เข้าสู่ระบบชิงเหนี่ยวจีบปากจีบคอกลับขาวเป็นดำทันทีทั้งที่ความจริงแล้วซ่งไฉ่หนิงนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดสักสิ่งแต่เพราะอยากใส่ความให้คนในตำหนักผิงอันที่ฉู่อ๋องพักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงนั้นชิงชังซ่งไฉ่หนิงยามใดที่อีกฝ่ายไปอยู่จะได้ยากลำบากจนทนไม่ไหวแล้วหนีกลับวังหลวงคราวนี้ผู้เป็นนายหญิงของนางก็จะได้โอกาสอีกครั้งที่จะแต่งงานกับฉู่อ๋องเสียที
“จริงหรือนี่?!”
เหวินจิ่งตกใจถึงกับยกมือตบหน้าอกตนเองใบหน้าก็ซีดขาวเนื่องจากไม่คิดว่าหลิงเซียงองค์หญิงนั้นจะไม่อยากแต่งงานออกมากับผู้เป็นนายของตนเองถึงเพียงนี้
“ก็จริงน่ะสิผู้ใดจะกล้าเอาเรื่องไม่จริงมาบอกเล่ากันท่านเหวินกงกงข้าก็กลัวตายเช่นกันนะ”
ชิงเหนี่ยวรีบสำทับไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้ายิ่งกว่าจริงจัง เหวินจิ่งถึงจะอายุมากกว่าสาวใช้ของหลินซีเหยาก็จริงแต่คงเพราะตนเองนั้นมีอคติกับซ่งไฉ่หนิงไปแล้วจึงคล้อยตามอีกฝ่ายไปโดยง่ายไม่คิดสงสัยอันใดอีกต่อไป และเมื่อหลินซีเหยาที่ได้รับสัญญาณจากสาวใช้ของตนเองสุมเพลิงให้ขันทีคนสนิทของฉู่อ๋องเรียบร้อยแล้วนางจึงขอตัวกลับด้วยกิริยาอ่อนหวานแววตาแสนเศร้า มองไปที่บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดหนาวด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์แต่ก็แค่เพียงวูบเดียวก็จางหายไป กลับมาสงบเสงี่ยมสงวนท่าทีเช่นเดิม
“เหยาเอ๋อร์...”
ก่อนที่ร่างอรชรจะก้าวขึ้นจากไปกงหยวนฉีก็ตัดสินใจจะกล่าวบางประโยคออกไป ไม่ใช่เพื่อเขาแต่เพื่อผลดีต่อตัวของหลินซีเหยาเอง
“นับจากนี้หากไม่จำเป็น เจ้าก็ไม่ต้องนำขนมมาให้เปิ่นหวางอีกแล้วนะ”
ตัดใจกล่าวออกไปทั้งที่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ตัดสัมพันธ์กับอีกฝ่ายทั้งที่นางไม่ผิดอันใดเลย
“เพราะเหตุใด หรือฉู่อ๋องรังเกียจเหยาเอ๋อร์เสียแล้ว แม้แต่เป็นสหายพวกเราก็มิอาจเป็นได้อีกต่อไป”
หลินซีเหยากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดแววตากลับยิ่งเจ็บช้ำยิ่งกว่า ทำเอาชายหนุ่มถึงกับจุกหน้าอกเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นล้วนไม่ใช่ความผิดของหลินซีเหยาตัวเขาเองหากจะผิดก็คือผิดที่ไม่ระวังตัวจนถูกวางยาจากสตรีต่ำทรามเช่นซ่งไฉ่หนิงจนได้
เขาชิงชังนางอย่างยิ่ง!
“ไม่ใช่เช่นนั้นนะเหยาเอ๋อร์หากแต่เปิ่นหวางเป็นห่วงชื่อเสียงของเจ้า เปิ่นหวางไม่เคยคิดรังเกียจเจ้าเลยสักครั้ง”
ชายหนุ่มเผลอตัวเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อน เกือบจะเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาที่ขังอยู่ที่ขอบตาของอีกฝ่ายอยู่แล้วยังดีว่าเขาได้สติคืนกลับมาก่อน
“หากจะกล่าวไม่ใช่เจ้าหรอกเหยาเอ๋อร์ที่ต้องหวาดกลัวว่าเปิ่นหวางนั้นจะนึกรังเกียจเจ้า หากแต่เป็นตัวของเปิ่นหวางต่างหากที่ต้องกังวลว่าเจ้าจะรังเกียจเปิ่นหวาง เพราะบัดนี้ร่างกายของเปิ่นหวางนั้นแปดเปื้อนเสียแล้ว”
“ฉู่อ๋องอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเพคะ เหยาเอ๋อร์ไม่เคยคิดเช่นนั้นและยิ่งไม่เคยรู้สึกว่าท่านอ๋องนั้นแปดเปื้อนเลยสักครั้ง อดีตที่ผ่านมาเคยรักท่านอ๋องอย่างไร วันนี้ก็ยังคงรักท่านอ๋องไม่จืดจางมีแต่นับวันจะยิ่งรักมั่นคงต่อท่านอ๋องตลอดไป”
“เหยาเอ๋อร์...”
ภาพของคนรักกันแต่จำใจต้องแยกจากกันด้วยฝีมือของสตรีร้ายกาจเอาแต่ใจผู้ใดพบเห็นก็มีแต่ซาบซึ้งและเห็นใจทำให้ภาพในใจที่ทุกคนมองไปที่เซี่ยซูเหยายิ่งเลวร้าย
“เหยาเอ๋อร์ไม่มีวาสนาได้แต่งเป็นชายาเอกของฉู่อ๋องวันนี้หากวันหน้าได้มีวาสนาต่อกันถึงเหยาเอ๋อร์จะต้องเป็นรองสตรีอื่นก็ยินดีเพคะ ดังนั้นขอฉู่อ๋องอย่าได้ห้ามให้เหยาเอ๋อร์มาพบหน้าฉู่อ๋องอีกเลยนะเพคะ อย่ากังวลถึงชื่อเสียงเหยาเอ๋อร์เพราะชีวิตนี้เหยาเอ๋อร์จะไม่แต่งให้บุรุษใดอีกหากผิดไปจากฉู่อ๋องเพคะ”
กล่าวจบหลินซีเหยาก็หันหลังวิ่งจากไปขึ้นรถม้าด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตาผู้คนไม่น้อยที่ได้เห็นภาพดังกล่าว กงหยวนฉีไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไม่เอาไหนได้เท่าวันนี้มาก่อนนับตั้งแต่มารดาจากไปเขาที่ถูกฮ่องเต้ซ่งไห่หยางเรียกตัวเข้ามาเมืองหลวงตั้งแต่อายุสิบเอ็ดหนาวภาพภายนอกเพื่อให้เขามาศึกษาหาความรู้ในเมืองหลวงแต่ความจริงแล้วใคร ๆ ย่อมรู้เขาก็คือตัวประกันให้บิดาของเขาที่เป็นอ๋องต่างแซ่ปกครองแคว้นเฉิงตูที่แดนใต้ของต้าเหลียงนั้นคิดกบฏมากกว่าจนสิ้นบิดาของเขาที่เป็นฉู่อ๋องเขาจึงสืบทอดต่อมาในวัยสิบแปดหนาวเท่านั้น
แต่ทว่าถึงเขาจะได้รับสืบทอดตำแหน่งก็ได้เป็นเพียงฉู่อ๋องที่มิอาจกลับแคว้นเฉิงตูได้ เป็นฉู่อ๋องก็เพียงฐานะแต่อำนาจยังมิอาจเทียบได้กับสกุลจางหรือสกุลเจียงได้เลยหาไม่วันนี้เขาคงสามารถจะทำอันใดได้บ้างไม่ใช่ยืนมองภาพหญิงคนรักวิ่งร้องไห้จากไปเช่นนี้…
ฝ่ายของซ่งไฉ่หนิงนั้นใกล้ถึงวันงานสมรสนางก็ยิ่งยุ่งกับการเตรียมสินเดิมไหนจะต้องวิ่งไปตรวจดูและลองชุดเจ้าสาวที่เร่งตัดเย็บขึ้นมาให้ย่อมไม่ทราบเรื่องข่าวลือที่หน้ากรมอาญายิ่งก่อนจะงานแต่งอีกสองวันซ่งไฉ่หนิงก็แทบจะไม่มีแม้แต่เวลานอนหลับพักผ่อนด้วยซ้ำ
ตอนอวสานและคนเช่นกงหยวนฉีแน่นอนว่าคิดแล้วต้องทำได้ ผ่านไปไม่ถึงสิบวันเขาและซ่งไฉ่หมิงที่ร่วมมือกันก็ได้ดังตั้งใจ คือกำจัดหลินฮองเฮาและจางกุ้ยเฟยรวมไปถึงฝ่ายที่สนับสนุนองค์ชายรองได้สำเร็จโดยขาวสะอาดเพราะการปลิดชีพหลินซีเหยานั้นไปบีบคั้นให้หลินฮองเฮาโกรธมากจึงสนับสนุนให้องค์ชายรองยกกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงคิดรวบรัดก่อกบฏ แต่ที่หลินฮองเฮากับจางกุ้ยเฟยกับฝ่ายสนับสนุนไม่รู้ก็คือกลับมาคราวนี้ซ่งไฉ่หมิงไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง ทว่าเขานำกำลังทหารยอดฝีมือกลับมาด้วยส่วนหนึ่งซึ่งส่วนหนึ่งนี้กลับมากพอเอาไว้ปราบกบฏได้โดยมีอิงซื่อคอยส่งข่าว กับหน่วยองครักษ์เงาชิงหลงที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้ปกป้องพระราชวังชั้นในดังนั้นแค่บุกเข้ามาก็เหมือนกับฝูงแมลงบินเข้ามาติดกับดักเท่านั้น ใช้เวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนสกุลหลินและสกุลจางสายหลักก็ไม่เหลือรอดอยู่บนแผ่นดินต้าเหลียง และแน่นอนทั้งหลินฮองเฮากับจางกุ้ยเฟยนั้นต้องถูกประหารรวมไปถึงองค์ชายรองอีกด้วย ส่วนหลิงจูกงจู่นั้นถูกปลดให้เป็นสามัญชนจากนั้นก็เนรเทศออกไปจากเมืองหลวงตลอดชีวิตห้ามหวนคืนเป็นเช่นนี้กงหยวนฉีจึงค่อยสบายใจกลับไปกอบกู้เฉิงตูที่กำลังจะกลายไปเป็นของเผ่านอก
ถึงเขาจะว่ายน้ำเก่งมาตั้งแต่อายุแค่ห้าขวบ ทว่าน้ำที่เย็นเฉียบเช่นนี้เขาแหวกว่ายได้ไม่นานร่างกายก็เป็นตะคริว ก่อนจะรู้สึกว่าตนเองใกล้จะหมดสติเต็มทนนั่นเองจึงรับรู้ถึงมือเล็ก ๆ ที่ดึงเขาขึ้นจากความตายอันหนาวเหน็บขึ้นไปได้“แต่เปิ่นหวางรู้แต่แรกแล้วว่าคนที่ฉุดดึงเปิ่นหวางขึ้นจากความตายอันหนาวเหน็บนั้นไม่ใช่เจ้าหากแต่เป็นซ่งไฉ่หนิง เจ้ามันก็แค่คนที่ฉกฉวยโอกาสเอาความดีเข้าตัว เพราะหลังจากขึ้นไปได้ทั้งข้าและไฉ่หนิงก็สลบไปทันที ส่วนเจ้าก็แค่คนที่ดูชมเรื่องราวแล้วเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงเข้าสวมรอย!”หากไม่มีเสี่ยวนั่วคอยจับยึดร่างกายของนางเอาไว้หลินซีเหยาคงล้มลงไปแล้วเป็นแน่เรื่องราวคราวนั้นแน่นอนว่านางรู้เห็นตั้งแต่แรก เพราะเป็นนางเองที่ล่อหลอกซ่งไฉ่หมิงไปให้นักฆ่า แต่วันนั้นซ่งไฉ่หนิงอยู่ด้วยจึงร้องจะตามพี่ชายของนางไปด้วยและเพราะนางชิงชังไฉ่หนิงกงจู่ผู้นั้นอยู่ก่อนแล้วจึงคิดว่าให้สองพี่น้องตายไปพร้อมกันย่อมเหมาะสมที่สุดจึงรีบสนับสนุนให้ซ่งไฉ่หนิงตามไปด้วย โดยอ้างกับซ่งไฉ่หมิงว่านางจะตามไปภายหลังให้เขากับน้องสาวไปรอก่อนได้เลยแต่ใครจะคาดซ่งไฉ่หมิงในวันนั้นจะเก่งกาจขนาดที่นักฆ่ากว่ายี่สิบชีวิตยัง
หลินซีเหยาที่ถูกตบจนหน้าชาไปหมดภายในปากก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองกงหยวนฉีด้วยแววตาเจ็บช้ำภายในใจของหลินซีเหยานั้นคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะลงไม้ลงมือกับตนได้เช่นนี้เพราะในสายตาของนางตลอดมากงหยวนฉีทั้งสุภาพทั้งอ่อนโยน มีหรือจะนึกภาพเขาต่ำทรามจนตบหน้าสตรีโดยไม่กะพริบตาเพราะแค่อยากเอาใจซ่งไฉ่หนิงเท่านั้น“เพื่อนาง เพื่อนางท่านกล้าตบหน้าของข้าเชียวหรือกงหยวนฉี กับสตรีไร้ยางอายเช่นซ่งไฉ่หนิง ท่านต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านมันก็ต่ำช้าไม่ต่างจากนางสินะ แม้แต่ข้าผู้เคยช่วยชีวิตของท่านขึ้นมาจากทะเลสาบคราวนั้นท่านก็ไม่นึกถึงแล้วสินะ”พอคิดว่าจวนตัวถึงที่สุดแล้วจริง ๆ หลินซีเหยานั้นก็ดึงเอาความหลังครั้งเก่ามาทวงบุญคุณกับกงหยวนฉีจนอีกฝ่ายถึงกับหงายหน้าขึ้นหัวเราะทั้งที่ไม่มีสิ่งใดน่าขบขันแม้แต่น้อย“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บุญคุณ! คำนี้เจ้ากลับกล้าพูดออกมาทั้งที่เพิ่งด่าทอภรรยาของข้าว่าเป็นสตรีต่ำทราม ไร้ยางอาย แต่ที่เจ้ากล้าเอาความดีความชอบทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ลงมือช่วยเหลือสักนิดมาแอบอ้าง หลินซีเหยา เอ๋ยหลินซีเหยา เจ้าไปเอาความกล้าใดมาแอบอ้างโดยไม่หวาดเกรงเช่นนี้กัน”หลินซีเหย
เมื่อจัดท่าทางจนนอนสบายทั้งคู่แล้วกงหยวนฉีจึงถามถึงเหตุการณ์หลังจากที่ตนเองหมดสติไปกับภรรยาทันที ซ่งไฉ่หนิงก็เล่าตามที่นางได้รับฟังมาจากถงเปียวอีกทีให้กับผู้เป็นสามีได้รับฟังทั้งหมด หลังฟังจบกงหยวนฉีก็หัวเราะหึ หึ หากแต่ก็ไม่ได้ออกความคิดเห็นอันใดออกมา พอซ่งไฉ่หนิงถาม เขาก็บอกแต่ว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะเชื่อว่าซ่งไฉ่หมิงนั้นคงคิดดีแล้วจึงทำเช่นนั้นถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เมื่อกงหยวนฉียังวางใจ นางเองก็สมควรวางใจเช่นกันเพราะพี่ชายของนางไม่ใช่บุรุษโง่เขลาหรือเห็นสาวงามแล้วจิตใจอ่อนไหวที่เขาทำต้องมีเหตุผลแน่ ส่วนซ่งไห่หยางผู้เป็นฮ่องเต้ยิ่งไม่ต้องสงสัยในสติปัญญาเข้าไปใหญ่เนื่องจากนางเห็นแล้วว่าบิดาของนางในชาตินี้ฉลาดล้ำลึกเพียงใดผ่านไปอีกสามวันอาการของกงหยวนฉีก็หายสนิทถึงร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าใดนักแต่ก็นับว่าหายดีมากแล้ว พอหายดีสิ่งแรกที่ฉู่อ๋องตั้งใจไปจัดการก็คือหลินซีเหยา ซึ่งคราวนี้ซ่งไฉ่หนิงขอติดตามไปด้วย ไม่ใช่ติดตามไปห้ามแต่ครั้งนี้นางอยากตามไปดูให้เห็นกับตาว่าสตรีร้ายกาจจิตใจเหี้ยมโหดมีแต่ความริษยาผู้นั้นจะแก้ตัวว่าอย่างไรแน่นอนว่าการไปที่คุกหลวงในคราวนี้ซ่งไฉ่หมิงต้องตามไปด้วยอ
หลังจากพี่ชายจากไปแล้วซ่งไฉ่หนิงก็เหลียวไปมองบนเตียงที่มีร่างของกงหยวนฉีนอนอยู่โดยมีหมอหลวงกับผู้ช่วยกำลังรักษาเขาอยู่อย่างเคร่งเครียด ก่อนจะต้องตกใจจนแทบสิ้นสติเมื่อเห็นสามีของตนเองกระอักโลหิตออกมาจนเต็มเตียง“เร็วเข้าเร่งเตรียมถังน้ำมาแช่สมุนไพรให้ฉู่อ๋อง!”หัวหน้าหมอหลวงร้องเร่งเหล่าผู้ช่วย ซ่งไฉ่หนิงถึงห่วงใยสามีแทบขาดใจแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้กลัวตนเองจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเหล่าหมอหลวงกับผู้ช่วย จงอี้ผิงกับกู่หลีจิ้งยกเก้าอี้มาให้ผู้เป็นนายหญิงนั่งเพราะคนมีครรภ์ยืนนานไม่ดี“ขอบใจมากพวกเจ้าคอยไปช่วยดูว่าขาดเหลือสิ่งใดเถอะ หากท่านหมอหลวงกับผู้ช่วยต้องการก็รีบจัดหามาโดยเร็ว”“เพคะ”“พ่ะย่ะค่ะ”เวลาหมุนผ่านไปจนดึกดื่นกว่าอาการของกงหยวนฉีจะปลอดภัย ระหว่างนั้นซ่งไฉ่หนิงก็เพิ่งรู้แจ้งว่าที่แท้นางก็มีใจให้กับสามีมาสักพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่รู้ตัวจนวันนี้ความตายมาใกล้คนที่ตนเองรักนางจึงได้ซาบซึ้งถึงความหวาดกลัวว่าจะต้องพลัดพรากจากคนที่รักโดยไม่ทันได้ทำดีกับเขาหรือได้เอ่ยคำว่ารักให้กับบุรุษที่ดีกับนางขนาดนี้แม้เพียงครึ่งคำไหนจะเป็นนางที่ใจอ่อนไม่ยอมให้กำจัดหลินซีเหยาไปแต่แรกเช่นที่กงหยวนฉี
“ก็เพราะเป็นนางนะสิข้าจึงมองว่าเหมาะยิ่งนัก”วันนี้แต่เดิมหลินซีเหยาวางให้เป็นซ่งหลิงจูที่จะมอบให้เป็นของขวัญก่อนจากลาระหว่างนาง กงหยวนฉี และซ่งไฉ่หนิง แต่กลับต้องผิดหวังเพราะตั้งแต่เช้าซ่งหลิงจูกลับมีองครักษ์เงาในคราบของขันทีคอยติดตามไม่ห่างจนนางกับคนของนางเข้าใกล้อีกฝ่ายไม่ได้เลยขณะนั้นหลินซีเหยาจึงคิดจะถอดใจล้มเลิกแผนอยู่จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นคุณหนูรองเหลิ่งที่ติดตามบิดามาพอดีความคิดชั่วร้ายจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะหลินฮองเฮาแอบเตือนนางอยู่ก่อนแล้วว่าคุณหนูรองเหลิ่งผู้นี้ฮ่องเต้หมายตาอีกฝ่ายเอาไว้ให้กับซ่งไฉ่หมิงหลังเขาชนะศึกจากเผ่าซีเจ๋อซึ่งเป็นชายแดนติดกับแคว้นอู๋ตูของต้าเหลียงกลับมาได้แต่งงานกันพอวันนี้ได้พบหน้าอีกฝ่ายจึงคิดวิธีกำจัดอีกฝ่ายขึ้นมาทันทีและสิ่งใดจะเด็ดขาดได้เท่ายัดเยียดคุณหนูรองเหลิ่งให้กับกงหยวนฉีกันเล่า“ข้าจะไม่ไหวแล้วยามใดท่านจึงจะลงมือสักคราพี่หมิง!”เพราะสะกดจุดเอาไว้แทบไม่ไหวแล้วกงหยวนฉีจึงเลิกเสแสร้งเพื่อจะถ่วงเวลาเอาความจริงแล้วตะโกนเสียงดังเรียกคนที่แอบแฝงกายสังเกตการณ์มาครู่ใหญ่แต่ไม่ยอมเปิดเผยโฉมหน้าออกมาช่วยตนเองสักครา รอจนคนของหลินซีเหยาปลดอาภร
เศษผ้าที่หลงเหลือให้เห็นว่าเป็นสีแดงนั้นเสียหายเพราะถูกเพลิงเผาไปเกือบห้าส่วน ถึงจะสามารถซ่อมแซมได้แต่ชุดแต่งงานที่ถูกเพลิงไหม้ไปแล้วเป็นอัปมงคลไม่ต้องไหม้ถึงห้าส่วนเช่นนี้แค่เพียงหนึ่งส่วนยังไม่ได้เลย ซ่งไฉ่หนิงยิ่งเริ่มมั่นใจว่าเนื้อเรื่องมันชักจะผิดเพี้ยนไปแปลก ๆ หรือเป็นเพราะนางข้ามภพข้ามมิติมา
“เจ้ามัวทำสิ่งใดอยู่จึงเพิ่งมาเอาป่านนี้หนิงเอ๋อร์ ชุดแต่งงานนี้สมควรเป็นเจ้าที่นำไปให้ข้ากับฮองเฮาตรวจดูก่อนจะส่งแก้ไขมิใช่หรือ?”“...”ขนาดนางรู้แจ้งก็รีบเร่งออกจากตำหนักของตนเองทันทีก็ยังจะโดนฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาตำหนิเข้าจนได้ ซ่งไฉ่หนิงที่กำลังวิงเวียนกับกลิ่นเครื่องหอมถึงกับนึกคำจะแก้ตัวไม่ออกไป
ดังนั้นเรื่องในคราวนี้ถึงนางจะไม่พอใจซ่งไฉ่หนิงอยู่มากแต่ซ่งไฉ่หนิงคือน้องสาวที่ซ่งไฉ่หมิงรักมากหากนางทำให้เด็กสาวไม่พึงใจความสัมพันธ์ของนางกับลูกเลี้ยงทั้งสองคงไม่ดีแน่นางจึงทำเป็นวางเฉยปล่อยให้เด็กสาวทำตามอำเภอใจได้เต็มที่ถึงจะทำร้ายหัวใจของลูกบุญธรรมของนางไปบ้างก็ไม่นับว่าเสียหายอันใดเรื่องนี้ท
“บัดซบ! นังเด็กนั่นมันเสียสติไปแล้วหรือไรจึงเรียกหายาห้ามครรภ์เช่นนั้นก็เสียแผนของเปิ่นกงหมดกัน”จางกุ้ยเฟยรู้สึกเดือดดาลอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบความจากสายข่าวของตนเองที่ถูกวางเอาไว้ทั่ววังหลวง มารายงานเรื่องของลูกเลี้ยงตัวแสบทำให้แผนของนางยุ่งยาก แต่คนร้ายกาจเช่นนางมีหรือจะอับจนหนทางในเมื่อมันอยากได้







