LOGINนางที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นฝังลึกไม่มีวันหาย เขาผู้ที่ลักพาตัวนางไปเพราะต้องการดาบหลอมพิษ ส่วนอีกคนก็คือบุรุษหนุ่มสวมหน้ากากสีเงินลึกลับ ที่ไถ่นางในราคาห้าพันตำลึงทอง!!
View Moreเมื่อทั้งสองมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนของโม่จือตาน หญิงสาวก็ตรงดิ่งไปทางห้องนอนเล็กของเด็กน้อยทั้งสอง ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบลอดออกมาแทน“พี่อีเหริน พี่ว่าวันนี้ท่านพ่อกับท่านแม่จะกลับมาหรือยัง” เด็กชายถามผู้เป็นพี่สาวที่อยู่เตียงข้างๆ“พี่ไม่รู้เหมือนกัน แต่ท่านแม่สัญญาแล้วว่าจะพาท่านพ่อกลับมา เจ้าก็นอนได้แล้ว”โม่จือตานไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เด็กพวกนี้ยังไม่ได้หลับเลยนี่นา!“ยังไม่อยากนอนเลย เอ้อร์หลานกลัวว่าจะพลาดตอนที่ท่านแม่กับท่านพ่อกลับมาแล้ว แต่ตัวเอ้อร์หลานยังหลับอยู่บนที่นอน”หญิงสาวกุมขมับแน่น ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกจากลำคอ “ถ้าพวกเจ้ายังไม่หลับ แม่จะออกไปเที่ยวกับพ่ออีกครั้งแล้วนะ”“ท่านแม่!!” เด็กน้อยสองคนวิ่งออกมาจากนอกห้อง จากนั้นก็พบร่างสูงอีกร่างที่เคียงคู่กัน “ท่านพ่อ!!”ร่างเล็กกระโดดขึ้นกอดซวี่รุ่ยเข่อแน่น น้ำตาของเด็กน้อยไหลออกมาพร้อมความทรงจำต่างๆ นาๆ ที่พรั่งพรูออกมายามเจอผู้เป็นบิดาครั้งแรก‘นายท่าน... ข้าน้อยและน้องชายยินดีรับใช้ท่าน ที่ซื้อตัวข้าทั้งสอง แต่ได้โปรดซื้อโลงศพให้บิดาข้าน้อยแล้วทำพิธีให้ด้วยเจ้าค่ะ’ เด็กสาวก้มหน้าแนบลงพื้นดินใกล้เท้าชายหนุ่มร่า
“ชิงเอ๋อร์ อย่าโกรธข้าเลยนะ ข้าทำเพื่ออยากตอบแทนบุญคุณให้ท่านพ่อตา แต่กลัวเจ้าจะเป็นห่วงเช่นนี้...เลยไม่ได้บอก” ชายหนุ่มอธิบายไปด้วยกอดเอวนางพร้อมกับซุกหน้าที่ซอกคอนางไปด้วย“แล้วเป็นเช่นไร สุดท้ายเสี่ยวชิงก็ต้องมาตามหาท่าน”“อืม...กลายเป็นว่าคนที่ข้าติดหนี้ชีวิต จะเป็นภรรยาตัวแสบของข้า” จากนั้นก็ก้มหน้าหอมนางหนึ่งฟอดโดยไม่อายผู้ใด“นี่! ไม่อายผู้อื่นเลย” โม่จือตานทั้งตวาดทั้งเขินอาย ตำหนิชายหนุ่มที่ส่งมอบความรักให้โดยไม่เลือกสถานที่ชนเผ่าทะเลทรายแสร้งทำเป็นไม่มองทำงานของตัวเองเดินผ่านพวกเขาทั้งคู่ไป...หลังจากทั้งคู่ทานอาหารที่ชนเผ่าสาวยกมาให้ เลยตั้งใจว่าจะพักอยู่ที่นี่อีกหนึ่งราตรีก่อนจะกลับสำนัก“เสี่ยวชิง...ที่นี่ก็ได้บรรยากาศดีนะ”ไม่ผิดจากที่ซวี่รุ่ยเข่อคาดไว้ ทันทีที่โม่จือตานได้ยินเขาพูดเช่นนี้ออกมา ก็ปรากฏดวงหน้าสีชมพูระเรื่อขึ้นมาเห็นแล้วราวกับผลไม้ที่กำลังสุกงอมได้ที่“เสี่ยวชิง คืนนี้นะ” จากนั้นหญิงสาวก็วิ่งหายออกไปไม่รอให้เขากล่าวคำพูดแทะโลมใดๆ อีกเมื่อยามโพล้เพล้มาถึง พระอาทิตย์ตกลงเส้นขอบของทะเลทราย เห็นเป็นภาพงดงามที่ยากจะลืมเลือน“สวยมากเลยนะเจ้าคะ” โม่จือตานที่ได้
15ร่างเพรียวบางของสตรีโฉบลงมาเหยียบระหว่างกึ่งกลางของพื้นดินและพื้นทราย ก่อนจะตัดสินใจสะบัดย่ามไปข้างหลังแล้วก้าวเข้าไปในเขตที่ร้อนระอุระหว่างทางก็ยังพบคนชนเผ่าสัญจรไปมาสม่ำเสมอ นางก็กล่าวทักทายไปตามมารยาทเช่นกัน โม่จือตานปาดเหงื่อบนหน้าผากออกเพราะความร้อน“แม่นางมีเรื่องอะไรต้องเดินทางมาถึงทะเลทราย หรือว่าหลงทางกัน” สตรีชนเผ่านางหนึ่งเอ่ยถามนางขึ้นขณะที่ยังยกโอ่งน้ำไว้บนหัวโม่จือตานราวกับได้เปิดหูเปิดตามองสตรีที่ขนน้ำเข้ามาในทะเลทรายด้วยสีหน้าตื่นเต้น “เปล่าหรอก ข้าแค่มาหาคน ว่าแต่...เจ้าไม่หนักหรือ” ว่าแล้วก็ชี้ขึ้นไปบนหัว“ไม่หรอก มันเป็นเรื่องปกติของเผ่าเรา ต้องเปลี่ยนกันไปหาน้ำ ล่าสัตว์เพื่อมาเลี้ยงคนในเผ่าน่ะ” นางอธิบายยาวเหยียด “ถ้าแม่นางไม่ได้หลง ข้าก็ขอตัวก่อน ขอให้ท่านโชคดีเจอคนที่กำลังตามหานะ”โม่จือตานยินดีรับคำอวยพรที่หญิงชนเผ่านางนั้นให้ ก่อนจะย่างเท้าเข้าไปลึกกว่าเดิมเวลาล่วงเลยมานานจนถึงเวลาค่ำ เสียงจันทร์กระจ่างส่องกระทบร่างเล็กที่ยังไม่หยุดพัก แม้เจ้าสำนักจะเคยบอกนางแล้วว่าทะเลทรายตอนราตรีนั้นน่ากลัวมาก ให้หยุดพักแล้วกางกระโจมก่อน แต่นางไม่รู้ว่ายามนี้ซวี่รุ่ยเข่
โม่จือตาน และ ‘ซวี่รุ่ยเข่อ’ เดินมาทางโต๊ะอาหารพร้อมกัน นางเองก็ช่วยประคองร่างเขาอย่างดี โม่อู๋หลินที่เพิ่งมาถึงก็มองมาทั้งคู่ด้วยสายตาเหนื่อยล้า“ทำไมยังไม่กินกันล่ะเจ้าค่ะ เสี่ยวชิงว่าพี่เข่อกับท่านอาเล็กคงจะเหนื่อยน่าดู รีบยกอาหารมาให้ทั้งคู่เถอะเจ้าค่ะ” โม่จือตานให้เขานั่งลงใกล้นาง ก่อนจะรินน้ำให้เป็นอันดับแรก “พี่เข่อ...น้ำเจ้าค่ะ”“อืม...ขอบ... แค่ก!” ยังไม่ทันพูดอาการไอก็กำเริบขึ้นมาอีก“แค่ไปทำภารกิจแค่นี้ถึงขั้นไม่สบายกลับมาเชียวหรือเจ้าคะ พี่เข่อนี่เหตุใดไม่รักตัวเองเสียเลย” นางกล่าวเสร็จก็ช่วยทุบหลังให้เช่นเดิม“ท่านแม่ๆ ท่านพ่อเป็นอะไรไหมเจ้าคะ ไอจนหน้าแดงหมดแล้ว” ซวี่อีเหรินถามด้วยความสงสัย“ท่านพ่อของพวกเจ้าคนนี้น่ะ ไม่เป็นอะไร...” หยุดพูดครู่หนึ่ง ก็พูดต่อพพร้อมกับตบบนแผ่นหลังอย่างแรงพร้อมกัน “...หรอก!!”“โอ๊ย!!”โม่จือตานกล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปโดยไม่หันไปมองผู้ใดอีก จากนั้นฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ก็วิ่งตามออกไปเช่นกัน“ข้าบอกแล้ว ยังไงนางก็จำได้” เสียงบ่นลอดออกมาจากปากของ ‘ซวี่รุ่ยเข่อ’ ที่ใช้มือลูบหลังอันแสบร้อนแม้มันจะไปไม่ถึงทั่วทั้งแผ่นหลัง“เอาน่า ยังมีอีเหร
โม่จือตานกระโจนเข้าไปในพุ่มไม้อย่างไม่รอช้า ก่อนจะกลั้นหายใจแล้วเงี่ยหูฟังด้านนอก แต่กลับพบว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย“หลบพอหรือยัง” เสียงเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นเหนือหัวนาง ก่อนมือใหญ่ของบุรุษจะแหวกพุ่มไม้ที่นางซ่อนอยู่ออก “มานี่!”โม่จือตานนำดาบหลอมพิษกอดรากไม้ไว้แน่น ให้ตายก็ไม่ยอมให้เขานำไปฆ
12คราแรกเขายังไม่กล้ามั่นใจเท่าใดนัก กลัวว่าหลานสาวคนเล็กของเขาจะถูกจับมา และบังคับขืนใจจนท้องป่องเช่นนี้ แต่ดูแล้วชายผู้นี้คงจะเป็น ‘หลานเขย’ ของเขาจริงเสียด้วย“พี่เข่อ ท่านจะยอมแพ้เรื่องการล้างแค้นจริงๆ แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยงชิงกอดแขนเขาทำหน้าตาออดอ้อนจนชวนเอ็นดูชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็อดข
โม่จือตานปฏิเสธอยู่ในใจ นางจะทิ้งซวี่รุ่ยเข่อไว้คนเดียวได้เช่นไรกัน ในเมื่อนางเป็นคนของเขา ตายไปก็ยังเป็นคนของเขาอยู่ดี‘ท่านอา ท่านต้องกลับไปช่วยเขาก่อนนะเจ้าคะ’ร่างกายของนางหยุดเดินบ้าง ถูกกระชากบ้าง จนเป็นผลทำให้ใบหน้าของโม่อู๋หลินขมวดเป็นปม นี่หลานสาวของเขากำลังทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับเขาอยู่ใช่รึ
ซวี่รุ่ยเข่อรีบเขียนอักษรใต้ฝ่ามือนางว่า ‘เชื่อฟัง’ โดยที่ตาก็ยังมองไปยังคู่สนทนาเช่นเดิมโม่จือตานจึงต้องยอมเชื่อฟังเขาแต่โดยดี กำลังกัดไปเพียงคำเดียวนางก็รู้แล้วว่าในอาหารมีพิษ!พวกนางสำนักหลงเหนียนถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กให้กินยาพิษ กินทุกอย่างที่เป็นพิษตั้งแต่เด็กและก็หาทางปรุงยาออกมาด้วยตนเอง ทันที






reviews