مشاركة

บทที่ 6  

مؤلف: ลิ่วเยว่
ใบหน้าของหลงฮูหยินพลันเปลี่ยนไป ทันใดนั้นก็เงยหน้าจ้องนางตาเขม็ง นางยังมิทันเอ่ยวาจา หลงฉางเทียนก็เอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมโหด “มารดาเจ้ามีอะไรต้องไปขอขมา? นางลำบากตรากตรำเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้กับนาง? คนเนรคุณไม่รู้ผิดชอบชั่วดี!”

“พวกท่านคืองูพิษ เหตุใดข้าจะเป็นคนเนรคุณไม่ได้?” หลงจ่านเหยียนยิ้มอย่างเยือกเย็น ยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเสียดสี สายตากวาดมองผู้คนโดยรอบ ทุกคนในที่แห่งนี้ล้วนแต่รังเกียจนางไปจนถึงเหยียดหยามดูถูกนางอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งอนุภรรยาของหลงฉางอี้ก็ยังมองนางด้วยสายตาดูแคลนอย่างถึงที่สุดเช่นกัน

หลงจ่านเหยียนถอนหายใจในใจ ร้ายดีอย่างไรก็เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพ ผู้อาวุโสรายล้อม ก็ควรจะได้รับความรักความเอ็นดูอย่างถึงที่สุด เมื่อก่อนเจ้ามีชีวิตอย่างไรกันแน่เนี่ย? เกรงว่าคงไม่อาจเทียบได้แม้แต่บ่าวรับใช้สักคนเลยกระมัง?

นางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “ทว่า แม้ไทเฮาจะมีราชเสาวนีย์ แต่ข้าไม่รับราชเสาวนีย์ ข้าไม่…แต่ง!”

ทุกคนในห้องโถงผงะไปเพราะประโยคนี้ของนาง สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที

หลงฉางอี้เดินขึ้นมาด้วยความโมโหก่อนจะชี้หน้าพลางตะคอกใส่หลงจ่านเหยียน “แม่หนูเหยียน เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก บิดาเจ้าเอาใจเจ้า กลั้นใจทุบตีเจ้าไม่ลง แต่ข้าในฐานะอา ใช่ว่าจะไม่กล้าลงโทษสั่งสอนเจ้า เข้าวังไปแล้วคนจะได้ไม่ต้องหัวเราะเยาะว่าจวนแม่ทัพเราขาดคนอบรมสั่งสอน!”

ประโยคนี้ แทบจะทำให้หลงจ่านเหยียนต้องหยุดทุกอย่างและปรบมือ ท่านพ่อเอาใจนาง? คนบ้านนี้ช่างเก่งนัก กลับผิดเป็นถูกกลับดำเป็นขาวเก่งจริง ๆ!

หลงจ่านเหยียนปรายดวงตาหงส์ขึ้น สายตาเย็นเย็นเยียบเฉียบคม เดิมหลงฉางอี้กำลังถลึงตาจ้องอีกฝ่าย ใบหน้าเดือดดาลเต็มที คอยเพียงหลงจ่านเหยียนเปล่งวาจาต่ำช้าหยาบคายออกมาอีกครั้งเดียวเขาก็จะเข้าไปตบหน้านางทันที ทว่าเมื่อได้สบสายตาเยือกเย็นเคร่งขรึมคู่นั้นของนาง เขากลับหวั่นเกรงขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

เขารีบตั้งสติทันที พลางนึกถากถางตนเองอยู่ในใจ นางเด็กชั้นต่ำคนนี้จะไปมีอำนาจบารมีอะไร? ก็แค่คิดว่าตนเองเป็นฮองเฮา แค่จิ้งจอกอาศัยบารมีเสือเท่านั้น ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากตำหนิ กลับได้ยินเสียงคนเปร่งเสียงดังมาจากนอกประตู “ฮูหยินผู้เฒ่ามาแล้ว!”

ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตัวขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่าหลง เป็นฮูหยินยศเก้ามิ่งขั้นสองซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เมื่อปีก่อนนั้นนางเคยร่วมศึกสงครามกับแม่ทัพหลงผู้เฒ่า สร้างคุณูปการทางการทหารไว้ ในบรรดาสตรีบรรดาศักดิ์ทั้งหมด นับว่ามีชื่อเสียงเลื่องลือโดดเด่น แม้กระทั่งฝ่าบาทและไทเฮายังเคารพนับถือ

หลายปีที่ผ่านมานี้ฮูหยินผู้เฒ่าแทบไม่ได้จัดการงาน แยกไปอาศัยอยู่ในมุมหนึ่งอย่างสันโดษ สงบจิตใจสวดภาวนาไหว้พระ

เพียงแต่จุดกำยานไหว้พระพุทธมานานหลายปี กลับไม่ทำให้ใบหน้าของนางดูมีความเมตตาอ่อนโยนอบอุ่นบ้างเลย ยังคงเต็มไปด้วยความดุดันเด็ดขาด เหมือนเมื่อตอนยังสาว ทั้งยั้งเปี่ยมล้นไปด้วยความน่าเกรงขาม

เพียงเห็นนางเดินนำบ่าวรับใช้ไม่กี่คนเข้ามา ทุกคนในห้องโถงก็หยัดกายลุกขึ้นยืนต้อนรับ หลงฮูหยินรุดเข้าไปประคองนางอย่างรีบร้อน พลางเอ่ยว่า “มีเหตุอันใดรบกวนท่านแม่ถึงขั้นต้องลำบากออกมาด้วยตนเองเจ้าคะ? ต่อให้จะเป็นเรื่องใหญ่เพียงใด แค่ให้คนมาเรียกสักคำก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ!”

ฮูหยินผู้เฒ่าปล่อยให้นางประคองจนกระทั่งเดินไปถึงตำแหน่งที่หลงจ่านเหยียนนั่งอยู่ หลงจ่านเหยียนไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย

ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางอย่างเย็นชา “แม่หนูเหยียนก็อยู่ด้วยหรือ?”

หลงจ่านเหยียนเห็นสีหน้านางขมึงทึงอย่างถึงที่สุด ก็เอ่ยว่า “ต้องอยู่สิเจ้าคะ ในเมื่อกำลังคุยถึงเรื่องของข้า”

ครั้นฮูหยินผู้เฒ่านั่งลงด้านข้างเรียบร้อย ก็มีสาวใช้คนสืบเท้าเข้ามารับไม้เท้าในมือของนางไป ก่อนจะล่าถอยไปยืนอยู่ด้านหลังนาง

หลงฮูหยินกับนางเฉินภรรยาของหลงฉางอี้รวมถึงนางหานที่เป็นอนุก็ถอยมาอยู่ด้านหลังฮูหยินผู้เฒ่าเช่นกัน สีหน้าสำรวมอย่างถึงที่สุด

ทว่าหลงฉางเทียนและหลงฉางอี้ยังไม่กล้านั่งลง เพียงแต่ยืนก้มหน้าประสานมืออย่างนอบน้อมสำรวมอยู่ด้านข้าง

หลงจ่านเหยียนเห็นท่าทางเช่นนี้ ก็รู้ทันทีว่าอำนาจการตัดสินใจของจวนแม่ทัพอยู่ที่ฮูหยินผู้เฒ่าท่านนี้เอง

ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าจะทำอย่างไรกับหลงจ่านเหยียน ใช้หัวเข่าคิดก็ยังคิดออก หากว่านางคิดจะปกป้องหลานสาวคนนี้จริง ก็คงไม่ให้นางทนทุกข์ทรมานอยู่กับความน้อยเนื้อต่ำใจมานานหลายปีเพียงนี้หรอก มิหนำซ้ำ พอถึงวัยออกเรือน ยังต้องถูกส่งตัวเข้าวังไปสังเวยชีวิตด้วยอีก

สายตาของฮูหยินผู้เฒ่ากวาดมองไปยังทุกคนในห้องโถง หนังตาเหี่ยวย่นหรี่ลงเล็กน้อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นถูกปกคลุมด้วยรอยยิ้มเย็นชา บาง ๆ “ได้ยินว่า ตระกูลเรากำลังจะมีฮองเฮาหรือ?”
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 400

    “อ๊า...” นางส่งเสียงร้องอนาถออกมา ลมข้างหูราวกับกรอกเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ในใบหน้าเต็มไปด้วยลม นางแทบจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ความรู้สึกเสียน้ำหนักทำให้ลมหายใจของนางถูกดักไป ทรวงอกมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดนางยังร่วงลงไปไม่หยุด ก็ขณะที่นางนึกว่าตัวเองต้องร่างแหลกเหลวขาดอากาศตายนั้น ก็ราวกับถูกใครฉุดไหล่ขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมา ในตอนที่นางคืนสติก็ยืนอยู่บนผิวพื้นแล้วหมอกควันตรงหน้าสลายไปฉับพลัน ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อย ๆ แจ่มชัด นางยังไม่ทันมอง ได้แต่หายใจกระหืดกระหอบ“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”นางหอบหายใจชะงักงัน จึงเห็นจ่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” อาเสอพบว่าตัวเองเนื้อตัวเปียกปอน มีหยดน้ำไหลติ๋ง ๆ จากเส้นผม“เจ้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” จ่านเหยียนกล่าวเรียบอาเสอตกตะลึง เมื่อหันไปมอง นางเห็นเพียงทะเลสาบที่คนขุดอันกว้างขวาง ทะเลสาบมีใบบัวเป็นแถบ ๆ บดบังน้ำใสในทะเลสาบ“เมื่อครู่ข้าอยู่กลางอากาศชัด ๆ” อาเสอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้นานมากแล้ว“เจ้าเข้าค่ายกลลวงวิญญาณ” จ่านเหยียนลากแขนของนาง ครั้นกระโดดขึ้นเบา ๆ ปลายเท้าของจ่านเหยียนแตะอยู่บนต้นดอกท้อทีหนึ่งก็ตกอยู่หน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 399

    พระราชครูพาถงจื่อซั่งกลับอารามซานชิงที่เขาพำนักอยู่อารามซานชิงตั้งอยู่ในวังหลวง อยู่ทางตะวันตกของวังหลวง ห่างจากตำหนักเย็นเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นอาเสอตามเขาติด ๆ เขาก็เหมือนจะพบอาเสอแล้วเหมือนกัน ผ่อนความเร็วฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองเป็นระยะ ฉีกริมฝีปากยิ้มจาง ๆอาเสอตามไปติด ๆ แต่ขณะอยู่ในป่าดอกท้อกลับไม่เห็นร่องรอยของเขาอาเสอวนไปวนมา แต่ก็ออกจากป่าดอกท้อไม่ได้ ดอกท้อโรยราหมดแล้ว กิ่งไม้งอกใบเขียวอ่อนรับกับสายลมเริงระบำอาเสอวนอยู่ในป่าดอกท้อหลายรอบ วกไปวนมา สุดท้ายกลับหยุดอยู่สถานที่เดิม ๆอาเสอรู้ว่าตัวเองเข้าม่านอาคมที่พระราชครูวางไว้แล้ว นางจึงยืนนิ่งแล้วหลับตาฟังเสียงลมแยกแยะตำแหน่งจากนั้นก็เดินไปตามทางลม แต่... หลังจากที่นางเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ลมก็นิ่งไป ในอากาศราวกับมีกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างหนึ่งลอยมา นางพูดในใจว่าแย่แล้ว แต่นางสูดกลิ่นหอมเข้าไปแล้ว หัวสมองมึนงงทันใดป่าดอกท้อตรงหน้าหายไปฉับพลัน หมอกควันมวลหนึ่งพวยพุ่งตรงหน้า ท่ามกลางความขมุกขมัว นางเห็นแผ่นหินทางเดินทอดยาวออกไป นางลังเลขณะหนึ่ง ก่อนจะเหยียบแผ่นหิน สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางหมอกควันหนาทึบขึ้นเรื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 398

    ช่างลำบากใจเขามากจริง ๆ เพื่อความสุขของหลงอู่ เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนเหลือเกินนายท่านเฉินมองคุณหนูเฉิน “เซียงเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”คุณหนูเฉินใช้พัดกลมปิดบังใบหน้า เอ่ยด้วยความขวยเขินเล็กน้อย “ทุกอย่างสุดแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”หวังติ่งทังได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงอมยิ้มเอ่ย “นายท่านเฉิน หลงอู่ผู้นี้ถือว่าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ตอนนี้น้องสาวของข้าหมั้นกับคุณชายบ้านท่าน น้องชายบุญธรรมของข้ายังแต่งกับบุตรสาวของท่าน คิดดูแล้วเราสองครอบครัวช่างเป็นญาติที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นจริง ๆ”นายท่านเฉินก็ดูดีใจมากเช่นนั้น ถอนหายใจเอ่ย “ไอ้หยา หลานหวัง วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก เจ้าไม่รู้เรื่องข้าคิดหนักเรื่องแต่งงานของเซียงเอ๋อร์มานานเท่าใดแล้ว หากเป็นครอบครัวทั่วไป ย่อมตัดใจให้นางไปตกระกำลำบากไม่ได้ หากเป็นตระกูลใหญ่...”นายท่านเฉินพูดถึงตรงนี้ก็ไม่พูดต่อ หวังติ่งทังไม่เข้าใจความหมาย เพียงพูดด้วยความยินดี “ตอนนี้เรื่องมงคลสองครอบครัวได้กำหนดแล้ว เช่นนั้นคุณหนูเฉินออกเรือนก่อน จากนั้นก็คุณชายแต่งงาน ดูว่าวันใดจะเป็นฤกษ์ยามมงคล จะเลือกวันจัดเสียทีเดียว ขอเพียงคุณหนูเฉินออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 397

    ราชครูถงอยู่ในตำหนักฉือหนิงกับจงเสี้ยน วางร่างของถงจื่อซั่งไว้ที่ตำหนักหลัก จงเสี้ยนสั่งให้คนในตำหนักออกไปพร้อมเชิญพระราชครูมา“พระราชครู? เขายังอยู่ในวังหรือ?” ราชครูถงถามด้วยความประหลาดใจพระราชครูคือคนของเขา รับผิดชอบยุแยงตะแคงรั่วกับอดีตฮ่องเต้ แต่หลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต เขาเคยบอกว่าจะลากลับภูเขา ไม่นึกว่าตอนนี้ยังไม่ไป“เขาไปแล้ว แต่กลับมาเมื่อช่วงก่อน วิชาพรตของเขาล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนมาก ดูสิว่าเขาจะช่วยชีวิตจื่อซั่งได้หรือไม่” จงเสี้ยนเอ่ย“จื่อซั่งหมดลมไปแล้ว ต่อให้เขามีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศแล้วจะทำอะไรได้?” ราชครูถงเอ่ย“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านยังไม่เชื่อว่าโลกนี้มีหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่สามารถอธิบายได้หรือ? ท่านคิดว่าหลงจ่านเหยียนก็คือลูกสาวของหลงฉางเทียนจริงหรือ? ท่านพี่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย แม้เราจะหาคนมา แต่เบื้องหลังจะมีคนสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ก็ไม่รู้” จงเสี้ยนเอ่ยจากใจ“เจ้าคิดว่าหลงฉางเทียนกล้าสับเปลี่ยนตัวหรือ? ต่อให้เขามีพันหัวเขาก็ไม่กล้าหรอก” ราชครูถงหัวเราะเสียงเย็น“หลงฉางเทียนไม่กล้า แต่ท่านกล้าพูดว่ามู่หรงหล่างเทียนไม่กล้าหรือ? ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาหมดสติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 396

    จ่านเหยียนหัวเสียเล็กน้อย “สบายใจได้ ข้าต้องคืนชุดให้ท่านแน่”“เช่นนั้นก็ดี!” มู่หรงฉิงเทียนกล่าวจบก็เดินอาด ๆ ไปจ่านเหยียนคับอกคับใจกับเงาหลังของเขานานระยะหนึ่งจึงหมุนตัวกลับตำหนักบรรทมอย่างกรุ่นโกรธอาเสอกลับมาเห็นจ่านเหยียนหงุดหงิดอยู่คนเดียวในห้องจึงถาม “เป็นอะไรไปหรือ? ใครทำให้ท่านโกรธ?”“เปล่า!” จ่านเหยียนถือเข็มกับด้ายอยู่ในมือ เย็บเป็นเส้นตะขาบ แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “เจ้าว่าเขาหมายความว่าอย่างไร?”“ใครหมายความว่ายังไง?” อาเสอถามด้วยความสับสนจ่านเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรแล้ว”“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ใครทำให้ท่านโมโห? มู่หรงฉิงเทียนหรือ?” อาเสอถาม“เขาทำให้ข้าโกรธได้หรือ? เขาเป็นอะไรกับข้า?” จ่านเหยียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์อาเสอมองนางด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นะ น้ำเสียงการพูดของท่านมันมีปัญหา เขาไม่เป็นอะไรกับท่านจริง ๆ นั่นแหละ เขาจะทำอะไรย่อมไม่เกี่ยวกับท่าน แล้วท่านมาผายลมอยู่นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”“เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงเป็นคนหยาบคายอย่างนี้?” จ่านเหยียนอารมณ์ขึ้น คว้ารองเท้าปักลายบนโต๊ะแล้วไล่ฟาดนาง “เจ้ายังมีคำพูดอะไรที่ทุเรศกว่านี้อีกไหม? พูดก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 395

    อาเสอจึงได้แต่ส่งเหมย หลาน จู่และจวี๋ออกจากวัง ที่ทำก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปาก นางจ้างรถม้าส่งออกนอกเมืองในคืนนั้น แล้วล้วงเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งต้าเหมยรับเงินมาแล้วดึงแขนเสื้อของอาเสอ ถาม “โปรดบอกคุณหนูใหญ่ บุญคุณครั้งนี้ ชาตินี้ต้าเหมยไม่มีวันลืม หากมีโอกาสต้องตอบแทนแน่”อาเสอเอ่ย “ไม่หวังให้พวกเจ้าตอบแทน ถึงเวลาอย่าถูกคนหลอกใช้ก็พอ หนีเอาตัวรอดเถอะ ราชครูถงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปหรอก”ทั้งสี่ขึ้นนั่งรถม้าหนีเอาตัวรอดหลังจากที่อาเสอไป ต้าเหมยก็ให้สารถีหยุดรถ “ข้าจะกลับเมืองหลวง”อาจู๋ดึงเขาไว้ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ราชครูถงไม่ปล่อยเราหรอก”ต้าเหมยกระโดดลงรถม้าแล้วมองทั้งสามคน “คุณหนูใหญ่ไม่เคยเอาเปรียบเรา กระทั่งเวลานี้ก็ยังเป็นห่วงชีวิตของเรา ข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะกลับไป”“เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไรได้?” อาจู๋ถามต้าเหมยนิ่งเงียบพักหนึ่ง “ไม่รู้ แต่กลับไปแล้วค่อยว่ากัน”เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วพูดอีก “ชาตินี้เราอยู่ใต้น้ำลายคนอื่น ไม่เคยได้รับความเคารพจากใคร แต่คุณหนูใหญ่เห็นพวกเราเป็นคนจริง ๆ ข้าอยากเป็นคนอย่างแท้จริง ข้าไม่อยากเร่ร่อนเหมือนสุนัขไร้บ้าน”กล่าวจบเข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 386

    ครั้นกล่าวคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็พากันตกตะลึงบรรดาสมุหพระอาลักษณ์มองหน้ากันทีหนึ่ง สีหน้าไม่สู้ดีนักสมุหพระอาลักษณ์เหลียงลุกขึ้นยืนประสานมือกับจงเสี้ยน “ไทฮองไทเฮา เรื่องนี้คือเรื่องของวังหลัง ไทฮองไทเฮาทรงจัดการก็พอ พวกกระหม่อมไม่เหมาะอยู่ มิเช่นนั้นพวกกระหม่อมขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ?”วันนี้ไทฮองไ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 378

    “ธุระสำคัญอันใดต้องลงไม้ลงมือ ใช้ได้ที่ไหน?” ฉีชินอ๋องกรุ่นโกรธมู่หรงฉิงเทียนกลับลากจ่านเหยียนไปอย่างไม่สนใจ ฉีชินอ๋องอยากตามไป แต่อาเสอกลับมุดออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้ดึงเขาไว้ “ท่านอ๋อง เราอยู่รอในตำหนักเถอะเพคะ ไม่มีอะไรหรอก อาซานมิกล้าทำอันใดคุณหนูใหญ่หรอกเพคะ”“อาซานไม่รู้จักสูงต่ำใหญ่แล้ว” ฉีชิ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 279

    นางทิ้งมือทั้งสองลง จากนั้นก็ค่อย ๆ หลับตาอาเสอตกใจ ยื่นมือออกไปทดสอบลมหายใจของนางฉับพลัน จากนั้นก็เงยหน้ามองจ่านเหยียนอย่างตกตะลึงจ่านเหยียนเอ่ยเสียงหนัก “ปกป้องหัวใจของนางก่อน”ถงไทเฮาหัวเราะเสียงเย็น ในดวงตามีความกระหยิ่มยิ้มย่องและสาแก่ใจ “นางตายแน่”อาเสออุ้มจิ้นหรูเข้าไปในตำหนัก แต่ช้าไป

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 286

    ถงไทเฮาเห็นนางเช่นนี้ก็รู้ว่านางไม่มีวิธีดีอะไร จึงอดพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดไม่ได้ “พอที เจ้าออกไปเถอะ หวังพึ่งเจ้าไม่ได้เลย เสียแรงที่ข้าให้ความสำคัญกับเจ้า”หรูหัวพูดอ้อมแอ้ม “ไทเฮาโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ จู่ ๆ ก็ให้บ่าวคิด บ่าวยังจับอะไรไม่ได้เลย มิสู้ให้บ่าวกลับไปคิดสักสองสามวันเถอะเพคะ?”“ออกไปเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status