LOGINหนึ่งเดือนต่อมาเสียงคลื่นยังคงดังเหมือนเดิมทุกเช้าบ้านไม้ริมทะเลเริ่มมีร่องรอยของ “การใช้ชีวิตร่วมกัน” มากขึ้นเรื่อย ๆแก้วกาแฟสองใบที่วางคู่กันเสื้อของอนลที่เริ่มไปกองอยู่ทุกมุมบ้านรวมถึงต้นไม้เล็ก ๆ หน้าระเบียงที่จันทร์สิตาบังคับให้เขาช่วยปลูกชีวิตเรียบง่ายจนน่าแปลกแต่กลับทำให้ทั้งคู่มีความสุขกว่าที่เคย“อนล!”เสียงจันทร์สิตาดังมาจากห้องครัว“คุณแอบกินของทอดอีกแล้วใช่ไหม!”อนลที่นั่งอยู่หน้าระเบียงชะงักทันทีก่อนค่อย ๆ เลื่อนถุงขนมไปด้านหลังเงียบ ๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจันทร์สิตาเดินออกมาเห็นพอดี“…ซ่อนช้าไปไหม”อนลเงียบเธอเท้าเอวมองทันที“หมอบอกให้คุณพักฟื้นแล้วกินดี ๆ ไง”หลังจากศึกกับวายุ ร่างกายของอนลยังมีบาดแผลเก่าและอาการล้าสะสมอยู่มากแต่เจ้าตัวกลับไม่ค่อยยอมดูแลตัวเองจันทร์สิตาเลยต้องกลายเป็นคนคอยดุแทนอนลมองเธออยู่พักหนึ่งก่อนพูดเรียบ ๆ“ก็คุณทำกับข้าวอร่อยเกิน”เธอชะงักทันที“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง”แต่ใบหน้ากลับเริ่มแดงขึ้นนิด ๆ แล้วอนลยกมุมปากทันทีช่วงหลังเขาชอบแกล้งเธอเล่นแบบนี้ตลอดเพราะรู้แล้วว่าเธอเขินง่ายแค่ไหนจันทร์สิตารีบเดินเข้าไปแย่งถุงขนมจากมือเขาแ
ช่วงเย็นของวันนั้นท้องฟ้าเหนือทะเลเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทองสวยงามจันทร์สิตานั่งอยู่บนชิงช้าไม้เล็ก ๆ หน้าบ้าน ขณะมองคลื่นซัดเข้าฝั่งช้า ๆทุกอย่างสงบอย่างไม่น่าเชื่อจนบางครั้งเธอยังไม่ชินอนลเดินออกมาจากด้านในบ้านพร้อมแก้วชาร้อนสองแก้วก่อนยื่นให้เธอหนึ่งแก้วเงียบ ๆ“ขอบคุณ”เธอรับมา ก่อนขยับที่นั่งให้เขานั่งข้าง ๆอนลนั่งลงเงียบ ๆแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่มือกลับเลื่อนมาจับมือเธอไว้เองโดยอัตโนมัติเหมือนเริ่มติดแล้วจริง ๆจันทร์สิตามองมือที่ประสานกัน ก่อนหลุดยิ้มบาง ๆ“คุณนี่ขี้ติดจังนะ”อนลตอบทันที“ก็คุณชอบหนี”เธอหัวเราะออกมาเบา ๆก่อนเอนหัวพิงไหล่เขาช้า ๆลมทะเลพัดผ่านทั้งคู่เงียบ ๆบรรยากาศอบอุ่นจนเหมือนโลกภายนอกไม่มีอยู่จริงผ่านไปพักหนึ่ง จันทร์สิตาจึงพูดขึ้นเบา ๆ“…หลังจากนี้คุณจะทำยังไงต่อ”อนลนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ไม่รู้”เธอเงยหน้ามองทันที“หือ?”เขามองทะเลด้านหน้าเงียบ ๆ“ที่ผ่านมา ผมอยู่เพื่อเอาตัวรอดอย่างเดียว”“ไม่เคยคิดเรื่องอนาคต”น้ำเสียงเขานิ่งมากแต่เธอกลับได้ยินความว่างเปล่าที่เคยอยู่ในชีวิตเขาชัดเจนจันทร์สิตากำมือเขาเบา ๆ“แล้วตอนนี้ล่ะ”อนลหันมามองเธอสา
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านสีขาวพลิ้วไหวเบา ๆเสียงคลื่นยังดังสม่ำเสมอจากด้านนอกบ้านจันทร์สิตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆสิ่งแรกที่เห็นคือแสงอ่อนของเช้าวันใหม่สิ่งที่สอง คืออนลที่กำลังกอดเธออยู่เธอชะงักทันทีเมื่อคืนหลังจากทุกอย่างสงบลง ทั้งคู่เผลอหลับอยู่บนโซฟาหน้ากระจกริมทะเลแบบนั้นทั้งคืนแขนของเขายังโอบรอบเอวเธอแน่นเหมือนแม้แต่ตอนหลับก็ยังไม่ยอมปล่อยจันทร์สิตามองใบหน้าเขาเงียบ ๆนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นอนลตอนหลับจริง ๆไม่มีความเย็นชาไม่มีสายตาระแวงดูเหนื่อยมาก…และสงบกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาใต้ตายังคล้ำชัดเจนเหมือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พักเลยจริง ๆหัวใจเธออ่อนยวบลงทันทีก่อนจะเผลอยกมือขึ้นแตะผมเขาเบา ๆแต่ยังไม่ทันได้ดึงมือกลับ—อนลกลับลืมตาขึ้นทันทีดวงตาคมยังดูงัวเงียนิด ๆ แต่กลับจับมือเธอไว้ก่อนเลย“…จะหนีอีกไหม”เสียงเขาแหบเพราะเพิ่งตื่นจันทร์สิตาหลุดขำทันที“คุณนี่นะ…”อนลยังไม่ปล่อยมือเธอกลับดึงเธอเข้าใกล้อีกนิดจนหน้าผากแทบชนกัน“ตอบก่อน”เธอส่ายหน้าเบา ๆ“ไม่หนีแล้ว”แววตาของอนลอ่อนลงทันทีอย่างเห็นได้ชัดเหมือนคนที่เพิ่งยอมผ่อนลมหายใจได้จริง ๆจันทร์สิตามองเขาอยู่พั
ลมทะเลยามค่ำคืนพัดเบาลงแล้วบนระเบียงเงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นด้านล่างกับอ้อมกอดของคนสองคนที่ยังไม่ยอมปล่อยกันอนลกอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าแค่คลาดสายตา จันทร์สิตาจะหายไปอีกครั้งส่วนจันทร์สิตาเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนไหนกันที่เธอเริ่มกอดตอบเขาแน่นขึ้นเรื่อย ๆหัวใจที่เจ็บมาตลอดหลายสัปดาห์เหมือนได้กลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง“…คุณผอมลง”เธอพูดเบา ๆ ขณะซบอยู่กับอกเขาอนลหลุดหัวเราะต่ำ ๆ“ใครกันแน่”“ฉันกินข้าวปกติ”“โกหก”เขาตอบทันที“คุณชอบลืมกินเวลาเครียด”จันทร์สิตาชะงักนิดหนึ่งก่อนเงยหน้ามองเขา“คุณยังจำได้อีก”อนลมองเธอนิ่งสายตาอ่อนลงอย่างชัดเจน“ผมจำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณได้หมด”หัวใจเธอสั่นอีกครั้งก่อนจะรีบหลบสายตาเขาเหมือนรับไม่ไหวอนลเห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มมุมปากบาง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันรอยยิ้มจริง ๆไม่ใช่รอยยิ้มเย็นชาแบบเดิมจันทร์สิตามองเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นแตะใต้ตาเขาเบา ๆ“คุณไม่ได้นอนเลยใช่ไหม”อนลเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนตอบตรง ๆ“ผมนอนไม่หลับ”“เพราะหาไม่เจอ?”“…อืม”คำตอบสั้น ๆแต่ทำให้เธอใจอ่อนลงอีกจันทร์สิตาถอนหายใจเบา ๆ“คุณนี่มัน…”พูดยังไม่ทันจบอนลกลับจับม
เสียงคลื่นยังดังสม่ำเสมอใต้หน้าผาแต่บนระเบียงกลับเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของกันและกัน“แต่ผมรักคุณจริง ๆ”คำพูดของอนลยังคงค้างอยู่ในอากาศจันทร์สิตานิ่งไปหมดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ต่อให้เธอจะรู้สึกได้มาตลอดว่าเขาสำคัญกับเธอแค่ไหนแต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เย็นชาและเก็บทุกอย่างไว้คนนี้จะยอมพูดคำว่ารักออกมาตรง ๆน้ำตาเธอไหลลงมาเงียบ ๆ อีกครั้งอนลเห็นแบบนั้นก็เหมือนเริ่มทำอะไรไม่ถูกเขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ เหมือนอยากเช็ดน้ำตาให้แต่สุดท้ายกลับหยุดกลางทางเพราะกลัวเธอจะถอยหนีอีกจันทร์สิตามองมือที่ชะงักค้างของเขาหัวใจเหมือนถูกบีบแน่นคนอย่างอนล…คนที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นตอนนี้กลับกำลังระวังแม้แต่จะสัมผัสเธอเพราะกลัวเธอไม่ต้องการแล้วจันทร์สิตาหลับตาลงแน่นก่อนพูดเสียงสั่น“…ฉันเกลียดคุณมากเลยรู้ไหม”อนลนิ่ง“คุณทำฉันร้องไห้ทุกวัน”“ทำเหมือนผลักฉันทิ้งได้ง่าย ๆ”น้ำเสียงเธอสั่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ“แล้วพอฉันพยายามจะลืม…”เธอเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา“…คุณก็กลับมาอีก”อนลมองเธอนิ่งดวงตาคู่นั้นอ่อนลงจนแทบไม่เหลือความเย็นชาแล้วก่อน
ลมทะเลพัดผ่านระเบียงเงียบ ๆไม่มีใครพูดอะไรต่อทันทีหลังจากนั้นจันทร์สิตายังคงยืนนิ่ง น้ำตาคลอเต็มดวงตาส่วนคีรินก็เงียบลงเพราะเขาเห็นชัดแล้วสายตาที่อนลมองเธอไม่ใช่การหลอกลวงอีกต่อไปอนลสูดหายใจช้า ๆ ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง“…วันนั้นที่ร้าน”“ที่ผมพูดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก”เขาหลุบตาลงนิดหนึ่งเหมือนแม้แต่ตัวเองก็ยังเกลียดความทรงจำนั้น“ผมโกหก”จันทร์สิตาหัวใจสั่นทันทีอนลหัวเราะเบา ๆ อย่างสมเพชตัวเอง“จริง ๆ แล้วผมรู้ตั้งแต่แรกว่าคุณถูกส่งมา”“แต่ผมไม่เคยคิดจะเล่นกับคุณ”เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้งดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพูดออกมาตรง ๆ“ผมแค่…”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง“…ชอบคุณเร็วกว่าที่คิด”จันทร์สิตาเม้มปากแน่น น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆอนลพูดต่อช้า ๆ“ตอนแรกผมคิดว่าจะควบคุมทุกอย่างได้”“คิดว่าถึงคุณจะเข้ามาหลอก ผมก็แค่ใช้คุณย้อนกลับไป”เขาหัวเราะเบา ๆ“แต่สุดท้าย คนที่เสียการควบคุมกลับเป็นผมเอง”ลมทะเลพัดแรงขึ้นเล็กน้อยอนลกำหมัดแน่นเหมือนกำลังบังคับตัวเองให้พูดสิ่งที่ไม่เคยพูดกับใคร“วันที่วายุเริ่มเคลื่อนไหว”“ผมรู้ทันทีว่ามันจะกำจัดคุณ”“เพราะคุณรู้มากเกินไป”จันทร์สิ







