Share

ทำขนมมาฝาก

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 11:54:18

หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น

เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า

เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน

แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น

เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง

"ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้"

เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม

ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด

"มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน"

เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ

"ข้าพลาดอีกแล้ว"

หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน

หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที่นางเดินออกไป

เขาก้าวเท้าออกจากร้านอย่างรวดเร็ว

เสียงฝีเท้าเหยียบพื้นหินดังเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่กำลังเต้นแรง ความมุ่งมั่นในใจเขาแน่วแน่

หลิวเวินเซียนก้าวออกจากตลาดด้วยหัวใจหนักอึ้ง สายตาเขายังคงมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบแม้เพียงร่างหญิงสาวที่กำลังทำงานอยู่ในโรงน้ำชา ลมหายใจยาว ๆ พัดผ่านกลิ่นอาหารและฝุ่นถนน แต่กลับไม่สามารถพัดพาความผิดหวังออกไปได้

เขาก้มหน้าก้าวไปตามถนนที่คุ้นเคย จนถึงตระกูลหลิว

ความเงียบสงัดในโถงใหญ่ไม่ช่วยให้หัวใจสงบลง เพราะทันทีที่เขาก้าวเข้าบ้าน มารดาและญาติผู้ใหญ่ก็รอต้อนรับอยู่แล้ว

"อ้าว เวินเซียน เจ้ากลับมาเสียที" มารดาพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

"เหนื่อยมากหรือไม่"

หลิวเวินเซียนเงียบ ไม่ได้ตอบ

เพราะความผิดหวังและความสับสนบดบังทุกคำพูด

อาของเขา หลิวเสียนหาว ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ

"เจ้าหลานชาย เจ้าดูซีดเซียวอย่างนี้ น่าจะเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนหรือเปล่า"

แล้วพูดเสียงแผ่ว ๆ แต่ชัดเจน

"เรื่องผู้หญิงคนนั้น ข้าได้ข่าวแล้ว นางหนีตามชายอื่นไปแล้วจริง ๆ"

มารดาของเขาเข้ามาใกล้ กระซิบเบา ๆ

"เวินเซียน เจ้าควรลืมนางเสียที นางไม่คู่ควรกับเจ้าแล้ว เราหาผู้หญิงดี ๆ ไว้ให้เจ้า หลังสอบจบแล้วเจ้าควรตั้งใจเรียนให้สำเร็จ อย่าไปลุ่มหลงกับคนต่ำช้าเช่นนั้น"

คำพูดของทั้งสองเหมือนมีดกรีดเข้าหัวใจ หลิวเวินเซียนเงยหน้ามองเพดาน สายตาเย็นเฉียบ แต่ภายในใจกลับปั่นป่วน

"นางจะหนีตามชายอื่นตามที่ท่านแม่กับท่านอาพูดจริงหรือ ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องโกหกหรือไม่"

ความสับสนและความผิดหวังทำให้เขาเกือบจะหมดกำลังใจ แต่ความคิดเรื่องที่เขามีลูกที่อาจต้องลำบาก ทำให้ใจเขาสั่น

รอยยิ้มบาง ๆ ของเด็กในจินตนาการที่เคยรู้สึกแวบเข้ามา

"ข้าต้องตามหานางให้พบให้ได้ แม้ต้องขัดใจใครก็ตาม"

หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินไปที่หน้าต่าง

มองออกไปยังด้านนอก ในใจเขาตั้งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยว

"ข้าจะไม่ปล่อยมือนางอีกเป็นอันขาด"

เขาก้าวกลับเข้าไปในห้องภายใน

เตรียมตัววางแผน และคิดว่าจะเริ่มตามหาภรรยาทันที แต่ในใจยังคงเจ็บปวดจากคำพูดของมารดาและอาของเขา

ความโกรธปนผิดหวังและแรงผลักดันให้เขาต้องออกตามหา ทำให้ค่ำคืนนั้นยาวนานและเงียบสงัดกว่าเดิม

เช้าวันต่อมา

หลิวเวินเซียนสวมชุดนักศึกษา เตรียมตัวออกจากบ้านไปสำนักศึกษาอีกครั้ง

เขากำลังมองออกไปนอกประตู ทบทวนเส้นทางที่จะเริ่มออกตามหาหลี่อันหนิง

ทันใดนั้น เสียงเรียบสุภาพดังขึ้นด้านหลัง

"พี่เวินเซียน จะไปแต่เช้าหรือเจ้าคะ"

เขาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงนั้น เมื่อหันไป ก็พบหญิงสาวหน้าตาเรียบร้อย แต่งตัวเรียบร้อย ท่าทางอ่อนน้อมอย่างกุลสตรี ชูตะกร้าขนมหวานเล็ก ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง

"ข้านำขนมมาฝาก เป็นของขวัญให้พี่เวินเซียนคนขยัน"

น้ำเสียงนางนุ่มนวล แต่ในแววตาก็มีประกายบางอย่างฉายออกมา นางยืนตัวตรง ยืนห่างจากเขาตามมารยาทที่สตรีพึงกระทำ

หลิวเวินเซียนรับตะกร้าไว้ด้วยมือข้างเดียว พยักหน้าเพียงเล็กน้อย

"ขอบคุณ"

คำพูดที่เอ่ยออกไปทำให้เขานึกถึงหลี่อันหนิง ขณะนี้เขากำลังขอบคุณสตรีแปลกหน้า แต่กับนาง เขาแทบไม่เคยทำเช่นนี้

หญิงสาวพยักหน้าอ่อนหวาน พลางเอ่ยเสียงเบา

"ข้าหวังว่าขนมนี้จะช่วยให้การอ่านตำราของท่านราบรื่นเจ้าค่ะ"

หลิวเวินเซียนเพียงแค่รับฟัง ยิ้มบาง ๆ แต่สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่นาง

ในใจเขายังคงวนเวียนด้วยความคิดถึงหลี่อันหนิงและภาพอดีตที่เขาเคยหมางเมินนางผุดขึ้นไม่ขาดระยะ

หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง แต่ความสนใจของเขาไม่ได้อยู่กับนาง

นางพยายามรักษามารยาท ปล่อยให้รอยยิ้มยังคงหวานชื่น แต่ไม่สามารถดึงความสนใจของเขาได้

หลิวเวินเซียนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

"ขนมนี่ข้าขอแบ่งให้สหายกินด้วยกัน จะได้อ่านตำรากันอย่างราบรื่น"

หญิงสาวชะงัก คาดไม่ถึงว่าบัณฑิตผู้งามสง่าจะพูดจากับสตรีเช่นนี้ แต่เมื่อยังต้องรักษากิริยานางทำได้เพียงยิ้มจาง ๆ

เขาไม่พูดอะไรต่อเพียงก้าวเดินออกจากบ้านขึ้นหลังม้าควบออกไปโดยไม่หันมามองนางอีก

หญิงสาวยืนมองร่างสูงหายไปต่อหน้า

รู้สึกอับอายยิ่งนัก แม้นางจะพยายามทอดสะพานให้เขา แต่ดูเหมือนบุรุษคนนี้ไม่ได้สนใจนางเลย

นางกลับบ้านด้วยความผิดหวังเล็กน้อยแต่ยังคงปลอบใจตนเองว่าวันหนึ่งความจริงใจและความเสมอต้นเสมอปลายของนางคงเอาชนะใจชายหนุ่มได้

หลังจากหลายวันของการสืบข่าวและสังเกตรอบตลาด

หลิวเวินเซียนเริ่มจัดเส้นทางและวางแผนอย่างรอบคอบ

เขาไม่เพียงแต่ตามหาหลี่อันหนิง แต่ยังวางแผนดักรอในจุดที่นางมักไปทำงานรับจ้าง

เช้าวันหนึ่งเขายืนอยู่ด้านหลังร้านน้ำชาเล็ก ๆ มุมที่สามารถมองเห็นทุกซอกมุม

สายตาคมจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้ขยันขันแข็ง หลี่อันหนิง กำลังถือถังน้ำและผ้าชุบน้ำ ปัดกวาดหน้าร้านด้วยความตั้งใจ

เสี่ยวหลานตัวน้อยวิ่งไปหยิบผ้าแล้วช่วยแม่ปัดโต๊ะอย่างขะมักเขม้น

หัวใจของเวินเซียนเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น ภาพเด็กชายตัวเล็ก ๆ นั่งพิงข้างแม่ รูปร่างผอมแต่ดวงตาใสแจ่มชัด และรอยยิ้มเมื่อเห็นแม่ยื่นอาหารให้ หัวใจของเขาพลันหล่นวูบ

"เด็กคนนั้น ลูกของข้าหรือ"

เขากลืนน้ำลาย พยายามควบคุมลมหายใจ มือกำแน่น แต่สายตาไม่ละจากแม่ลูกตรงหน้า ทุกความทรงจำและความรู้สึกที่เก็บไว้มานาน ความผิดหวัง ความห่วงหา ความคิดถึง ทั้งหมดประเดประดังเข้ามาในใจ

หลิวเวินเซียนเริ่มขยับตัวอย่างระมัดระวัง เขาไม่เข้าไปทันที แต่แอบตามอย่างห่าง ๆ เพื่อดูเส้นทางกลับบ้านของนาง ทุกฝีก้าวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่หัวใจกลับลิงโลดไม่หยุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status