Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 12:20:13

ตอนนี้ไท่จื่อเป็นจุดรวมสายตาของทุกคน เพียงแค่เขาเผลอมองใครนานเกินไป จุดที่เขามองอยู่ก็จะเป็นที่สนใจตามไปด้้วย

“ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ย มีอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เสนาบดีจินเห็นว่าไท่จื่อมองไปยังหลิวหงเถานานจนเกินไปจึงได้ทักขึ้นเสียงเบา ในใจรู้สึกไม่ดีด้วยสตรีที่ไท่จื่อเผลอมองเป็นบุตรสาวของคนที่ตนไม่ใคร่ชอบหน้า

“อ้อ” ไท่จื่อไม่อยากให้ตัวเองดูเสียอาการมากไปกว่านี้จึงได้บอกเหตุผลออกมาตามตรง “เปิ่นไท่จื่อเห็นคุณหนูผู้นั้นก้มหน้าอยู่ จึงสงสัยว่านางเป็นอะไรไปหรือไม่”

เสนาบดีจินส่งสายตาให้บุตรสาวจัดการต่อ จินเซียนเหม่ยจึงเดินเข้าไปจับมือหลิวหงเถา ในตอนนั้นเองคนที่ตกเป็นเป็นเป้าความสนใจถึงได้สติขึ้นมาซ้ำยังสะดุ้ง ‘เฮือก’ จนคนที่อยู่ใกล้พลอยตกใจตามไปด้วย

“มีเรื่องอันใดหรือ”

หลิวหงเถาทำหน้าเหรอหรา เมื่อเงยหน้าขึ้นมาถึงเห็นว่าทุกคนล้วนจ้องมองมาที่ตนเป็นตาเดียวกัน

นี่ข้าสติหลุดไปถึงไหนแล้วเนี่ย!

คนที่มองด้วยใจริษยาก็จะคิดว่านางแสร้งดึงดูดความสนใจจากไท่จื่อ แต่ตัวไท่จื่อเองนั้นกลับมองหลิวหงเถาด้วยสายตาเอ็นดู

“ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยเห็นเจ้าก้มหน้าบีบมือตนเองอยู่นาน…ตายจริง เลือด!”

จินเซียนเหม่ยยกมือเรียวบางขึ้นปิดปากเมื่อเห็นว่ามีเลือดซึมออกมาจากมือของหลิวหงเถา ไท่จื่อรุดเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ ก่อนที่จะขอให้เสนาบดีจินไปตามหมอมาทำแผลให้นาง

“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรมากเพคะ ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะท่านเสนาบดี แผลไม่ได้ลึกมาก”

“ลึกหรือไม่ลึกเลือดก็ไหลออกมาแล้ว เป็นเด็กดีนั่งรอหมออยู่นิ่ง ๆ เถิดคุณหนู”

แค่เห็นไท่จื่อดูกระวนกระวายกับอาการบาดเจ็บของหลิวหงเถา ทุกคนก็ตะลึงมากพออยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ได้ยินคำว่า ‘เด็กดี’ หลุดออกจากปากเขาอีกก็ยิ่งอึ้งเป็นการใหญ่

คำถามมากมายผุดขึ้นในใจใครหลายคน เช่น ‘พวกเขาสนิทกันหรือ’ ‘รู้จักกันตอนไหน’ ‘สนิทกันได้อย่างไร’ และอีกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด

เมืองหลวงแคว้นชิงชิวเล็กนิดเดียว บุรุษบ้านไหนหมั้นหมายกับสาวบ้านใดไม่ใช่เรื่องที่สามารถปิดไว้ได้มิด แล้วยิ่งชินอ๋องอภิเษกกับหลิวตันตันเพราะสมรสพระราชทาน การแต่งงานการเมืองที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวหาได้รักใคร่กันมาก่อน ยิ่งตัดประเด็นที่ทั้งสองจะรู้จักกันผ่านชินอ๋อง

“ท่านหมอ เชิญทางนี้ขอรับ”

พ่อบ้านประจำตระกูลจินเชิญหมอหนุ่มดูอายุไล่เลี่ยกันกับไท่จื่อเข้ามาในห้องโถง เขาแวะทำความเคารพผู้เป็นใหญ่ที่สุดอย่างไท่จื่อกับทักทายเสนาบดีจินเพียงชั่วครู่แล้วค่อยเดินมาทางหลิวหงเถา

“ล่วงเกินคุณหนูแล้ว”

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างสุภาพพร้อมยิ้มให้คนไข้อย่างใจดี แต่กลายเป็นว่าสตรีในห้องโถงกลับมามีท่าทีเขินอายให้กับรอยยิ้มของหมอหนุ่มแทนหลิวหงเถาเสียงั้น

“รบกวนท่านหมอด้วยเจ้าค่ะ”

หลิวหงเถาผงกศีรษะให้เขาเล็กน้อยแล้วยื่นมือบางวางทับมือใหญ่ของท่านหมอที่มีผ้าสีขาวสะอาดทับไว้อีกทีเพื่อกันการสัมผัสกันโดยตรง

“ไปโดนอันใดมาหรือคุณหนู”

คำถามของหมอหนุ่มคือสิ่งที่ทุกคนต่างสงสัยไม่แพ้กัน หลิวหงเถาอึกอัก ใครจะกล้าบอกว่าตัวเองโมโหคนอื่นมาแล้วมาลงกับตัวเอง จึงได้ปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่

“เล็บของข้ายาวมาก คงเผลอไปโดนจนบาดเข้า”

แผลที่หมอหนุ่มเห็นดูอย่างไรก็เป็นการกดทับย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ จนเลือดไหลออกมา ไม่ใช่เกิดจากการบาดแน่นอน ตอนแรกเขาแค่อยากรู้ว่าหลิวหงเถาจะตอบว่าอย่างไร แต่ในเมื่อนางเลือกที่จะโกหก เขาจึงได้ยอมไหลไปตามน้ำ ไท่จื่อที่ยืนมองการทำแผลอยู่ด้านหลังก็เห็นตรงกันกับหมอหนุ่ม

แสดงว่าก่อนที่ข้าจะเดินเข้ามานางคงโดนกดดันจากเรื่องอะไรอยู่สินะ หากเสด็จอาเห็นคงปวดใจแย่เลย

“เสร็จแล้ว ช่วงนี้งดการสัมผัสน้ำไปก่อนสักสามวัน หรือไม่ก็จนกว่าปากแผลจะปิด”

ใช้เวลาไม่นานมากหมอหนุ่มก็ทำการรักษาหลิวหงเถาเสร็จ นางลุกขึ้นย่อกายขอบคุณเขาก่อนที่จะได้รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของหมอกลับมาเป็นของแถม สตรีที่มารุมล้อมอยู่ในตอนแรกจึงพากันกลับไปนั่งที่เดิม เสนาบดีหลิวเห็นทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้วจึงได้เอ่ยขึ้น

“หากคุณหนูหลิวไม่ไหวจะกลับก่อนข้าก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการเสียมารยาทแต่อย่างใด ว่าแต่ไหวหรือไม่”

ใจของหลิวหงเถานั้นอยากกลับตั้งแต่ฟังเรื่องของพี่สาวนางแล้ว แต่เมื่อรับปากมารดาว่าจะอยู่ให้จบงาน นางก็จะทำวันนี้ของนางให้ดีที่สุด

“เพียงเท่านี้ยังไกลหัวใจเจ้าค่ะ เชิญทุกคนสนุกกันต่อได้เลยนะเจ้าคะ ต้องขออภัยทุกคนด้วย โดนข้าทำเสียบรรยากาศหมดเลย”

เมื่อหลิวหงเถายืนยันว่านาง ‘ยังไหว’ เสนาบดีจินจึงได้นำเสด็จไท่จื่อไปยังที่นั่งฝั่งบุรุษ ก่อนไปก็กำชับบุตรีให้ดูแลแขกดี ๆ ด้วย ลำดับต่อไปของงานจึงเริ่มขึ้น นั่นคือการแข่งขันวาดภาพนั่นเอง

จินเซียนเหม่ยประกาศกติกาการวาดภาพว่าต้องเป็นบุปผา มีการแต่งกลอนลงในภาพและจะต้องเสร็จให้ทันก่อนงานจะเลิกหนึ่งชั่วยาม ผู้ตัดสินภาพวาดคือบุรุษทุกคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

สาวใช้นำอุปกรณ์วาดภาพมาแจกจ่ายแก่คุณหนูทุกคน แต่พอมาถึงโต๊ะของหลิวหงเถาก็หยุกชะงัก มองหน้าจินเซียนเหม่ยอย่างขอความเห็น

“หงเถา อยากวาดภาพหรือไม่”

“นั่นสิหงเถา ไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มวาดก็ไม่ได้เสียศักดิ์ศรีอะไรมากหรอก”

ประโยคแรกเป็นของจินเซียนเหม่ย ประโยคหลังคือจูจิ่วลี่ หลิวหงเถาได้ฟังแบบนี้ก็มีคำตอบให้กับใจตัวเองแล้ว

วันนี้คนที่เล่นงานข้ามากที่สุดไม่ใช่จินเซียนเหม่ยแต่เป็นจูจิ่วลี่!

“ไม่เป็นไร ข้าถนัดทั้งสองมืออยู่แล้ว โชคดีที่เป็นคนชอบทำให้ตัวเองเป็นคนมีความสามารถอยู่เสมอ”

ประโยคนี้หลิวหงเถาตั้งใจแซะจูจิ่วลี่ตรง ๆ ใครก็รู้ว่าจูจิ่วลี่ไม่ได้มีความสามารถในการวาดภาพถึงขั้นทำให้เป็นที่จดจำขนาดนั้น ต่างจากหลิวหงเถาที่ฝีมือฟ้าประทานมาก ชื่อเสียงด้านศาสตร์ชั้นสูงของสตรีในห้องหอจะต้องมีชื่อของนางติดอยู่ในลำดับต้น ๆ อยู่เสมอ

และที่นางสามารถใช้สองมือในการวาดภาพเขียนอักษรได้ดี นั่นก็มาจากการที่นางอิจฉาผู้อื่นจนเอากลับมาพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมนั่นเอง

“เอาล่ะ ๆ”

จินเซียนเหม่ยปรามจูจิ่วลี่อีกครั้ง จากนั้นก็พยักหน้าให้สาวใช้แจกอุปกรณ์วาดภาพให้หลิงหงเถา

การแข่งวาดภาพในวันนี้ไม่ได้มีกฎว่าจะต้องนั่งวาดอยู่สถานที่จัดงานเท่านั้น ทุกคนสามารถเดินออกไปชมสวน ชมบุปผาที่ไหนของจวนเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจก็ได้ เพียงแต่ว่าต้องส่งงานให้ตรงตามเวลา

และหลิวหงเถาก็เลือกจะออกมาเดินสูดอากาศด้านนอกแทนการวาดในห้องโถงกว้าง หนึ่งเลยคือนางอยากหลบหน้าจูจิ่วลี่ สองนางต้องการสมาธิในการวาดภาพ

แต่ไม่คิดว่าคนที่นางอยากหนีจะเดินตามออกมาด้วย!

“นี่ใช่วิธีเรียกร้องความสนใจหรือไม่”

หลิวหงเถาเลือกนั่งอยู่ข้างลำธารเล็กมุมหนึ่งของสวน อยู่ ๆ จูจิ่วลี่ก็เดินเข้ามานั่งบนโขดหินตรงข้ามนางพร้อมกอดอกถามอย่างเสียกิริยา

“เรียกร้องความสนใจจากใครหรือ”

หลิวหงเถาขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ แม้เรื่องที่เกิดในวันนี้จะดูได้รับความสนใจจากทุกคนก็จริง แต่นางก็ไม่ได้คิดว่าตนเองจะเป็นจุดสนใจเพราะเรื่องนี้

“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการเรียกร้องความสนใจจากไท่จื่อเตี้ยนเซี่ย ขอแสดงความยินดีด้วยนะ พระองค์ทรงสนใจเจ้ามากกว่าว่าที่คู่หมั้นอย่างจินเซียนเหม่ยแล้ว”

“พูดอะไรระวังปากหน่อยนะจิ่วลี่ ใครเขามาได้ยินเข้าจะหาเจ้าเป็นสตรีขี้อิจฉาได้”

จูจิ่วลี่เชิดหน้าขึ้น “ทำไม เจ้าเองก็ขี้อิจฉาเหมือนกันมิใช่หรือ ทำมาเป็นสั่งสอนข้าไปได้”

หลิวหงเถาเถียงไม่ออก เพราะยอมรับว่าตนเองขี้อิจฉาจริง ๆ นางสะบัดหน้าหนีจูจิ่วลี่แล้วขะมักเขม้นวาดภาพดอกบัวตรงหน้า ใช้เวลาไม่นาน ภาพก็ออกมาสมบูรณ์ทุกอย่าง นอกจากดอกบัวที่ตรงกับหัวข้อแล้ว นางยังเพิ่มกบตัวน้อย ๆ แล่บลิ้นออกมาเพื่อหวังจับแมลงตัวเล็กด้วย

“หัวข้อบุปผา แต่เจ้าวาดกบเสียดูเด่นเชียวนะ”

จูจิ่วลี่ตั้งท่ากอดอกเถียงกับหลิวหงเถาในตอนแรกอยู่ก็จริง แต่นางก็เลือกนั่งแหมะลงวาดภาพข้าง ๆ หลิวหงเถาด้วยเช่นกัน

ทำอย่างไรได้ ในเมื่อนางเองก็ไม่มีสหายอื่นให้คบแล้วเหมือนกัน!

“แรงบันดาลใจของภาพนี้คือเจ้าเชียวนะ”

จูจิ่วลี่ยิ้ม คิดว่าตัวเองต้องเป็นดอกบัวแน่

“เพราะว่ากำไลที่ข้าใส่ดูขาวบริสุทธิ์ใช่หรือไม่ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าอยากได้กำไลของข้าจริงๆ เดี๋ยวจะส่งไปให้เย็นวันนี้แหละ”

“เหอะ! ใครอยากได้ของของเจ้ามิทราบ เชิญนั่งกินแมลงอยู่ตรงนี้คนเดียวเถอะ”

จูจิ่วลี่นิ่งไปพักหนึ่งจนกระทั่งหลิวหงเถาเดินจากไปแล้วจึงคิดได้ว่าตัวกินแมลงที่นางว่าหมายถึงใคร

“กรี๊ด! ข้าไม่ใช่กบนะหลิวหงเถา เจ้ากลับมาคุยกับข้าให้รู้เรื่องก่อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 83

    ตอนพิเศษที่ : 3เริ่มต้นชีวิตคู่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยณ ห้องหอของบ่าวสาวคู่ใหม่ในวังปีศาจ สองบ่าวสาวคล้องแขนกันดื่มสุรามงคลที่เถาฮวาเฉินเป็นผู้ทำขึ้นมาเอง แน่นอนว่ารสชาติที่ได้ย่อมต่างจากสุราทั่วไปที่นางให้ผู้อื่น“รู้หรือไม่ว่าสุราที่เราให้ฉางฉ่างดื่มจะทำให้ฉางฉ่างไม่สามารถไปดื่มสุราที่ใดได้อีก”“ข้า

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 82

    ตอนพิเศษที่ : 2องค์ชายเล็กของแดนปีศาจ“ว้าว~นี่เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่เราได้มาเยือนพระราชวังของแดนปีศาจ ใหญ่โตดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบเหมือนกันนะฉางฉ่าง”หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแนบชิดกันมาสามวัน คำเรียกของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปแล้ว จาก ‘หยิ่นฉาง’ ก็เป็น ‘ฉางฉ่าง’ และจากเถาฮวาก็เป็น ‘เถาเถ่า’“ต่อไปที่นี่ก็คื

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 81

    ตอนพิเศษที่: 1กิจกรรมที่คนคบกันเขาทำกัน ณ พระราชวังแคว้นชิงชิว “ท่านว่าเรามองนางอยู่เช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว”“ไม่รู้สิ หนึ่งชั่วยามได้แล้วหรือไม่ ถ้าท่านรู้สึกว่าเสียเวลาก็ไปทำงานที่คั่งค้างไว้ก่อนได้เลย ข้าขอดูนางต่ออีกหน่อย”หยิ่นฉางส่ายหน้าเบาๆ “ได้ใช้เวลาอยู่กับท่าน เช่นนี้ไม่เรียกว่าเสียเวลาห

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 80

    เถาฮวาเฉินพูด :“อื้อ~สบายจัง”ข้าบิดขี้เกียจพร้อมกล่าวเสียงอู้อี้ออกมาขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิทอยู่ ข้ารู้สึกที่นอนนั้นช่างหนานุ่ม สามารถดูดวิญญาณของข้าให้อยู่บนนี้ได้ทั้งวัน แต่เดี๋ยวก่อนนะ…“ข้ามีเตียงแบบนี้ด้วยหรือ”“...จากที่ข้าลอบเข้าไปดูที่แดนดอกท้อ ไม่มีนะท่าน”เฮือก!เพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 79

    สิ้นคำที่หยิ่นฉางปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ ‘สุภาพชน’ เขาก็แสดงอาการตรงข้ามกับคำพูดนี้ทันทีโดยการอุ้มร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนแล้วหายวับกลับถิ่น ณ ดินแดนปีศาจในทันทีตุบ!“โอ๊ย!”หยิ่นฉางวางเถาฮวาเฉินลงบนเตียงอย่างแรงจนร่างบางรู้สึกเจ็บจนต้องร้องออกมา ใบหน้างามชักสีหน้าใส่เขา แต่หยิ่นฉางหรือจะสน ร่ายมนตร์สร้างอา

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 78

    “หึ! โดนเสด็จพ่อของพวกเจ้าลงโทษเรื่องใดมาเล่า ถึงได้มากวาดลานวัดเช่นนี้”“ท่านน้า”องค์ชายแฝดทั้งสองทิ้งไม้กวาดแล้ววิ่งเข้าไปหา ‘ท่านน้าหยิ่นฉาง’ ผู้ที่เวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เมื่อก่อนมีรูปลักษณ์เช่นไรตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน“พวกเจ้านี่นะ โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนกับลูกลิงอยู่

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 73

    เมื่อยามที่ก้าวเท้าเดินเข้าไปในตำหนักแล้วได้ยินเสียงอ้อแอ้ของเด็กหญิง เสียงพูดไม่ชัดของเด็กชาย เสียงใสของสตรีอันเป็นที่รัก มันทำให้ข้ารู้สึกถึงคำว่า ‘ครอบครัว’นึกอยากขอบคุณเสด็จอาในวันนั้นที่บอกให้เขาอย่าได้สัญญาว่าจะไม่แตะต้องนาง มิเช่นนั้นคืนวันเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้นในชีวิตเขา“เสด็จพ่อ”‘อีเกอ’

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 72

    “ตอนนี้องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองอยู่ตำหนักใดแล้ว”“เสด็จไปตำหนักใหญ่เพคะ ได้ยินมาว่าท่านอ๋องน้อยเสด็จมาพร้อมกับชินอ๋องด้วยเพคะ ก็เลยทรงอยู่เล่นด้วยกันก่อน”หลิวหงเถาพยักหน้ารับ จากนั้นก็หาอะไรมาทำคั่นเวลารอเด็ก ๆ ที่นางไม่ถามถึงองค์หญิงสามเป็นเพราะว่าคนที่ทำหน้าที่ฟูมฟักให้นางเลยก็คือไทเฮา แม้ฮองเฮา

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 71

    สามปีต่อมาแคว้นชิงชิวมีเหตุการณ์ทางการเมืองหลายสิ่งเปลี่ยนไป มีการผันเปลี่ยนบัลลังก์มังกรเกิดขึ้น ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นใด เพราะไท่จื่อดำรงตำแหน่งตั้งแต่อายุเพียง 20 ชันษา จนผ่านมาแล้ว 11 ปี ถึงได้ขึ้นครองราชย์เสียทีเรื่องที่เป็นประเด็นถกเถียงกันทั่วราชอาณาจักรคือสตรีใดที่จะได้ขึ้นเป็นฮ

  • ข้ามันสตรีขี้อิจฉา   บทที่ 70

    ก่อนที่จะหลับไปหลิวหงเถาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘นางตายแล้วใช่หรือไม่’ จนกระทั่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วเห็นใบหน้าของไท่จื่อเป็นคนแรก“...หม่อมฉันคิดว่าตัวเองตายไปแล้วเสียอีกเพคะ”คำว่า ‘ตาย’ เป็นคำพูดที่เขาเคยเฉย ๆ กับมัน แต่พอออกมาจากปากของนางเท่านั้น แค่ฟังก็ใจวูบโหวงแล้ว“ไม่เอา อย่าพูดแบบนี้ให้เราไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status