Se connecterในขนาดที่ทุกคนกำลังสลับกันเฝ้ายาม ก็มีเสียงเอะอะโวยวายมาจากที่ไกลๆ ชิงอี่ที่ระวังตัวอยู่แล้วเลยลุกไปใช้กล้องอินฟาเรดสำหรับส่องกลางคืนดูเหตุการณ์
"ช่วยด้วยมีโจร"เสียงชาวบ้านร้องกระโกนขอความช่วยเหลือ มีคนร้านประมาณ40คนกรูเข้ามาปล้นชาวบ้านที่ลี้ภัย เมื่อเห็นดังนั้นชิงอี่เลยรีบบอกครอบครัวเธอที่เป็นผู้หญิงและเด็กหลบกันอยู่เงียบๆ "พวกท่านอยู่ในเกวียนอย่าส่งเสียงหรือออกมาเป็นอันขาดนะเจ้าค่ะ"บอกคนในเกวียนแล้วก็ใช้ผ้าคุ้มนาโนที่มีคุณสมบัติพลางตาคนได้ "พวกแกอย่าส่งเสียงนะอยู่เฉยๆแล้วจะปลอดภัย"หญิงสาวไม่ลืมสั่งสัตว์เลี้ยงด้วย ส่วนคนหนุ่มเธอก็ให้ใส่ชุดเกาะนาโนอย่างน้อยก็ป้องกันลำตัวได้ ครอบครัวหลีและครอบครัวหวองแยกย้ายกันไปช่วยต่อสู้กับโจรป่า ส่วนเธอก็ใช้ปืนไรเฟิลส่องยิงอยู่บนต้นไม้ เธอสอยคนร้ายเหมือนใบไม้ร่วง "เฮ้ยยย ใครมันลอบทำร้ายพวกเราว่ะ"โจรป่าคนหนึ่งตะโกนบอกเพื่อน "มันมีอาวุธลับ พวกเราระวัง"เสียงโจรอีกคนบอกเพื่อน "ฆ่าพวกมันทุกคนอย่าให้เหลือ"พอได้ยินแบบนั้นชิงอี่ก็เล็งไปที่คนพูดแล้วรั้นไกทันที ส่วนสมาชิกบ้านหลีกับบ้านหวองต่อสู้จนโจรพากันบาดเจ็บล้มตาย "ว้ายยยย..ช่วยด้วยมันมากันแล้ว"เสียงเมียหัวหน้าหมู่บ้านร้องขึ้น เฟยเทียนที่ได้ยินก็เข้าไปช่วยเหลือโดยเอากระบองลูกตุ้มฟาดใส่คนร้าย ที่ละสองคนจนพวกโจรไม่กล้าเข้าใกล้ "พวกเราถอยก่อน"แล้วเหล่าโจรก็ช่วยกันแบกพักพวกที่บาดเจ็บกลับไป ชิงอี่ยิงตัวสะกดรอยไปที่หนึ่งในคนร้าย เธอไม่คิดจะปล่อยให้พวกมันสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนต่อไปแน แต่ก่อนอื่นต้องดูชาวบ้านก่อน "มีใครได้รับบาดเจ็บมั้ยเจ้าค่ะ"พูดไปก็มองชาวบ้านไปด้วย "ส่วนใหญ่จะตกใจกันนะ แต่ไม่ถึงกับได้รับบาดเจ็บมาก"เสียงแม่เฒ่าฟางเอ่ยขึ้น "ต้องขอบคุณครอบครัวหลีและบ้านหวองที่ช่วยไล่พวกโจรกลับไป"หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขอบคุณบ้านหลีและบ้านหวอง "เราช่วยกันเข็นศพไปทิ้งไกลๆจากกลุ่มเราดีกว่าขอรับ พวกสัตว์ได้ไม่ตามกลิ่นมาหาพวกเรา "เสียงชาวบ้านคนหนึ่งเสนอขึ้น แล้วชาวบ้านก็ช่วยกันขนศพพวกโจรไปทิ้งไกลๆ "คืนนี้คงไม่มีใครหลับสนิทแนนอน งั้นก็สลับกันเฝ้ายามแล้วกันนะ"หัวหน้าหมู่บ้านสั่งการกับลูกบ้านทันที เมื่อจบเรื่องชิงอี่ก็มาเอาผ้าคุมนาโนออก แล้วให้ทุกคนดื่มยาบำรุงกันคนละขวด "พวกท่านเฝ้าระวังกันไปก่อนนะเจ้าค่ะ ข้าจะตามไปถล่มรังโจร พวกมันได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก " "ข้าไปด้วย..เจ้าไปคนเดียวจะเป็นอันตราย"เสียวหมิงไม่ยอมปล่อยให้น้องสาวไปคนเดียวแน เธอจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นสายตาที่แน่วแนของพี่ชายเลยพยักหน้า "งั้นพวกท่านค่อยเดินดูรอบๆกลุ่มนะเจ้าค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน เผื่อมีพวกมันตามแอบดูอยู่" พูดจบก็เปิดเครื่องติดตามตัวตามไปทันที "เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรเหรอ"เสียวหมิงเห็นน้องสาวมองที่มีไฟสีแดงกระพริกแล้วก็เดินตามมัน "เจ้านี้เขาเรียกเครื่องติดตามตัว ตามได้ถึง10ลี้เลยนะเจ้าค่ะ"เมื่อแสงสีแดงกระพริบถี่ๆแปลว่าพวกเขาไกล้ถึงรังโจรแล้ว "เดี๋ยวข้าจะขึ้นไปดูราดราวก่อนนะเจ้าค่ะ ท่านรอตรงนี้ เมื่อได้ยินเสียงข้าท่านก็กดตรงแล้วพูดได้เลยเจ้าค่ะ"เธอติดเครื่องสัญญาณเอาไว้ติดต่อกัน แล้วก็ปีนข้ามกำแพงด้วยความชำนาน 'น้องสาวเธอเก่งขึ้นมากจริงๆจากสาวขี้โรค' ชิงอี่ที่พอปีนเข้าไปในรังโจรแล้วก็ค่อยๆแฝงตัวไปตามมุมมืด "พวกเจ้าว่าอะไรนะ"หัวหน้าโจรที่นั้งอยู่บนเก้าอี้สูงก็ถามลูกน้องด้วยความไม่เชื่อ "พวกมันมียอดฝีมืออยู่ในขบวนด้วยนะลูกพี่ แถมมีอาวุธลับอีกด้วย พวกเราล้มตายเพราะอาวุธลับหลายสิบคนมาก ลูกพี่จะเอาไงดี" "มันจะเก่งไปกว่าพวกเราได้ไงว่ะ เอาแบบนี้ พวกเจ้าลอบบุกเข้าไปแล้วฆ่าพวกมันให้หมดไปตอนยามอิ๋มหรือยามเหมาพวกมันกำลังหลับสบายได้ไม่ระวังตัว" เขาคิดว่าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู คนได้รำลือความน่ากลัวของซุ้มโจรของพวกเขา ชิงอี่ที่แอบฟังก็หรี่ตามองพวกมันด้วยสายตาเย็นชา ในเมื่ออยากตายเธอจะสงเคราะห์ให้เอง หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปในครัว แล้วค่อยๆเทยาพิษลงไปในเหล้าเหลือไว้แต่อาหารที่ใส่ยานอนหลับอย่างแรงเพราะชิงอี่เห็นมีผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาด้วย งานนี้ใครจะรอดก็แล้วแต่เวรกรรมแล้วกัน เธอมีความปราณีให้ได้เท่านี้ แล้วเธอก็ไปหลบเพื่อรอเวลา สักพักก็ได้ยินเสียงร้องทุรนทุราย เลยเดินออกมาดูก็เห็นฝุงโจรนอนกระอักเลือดสินใจตาย แล้วก็ค่อยไล่เก็บที่ละคนที่แค่นอนหลับไปเว้นไว้แต่ผู้หญิง "พี่เสียวหมิง เข้ามาได้แล้ว"เธอเรียกให้พี่ชายเข้ามาช่วยจัดการอีกแรง พอเสียวหมิงเข้ามาเห็นสภาพโจรที่นอนตายเกลื่อนก็อึ้งไป "พวกผู้ชายฆ่าให้หมดเจ้าค่ะ"บอกกับพี่ชายทันทีแล้วช่วยกันตามเก็บงาน ชิ่งอี่เดินขึ้นไปที่ห้องหัวหน้าโจร ภายในห้องมีเอกสารสำคัญหลายอย่างที่หญิงสาวมองแล้วหรี่ตาทันที มันมีพวกขุนนางกังฉิงที่มีผลประโยชน์ด้วย "อะไรเหรออาอี่"เสียวหมิงเห็นน้องสาวมองสมุดบัญชีก็ถามด้วยความสงสัย "หลังฐานฉ้อโกงของพวกขุนนางนะ..เก็บไวก่อนเผื่ออนาคตได้ใช้"พูดแล้วก็เอาสมุดเอกสารต่างๆเอาไปเก็บในมิติปลอดภัยสุด ชิงอี่เดินไปที่ห้องด้านหลังที่มีกลไกอยู่ กลไกแค่นี่เธอเปิดมันได้อยู่แล้วแค่ใช้ระเบิด 'ตู๊มมม'แล้วประตูก็เปิดออก ทันที่ที่ประตู้เปิดออกข้างในที่เต็มไปด้วยทองตำลึงก็ปรากฏต่อหน้าสองพี่น้องทันที "โฮ...ทองเต็มไปหมดเลย"เสียวหมิงเห็นแล้วตาโต "ออกแรงจนเหนื่อย เห็นแบบนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย"ทองพวกนี้เธอไม่เหลือไว้ให้พวกขุนนางมันมาเจอแน "แล้วเราจะเอามันกลับไปยังไงละของตั้งมาก"เสียวหมิงไม่คิดว่าแค่สองคนจะขนไปกันหมดแนนอน เต็มที่ก็ทองไม่กี่สิบตำลึงเท่านั้น แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออก น้องสาวเขาก็แตะไปที่ข้าวของเหล่านั้นและพวกมันก็อันตรธานหายไปในพริบตา "ข้าจะไม่เหลือไว้ให้ไอ้พวกขุนนางโกงกินพวกนั้นแนเจ้าค่ะ" แล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันเก็บหลังฐานต่างๆเข้าไปในมิติ ก่อนจะออกจากรังโจรชิงอี่ก็รู้สึกอะไรบ้างอย่างจึงเดินไปตามทางแล้วไปเจอคุกใต้ดินที่มีทั้งผู้หญิงและเด็กถูกขังเอาไว้ พอพวกเขาเห็นชิงอี่ก็ร้องขอให้ช่วยปล่อยพวกนางด้วย ชิงอี่กับเสียวหมิงจึงพังกงขังแล้วปล่อยให้พวกเขาออกมา พอออกมาได้เหล่านักโทษก็โขกศีรษะขอบคุณเป็นการใหญ่ "พวกเจ้ามาจากไหน"เสียวหมิงถามเหล่านักโทษ "พวกข้าโดนจับมาเจ้าค่ะ พวกมันจะสลับกันปลอยให้พวกข้าไปปรนนิบัติ" "แล้วเด็กๆละ"ดูยังไงเด็กๆก็อายุไม่น่าเกิน6,7หนาวเล็กสุดก็ไม่น่าจะเกิน4หนาว "พวกมันจะเอาไปขายให้พ่อค้าทาสเจ้าค่ะ"หญิงคนหนึ่งอธิบาย "แล้วพวกเจ้ามีบ้านให้กลับมั้ย" "พวกเรามีบ้านให้กลับเจ้าค่ะแต่สองพี่น้องนี้เป็นลูกกำพร้าเพราะครอบครัวถูกโจรฆ่าตายหมด" ชิงอี่ก้มลงไปมองเด็กผู้หญิงสองคนที่กอดกันกลม ชิงอี่มองแล้วก็ถอนหายใจ หันไปมองหน้าพี่ชายก็เห็นแววตาไม่ต่างกัน "ข้ามีค่าเดินทางให้พวกเจ้าไว้เดินทางกลับบ้านเกิด เผื่อครอบครัวไม่ยอมรับก็ได้มีเงินไว้ตั้งตัว" เมื่อเดินออกมาถึงห้องโถงชิงอี่ก็หยิบตำลึงทองให้คนละ1000ตำลึงทองและให้ช่วยพาเด็กๆไปส่งถึงบ้านด้วย ส่วนสองพี่น้องซานซาวัย10หนาวกับหลิงหลงวัย3หนาวครึ่งคงต้องพากลับไปด้วย พอกลับไปถึงที่พักทุกคนก็รอสองพี่น้องกลับมา ครั้งพอเห็นเด็กน้อยที่เดินตัวสั่นมาด้วยก็ให้นึกสงสัย "พวกลูกไปพาเด็กมาจากไหนนะ" "ข้าสอบถามแล้ว ครอบครัวพวกเขาถูกโจรฆ่าทิ้งหมดเจ้าค่ะ เพราะเดินทางอพยพมาทั้งตระกูลเหมือนกันแต่กลับถูกโจรดักปล้นแล้วฆ่า เด็กๆทั้งสองกำลังรอพ่อค้าทาสมารับซื่อไปเจ้าค่ะ แต่ข้ากับพี่เสี่ยวหมิงไปเจอสะก่อน" แม่เฒ่าหวองฟังแล้วก็นึกสงสาร เลยก้มลงไปบอกกับเด็กทั้งสอง "บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่แค่เพิ่มตะเกียบอีกสองคู่จะเป็นไรไปเนอะ มาอยู่กับข้านี้แหละ " เด็กหญิงสองพี่น้องพอได้ยินก็คุกเข่าโขกศีรษะ "ขอบคุณนายหญิงเจ้าค่ะ"ซานซา "ขอบคุณเจ้าค่ะ"หลิงหลง "ไม่ต้องเรียกข้าว่านายทงนายท่านหลอก ข้ามันก็ชาวบ้านธรรดานี้แหละ เรียกข้าว่าท่านยายก็ได้" "เจ้าค่ะท่านยาย"สองพี่น้องพูดพร้อมกัน "แล้วกินอะไรกันมาหรือยังละพวกเจ้า"เนื้อตัวมอมแมมคงได้อาบน้ำสระผมแนพรุ่งนี้แต่ตอนนี้ให้เช็ดตัวไปก่อน ไห่เม้ยเลยจัดการจับเด็กๆทั้ง2คนเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ของซูซูใส่ให้แล้วจึงหาของกินให้เด็กๆทั้งสองรองท้อง ตอนนอนซานซากับหลิงหลงเลยตกลงได้นอนกับแม่เฒ่าหวอง ถึงเวลาเช้าขบวนก็เริ่มออกเดินทาง โดยทิ้งความเสียหายไว้มากมายให้ขุนนางที่มาเจอว่าใครมันช่างกล้าถล่มรังโจรที่น่าเกรงขามที่สุดและที่ทำให้ขุนนางที่มาเก็บกวาดตกใจคือสมุดบัญชีที่เป็นรายรับรายจ่ายต่างๆได้หายไปพร้อมกับสมบัติเต็มห้องไม่เหลือแม่แต่เศษทองให้เห็นฮูหยินใหญ่ยืนดูท่านหมอตรวจลูกสะใภ้ด้วยความห่วงใย ลูกสะใภ้นางปกติแข็งแรงไม่เคยนอนป่วย จะเป็นอะไรหรือไม่นะพอท่านหมอตรวจเสร็จก็หันมายิ้มแล้วบอกอาการ"ชีพจรมงคล นางกำลังตั้งครรภ์ได้เดือนหนึ่งแล้ว..เดี๋ยวข้าจัดยาแก้แพ้อาการและบำรุงครรภ์ให้ ช่วงนี้ก็ให้ฮูหยินน้อยนอนพักให้มาก" พอท่านหมอบอกว่าลูกสะใภ้นางตั้งครรภ์ฮูหยินใหญ่ถึงกับยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความดีใจ"อี่เอ๋อกำลังจะมีทายาทให้ตระกูลไป๋..ดีๆ ต่อไปนี้จวนเราจะได้คึกครื่น"นางจะมีหลานแล้ว "เจ้าเป็นไงบ้าง ต่อไปนี้ห้ามออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วนะ ต้องดูแลตัวเองด้วย"ชิงอี่พอได้ฟังแม่สามีบอกก็ทำหน้าเซง งานเธอมีออกเยอะแยะ ไหนจะอ๋อนตวนคิดกอกบฏอีก จะให้เธอนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ขอนอนหลับตาก่อน บ้านหมุนลืมตาไม่ไหวจริงๆ ฮูหยินใหญ่อยู่ดูแลลูกสะใภ้อย่างใกล้ชิด แล้วสั่งให้ในครัวทำโจ๊กเกลือกับยำผักดองให้ลูกสะใภ้กินรองท้อง แล้วไม่ลืมให้คนไปส่งข่าวบอกบ้านคนสกุลหลีให้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วย พระชายาจิวจิวรู้ข่าวว่าพี่สะใภ้ตั้งครรภ์ก็รู้สึกอิจฉา พี่สะใภ้ผู้นี้วันๆทำแต่งานแถมยังออกรบกับสามีอีก ร่างกายทำงานหนักไม่น่าจะท้องได้ง่าย ส่วนตัวนางเองบำรุงทุก
เมื่อกล้องอินฟาเรดจับความร้อนของคนได้และตรวจสอบจนมั่นใจว่าเป็นทหารของอ๋องตวนไม่ใช้ชาวบ้าน แม่ทัพหนุ่มก็เตรียมให้ทุกคนโจมตี แต่ชิงอี่กลับให้ใช้ยาพิษเธอยิงใส่กลุ่มทหารที่มีเกือบร้อยนายอย่างตั้งตัวไม่ติดพร้อมปืนเก็บเสียง การโจมตีต้องให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ทหารที่ซ้อนตัวกลุ่มอื่นรู้ตัวเธอยังให้ธนูที่สามารสยิงลูกธนูได้ครั้งละ4ดอกและยิงโดนเปาอย่างแม่นยำแก่ทหารฝีมือดีของสามี เมื่อจัดการทหารกลุ่มแรกได้ก็หาทหารกลุ่มอื่นที่ซ้อนตัวกระจายทั่วป่า "ถ้าเรามัวแต่หาที่ละกลุ่มแบบนี้จะเสียเวลา ไม่สู้เราแยกกลุ่มกันไปจัดการน่าจะดีกว่า"อ๋องชินเสนอแนะความคิดซึ่งแม่ทัพหนุ่มก็คิดตาม ทั้งหมดเลยจัดกลุ่มๆละ5คนเพื่อแยกตัวไปโจมตีและนัดมารวมตัวที่ชายป่าเมื่อเสร็จงาน ชิงอี่ให้อาวุธพิษและกล้องอินฟาเรดและบอกวิธีการใช้ ป่าแห่งนี้กล้างใหญ่ การหากลุ่มคนนั้นไม่บากแต่มันต้องแยกให้ออกก่อนว่าผู้คนกลุ่มนั้นเป็นชาวบ้านจริงหรือทหารในยามค่ำคืนแบบนี้สิยาก เมื่อแยกตัวกลุ่มของไป๋เฮอหมิงซึ้งแนนอนมีเขากับภรรยาและเจ้าสองเผือกเป็นผู้ช่วย ก็ทำอะไรถนัดขึ้นเพราะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย สองสามีภรรยาให้เจ้าสองเผือกหากลุ่มคนให้ เ
ไป๋เฮอหมิงมองอ๋องตวนตรงๆอย่างไม่หลบสายตา อ๋องตวนเลยยกจอกสุราขึ้นมายกตรงหน้าให้แม่ทัพหนุ่มหเป็นการชนจอก ชิงอี่ที่มองการกระทำของอ๋องผู้นี้ก็ให้รู้สึกหมั่นใส้ยิ่งหนัก คนอะไรแค่เห็นหน้าก็อยากชกหน้า ด้วยฮองเต้ไม่ได้จัดงานมานาน งานเลี้ยงคืนนี้จึงจัดดึกจนฮองเฮาต้องเตือนฝ่าบาทว่าดึกแล้วควรเสด็จกลับตำหนักไปพักได้แล้ว ฮองเต้ถึงลุกแล้วกลับ แต่ก่อนกลับก็หันไปมองหน้าโอรสองค์โตก่อนจะเสด็จออกจากงาน ขันทีประกาศเสียงดังการเสด็จกลับของฮองเต้ ทุกคนในงานจึงลุกขึ้นคำความเคารพพอองค์เหนือหัวกลับองค์ชายและองค์หญิงก็เริ่มออกจากงานเลี้ยงกลับตำหนักที่พัก แขกในงานก็เตรียมตัวกลับเช่นกันเพราะดึกมากแล้ว องค์ชายสามเดินกลับตำหนักแต่ก่อนกลับพระชายาก็เดินมาหาชิงอี่แล้วกำชับให้เธอพาหลัวหลัวไปเที่ยวที่วังลิ่วหลง คนจวนโหวก็เตรียมตัวกลับ ชิงอี่เดินข้างแม่สามีโดยมีพ่อสามีเดินนำ คืนนี้ฮูหยินไป๋รู้สึกภูมิใจมากที่มีแต่คนชมลูกสะใภ้ไม่ขาดปากว่าเหมาะสมกับตระกูลไป๋เป็นอย่างมากเพราะนางทั้งสง่างามและเก่งสมกับเป็นภรรยาแม่ทัพลือชื่อรถม้าจวนโหวมีมา2คัน ของท่านโหวหนึ่งคันกับของแม่ทัพไป๋อีกหนึ่งคัน กลับถึงจวนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน พอก
การที่อ๋องชินมาประทับที่จวนโหว ทำให้สองสามีภรรยาคุยกันมากขึ้น ชิงอี่รู้ว่าสามีเธออยากให้ทั้งสองได้มีโอกาสเรียนรู้กันใหม่เพราะแต่เริ่มอ๋องชินไม่พยามเปิดใจให้ภรรยาเลยอ๋องหนุ่มห่วงแต่กองทหารไม่เคยใส่ใจพระชายา การที่อ๋องหนุ่มความจำเสื่อมอาจเป็นโอกาสดีของไป๋จิวจิวก็ได้เพราะอ๋องชินตอนนี้ดูเอาใจใส่พระชายากว่าแต่ก่อนมากตอนร่วมโต๊ะรับมื้อเย็นชิงอี่ก็เห็นได้ว่าอ๋องหนุ่มคอยเอาใจพระชายาจนนางยิ้มอย่างมีความสุข พระชายาจิวจิวช่วงนี้ดูสดใสใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข ตอนนี้อ๋องชินพักราชการรักษาตัวจนกว่าจะจำอะไรได้เหมือนเดิมถึงกลับไปรับตำแหน่ง ที่จริงแล้วความจำของอ๋องชินกลับมาเกือบหมดแล้ว เขาจำการต่อสู้ในสนามรบได้แต่ยังจำเรื่องราวในชีวิตตัวเองไม่ได้ ทุกเช้าเฮอหมิงจึงให้อ๋องหนุ่มฝึกการต่อสู้ทุกวันเพื่อความคล่องตัวและได้เกิดความเคยชิน ซึ่งอ๋องหนุ่มก็ไม่ทำให้แม่ทัพไป๋ผู้นี้ผิดหวัง ใกล้งานเลี้ยงฉลองในวังหลวง ฮูหยินเหล่าขุนนางต่างก็ไปร้านผ้าเพื่อตัดชุดใส่ไปงาน แม่สามีก็ให้สาวใช้มาเรียกชิงอี่ไปพบเพื่อเลือกผ้าไว้ใส่ไปงานเลี้ยงไปถึงเรือนใหญ่เห็นแม่สามีนั้งอยู่กับพระชายาจิวจิว เธอเข้าไปคารวะ "ลูกสะใภ้มาแล้ว
อ๋องชินถึงจะรักษาจนเลือดที่คั่งสลายหมดและขาก็ปกติแล้วแต่เขาก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่่ดี ชายหนุ่มอยากกลับไปหาท่านผู้เฒ่าทั้งสองไม่อยากอยู่ที่นี้ เขาไม่เข้าใจว่าในอดีตเขาจะจับดาบฆ่าคนได้เหรอ เขาชอบปลูกผักอยู่อย่างสงบมากกว่ามาจับดาบทางกองกำลังทหารก็กลับมาสงบอย่างเดิมเมื่อมีแม่ทัพปีศาจมาคุม แล้วเรื่องที่แม่ทัพหนุ่มไม่อยากได้ยินก็มาถึงจริงๆ"มีคำสั่งให้พวกเราพาท่านอ๋องกลับเมืองหลวง""แต่ถ้าเราไปจะไม่มีใครเฝ้าชายแดนนะ"ชิงอี่ไม่เข้าใจเพราะถ้าให้พวกเธอพาอ๋องชินกลับแล้วชายแดนจะอยู่ยังไง ถึงตอนนี้จะดูสงบแต่มันก็ยังวางใจไม่ได้ ต้องมีคนเฝ้าระวังตลอด"ฝ่าบาทส่งแม่ทัพเหอมาคุมแทนชั่วคราว เรื่องที่อ๋องชินความจำเสื่อมเข้าหูพระองค์ เลยมีคำสั่งให้พาท่านอ๋องกลับไปรักษาตัวด่วน"ก่อนกลับทั้งสองก็เตรียมเสบียงให้เหล่าทหารเต็มคลังเสบียงเพื่อให้ทหารได้รับอาหารที่มีประโยชน์และอิ่มท้อง "ระยะทางกลับเมืองหลวงห่างไกลเดินทางเป็นเดือนอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แบบนี้ระหว่างทางเราก็ต้องระวังตัวนะสิ"หญิงสาวคิดหนัก ถ้าลำพังเธอกับสามีไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่อ๋องชินนี้สิตอนนี้เขาเหมือนชายหนุ่มธรรมดาไม่มีวรยุทธใดๆ อันตรายเกิดกับเข
"ชินหลง..เป็นเจ้าจริงด้วย"เฮอหมิงเดินเข้าไปใกล้อ๋องหนุ่มที่ตอนนี้ยืนงงสับสนไปหมดว่าคนผู้นี้เรียกใคร"ท่านเรียกข้าหรือ"ชายหนุ่มชี้ตนเอง "ใช้นะสิ ท่านรู้มั้ยจิวจิวภรรยาท่านพอรู้ว่าท่านหายไปก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงขนาดให้สามีข้าออกตามหาท่านนะ"ชิงอี่พูดคำปกติตามสามี เพราะไม่อย่างให้ใครรู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร"ข้าต้องขออภัย เพราะเกิดอุบัติเหตุทำให้ความจำข้าหายไป ข้าเป็นใครแม้ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก ""เจ้าเป็นน้องเขยข้า เป็นแม่ทัพใหญ่ เมื่อสองเดือนที่แล้วอยู่ๆเจ้าก็หายตัวไปไม่มีร่องรอย ทุกคนเป็นห่วงเจ้ามากโดยเฉพาะบิดาเจ้า"อ๋องชินมีสีหน้าสับสน เขาตั้งตัวไม่ติด ตลอด2เดือนที่อยู่นี้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เขารู้สึกพอใจในชีวิตทุกวันนี้ ยังคิดว่าจะอยู่ดูแลผู้เฒ่าไปตลอด"ท่านกังวลเรื่องใดหรือ"เฮอหมิงเห็นความสับสนกังวลในสายตาของอ๋องหนุ่ม "ข้าเป็นห่วงท่านผู้เฒ่าทั้ง2ขอรับ"อ๋องหนุ่มตอบอย่างสุภาพพอผู้เฒ่าหยางได้ฟังก็ยิ้ม"เจ้าไม่ต้องห่วงพวกข้า เราสองผัวเมียอยู่มาได้ตั้งหลายปี ถ้าเจ้าคิดถึงพวกข้ามีเวลาว่างก็แค่แวะมาหาก็ได้"เมื่อผู้เฒ่าหยางพูดแบบนั้นชายหนุ่มเลยตัดสินใจกลับไปกับสองสามีภรรยา
ขนาดนั้นทหารยามที่ได้ยินเสียงการต่อสู้ก็เข้ามา พอเห็นสองนักฆ่าตาแดงถึงกับไปไม่ถูก ทั้งสองจึงใช้จังหวะนั้นหนี แต่ทหารก็ตั้งสติได้แล้วตามล่าผู้ร้าย ไป๋เฮอหมิงจึงพาชิงอี่เข้าไปแอบในมิติ พอทหารวิ่งไปอีกทางก็พากันออกมาแล้ววิ่งไปเพื่อออกจากวังหลวง แต่ด้วยทหารเต็มวังหลวงไม่ใช้เรื่องง่ายที่ทั้งคู่จะหนีออกไ
กองทัพพอมาถึงเขตชายแดนฮัวเปยแม่ทัพไป๋ก็ตั้งทัพออกรบทันทีโดยไม่มีการพัก "ท่านใส่ชุดนี้ไว้ข้างในก่อนออกไปรบ มันเป็นชุดนาโนช่วยป้องกันตัวท่านได้"ชิงอี่เอ่ยบอกแม่ทัพหนุ่ม ชายหนุ่มเลยเอาชุดมาใส่ไว้ด้านใน ส่วนชิงอี่ไป๋เฮอหมิงก็จะหาชุดเกราะให้นางใส่ แต่หญิงสาวไม่ชอบเพราะดูมันหนักไม่คล่องตัวเธอเลือกใส่ชุด
เมื่อมาส่งหญิงสาวถึงจวนเขาก็ลากลับ แต่หลัวหลัวน้อยกลับงอแงไม่ยอมให้ชายหนุ่มไป จนแม่ทัพหนุ่มต้องอุ้มจนเด็กน้อยหลับถึงกลับ แต่ก่อนกลับเขาก็ได้ส่งเครื่องมือส่งรหัสมอสไว้ให้หญิงสาวเพื่อมีอะไรก็ส่งรหัสบอกกัน หลีฟูพอแขกกลับเลยเดินเข้ามาหาบุตรสาวเพื่อถามข่าวคราว"เรียบร้อยมั้ยลูก.."เขาทั้งห่วงสำนักและห่ว
ถึงเมืองหลวงชิงอี่ก็ไม่ส่งองค์ชายสามกับพระชายาก่อน"หมดหน้าที่พวกหมอมฉันแล้วขอตัวก่อนนะเพคะ""เจ้ามาเที่ยวหาเราบ้างนะพาหลัวหลัวมาด้วย"พอจะแยกทางพระนางก็อดคิดถึงสหายไม่ได้"เพคะ สิ่งนี้ติดตัวไว้ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินหมุนกระบอกมันจะเป็นสัญญาณแล้วคนของสำนักพยักบินจะมาชวยเพคะ"บอกลาแล้วกลับสำนักพยักบินเพื่







