่อเช้านางรีบไปตลาดหาซื้อเนื้อมาให้ตัวแม่มันได้อิ่มท้องเพราะต้องให้นมเจ้าล







