LOGINไป่เจินเจินที่กำลังถูกให้คัดกฎสำนักนั่งทำหน้างอง้ำ นางต้องรีบกลับบ้าน บิดาถึงเวลากินข้าวกินยาแล้ว กว่านางจะรวบรวมเงินทองไปหาท่านหมอมาตรวจบิดาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จ้าวหย่งเฉิงนั่งมองตำราในมือ แสงตะวันลับไปแล้ว ในห้องของสำนักศึกษาตะเกียงถูกจุดขึ้นมา ลูกศิษย์กลับบ้านหมดแล้วเหลือแต่หัวโจกที่พาเหล่าเพื่อนบัณฑิตไปแข่งกัดปลาเล่นพนันกันที่เชิงเขา "อาจารย์เจ้าคะ..ศิษย์ขอกลับบ้านเอาอาหารกับยาให้ท่านพ่อก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ คืนนี้จะคัดมาส่ง" "คัดไป ยิ่งมัวแต่พูดเจ้าจะยิ่งเสร็จช้านะ ไป๋เจินเจิน" "ตาเฒ่าเอ๊ย...แก่แล้วแก่เลยไม่หัดเห็นใจคนอื่นเสียบ้าง" ไป๋เจินเจินบ่นอุบอิบ แน่นอนจ้าวหย่งเฉิงได้ยิน เด็กคนนี้กิริยามารยาทไร้การอบรมจริงๆ "ตั้งแต่พรุ่งนี้มาเรียนส่วนตัวกับข้าทุกวัน คนอื่นไปถึงไหนแล้วเจ้ายังย้ำอยู่กับที่เลย จะได้ไม่พาคนอื่นเสียคน วันนี้กลับไปได้แล้ว" จ้าวหย่งเฉิงเดินมาช้อนอุ้มนางขึ้นก่อนจะพาเดินไปที่รถม้า เขาจับนางนั่งตักก่อนจะให้คนขับพาไปส่งที่บ้านของนาง ใครๆบอกนางเป็นลูกศิษย์คนโปรดของเขา "หึข้านะหรือ...คนโปรดเนี่ยนะ ใช่โปรดมาก..หึ..โปรดปรานจนข้าจะตายคากองตำราแล้ว"
View Moreสิบปีผ่านไปไป๋เจินเจินแต่งงานกับจ้าวหย่งเฉิงได้สิบปีแล้ว นางในยามนี้อายุยี่สิบหกงดงามเสียงยิ่งกว่าตอนวัยเยาว์เสียอีก ไป๋เจินเจินมีบุตรกับจ้าวหย่งเฉิงสี่คนหญิงสองชายสอง ทุกคนมีนิสัยเหมือนบิดาสุขุมและมีเหตุผลมีเพียงจ้าวฉือหลานบุตรสาวคนโตที่ถอดแบบมารดามาไม่มีผิดสักจุดยามนี้นางกำลังรอใครบางคนอยู่ ไม่นานไป๋เจียวเจียวก็มาถึง จ้าวฉือหลานเอ่ยถามนาง"ท่านน้า..ได้มาหรือเปล่าเจ้าคะ""ได้สิ ว่าแต่หลานหลานพวกเราไม่เข้าเรียนหากพี่เขยรู้จะดีหรือ""ท่านน้าของอาหลานพวกเรารอบคอบขนาดนี้ไม่มีใครรู้หรอกเจ้าค่ะ ท่านลุงจ้าวงานยุ่งจะตาย"ฝางอี้หยวนเอ่ยสนับสนุนสหาย วันนี้พวกนางรับจ้างคัดตำรา ที่จริงคือเฉลยให้เพื่อนนักเรียนที่ร่ำรวย พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อของที่ต้องการ จ้าวฉือหลานแอบเห็นมารดาทดลองสิ่งประดิษฐ์หลานอย่าง หนึ่งในนั้นคือไพ่นกกระจอกที่มารดาตั้งใจทำเพื่อให้เหล่าสนมและไทเฮาคลายเหงา แม่ตัวน้อยฉลาดและความจำดี ท่านแม่มักจะคิดบทเรียนเช่นการคำนวณ วิชาดูดาว การสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆและให้ท่านพ่อบรรจุเป็นตำราในสำนักศึกษา พ่อแม่เก่งกาจเพียงนั้นใครจะคิดว่าบุตรสาวราชครูจะเป็นเจ้าของบ่อนในวัยเก้าขวบ
หลังจากงานแต่งก็ได้เวลากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม วันนี้จ้าวหย่างเฉินตื่นแต่เช้า ของขวัญเตรียมเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนไป๋เจินเจินเองก็ตื่นแต่เช้าเช่นกัน เขาและนางต้องเข้าวังเข้าเฝ้าก่อนก่อน ทางด้านไทเฮาและฝ่าบาทให้ทั้งสองคนใช้เวลาในเรือนหอเต็มที่ไม่เร่งธรรมเนียมยามนี้ไป๋เจินเจินนั่งอยู่ในรถม้ากับสามี จ้าวหย่งเฉิงสั่งทำรถม้าพิเศษเพื่อนางเขาบอกว่าลางานไว้หนึ่งเดือนจะพานางไปที่จวนป่าไผ่ จะกลับมาตอนงานแต่งองค์หญิงแปดกับฝางอี้หลุน "ดีใจหรือไม่ที่จะได้ไปที่นั่นฮูหยิน""ดีใจเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านอาจะไม่กระทบเรื่องงานจริงๆหรือเจ้าคะ"นางปอกส้มให้เขาพร้อมเอ่ยถาม จ้าวหย่งเฉิงอ้าปากรับส้มที่นางป้อนเข้าปาก มันช่างหวานนักเขาเคี้ยวเสร็จกลืนลงไปแล้วจึงตอบคำถามของนาง"ตระกูลจ้าวคือตระกูลบัณฑิต หากมีคนหนึ่งไม่ว่างที่เหลือสามารถทำงานแทนกันได้""แต่ว่าทายาทเหลือเพียงท่านแล้วนี่เจ้าค่ะ นอกนั้นคือตระกูลสายรอง"แปะ แปะ แปะ จ้าวหย่งเฉิงตบลงบนตักตนเองเป็นสัญญาณให้นางมานั่งตักเขา ไป๋เจินเจินมาหาแต่โดยดี แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้ เขาเอ่ยกับนางข้างหู"ต่อไปก็จะมีทายาทเพิ่มขึ้น อาสัญญาว่าจะขยันทำท
จ้าวหย่งเฉิงไม่ปล่อยให้นางรุกรานอยู่ฝ่ายเดียว เขาจับนางให้นอนลงก่อนจะพลิกกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างบางอย่างรวดเร็ว ก้มลงสูดดมความที่ซอกคอระหง กลิ่นหอมของนางช่างยั่วยวน เข้าโน้มลงไปปทุมถันทั้งสองข้างอย่างโหยหา ลิ้นร้อนหยอกล้อกับปลายถันที่ชูชันรอสัมผัวจากเขา ไป๋เจินเจินต้องแอ่นกายรับด้วยความเสียวซ่าน นางหลุดปากครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดสาย"ท่านอา... หย่งเฉิง... อื้อ..."เขามือข้างหนึ่งกุมดอกบัวคู่สวยไว้ อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปสัมผัสกับกลีบดอกเหมยที่ชุ่มฉ่ำรอคอยการมาเยือนของเขา จ้าวหย่งเฉิงบรรจงมอบความอ่อนโยนสลับกับความเร่าร้อน จนไป๋เจินเจินที่เมามายกำลังคิดว่าล่องลอยอยู่ในก้อนเมฆแห่งความสุข"อาจะเป็นของเจ้า... และเจ้าจะเป็นของอาเพียงผู้เดียว...เราจะเป็นของกันและกันตลอดไป"เขากระซิบบอกนางก่อนจะเริ่มบทเรียนการ "เข้าหอ" ที่แท้จริง กายกำยำของเขาค่อยๆเข้าไปทักทายความอ่อนนุ่มของนางอย่างอ่อนโยนแต่ทว่านางก็ยังรู้สึกคับตึงจนประท้วงเบาๆ "ท่านอา จะเจ็บจัง" "เดี๋ยวก็ดีขึ้นผ่อนคลายนะคนดีของข้า" เขาปลอบโยนนาง จากนั้นจ้าวหย่งเฉิงดูดดื่มปลายถันราวทารกหิวกระหาย เพื่อให้นางเสียวซ่านจนลืมความเจ็บปวดด้าน
จวนสกุลไป๋เมื่อขบวนมาถึงหน้าจวนสกุลไป๋ จ้าวหย่งเฉิงลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสง่างามดั่งเทพบุตรเดินดิน เขาประสานมือคารวะ ไป๋จิ้งหยวน ที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ"ลูกเขยคารวะท่านพ่อตาขอรับ""ดีๆๆ...จากนี้ไปบุตรสาวของข้าคงต้องฝากกับท่านแล้ว""นางคือดวงใจของข้า ท่านพ่อตาโปรดวางใจชีวิตของข้าจะมีเพียงนางเท่านั้น"ทั้งสองไม่คุยกันนานเดี๋ยวจะเลยฤกษ์มงคล ไป๋จิ้งหยวนกลับเข้าไปเรือนชั้นใน ก่อนจะจูงมือบุตรสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์ด้วยด้ายทองคำ เนื่องจากเวลาน้อยไทเฮาและท่านย่าของเจ้าบ่าวจ้างช่างฝีมือกว่าร้อยคนตัดชุดนี้ให้หลานสะใภ้ หลานชายอายุเลยสามสิบไม่มองสตรีคนไหนกระทั่งมาเจอนาง สกุลจ้าวนับว่ามีหวังเรื่องทายาทสักทีร่างบางเดินเยื้องกรายออกมาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงมงคล ความงดงามของนางแม้มีผ้ากั้นแต่ท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยกลับทำให้อากาศรอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา จ้าวหย่งเฉิงยื่นมือหนาไปรับมือบางของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแก้วล้ำค่าในมือจะแตกสลาย เขาพึมพำที่ข้างหูนางผ่านผ้าคลุมหน้า"เด็กดี ในที่สุดวันที่อารอคอยก็มาถึง เหนื่อยหรือไม่""ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ แค่ง่
ไป๋เจินเจินที่ตอนนี้เบื่อขี้หน้าอาจารย์เฒ่าของนางอย่างมาก ต้องไปบ้านพักนอกเมืองของเขาอีก หากไม่คิดว่าบิดาของร่างเดิมเป็นคนดีนะแม่จะวีนให้ฉ่ำเลย จะเกรงใจตาเฒ่านั่นทำไม่นักหนาก็ไม่รู้ นางเดินเข้าห้องก่อนจะเอาตะกร้าออกมา เมื่อเช้านางรีบไปตลาดหาซื้อเนื้อมาให้ตัวแม่มันได้อิ่มท้องเพราะต้องให้นมเจ้าล
อากาศเริ่มเย็นลงเพราะบ้านพักอยู่บนเขา จ้าวหย่งเฉิงกำลังเขียนหนังสืออยู่ก็เริ่มรู้สึกว่าแสงตะวันเริ่มจะหมดไปทีละนิด หากให้นางนอนต่อไม่ปลุกเดี๋ยวคืนนี้จะนอนไม่หลับ จ้าวหย่งเฉิงจึงวางพู่กันแล้วเดินไปที่ห้องพักของแม่ตัวดีที่เขาอุ้มนางไปนอนเมื่อตอนบ่ายไป๋เจินเจินตื่นมานานแล้ว นางถูกคนอุ้มมานอนที่ห
สวีข่ายเหยียนถามนางเพื่อความแน่ใจ ไป่เจินเจินนับว่าใจกว้างมากนัก ให้ใครรู้ไม่ได้ว่านางมีพวกมันไว้ในครอบครองย่อมต้องมีคนแย่งชิง นางกับพ่อจะอันตรายเพราะว่าขนาดนายพรานเก่งๆยังล่าไม่ได้ยิ่งเป็นสีขาวด้วยยิ่งมีความศิริมลคล"อืม..พี่ข่ายเหยียน พี่อี้หลุน พี่เสี่ยวฟงพวกท่านช่วยข้าต่อกรงให้มันหน่อยได้ไ











