Share

บทที่ 5  

Penulis: ลิ่วเยว่
ทุกคนในที่แห่งนั้นล้วนเข้าใจ ทุกคนต่างนิ่งเงียบไม่ส่งเสียง ที่เงียบไป ย่อมมิใช่กำลังรู้สึกโศกเศร้าสงสารหลงจ่านเหยียน แต่แค่กำลังคิดถึงการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยเปลี่ยนแปลงขุนนาง ไม่รู้ว่าหลังฝ่าบาทสวรรคตและฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นกับตระกูลหลงบ้าง

นางเฉินฮูหยินของหลงฉางอี้ถามขึ้นด้วยความวิตกกังวล “ตอนนี้นางเด็กคนนั้นยอมเห็นด้วยแล้วหรือยังเจ้าคะ? ถึงยามนั้นเกิดร้องไห้โวยวายขึ้นมาจะทำอย่างไร?”

หลงฉางเทียนเอ่ยอย่างเย็นชา “นางจะตอบว่าไม่ยอมได้อย่างนั้นหรือ? ถึงยามนั้นแค่กรอกยานอนหลับแล้วส่งตัวเข้าวังไปก็สิ้นเรื่อง พอเข้าวังแล้ว ก็มีคนมาจัดการนางเอง!”

“พูดมาก็จริงเจ้าค่ะ!” นางเฉินผุดยิ้ม “คนในวังหลวง ฝีมือร้ายกาจ ถึงยามนั้นหากนางกล้าอาละวาดโวยวาย คงถูกทรมานสาหัสไม่ใช่เล่น!”

ทุกคนต่างยิ้มออกมา อนุภรรยาของหลงฉางอี้เอ่ยขึ้นพลางกลัวหัวเราะ “เพราะนางหาเรื่องเจ็บตัวเอง ใครใช้ให้นางดื้อรั้นเล่า?”

หลงจ่านเหยียนยืนฟังอยู่หน้าประตูได้ครู่หนึ่งแล้ว จากนั้นก็มีสาวใช้ที่สายตาเฉียบแหลมคนหนึ่งมองเห็นนาง จึงตะโกนว่า “คุณหนูใหญ่มาแล้วหรือเจ้าคะ?”

หลงจ่านเหยียนเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า คนในห้องโถงต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองนาง สายตาของทุกคนล้วนเฉยเมยเป็นที่สุด ไม่มีผู้ใดรู้สึกว่าสิ่งที่พูดเขาพูดคุยกันอย่างเย็นชาเมื่อครู่ คือความเป็นความตายของดรุณีตรงหน้า กลับรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยธรรมดาสามัญเรื่องหนึ่งมากกว่า

หลงฉางเทียนชำเลืองมองนางปราดหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่อยู่ในห้อง จะออกมาทำอะไร?”

หลงจ่านเหยียนเหลือบสายตามองหลงฉางเทียน เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “โบราณกล่าวไว้ เสือร้ายยังไม่กินลูก ในฐานะบิดา ท่านแม่ทัพไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ?”

หลงฉางเทียนมองนางด้วยความไม่พอใจ กรุ่นโกรธที่นางกล้าท้าทายอำนาจของตนเองอย่างเปิดเผยไม่ยำเกรง เขาเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ “สามหาว ในฐานะลูกสาว เจ้าทำประโยชน์อะไรให้กับตระกูลนี้บ้าง? เจ้าอยากจะให้ตระกูลหลงทั้งเจ็ดสิบสองชีวิตต้องจบลงบนแท่นประหารเพียงเพราะว่าเจ้าขัดขืนต่อราชโองการอย่างนั้นหรือ?”

“พวกท่านล้วนกลัวตาย แต่กลับให้ข้าไปตาย แบบนี้มันตรรกะอะไร? อีกอย่าง ต่อให้พวกท่านจะถูกราชวงศ์ตัดหัวจริง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า? ที่ข้าต้องเข้าวังไปสังเวยชีวิต มิใช่ความมุ่งมาดปรารถนาของท่านเองหรอกหรือ? เอาชีวิตข้าไปแลกกับเกียรติยศความรุ่งเรืองของตระกูลหลง ก็ต้องและด้วยอะไรบ้างสิ!”

หลงจ่านเหยียนพูดจบ ก็กวาดสายตามองทุกคนในห้องโถงนั้นด้วยสายตาเยือกเย็นดุดัน ก่อนจะเดินตรงไปนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือ

ทุกคนในที่แห่งนั้นต่างพากันอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อก่อนหลงจ่านเหยียนอ่อนแอขี้ขลาด มิต้องพูดถึงเรื่องโต้เถียงผู้ใหญ่ แม้แต่โดนตบหน้า ยังไม่กล้าหลบเสียด้วยซ้ำ เมื่อวานในขณะที่กำลังหารือกัน แค่นางเอ่ยว่าไม่ยินยอมออกมาประโยคเดียวนั่นก็อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของทุกคนแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ นางกลับกล้ามากถึงขั้นเอ่ยคำพูดที่พวกเขาต่างมองว่าผิดบาปมหันต์เช่นนี้

ที่สำคัญที่สุด นางยังกล้าเดินมานั่งตรงตำแหน่งหลักกลางห้องโถง ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเพียงนี้!

หลงฉางเทียนบันดาลโทสะในทันที ตะคอกด้วยเสียงโหดเหี้ยมว่า “เจ้าพูดบ้าอะไร? ลงมาซะ ที่ตรงนั้นใช่ตำแหน่งที่เจ้าจะนั่งได้หรือ? ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

หลงจ่านเหยียนหรี่ตา ยกยิ้มเย็นชาขึ้นมาตรงมุมปาก ก่อนจะเอ่ยว่า “ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ดีนี่ ไทเฮามีราชเสาวนีย์แต่งตั้งให้ข้าขึ้นเป็นฮองเฮาแล้ว เหนือหัวขุนนางแยกแยะชัดเจน ท่านแม่ทัพไม่ทำความเคารพข้ากลับบันดาลโทสะขึ้นเสียงใส่ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ขอถามท่านแม่ทัพสักคำ ตามกฎหมายต้าโจว ควรจะลงโทษเยี่ยงไรหรือ?”

หลงฉางเทียนไม่โกรธแต่กลับหัวเราะ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นน่าขนลุก “ดี เจ้ารู้จักพูดเช่นนี้คือดีที่สุด ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอีก ประเดี๋ยวกูกูสอนมารยาทในวังหลวงก็จะมาแล้ว นางเป็นคนสนิทของไทเฮา เจ้าจงจำคำที่เจ้าเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ให้ดี หากพลาดไปแม้เพียงเสี้ยวประโยค เจ้าได้เห็นดีแน่!”

หลงฮูหยินเดินขึ้นไปช่วยเกลี้ยกล่อม นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยอมรับโทษผิดว่า “ท่านพี่โปรดระงับโทสะ อย่าโทษนางเลยเจ้าค่ะ ต้องโทษที่ปกติข้าอบรมสั่งสอนนางไม่ดี จนนางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กิริยาวาจากลับหัวกลับหางไปหมด!”

แม้จะดูคล้ายว่าฮูหยินหลงกำลังพูดเข้าข้างหลงจ่านเหยียน ทว่าทุกคำทุกประโยค เป็นเหมือนเข็มพิษที่พุ่งเป้ามายังหลงจ่านเหยียนทั้งสิ้น ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กิริยาวาจากลับหัวกลับหาง สำหรับดรุณีที่ยังไม่ออกเรือนคนหนึ่งแล้ว นี่นับว่าเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงขนาดไหน?

หลงจ่านเหยียนหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางเลิกคิ้ว บนดวงหน้าสีซีดขาวกลับมีเสน่ห์อันที่สิ้นสุด ทว่าคิ้วและแววตาอาจจะดูดุดันโหดเหี้ยมไปสักหน่อย “หากฮูหยินจะขอขมา เหตุใดจึงไม่ไปขอขมาหน้าหลุมศพของท่านแม่ข้าเองเล่า?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 400

    “อ๊า...” นางส่งเสียงร้องอนาถออกมา ลมข้างหูราวกับกรอกเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ในใบหน้าเต็มไปด้วยลม นางแทบจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ความรู้สึกเสียน้ำหนักทำให้ลมหายใจของนางถูกดักไป ทรวงอกมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดนางยังร่วงลงไปไม่หยุด ก็ขณะที่นางนึกว่าตัวเองต้องร่างแหลกเหลวขาดอากาศตายนั้น ก็ราวกับถูกใครฉุดไหล่ขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมา ในตอนที่นางคืนสติก็ยืนอยู่บนผิวพื้นแล้วหมอกควันตรงหน้าสลายไปฉับพลัน ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อย ๆ แจ่มชัด นางยังไม่ทันมอง ได้แต่หายใจกระหืดกระหอบ“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”นางหอบหายใจชะงักงัน จึงเห็นจ่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” อาเสอพบว่าตัวเองเนื้อตัวเปียกปอน มีหยดน้ำไหลติ๋ง ๆ จากเส้นผม“เจ้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” จ่านเหยียนกล่าวเรียบอาเสอตกตะลึง เมื่อหันไปมอง นางเห็นเพียงทะเลสาบที่คนขุดอันกว้างขวาง ทะเลสาบมีใบบัวเป็นแถบ ๆ บดบังน้ำใสในทะเลสาบ“เมื่อครู่ข้าอยู่กลางอากาศชัด ๆ” อาเสอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้นานมากแล้ว“เจ้าเข้าค่ายกลลวงวิญญาณ” จ่านเหยียนลากแขนของนาง ครั้นกระโดดขึ้นเบา ๆ ปลายเท้าของจ่านเหยียนแตะอยู่บนต้นดอกท้อทีหนึ่งก็ตกอยู่หน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 399

    พระราชครูพาถงจื่อซั่งกลับอารามซานชิงที่เขาพำนักอยู่อารามซานชิงตั้งอยู่ในวังหลวง อยู่ทางตะวันตกของวังหลวง ห่างจากตำหนักเย็นเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นอาเสอตามเขาติด ๆ เขาก็เหมือนจะพบอาเสอแล้วเหมือนกัน ผ่อนความเร็วฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองเป็นระยะ ฉีกริมฝีปากยิ้มจาง ๆอาเสอตามไปติด ๆ แต่ขณะอยู่ในป่าดอกท้อกลับไม่เห็นร่องรอยของเขาอาเสอวนไปวนมา แต่ก็ออกจากป่าดอกท้อไม่ได้ ดอกท้อโรยราหมดแล้ว กิ่งไม้งอกใบเขียวอ่อนรับกับสายลมเริงระบำอาเสอวนอยู่ในป่าดอกท้อหลายรอบ วกไปวนมา สุดท้ายกลับหยุดอยู่สถานที่เดิม ๆอาเสอรู้ว่าตัวเองเข้าม่านอาคมที่พระราชครูวางไว้แล้ว นางจึงยืนนิ่งแล้วหลับตาฟังเสียงลมแยกแยะตำแหน่งจากนั้นก็เดินไปตามทางลม แต่... หลังจากที่นางเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ลมก็นิ่งไป ในอากาศราวกับมีกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างหนึ่งลอยมา นางพูดในใจว่าแย่แล้ว แต่นางสูดกลิ่นหอมเข้าไปแล้ว หัวสมองมึนงงทันใดป่าดอกท้อตรงหน้าหายไปฉับพลัน หมอกควันมวลหนึ่งพวยพุ่งตรงหน้า ท่ามกลางความขมุกขมัว นางเห็นแผ่นหินทางเดินทอดยาวออกไป นางลังเลขณะหนึ่ง ก่อนจะเหยียบแผ่นหิน สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางหมอกควันหนาทึบขึ้นเรื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 398

    ช่างลำบากใจเขามากจริง ๆ เพื่อความสุขของหลงอู่ เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนเหลือเกินนายท่านเฉินมองคุณหนูเฉิน “เซียงเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”คุณหนูเฉินใช้พัดกลมปิดบังใบหน้า เอ่ยด้วยความขวยเขินเล็กน้อย “ทุกอย่างสุดแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”หวังติ่งทังได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงอมยิ้มเอ่ย “นายท่านเฉิน หลงอู่ผู้นี้ถือว่าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ตอนนี้น้องสาวของข้าหมั้นกับคุณชายบ้านท่าน น้องชายบุญธรรมของข้ายังแต่งกับบุตรสาวของท่าน คิดดูแล้วเราสองครอบครัวช่างเป็นญาติที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นจริง ๆ”นายท่านเฉินก็ดูดีใจมากเช่นนั้น ถอนหายใจเอ่ย “ไอ้หยา หลานหวัง วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก เจ้าไม่รู้เรื่องข้าคิดหนักเรื่องแต่งงานของเซียงเอ๋อร์มานานเท่าใดแล้ว หากเป็นครอบครัวทั่วไป ย่อมตัดใจให้นางไปตกระกำลำบากไม่ได้ หากเป็นตระกูลใหญ่...”นายท่านเฉินพูดถึงตรงนี้ก็ไม่พูดต่อ หวังติ่งทังไม่เข้าใจความหมาย เพียงพูดด้วยความยินดี “ตอนนี้เรื่องมงคลสองครอบครัวได้กำหนดแล้ว เช่นนั้นคุณหนูเฉินออกเรือนก่อน จากนั้นก็คุณชายแต่งงาน ดูว่าวันใดจะเป็นฤกษ์ยามมงคล จะเลือกวันจัดเสียทีเดียว ขอเพียงคุณหนูเฉินออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 397

    ราชครูถงอยู่ในตำหนักฉือหนิงกับจงเสี้ยน วางร่างของถงจื่อซั่งไว้ที่ตำหนักหลัก จงเสี้ยนสั่งให้คนในตำหนักออกไปพร้อมเชิญพระราชครูมา“พระราชครู? เขายังอยู่ในวังหรือ?” ราชครูถงถามด้วยความประหลาดใจพระราชครูคือคนของเขา รับผิดชอบยุแยงตะแคงรั่วกับอดีตฮ่องเต้ แต่หลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต เขาเคยบอกว่าจะลากลับภูเขา ไม่นึกว่าตอนนี้ยังไม่ไป“เขาไปแล้ว แต่กลับมาเมื่อช่วงก่อน วิชาพรตของเขาล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนมาก ดูสิว่าเขาจะช่วยชีวิตจื่อซั่งได้หรือไม่” จงเสี้ยนเอ่ย“จื่อซั่งหมดลมไปแล้ว ต่อให้เขามีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศแล้วจะทำอะไรได้?” ราชครูถงเอ่ย“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านยังไม่เชื่อว่าโลกนี้มีหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่สามารถอธิบายได้หรือ? ท่านคิดว่าหลงจ่านเหยียนก็คือลูกสาวของหลงฉางเทียนจริงหรือ? ท่านพี่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย แม้เราจะหาคนมา แต่เบื้องหลังจะมีคนสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ก็ไม่รู้” จงเสี้ยนเอ่ยจากใจ“เจ้าคิดว่าหลงฉางเทียนกล้าสับเปลี่ยนตัวหรือ? ต่อให้เขามีพันหัวเขาก็ไม่กล้าหรอก” ราชครูถงหัวเราะเสียงเย็น“หลงฉางเทียนไม่กล้า แต่ท่านกล้าพูดว่ามู่หรงหล่างเทียนไม่กล้าหรือ? ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาหมดสติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 396

    จ่านเหยียนหัวเสียเล็กน้อย “สบายใจได้ ข้าต้องคืนชุดให้ท่านแน่”“เช่นนั้นก็ดี!” มู่หรงฉิงเทียนกล่าวจบก็เดินอาด ๆ ไปจ่านเหยียนคับอกคับใจกับเงาหลังของเขานานระยะหนึ่งจึงหมุนตัวกลับตำหนักบรรทมอย่างกรุ่นโกรธอาเสอกลับมาเห็นจ่านเหยียนหงุดหงิดอยู่คนเดียวในห้องจึงถาม “เป็นอะไรไปหรือ? ใครทำให้ท่านโกรธ?”“เปล่า!” จ่านเหยียนถือเข็มกับด้ายอยู่ในมือ เย็บเป็นเส้นตะขาบ แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “เจ้าว่าเขาหมายความว่าอย่างไร?”“ใครหมายความว่ายังไง?” อาเสอถามด้วยความสับสนจ่านเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรแล้ว”“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ใครทำให้ท่านโมโห? มู่หรงฉิงเทียนหรือ?” อาเสอถาม“เขาทำให้ข้าโกรธได้หรือ? เขาเป็นอะไรกับข้า?” จ่านเหยียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์อาเสอมองนางด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นะ น้ำเสียงการพูดของท่านมันมีปัญหา เขาไม่เป็นอะไรกับท่านจริง ๆ นั่นแหละ เขาจะทำอะไรย่อมไม่เกี่ยวกับท่าน แล้วท่านมาผายลมอยู่นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”“เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงเป็นคนหยาบคายอย่างนี้?” จ่านเหยียนอารมณ์ขึ้น คว้ารองเท้าปักลายบนโต๊ะแล้วไล่ฟาดนาง “เจ้ายังมีคำพูดอะไรที่ทุเรศกว่านี้อีกไหม? พูดก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 395

    อาเสอจึงได้แต่ส่งเหมย หลาน จู่และจวี๋ออกจากวัง ที่ทำก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปาก นางจ้างรถม้าส่งออกนอกเมืองในคืนนั้น แล้วล้วงเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งต้าเหมยรับเงินมาแล้วดึงแขนเสื้อของอาเสอ ถาม “โปรดบอกคุณหนูใหญ่ บุญคุณครั้งนี้ ชาตินี้ต้าเหมยไม่มีวันลืม หากมีโอกาสต้องตอบแทนแน่”อาเสอเอ่ย “ไม่หวังให้พวกเจ้าตอบแทน ถึงเวลาอย่าถูกคนหลอกใช้ก็พอ หนีเอาตัวรอดเถอะ ราชครูถงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปหรอก”ทั้งสี่ขึ้นนั่งรถม้าหนีเอาตัวรอดหลังจากที่อาเสอไป ต้าเหมยก็ให้สารถีหยุดรถ “ข้าจะกลับเมืองหลวง”อาจู๋ดึงเขาไว้ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ราชครูถงไม่ปล่อยเราหรอก”ต้าเหมยกระโดดลงรถม้าแล้วมองทั้งสามคน “คุณหนูใหญ่ไม่เคยเอาเปรียบเรา กระทั่งเวลานี้ก็ยังเป็นห่วงชีวิตของเรา ข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะกลับไป”“เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไรได้?” อาจู๋ถามต้าเหมยนิ่งเงียบพักหนึ่ง “ไม่รู้ แต่กลับไปแล้วค่อยว่ากัน”เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วพูดอีก “ชาตินี้เราอยู่ใต้น้ำลายคนอื่น ไม่เคยได้รับความเคารพจากใคร แต่คุณหนูใหญ่เห็นพวกเราเป็นคนจริง ๆ ข้าอยากเป็นคนอย่างแท้จริง ข้าไม่อยากเร่ร่อนเหมือนสุนัขไร้บ้าน”กล่าวจบเข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 234

    จ่านเหยียนยืนอยู่บนยอดเขา มองทิวเขาทอดตัวต่อกันเบื้องล่างชั้นเมฆหนาสีขาวบริสุทธิ์ มองออกไปราวกับผืนนางปุยฝ้ายไร้ที่สิ้นสุดเบื้องล่างภูเขามีไอพิษพวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นี่คือไอปีศาจร้ายกาจข้างใต้มีคนกำลังฆ่าฟันอย่างขยันขันแข็ง ฟางจี้จื่อสมกับที่เป็นผู้สูงส่งทางพรตอันมีชื่อเสียงของแคว้นต้าโ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 140

    เสี่ยวฮวายืนมองอยู่บนระเบียงทางเดิน เมื่อนางเห็นว่าฟางจี้จื่อมีวิชาพรตล้ำเลิศก็ตกใจจนขาอ่อนนานแล้ว ดีที่อาเสอและจ่านเหยียนเอาอยู่ มิเช่นนั้นนางต้องตัวอ่อนกองอยู่บนพื้นแน่แต่ทันทีที่กลดเหรียญทองปรากฏออกมา นางก็แอบลุ้นไปกับจ่านเหยียนแม้นางจะกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว อีกทั้งยังปกปิดอายปีศาจมิดชิด แต่ก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 150

    “คุณหนูใหญ่ ทรงหยั่งรู้จริง ๆ เพคะ”จ่านเหยียนหัวเราะเหอะ ๆ นี่นับเป็นการหยั่งรู้อันใด? ก็แค่พายุฝนเท่านั้น“สวรรค์ ฝนตกลงมาจริง ๆ ด้วย?” จิ้นหรูรีบเดินกลับ แล้วยิ้มกับจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่พระปรีชายิ่งแล้วเพคะ ทรงทราบได้อย่างไรว่าฝนจะตก?”“เมื่อคืนข้าดูดาว จึงรู้ว่าวันนี้จะมีฝน”“จริงด้วย เกือบ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 95

    จ่านเหยียนร้องเฮอะ “ที่หลงฉางเทียนมีนิสัยไม่มีเหตุผล ไร้ความเมตตาต่อผู้อื่นเช่นนี้ล้วนได้มาจากบรรพบุรุษอย่างที่คิดจริง ๆ”“เจ้ากล้านักนะ อยู่ในศาลบรรพชนตระกูลหลงของข้าแล้วยังจะกล้าพูดจาอวดดีเช่นนี้อีก?” ผู้เฒ่าผมขาวมองมาด้วยสายตาเดือดดาลจ่านเหยียนแย้มยิ้มชั่วร้าย “กระทั่งข้าเจ้าก็ยังไม่รู้จัก เมื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status