Share

มาขอนอนด้วย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-27 17:08:27

เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ ซู่ๆๆๆๆ  สายฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา  เสียงฝในที่กระทบกับลำธารนั้นช่างทำให้คนที่นอนฟังรู้สึกหนาวเย็น  ลูกสนให้ความอบอุ่นได้ดี  ไฟไม่แรงจนลุกโชนแสงสลัวแต่อบอุ่น  บางครั้งแพก็ขยับไปตามคลื่นน้ำที่กระเพื่อม  เฉินผิงผิงเดินไปหาท่านแม่ของนาง

"ท่านแม่ลูกอยากนอนด้วยเจ้าค่ะ"

จ้าวเฟยเฟยที่เริ่มจะตัวร้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

"แม่ไม่สบาย  ลูกอย่ามาใก้ลจะติดหวัดเอาได้  เด็กดีถ้าแม่หายดีสัญญาจะนอนกับเจ้าดีหรือไม่"

"โอ่ว..ก็ได้ท่านแม่รีบหายนะเจ้าคะ"

เฉินโม่หวายมองน้องสาวที่สีหน้าผิดหวัง  หึ..ผิงผิงจริงใจต่อนางแต่นางกลับทำเมือนน้องสาวของเขาไม่อยู่ในสายตา  เฉินมู่หยางเห็นสายตาบุตรชายที่มองไปยังร่างบางที่นอนหันหลังให้ก็เอ่ยตำหนิเสียงไม่ดังนัก

"เรื่องเมื่อวานลูกเป็นคนผิด  โม่หวายแม้ว่าลูกจะไม่พอใจนางก็ไม่ควรให้คนอื่นมาทำร้ายนางเข้าใจหรือไม่"

"ขอรับท่านพ่อ"

เด้กน้อยพยักหน้ารับปาก  บุตรสาวเดินกลับมานั่งตักบิดาก่อนจะเอ่ย

"ท่านพ่อท่านแม่นางไม่สบายกลัวผิงผิงจะติดไข้เจ้าค่ะ  ท่านแม่บอกว่าหากนางหายดีจะมานอนกับลูก"

"เช่นนั้นพวกเรานอนกันเถอะนะ  พรุ่งนี้ก็ตื่นสายหน่อยเพราะพ่อจะพาลูกทั้งสองเข้าเมืองไปซื้อของที่อยากได้  ดีหรือไม่"

"แต่ท่านแม่ไม่สบายจะไปได้หรือเจ้าคะ"

"ผิงผิงอยากให้ท่านแม่ไปด้วยหรือ"

"เจ้าค่ะ  เราพาท่านแม่ไปหาหมอดีไหมเจ้าคะ"

"อืมได้  แต่ตอนนี้พวกเรานอนกันเถอะฝนตกหนักมากแล้ว"

"แพนี่ดีกว่าบ้านดินจริงๆขอรับท่านพ่อ"

"ต้องขอบใจนาง  โม่หวายบ้านที่เราจะไปเช่ายังไม่ดีเท่ากับแพหลังนี้เลย  นอนกันเถอะ"

แพลำเล็กที่พวกเขาใช้พักอาศัยถูกผูกไว้อย่างมั่นคง กลางลำธาร จุดที่น้ำลึกและนิ่งกว่าริมตลิ่งหลายเท่า   ตอไม้ไผ่กั้นหัวท้ายฝั่งละสามต้นกับข้างๆ อีกสามต้นเพื่อกันแพไหลออกไป

จ้าวเฟยเฟยเลือกจุดนี้ด้วยเหตุผลที่รอบคอบ เพราะกลางลำธารนั้นไม่มีหินใหญ่ ๆ ให้แพต้องกระแทกหากเกิดคลื่นแรง ๆ ยามฝนตกหนัก หรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว หากจอดแพไว้ใกล้ฝั่ง แม้จะขึ้นลงสะดวกกว่า แต่หินบางก้อนที่โผล่พ้นผิวน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างรอยร้าวให้แพได้โดยไม่รู้ตัว

ยิ่งไปกว่านั้น ลำธารสายนี้ไม่ได้เป็นเพียงธารน้ำธรรมดา หากแต่ไหลลงมาจาก ทะเลสาบซานเหอ ที่กว้างใหญ่และน้ำเย็นจัดตลอดปี

ยามฤดูฝน น้ำจะไหลแรงและเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง คลื่นเล็ก ๆ เพียงแผ่วเบาเคลื่อนตัวรอบแพอย่างนุ่มนวล

จากแพ... มองออกไปจะเห็นม่านหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ ทอดยาว เสียงลำธารไหลดังชัดในความเงียบ บ้างเบา บ้างแรง แล้วแต่โขดหินเบื้องล่างจะเรียงตัวกันอย่างไร ที่นี่แม้จะเปลี่ยว แต่กลับเป็นที่ซึ่งจ้าวเฟยเฟยรู้สึกปลอดภัยที่สุด

ทุกคนนอนหลับหมดแล้ว  เฉินมู่หยางลุกออกไปจัดการไก่และเป็ดที่นางให้เขาทิ้งไว้ให้  สตรีคนนี้บทจะไม่เอาก็ไม่เอาเลย  เขายอมรับว่าบุตรชายทำเกินไป  แต่โม่หวายยังเด็กต้องค่อยๆสอน  นางกลับใช้คำพูดรุนแรงจะต่อต้านก็ไม่แปลก

ฝนซาแล้วเฉินมู่หยางทำไก่เรียบร้อยแล้ว  เขานำไปลนไฟที่ก่อในห้องก่อนจะแขวนตากลม  จากนั้นก็เดินไปเตรียมล้มตัวลงนอน   เสียงครางเบาๆดังออกมาจากคนตัวเล็กที่นอนอยู่อีกมุม  ร่างสูงเดินไปดูก่อนจะเขย่าเรียกนาง

"จ้าวเฟยเฟย   เจ้าเป็นอะไรไปไม่สบายหรือ"

"ฮือ..คุณยายขา  หนูหนาวจังเลยกอดหนูหน่อย"

เฉินมู่หยางได้ยินนางละเมอเขาจึงใช้หลังมืออังหน้าผากนวล  นางตัวร้อนฉี่เลย  ทำอย่างไรดี  เขาพอจะมียาแก้ไข้อยู่    ร่างสูงลุกไปหยิบหม้อดินเผาใบเล็กก่อนจะไปหยิบห่อยาแก้ไข้มา  จากนั้นก็ลงมือต้มยาให้นาง

คนตัวโตเติมลุกสนใส่เตาจากนั้นก็ตั้งหม้อยาเรียบร้อยแล้วทิ้งเอาไว้   เขาเดินไปหยิบผ้าสะอาดผืนเล็กพร้อมกับออกไปข้างนอกนำกาละมังแตกครึ่งตักนน้ำในลำธารมา   

จ้าวเฟยเฟยกอดอกแน่น  ผ้านนวมถูกดพันร่างกายเอาไว้  เฉินมู่หยางค่อยๆใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้นาง   เด็กน้อยเฉินโม่หวายลืมตามาเห็นบิดากำลังเช็ดตัวให้กับสตรีร้ายกาจคนนั้น  เขาลุกขึ้นและเดินไปหา  กอนจะเอ่ยปากถาม

"ท่านพ่อ  ท่านทำอันใดอยู่หรือขอรับ"

"นางเป็นไข้  คงจะมาจากแผลที่ถูกตีและวันนี้นางก็แช่นำเย็นทังวัน  ลูกไปนอนเถอะพ่อจะดูนางเอง"

เฉินโม่หวายพยักหน้าก่อนจะไปนั่งใช้พัดเก่าๆโบกไปในเตาที่กำลังต้มยขา   เฉินมู่หยางมองไปยังร่างเล็กของบุตรชาย  แม้ว่าเขาจะเกลียดสตรีผู้นี้แต่ก็ยังทำเพื่อนาง  มือเล็กคู่นั้นโบกพัดอย่างสม่ำเสมอ  แสงไฟในเตากระทบกับใบหน้าเล็กๆ

  จ้าวเฟยเฟยพูดถูก  เขาถูกบ้านใหญ่เอาเปรียบเกินไป  ลูกๆของเขาควรมีเนื้อหนังมากกว่านี้  แต่ยามนี้รางกับศพแห้งติดกระดูกก็ไม่ปาน   เสียงของเฉินโม่หวายดังมาทำให้เขาหยุดความคิดก่อนจะหันมาตามเสียง

"ท่านพ่อ  ยาได้ที่แล้วขอรับ"

"พ่อจัดการเองลูกไปนอนเถอะ"

เฉินโม่หวายพยักหน้าจากนั้นก็ลุกไปยังที่นอนของตน  บิดาเดินมายกหม้อยาออกก่อนจะมาห่มผ้าให้เขา  เด็กน้อยเอ่ยถาม

"ท่านพ่อ  นางจะตายหรือไม่ขอรับ"

"เหตุใดถามเช่นนั้น  ลูกรังเกียจนางมากเลยหรือ  งั้นพ่อหย่านางดีหรือไม่"

"ไม่ต้องหรอกขอรับ  วันนี้นางดีกับน้องสาวมาก  หรือเพราะว่าพอเราออกมาจากบ้านท่านย่าทวดแล้วนางก็ไม่ร้ายกาจ"

เฉินมู่หยางเห็นด้วยกับบุตรชายก่อนจะเอ่ย

"ต่อไปนางต้องอยู่ดูแลลูกกับน้องสาว  หากว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงลูกก็อย่าหาเรื่องนางตกลงไหม"

"ขอรับท่านพ่อ"

"นอนเถอะ  ดึกแล้วฝนลงเม็ดหนักอีกแล้ว"

เด็กน้อยพยักหน้าก่อนจะหลับไป  ด้วยวัยเยาว์จึงหลับง่าย  เฉินมู่หยางนำยาไปให้จ้าวเฟยเฟยดื่ม  เขาปลุกนางหลายครั้ง

"จ้าวเฟยเฟย  จ้าวเฟยเฟยเจ้าตื่นมากินยาหน่อย"

"ฮื้อ..ฮือๆๆ  หนาว  หนาวจังเลย"

"เจ้าไม่ตื่นอย่ามาว่าข้าไม่ได้นะ  หากเจ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาข้าไม่ขาดทุนหรือ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   สัญญารักตลอดกาล (จบบริบูรณ์)

    หลังจากนั้นรถม้าก็เคลื่อนออกจากเมืองหลวง สกุลมู่มีคนตามไปกว่าห้าสิบคนเพราะนายท่านรองไปกับคุณหนูด้วย จวนมู่เงียบเหงาลงทันทีเมื่อคุณหนูจากไป เมืองหลวงกลับมาปกติดังเดิม หลังจากที่ซ่งมู่หยางไปไม่นานรัชทายาทก็พาเฉินเหว่ยออกเดินทางไปดูความเป็นอยู่ราษฎรและส่งข้อมูลกลับมาให้ฮ่องเต้วินิจฉัยเพื่อมีพระดำริต่อไป จางซือเหยียนออกเดินทางไปด้วยเพื่อคุ้มครองรัชทายาทและสอนวรยุทธทั้งคู่ไปพลางๆด้วยสิบสามปีผ่านไปจวนอ๋องยามนี้เต็มไปด้วยพี่เลี้ยงเนื่องจากพระชายาและท่านอ๋องทรงมีบุตรธิดาถึงแปดคนและพระชายาทรงพระครรภ์ที่เก้าได้ห้าเดือนแล้ว ร่างอุ้ยอ้ายกำลังทำบัญชี เด้กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหานาง เมื่อเงยหน้าก็เห็นยเป็นเวี่ยหยุนที่ไปทำงานดูและพื้นที่กลับมารายงาน ยามนี้เจ้าตัวน้อยที่เคยมาของานทำและขอเสื้อผ้าไปให้มารดาเขาได้สวมหมวกจอหงวนแล้ว"พระชายากระหม่อมไปดูมณฑลหมางหยวนและนำตัวอย่างดินมาให้ทอดพระเนตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ""อืม เอามาดูสิ"มู่เฟยเฟยพิจารณาดินที่เซี่ยหยุนนำมาอย่างละเอียดมือเรียวหยิบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ ดินนั้นไม่มีความชุ่มชื้นพอจะจับตัวเป็นก้อน แต่มันกลับมีลักษณะพิเศษที่ทำให้ดวงตาของนางเป็นประกาย"ดินนี่คื

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   กลับอวี๋หยาง

    มู่เฟยเฟยยามนี้นางคลอดคู่แฝดได้หกเดือนแล้ว แฝดสามได้หนึ่งขวบแปดเดือนซ่งมู่หยางกำลังเดินทางมารับนางและลูกกลับอวี๋หยาง ท่านตาทวดร้องไห้ไม่อยากให้นางไปจนฝ่าบาททราบเรื่องจึงอนุญาตให้เขาไปอยู่กับนาง แต่หากราชสำนักมีเรื่องจะใช้เขาก็ต้องกลับมา ซึ่งมู่หย่งเหอรีบรับปากเพราะกลัวไม่ได้อยู่กับเหลนและลูกๆ ของนางหลังปีใหม่ที่ผ่านมาฝ่าบาทสถาปนาหลินกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเอาและแต่งตั้งองค์ชายแปดขึ้นเป็นรัชทายาท เฉินเหว่ยได้เป็นเพื่อนเรียนของรัชทายาท ซ่งโม่หวายกลับซ่งผิงผิงใส่ใจมารดามากขึ้นเพาะพระชายาเสิ่นกำลังตั้งครรภ์มู่เฟยเฟยมองดูเด็กที่เดินเตาะแตะๆ อยู่กลางลานก็ยิ้ม เสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล นางจำได้ดี เสียงควบม้าอย่างองอาจดุดันนี้เป็นซ่งมู่หยางสามีของตน"ชิงหลิงดูเหมือนท่านอ๋องจะมาถึงแล้ว เจ้าให้พี่เลี้ยงอุ้มซื่อจื่อกับท่านชายและท่านหญิงไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย เดี๋ยวเจอเสด็จพ่อจะได้ไม่มอมแมม""เพคะพระชายา ซื่อจื่อ ท่านชาย ท่านหญิงไปล้างหน้ากันเถอะเจ้าค่ะเสด็จพ่อกำลังมาแล้ว"เด็กทั้งสามรู้ความต่างกางแขนให้พี่เลี้ยงอุ้ม ไม่นานคนที่ถูกกล่าวถึงก็ปรากฏตัว ซ่งมู่หยางลงจากหลังม้าได้ก็ตรงมาหามู่เฟยเฟยทันที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างจริงจัง

    เมื่อทุกคนกลับหมดแล้วร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามา ยามซวีแล้วงานเลี้ยงจึงได้เลิกรา คู่บ่าวสาวจึงมีเวลาอยู่ด้วยกัน ซ่งมู่หยางเดินมาหาคนท้องที่เอนหลังอยู่ เขานั่งลงขอบเตียง มือจับปอยผมทัดหูให้อย่างแผ่วเบา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย"เหนื่อยหรือไม่น้องหญิง ขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า""ไม่เพคะ พอดีไป๋ฮูหยินกับหลินฮูหยินมาหา ผิงผิงกับเสี่ยวฮวาและคู่แฝดมาหาช่วยกันบีบนวดและพูดคุยเป็นเพื่อน"ซ่งมู่หยางพาเมียเข้ามิติ มู่เฟยเฟยรู้เลยว่าคืนนี้เขาเอาแต่ใจแน่ๆ แล้วคนตัวโตก็เอ่ยออกมาจริงๆ"อืม..ดึกแล้วเดี๋ยวจะเลยฤกษ์นะ เราสองคนเข้าหอกันเถอะ"มู่เฟยเฟยมองหน้าเขา ซ่งมู่หยางเลื่อนมือลงมาที่สายผูกเอวเขาคลายปมออก มู่เฟยเฟยจับมือหนาเอาไว้จ้องตาสามีเป็นเชิงห้ามปราม คนตัวโตจ้องตอบเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่า"น้องหญิง ตั้งแต่งานเลี้ยงวันนั้นพี่ยังไม่ได้รักเจ้าอีกเลยนะ""ท่านอ๋อง...ทรงหิวเก่งเหลือเกินนะเพคะ ทรงรับอนุสักคนไหม อื้อ"ซ่งมู่หยางไม่ยอมให้เมียพูดต่อ เขาจูบนางอย่างเรียกร้อง กระทั่งมู่เฟยเฟยทุบหลังเขาเพราะนางหายใจไม่ออก บึ๊ก ๆ ๆๆ ร่างสูงยอมปล่อยอย่างเสียดาย ปากจิ้มลิ้มบวมเจ่อ นางเอ่ยทันทีที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งงาน

    ขณะที่ผู้อาวุโสในตระกูลมู่กำลังถกเถียงกันเรื่องธรรมเนียมการจูงเจ้าสาวออกไปส่งที่เกี้ยว เพราะเกรงว่าครรภ์ของมู่เฟยเฟยจะทำให้การก้าวเดินลำบากจนเกินไป ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังรุกล้ำเข้ามาถึงหน้าห้องหอโดยไม่รอการเชิญ"ไม่ต้องลำบากพวกท่านหรอก ข้าจะอุ้มนางไปขึ้นเกี้ยวเอง""แต่ว่า นางครรภ์ใหญ่มากนักเกรงว่าท่านอ๋องจะอุ้มลำบาก""ข้าอุ้มได้ นางตัวเบาราวกับลูกนก"ไม่ทันที่ทุกคนจะเอ่ยอันใดมู่เฟยเฟยก็ถูกประคองออกมา นางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านอ๋อง...เชื่อท่านตาเถอะเจ้าค่ะ หม่อมฉันขึ้นเกี้ยวไปจะดีกว่า ชาวบ้านมากมายต่างเฝ้าดู ภาพที่เจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวท้องแก่คงทุลักทุเลไม่น่ามอง ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ"ซ่งมู่หยางคิดตามก่อนจะพยักหน้า นางพูดถูกภาพที่เขาอุ้มเจ้าสาวท้องโตอาจดูไม่น่ามองนัก เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ต้องสำรวมให้มาก จากนั้นจึงหันไปทางมู่หย่งอันและมู่หย่งเหอเอ่ยกับทั้งสองคน"ท่านตาทวดของเสี่ยวเฟยเช่นนั้นก็เอาตามความตั้งใจเดิมพวกท่านเถอะ น้องหญิงพี่จะรอเจ้าที่เกี้ยวเจ้าสาว""เพคะ...พูดง่ายๆแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย""เชื่อเมียแล้วจะเจริญพี่ยังจำได้ น้องหญิงทุกอย่างล้วนฟังเจ้

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   รับเจ้าสาว

    เสียงมโหรีบรรเลงดังกังวานทั่วทั้งเมืองหลวง วันนี้เฉินอ๋องจะแต่งงานกับคุณหนูสกุลมู่เป็นสมรสพระราชทาน ทั่วท้องถนนมีแต่ผู้คนยินดี บางคนก็มารับของโปรยทานได้ยินว่าเฉินอ๋องทุ่มเงินกว่าห้าพันตำลึงเพื่อโปรยหว่านตามทางตอบที่ขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนผ่านมโหรีดังมาจากทางทิศตะวันออกของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งจวนหลันฮวาขอเฉินอ๋อง เพื่อที่จะไปทิศเหนือของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสกุลมู่ ขนมและลูกกวาดรวมถึงเหรียญอีแปะถูกโปรยมาต่อเนื่อง ขบวนเจ้าบ่าวนั้นยิ่งใหญ่มากนัก เฉินหยางอ๋องในฉลองพระองค์สีแดงสดปักลวดลายมงคลด้วยด้ายสีทอง ผมรวบมวยตรึงกลางศีรษะ สวมกว๊านหยกสีขาวปักด้วยปิ่นที่แกะสลักรูปนกอินทรี ดูแล้วองอาจยิ่งนักร่างสูงนั่งตัวตรงบนหลังอาชาตัวสูงใหญ่ ชุดอาภรณ์สีแดงที่สวมใส่นั้นตัดกับขนสีขาวราวหิมะ ขนของมันเงางามราวกับหยกมันแพะที่ราคาแพงและหายาก เขามองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลักยิ้มเล็กน้อย คุณหนูที่มาดูขบวนรับเจ้าสาววันนี้ต่างก็แอบเสียดาย ชายงามเพียงนี้เหตุใดก่อนหน้าพวกนางถึงไม่เคยเจอกันนะ เจิ้นเป่ยอ๋องที่มากับน้องชายยิ่งทำให้ขบวนวันนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม่ทัพไร้พ่ายขี่อาชาเคียงคู่แม่ทัพบูรพาพยัคฆ

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งตั้งรัชทายาท

    ซ่งมู่หยางลูบศีรษะเด็กหนุ่ม เสด็จพี่มีพระดำริจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท และสถาปนาหลินกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮา ส่วนสตรีที่ตำหนักเย็นคนนั้นมีส่วนในการจากไปของเสด็จปู่และเสด็จย่าของเขา แต่เรื่องนั้นเกิดตอนที่เขายังไม่เกิด จะไปหาความนางก็จะดูไม่สมเหตุสมผล ซ่งมู่หยางเอ่ยถามหลานชายเกี่ยวกับบทลงโทษสนมหลี่"ฝ่าบาททรงกักขังสนมหลี่ไว้ตำหนักเย็น พระองค์ทรงอยากให้มารดาเจ้าลงโทษนางด้วยตนเอง หลินกุ้ยเฟยได้พบนางหรือยัง"ซ่งเทียนนอวี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบกลับ"เสด็จแม่ทรงพระทัยดีเกินไป พระองค์ไม่อยากให้เป็นเวรกรรมต่อกัน แต่ตอนที่สกุลหลี่ทำกับพวกเรานั้นพวกเขาไม่ได้นึกถึงเวรกรรมสักนิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จอา""อืม..นางเป็นคนจิตใจดี อวี้เอ๋อร์ไม่ว่าเจ้าจะเป็นองค์ชาย หรืออนาคตจะเป็นอ๋องหรือว่าฮ่องเต้จำไว้ว่าคนที่เจ้าควรให้ความสำคัญที่สุดคือมารดาของเจ้า สตรีที่ไม่เคยลำบากกลับยอมปักผ้าขาย ยอมกินรากไม้ยอมให้คนดูถูกต่างๆนาๆเพื่อแลกกับการที่ให้เจ้ามีชีวิตรอด ไม่มีใครรักเจ้าได้เท่านางอีกแล้ว""พ่ะย่ะค่ะหลานจะจำไว้ เสด็จอาจะอยู่ที่จวนหลันฮวาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม..อีกสามวันจะถึงงานแต่ง ตามประเพณีมิอาจเจอหน้ากัน ข้าคิดถึงนาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status