ลิขิตรัก ภรรยาเคียงใจ

ลิขิตรัก ภรรยาเคียงใจ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-07-14
Oleh:  I-KYEOMTamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
60Bab
2.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นางที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นฝังลึกไม่มีวันหาย เขาผู้ที่ลักพาตัวนางไปเพราะต้องการดาบหลอมพิษ ส่วนอีกคนก็คือบุรุษหนุ่มสวมหน้ากากสีเงินลึกลับ ที่ไถ่นางในราคาห้าพันตำลึงทอง!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

I walked into Moonstone Hall and instantly knew I was in trouble. It wasn’t intuition or some wolf sense; I don’t have those. It was the smell. Usually, the place smelled like cedar and old power, but tonight it felt like a funeral for someone still alive. That someone was me.

People stared at me like I was a car wreck they’d been waiting to see. They didn’t look at me as a person, more like I was just gossip. The whispers kept going, a soft hum that always meant a pack execution was coming.

"Look at her," someone breathed. That was Sarah, a girl with a noble wolf but a nasty attitude. "No mark, no jewelry, no decent shoes. Does she think Kael will claim a human?"

I smoothed my dress. My mom had spent three nights fixing it, her eyes red and her hands quivering. She'd sewn her hopes and concerns into the seams, trying to make me look like a Luna. I knew I looked like a girl in a costume that didn't fit.

The Hall was a joke. It had arched windows, soft moonlight, and white candles. It was set up for a fairy tale. The emblem over the dais told the real story: a dark wolf trapped among thorns. That's the Thornridge way. Power costs. It usually costs in blood.

"Lira," a voice rumbled.

I stiffened. It was Silas, the Beta. He didn't hate me. That would have been easier. He pitied me like you would a dog about to be put down.

"The Alpha is ready," he said.

"I'm aware, Silas. I have ears." My sound came out more pointed than I meant. I needed to be tough.

I walked to the circle. My heart raced like a trapped animal, fear and hope pressing against my chest. It had been three days since I saw Kael. No calls, no messages. Just silence, and doubt settling in.

He knew. He had to know. We grew up together. He's the future, the leader. I'm the girl who can't shift, the human.

When we were alone, he'd looked at me like I was the only one who mattered.

"Silence has weight, Lira," he'd told me. "Some things take time."

I'd lived on those words. Now, as fact dawned, the hope in them withered inside me, leaving only disappointment.

The Beta slammed his staff on the stone. The room went silent. Kael appeared, dressed in no medals, no fancy regalia. He was huge, his shoulders wide, his face carved out of granite.

He didn't look at the crowd. He didn't look toward Silas. He looked at me.

My body betrayed me. The mate bond raced in my chest. It was warm and dull, a pain that wanted to scream for him.

Kael arrived at the bottom of the stairs. Stopped in front of me. I could smell him. Burnt wood, winter wind, and ozone. His look was a wall.

Silas’s voice echoed through the hall. "Tonight, under witness of blood, moon, and pack, Alpha Kael Thornridge is called to name the woman fate has chosen to stand at his side."

My hands were sweating. This was it. My nerves twisted between hope and terror. This was the moment when the gossip would end. This was when I would become Luna, or maybe not.

"Alpha Kael," Silas continued, "do you claim Lira Vale as your fated mate and Luna of Thornridge?"

The silence was agonizing. I watched Kael’s eyes. There was no sign of the man who once held me, or the boy who told me being different was a gift.

He didn't need a microphone. His words cut through the Hall, as chill and absolute as a winter grave.

"No."

The word hit me like a punch. I felt the air leave my lungs. Something snapped inside my chest, like a cord breaking.

The room gasped. A thousand people drawing in the air.

Silas stumbled over the ritual words. "Alpha... The bond... The Moon's decree...."

"The Moon may decree what it wishes," Kael stated, his eyes still locked on mine. "A pack is only as strong as its weakest link. Thornridge needs a Luna who can lead a hunt, not one who needs a bodyguard. His cruelty wasn’t careless. It was cold and precise. He didn’t speak with hate; he just delivered the words as if he were reading from a list.

A small noise escaped my throat. A whimper. Humiliation and grief tangled. That was the sound of a girl realizing her life is a lie.

Then arrived the voices. They didn't wait for me to leave.

"I told you, " someone whispered. "He was never going to choose a pet over a peer."

"She can't even. I looked at Kael, hoping he would say something. Maybe tell them to stop and let me keep some dignity. Instead, he turned his back on me and walked away, like I was something he no longer wanted. Fog drifted in through the doors, matching the cold, gray haze in my mind. I stood quietly, the so-called "Luna" in the dress, while the pack moved around me as if I were already a ghost. I wasn’t a mate. I wasn’t a leader. I was just a human girl who forgot that in a world of wolves, if you don’t have teeth, you’re just prey, you're just lunch.

And as I watched Kael disappear, one thought burned through the humiliation: I am going to make you regret this.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Anděl K
Anděl K
สนุกมากจ้า
2025-10-12 00:26:34
0
0
60 Bab
บทนำ
บทนำ‘เมืองหมานแห่งทิศทักษิณว่ากันว่าเป็นสถานที่ตั้งสำหรับไว้เก็บคนงาม มีเพียงคนเมืองหมานเท่านั้นที่จะได้ยินข่าวลือนี้ ผู้คนต่างถิ่นมักไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้ หากคนเมืองหมานคนใดไม่เชื่อก็ต้องแสร้งเดินผ่านจวนแม่ทัพใหญ่เพื่อมองหาคุณหนูใหญ่แห่งสกุลเสวี่ยดู หากยังไม่พบก็ให้ไปเยือนหอวสันต์สีชาดแล้วรอชมดาวเด่นอันดับหนึ่งบรรเลงกู่เจิงดู แล้วจะต้องประจักษ์แจ้งทั่วกันว่าข่าวลือนี้มิได้โกหกแต่อย่างใด!’หอวสันต์สีชาดหากพูดถึงหอนางโลมที่เต็มไปด้วยบุรุษมักมาก หรือสำหรับบางคนอาจจะแฝงตัวเพื่อเข้ามาสืบข่าวคราวต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดล้วนต้องมายังหอวสันต์สีชาดแห่งนี้และหอโคมแดงแห่งนี้ยังมีดาวเด่นหนึ่งนางที่พึงขายศิลป์มิขายตัว แต่เต็มไปด้วยความสามารถศาสตร์ศิลป์ ศาสตร์ดนตรีอันมากล้น‘มู่ชิงตาน’นางคือโฉมงามแห่งเมืองหมานอีกนางหนึ่งนอกเหนือจากคุณหนูเสวี่ยแล้ว แต่ที่คนทั้งเมืองคิดไม่ถึงเลยก็คือพวกนางมีสถานะพิเศษต่อกัน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนสหายยามวัยเยาว์...‘มู่ชิงตาน’ ที่เป็นดาวเด่นของที่นี่ได้รับความพอใจจากแม่เล้าเนื่องจากทำยอดให้หอคณิกาได้สูงที่สุดต่อหนึ่งราตรี แม้นางจะพึงขายศิลป์มิขายตัวแต่ก็ม
Baca selengkapnya
1 ดาวเด่นของหอวสันต์สีชาด! (1)
1มู่ชิงตานลืมตาขึ้นมาในยามเช้ามืด ก่อนจะเรียกให้สาวใช้ด้านนอกยกน้ำเข้ามา สาวงามในวัยสิบหกย่างสิบเจ็ดปียกมือสางผมอย่างง่วงงัน ปากเล็กหาวหวอดอย่างไม่สนกิริยาท่าทางที่ตนกระทำ ว่ามันจะน่าเกลียดหรือดูไม่เหมาะหรือไม่“แม่นางชิงตาน วันนี้ท่านตื่นเช้านัก” สาวใช้ตัวน้อยที่รับใช้ประจำให้กับมู่ชิงตานเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี“อาหนิวไม่ตื่นเช้ากว่าข้าอีกหรือ ยืนรอนานหรือไม่ ลำบากเจ้าแล้วนะ” น้ำเสียงไพเราะน่าฟังของมู่ชิงตานถามขึ้นสาวใช้นาม ‘ฉูหนิว’ ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย“อาหนิวตื่นเช้าเป็นนิสัย ไม่ได้ลำบากอะไรเลยเจ้าค่ะ”มู่ชิงตานมองฉูหนิวด้วยแววตาอ่อนโยน คราแรกที่นางเข้ามาในหอวสันต์สีชาด นางเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ผู้ใดมองก็นึกเอ็นดูยามนั้นพ่อแม่นางขายนางให้แก่ ‘แม่เล้าม่อหรัน’ ของหอวสันต์สีชาด เพราะขาดแคลนเงินทองอยู่มากจึงจำใจมอบลูกสาวเพียงคนเดียวเข้าหอนางโลมแม่เล้ามองฉูหนิวอย่างพึงใจ ก่อนจะจ่ายเงินก้อนโตไว้ให้สกุลฉู แต่ฉูหนิวนางไม่อยากเป็นนางคณิกา แต่ก็เป็นห่วงพ่อกับแม่ว่าจะลำบากหาเงินมาคืนถ้าหากนางหนีไป เลยต้องลงทุนกรีดใบหน้าของนาง แล้วก็บอกแม่เล้าว่านางยินดีรับใช้อยู่
Baca selengkapnya
2 ดาวเด่นของหอวสันต์สีชาด! (2)
‘เรือนช่อบุปผา’ เป็นเรือนพักและสถานที่รับแขกสำหรับดาวเด่นของหอวสันต์สีชาด เมื่อก่อนมีเพียงนางผู้เดียวที่พักอยู่เรือนนี้ แต่นานวันเมื่อนางไม่ยอมพลีกายรับแขกเสียที แม่เล้าจึงได้แต่ยกยอคณิกานางอื่นที่หน้าตางดงามยั่วยวน จนทำให้หอนางโลมมีดาวเด่นที่พักอยู่ในเรือนช่อบุปผาถึงสามนางในตอนนี้มู่ชิงตานก้าวขาออกไปรอยังโถงของเรือนช่อบุปผา ฉูหนิวตระเตรียมสถานที่ไว้อย่างเรียบร้อย กู่เจิงถูกวางไว้บนโต๊ะยาวเพื่อสำหรับให้นางบรรเลงดนตรีขณะนี้แขกเหรื่อที่เป็นบุรุษยศใหญ่จากเมืองหลวงทยอยเข้ามามากมาย รวมแล้วสิบกว่าคนได้ แค่เห็นจำนวนคน ฉูหนิวก็ถอนหายใจเหนื่อยแทนนายหญิงของนางแล้ว“นั่นแม่นางชิงตาน ดาวเด่นอันดับหนึ่งของหอวสันต์สีชาด” ใต้เท้าผู้หนึ่งเอ่ยกับบุรุษรอบข้างเขาสายตาทั้งหมดล้วนตกมาอยู่ที่สตรีร่างงามนางนี้ ก่อนจะมีเสียงกระซิบกระซาบตามมาอีกระลอก“งามนัก...”มู่ชิงตานไม่ได้สนใจ สองเท้าเล็กเรียวก้าวขึ้นไปนั่งบนผ้าที่ยัดนุ่นไว้อย่างช้าๆ ก่อนจะยกสองมือขาวนวลเริ่มบรรเลงบนสายกู่เจิงแผ่วเบา เสียงดนตรีอันไพเราะดังขึ้นมากึกก้องทั่วทั้งห้องโถงของเรือนสาวงามดาวเด่นอีกสองนาง ย่างเข้ามาช้าๆ พร้อมกับร่ายรำอ่อนโยนร
Baca selengkapnya
3 โจรราคะ (1)
ฉูหนิวในยามนี้กำลังประคองสมุนไพรยาสำรับใหญ่ พลางเดินอย่างรีบร้อนมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของดาวเด่นในหอวสันต์สีชาด“หลีกทางหน่อยเจ้าค่ะ หลีกทางหน่อยเจ้าค่ะ” ปากเล็กก็พลางร้องบอกตลอดทาง สองมือก็พยายามบังคับไม่ให้สำรับยาหลุดมือ“อีกแล้วหรือนี่”เสียงซุบซิบของนางคณิกายังคงดังมาตลอดทางที่สาวใช้นางนี้เดินผ่าน แม้พวกนางจะไม่ได้พูดออกมามากกว่านี้ นางก็รู้ดีว่าคนที่คณิกาพวกนี้พูดถึงนั้นคือผู้ใด สาวใช้ตัวน้อยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องขณะนี้ดาวเด่นที่สง่างามกว่าผู้ใดกำลังนอนป่วยเจียนตาย ใบหน้าแดงก่ำหายใจติดขัดอย่างเห็นได้ชัดอยู่บนเตียง“แม่นางชิงตาน อดทนหน่อยนะเจ้าคะ” สาวใช้วางสำรับยาลง ก่อนจะบิดผ้าชุบน้ำแล้วลงมือเช็ดตัวให้มู่ชิงตาน จากนั้นจึงประคองถ้วยยาให้นางดื่มเป็นเพราะพวกคนใหญ่คนโตนั่นประไร! ทำสาวงามของฉูหนิวต้องเดือดร้อนถึงเพียงนี้ฉูหนิวประคองนิ้วที่มีแผลถลอกของนางขึ้นมา ตอนกลางวันเป็นเพราะมู่ชิงตานบรรเลงกู่เจิงนานไปหน่อย เห็นแบบนี้น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาเป็นเม็ดน้อยๆ ราวกับไข่มุกจากแดนใต้สตรีตัวน้อยไม่ย่อท้อนางคอยเช็ดตัวให้มู่ชิงตานเรื่อยๆ อย่างไม่ยอมแพ้ จนเมื่อนางเริ่มห
Baca selengkapnya
4 โจรราคะ (2)
เพล้ง!!บุรุษตรงหน้ายังเอ่ยไม่ทันจบก็ล้มหงายหลังลงไปบนเตียงพอดีอย่างควบคุมตัวไม่ได้ มู่ชิงตานที่ถือแจกันกระเบื้องในมือมองอย่างเหลือเชื่อ แรงนางสู้เขาไม่ได้เห็นๆ แต่นี่เขาถึงกลับสลบง่ายดายถึงเพียงนี้“นี่!” นางเขยิบเข้าไปใกล้สัมผัสตัวเขาเบาๆ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะโต้ตอบนางกลับ หญิงสาวจึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกมู่ชิงตานไม่ทันระวัง เผลอแตะเข้ากับแผงอกหนาของเขา ของเหลวเหนอะหนะก็ติดมือนางออกมาด้วย “บาดเจ็บหรือนี่...”“แม่นางชิงตาน อาหนิวเอาน้ำมาให้ท่านแล้ว”ทันทีที่ฉูหนิวเปิดประตูเข้ามาก็แทบตกใจ นี่ถึงกับมีบุรุษนอนอยู่บนเตียงของนาง!แม่นางชิงตานไม่รับแขกไม่ใช่หรือเหตุใด...“อาหนิว อย่าเอ็ดไป” มู่ชิงตานปล่อยผ่านสีหน้าซีดเซียวของฉูหนิว จากนั้นเดินไปหลังม่านแต่งตัว สาวงามย่างออกมาอีกครั้งในสภาพบุรุษผู้หนึ่ง “ไปข้างนอกกันเถอะ”“ดูท่าแม่นางชิงตานคงติดนิสัยคุณหนูเสวี่ยมากไปหน่อยนะเจ้าคะ แต่แม่นางยังดีกว่าคุณหนูเสวี่ยนัก”ฉูหนิวพูดพลางขบคิดไปถึงเสวี่ยเหมยที่ยามนางปลอมเป็นบุรุษมักจะไม่เหมือนบุรุษเสียทีเดียว แต่มู่ชิงตานกลับให้ความรู้สึกต่างออกไป อาจเพราะใบหน้านางเกลี้ยงเกลาและไม่ได้ขาว
Baca selengkapnya
5 ประมูลราตรีแรก (1)
2สตรีร่างบางดวงหน้างดงามเกินผู้ใดจะเปรียบ ยามนี้กำลังเริงระบำอยู่ท่ามกลางบุรุษมากหน้า แต่ทว่าในใจนางกำลังเหม่อลอยขบคิดไปถึงคำพูดของชายหนุ่มลึกลับผู้นั้น...‘นำดาบหลอมพิษมาให้ข้า...’“โอ๊ย!”มู่ชิงตานคิดมากจนก้าวพลาดทำให้ข้อเท้าพลิกทับกันจนร่างแบบบางล้มไปกองกับพื้นในห้องโถงทันที“แม่นางชิงตาน!” ฉูหนิวรีบวิ่งเข้าไปประคองนางในทันทีโดยไม่สนสายตาคนอื่น“อาหนิว ประคองข้ากลับห้องเถิด” น้ำเสียงสตรีด้านล่างเอ่ยออกมาแช่มช้า นางลุกขึ้นมาแล้วบอกลาชายหนุ่มทั้งหลายก่อนจะให้ฉูหนิวประคองกลับห้องพักของนาง โดยไม่สนสายตาที่จ้องนางเป็นมันจากชายเจ้าชู้ทั้งหลายขณะที่นางจะเปิดประตูเข้าห้องก็มีเสียงเรียกนางเพื่อรั้งร่างของสตรีร่างบางไว้ทันที “ชิงตาน”มู่ชิงตานเงยหน้าผู้มาเยือน จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่แม่เล้าม่อหรันผู้นี้ นางคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าแม่เล้าม่อจะต้องมาหานางอีกเรื่องเดิมอีกแล้วกระมัง...“ชิงตานคารวะท่านแม่” หญิงสาวที่ถูกประคองยอบกายเคารพหญิงสูงวัยอย่างนอบน้อม“ไม่ต้องให้ข้าพูดเจ้าคงจะรู้ว่าข้ามาเพราะเรื่องใด” แม่เล้าม่อหรันจ้องไปที่นางคณิกาตรงหน้าอย่างกดดัน ก่อนที่มู่ชิงตานจะจากมาเมื่อครู่นางก็
Baca selengkapnya
6 ประมูลราตรีแรก (2)
เมื่อราตรีมาเยือน ฉูหนิวก็เข้ามาประคองให้มู่ชิงตานนั่งพิงกับเตียง และลงมือบีบนวดข้อเท้านวลให้นายหญิงแผ่วเบา“พรุ่งนี้จะเป็นวันพักผ่อนประจำเดือนของแม่นางชิงตาน ในเมื่อขาท่านยังไม่หายเจ็บก็ยังไม่ควรออกไป...” ฉูหนิวมองด้วยแววตาน่าสงสารแม้จะบอกว่ามู่ชิงตานไปที่ใด ฉูหนิวย่อมไปที่นั้น แต่ทุกเดือนยามมู่ชิงตานออกไปพักผ่อนด้านนอกหอวสันต์สีชาด นางมักจะต้องรออยู่ที่นี่ อย่างว่า...สาวใช้อย่างนางไม่ได้มีวันพักผ่อนนี่นา“อาหนิว ข้าจำเป็นต้องออกไป ข้าไม่ได้อยากจะอยู่ที่แห่งนี้ไปตลอดหรอกนะ” ทุกเดือนแม่เล้าม่อหรันจะให้หญิงคณิกาสามารถพักผ่อนได้หนึ่งวัน โดยทั้งวันไม่ต้องรับแขก มู่ชิงตานมักชอบออกไปข้างนอกหอนางโลมเสมอ หากให้พักอยู่ในที่แห่งนี้นางไม่อึดอัดตายหรือ “พรุ่งนี้อาหนิวก็ออกไปพร้อมข้าเถิด ข้าจะไปขอท่านแม่ให้ อาหนิวก็ไปรอข้าอยู่ที่บ้านในตรอก ข้าอยากไปไหว้พระเสียหน่อย”“จริงหรือเจ้าคะ พรุ่งนี้อาหนิวตามแม่นางชิงตานไปได้จริงหรือเจ้าคะ” สาวใช้ตัวน้อยยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี“ข้าพูดแล้วไม่คืนคำ อาหนิวไปพักเถอะ”มู่ชิงตานยกยิ้มงามมองตามร่างสตรีตัวน้อยอย่างเอ็นดู พรุ่งนี้ก็ไปเยี่ยมบุรุษผู้นั้นเสียหน่อย...เม
Baca selengkapnya
7 บุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงิน (1)
มู่ชิงตานกำลังสับสนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็มาถึงเรือนของนางแล้ว ขณะนี้สาวใช้มากมายกำลังกุลีกุจอเข้ามาทางนาง บางคนเตรียมน้ำ บางคนจัดอาภรณ์ที่ถูกแขวนอยู่อย่างดีฉูหนิวก็ได้แต่ยืนทื่อ มองนายหญิงผู้เป็นนายถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา แต่ปากเล็กก็ยังไม่ลืมร้องเรียกแผ่วเบาจนแทบไม่มีผู้ใดได้ยิน “คุณหนูของอาหนิว...”มู่ชิงตานรู้ตัวอีกทีก็ถูกสาวใช้ในหอนางโลมฉุดดึงลงอ่างน้ำที่กำลังอุ่นได้ที่ ขัดผิวนางจนหญิงงามหน้าเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์เจ็บเหลือเกิน! ขัดให้ผิวนางถลอกเลยกระมังเมื่อสวมชุดอาภรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปล่อยให้มู่ชิงตานนั่งอยู่ในห้องรอเวลา ปล่อยให้นางคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ มันช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก“แม่นางชิงตาน อาหนิวแอบเอาของว่างมาให้รองท้องเจ้าค่ะ” ฉูหนิวเดินเข้ามาในมือถือแป้งทอดแผ่นบางที่ค่อนข้างไหม้เกรียม แต่นั่นกลับทำให้สาวงามที่นั่งบนเตียงหัวเราะออกมาน้อยๆ“ขอบใจอาหนิวมาก”นางรับแป้งทอดไหม้ๆ มาอย่างเต็มใจก่อนจะกัดกินคำเล็กอย่างระวัง มู่ชิงตานกำลังรู้สึกว่าแป้งที่กำลังร้อนมันไหลผ่านลำคอนางลงไปยังท้องน้อยจนทำให้นางอบอุ่นไปพร้อมๆ กันความจริงแล้วแม่เล้าม่อสั่งไม่ให้คนนำอาหารมาให้นาง เนื่อ
Baca selengkapnya
8 บุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงิน (2)
สาวใช้ข้างกายแม่เล้าม่อเห็นนางตะลึงงัน สาวใช้จึงก้มมองรายชื่อที่เข้าร่วมประมูลงานในครั้งนี้ก่อนจะกระซิบบอกแม่เล้าเสียงเบาเมื่อได้ยินสาวใช้กระซิบบอกนางจึงได้หลุดจากภวังค์ที่ตกตะลึงอยู่เนิ่นนาน แม่เล้าม่อจึงชักสีหน้ากลับมาได้ในที่สุด “คุณชายโม่ห้าพันตำลึงทอง มีผู้ใดจะเสนอมากกว่านี้หรือไม่”ทุกคนในห้องโถงหายใจไม่ทั่วท้อง ห้าพันตำลึงทอง! คนผู้นี้ยังมีสติอยู่หรือไม่ ถึงแม้พวกเขาจะอยากได้คืนแรกของมู่ชิงตานก็ยังมีสติดีพอที่จะไม่จ่ายเงินเกินตัวเช่นนี้ หลังผ่านคืนแรกของนางไปพวกเขาค่อยมาลิ้มลองนางก็ยังไม่สาย“เป็นอันว่าห้าพันตำลึงทองขาด ราตรีแรกของมู่ชิงตานได้แก่คุณชายโม่!”“แต่ข้ามีข้อเสนออยู่สักหน่อย” บุรุษสวมหน้ากากที่ถูกเรียกว่าคุณชายโม่เอ่ยขึ้นช้าๆแม่เล้าม่อก็ไม่ทำให้ให้เขาผิดหวังรีบตอบไปในทันที “เชิญคุณชายกล่าวเจ้าค่ะ”“ห้าพันตำลึงทองแลกกับไถ่มู่ชิงตาน พร้อมสาวใช้ข้างกาย” น้ำเสียงไม่ดังมากและไม่เบามากเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ“นะ นี่มัน”แม่เล้าม่อหรันเผยสีหน้ากระอ่วนใจ ก่อนจะเห็นบุรุษสวมหน้ากากลูบใบหน้าข้างแก้มซ้ำไปมาให้แม่เล้าม่อหรันเห็นบุรุษผู้นี้รู้เรื่องรอยแผลเป็น!ห้าพันตำลึงทองแลกกับมู่ช
Baca selengkapnya
9 บุรุษคนเถื่อน! (1)
3แม่เล้าม่อหรันตกใจ จากลาภก้อนโตมาอยู่ในมือจากนั้นกลับพัดปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีโจรราคะขโมยสินค้าราคาห้าพันตำลึงทองของนางหายไปแล้ว!“เช่นนั้นคืนนี้ข้าก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่นี่อีก”บุรุษสวมหน้ากากเอ่ยขึ้น เมื่อหยิบตั๋วเงินห้าพันตำลึงทองกลับเข้าไปในอกเสื้อแล้ว เขาก็พาเหล่าผู้ติดตามเดินออกจากหอโคมเขียวแห่งนี้ทันที แต่เดินไปได้เพียงสองก้าวก็หยุดลงแม่เล้าเห็นเช่นนั้นก็นึกว่าชายหนุ่มฐานะร่ำรวยผู้นี้จะอยู่สำราญต่อที่นี่ เลยตั้งใจจะไปประจบประแจงแต่ถูกเขาขัดขึ้นมาเสียก่อน“ไม่ไปหรือไร”ฉูหนิวที่เดิมทีตกใจเรื่องมู่ชิงตาน ถูกบุรุษสวมหน้ากากถามขึ้นก็สะดุ้งโหยงทันที “ปะ ไปเจ้าค่ะ”“เดี๋ยวก่อนสิคุณชาย! เงินห้าพันตำลึงทองข้าก็คืนท่านไปแล้วแต่เหตุใดท่านจึงจะเอาคนของข้าไปอีก” แม่เล้าม่อหรันเอ่ยขึ้นน้ำเสียงฟังดูรั้นอยู่หลายส่วนฉูหนิวเริ่มหมดความมั่นใจ ในเมื่อมู่ชิงตานโดนชิงตัวไปแล้ว คุณชายผู้นี้เขาจะรับนางออกไปอีกหรือไม่ชายหนุ่มมองฉูหนิวด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะไปดึงแขนนางออกมาแล้วเร่งฝีเท้าทันที “ไป!”“นี่!” แม่เล้าม่อหรันวิ่งตามจะไปชิงตัวคนของนางคืน แต่กลับถูกผู้ติดตามของชายหนุ่มสวมหน้ากากชั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status