登入ห้องชันสูตรภายในโรงพยาบาลศิขรินทร์เงียบสงบ เย็นเฉียบตามมาตรฐาน แต่สำหรับจันทร์สิตา ความเย็นไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศหรือสภาพแวดล้อม มันคือความเย็นชาในแววตาของหมออนลต่างหากที่สร้างบรรยากาศให้ตึงเครียดโดยไม่ต้องมีคำพูดใด
ภายในสัปดาห์แรก เธอเริ่มคุ้นกับงานที่ได้รับมอบหมาย
เธอทำงานอย่างมืออาชีพ เป๊ะทุกขั้นตอนจนไม่มีใครตั้งข้อสงสัย ทว่าสายตาคู่นั้น…ยังคงมองเธอด้วยความว่างเปล่า“มันต้องมีสักจุดที่ร้าว…ฉันจะหามันให้เจอ”เธอคิดในใจขณะมองเขาผ่านกระจกห้องประชุมที่สะท้อนภาพหมอหนุ่มนั่งอ่านแฟ้มรายงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
“เคสนี้…ผ่านมือหมอชันสูตรมาก่อน แต่มีบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจ คุณลองวิเคราะห์ดูใหม่อีกครั้ง”วันหนึ่ง ในระหว่างการประชุมเคสพิเศษ หมออนลส่งแฟ้มคดีเก่าให้เธอ พร้อมคำพูดเรียบๆ
แฟ้มชันสูตรว่าด้วยเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตกะทันหันในบ้านหรู สาเหตุระบุว่า ‘หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน’
แต่รายละเอียดบางจุด…ไม่สมเหตุสมผล เช่น รอยกดบริเวณแขนสองข้าง รอยจางคล้ายเข็มจิ้มบ่อยครั้ง และเวลาการเสียชีวิตที่ขัดแย้งกับคำให้การผู้ปกครอง“มีใครปกปิดอะไรไว้…และหมออนลเองก็กำลังสงสัยสินะ”
จันทร์สิตาลอบยิ้มบาง ๆ ก่อนพยักหน้า “ฉันจะลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำค่ะ”
"นี่กาแฟค่ะ" เธอยิ้มหวานหากชายใดเห็นคงต้องใจละลายเป็นแน่
"ผมกินไปแล้ว" แต่ไม่ใช่คนแบบเขา
"งั้นจันทร์จะวางไว้นี่นะคะ เผื่อคุณหมอสนใจ" เธอวางแก้วกาแฟลงไว้ใกล้ๆเขา
"เอากลับไปเถอะครับผมกินแล้ว"
"งั้นเดี๋ยวเที่ยงนี้คุณหมออย่าพึ่งสั่งข้าวนะคะ เดี๋ยวจันทร์เอา.."
"ไม่ต้องครับ" เขาชักจะหงุดหงิดเธอขึ้นมาแล้ว ผู้หญิงอะไรตื๊อชิบหาย
"ไปเตรียมตัวไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพรุ่งนี้ดีกว่าครับ มีผม คุณ หมอซัน ที่ได้ไป" แม้จันทร์สิตาจะเข้ามาทำงานได้ไม่นาน แต่กลับได้รับความเชื่อใจจากผู้หลักผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด แถวคนร่วมงานก็ดูเข้ากับเธอได้หมด หลังๆมานี้จึงได้ทำเคสใหญ่ๆร่วมกับเขามากขึ้น แต่เธอก็ฝีมือดีไม่น้อยจริงๆ
"เอางั้นก็ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้ตรวจสอบเสร็จเราไปทานข้าวกันนะคะ" ไม่ทันได้รอให้เขาได้ตอบเธอก็รีบวิ่งออกไป ใครจะอยู่ให้เขาปฏิเสธกัน
สองวันถัดมา
คอนโดกลางเมืองสำนักงานลับขององค์กร
“หมออนล…นิ่งกว่าที่คาด และฉลาดกว่าที่ประเมินไว้” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดผ่านลำโพงในเงามืด
จันทร์สิตานั่งอยู่หน้ากล้องประชุมออนไลน์ ใบหน้าเธอไม่มีรอยยิ้ม“เขาไม่สนใจผู้หญิง ไม่ตอบโต้เสน่ห์ ฉันยั่วเบา ๆ ก็เฉย ยั่วแรง ๆ ก็ยิ่งเงียบ...ราวกับเขามีเกราะบางอย่างปกปิดจิตใจตัวเองไว้ทั้งหมด”
“มันเป็นไปได้ไหมว่าเขาไม่ได้ปกปิดแค่ใจ…แต่ปกปิดตัวตน?”เสียงชายอีกคนแทรกเข้ามา
“หมายความว่าไง?” เธอถามกลับ
“เราสงสัยว่าเขาอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายใต้ดิน...มีความเกี่ยวข้องกับคนของ ‘แบล็คธอร์น’ โดยตรง”
จันทร์สิตานิ่งงัน
‘แบล็คธอร์น’ …กลุ่มองค์กรลับที่องค์กรของเธอตามล่ามานานนับปี
ถ้าหมออนลเกี่ยวข้องจริง หมายความว่าเธอไม่ได้กำลังหลอกเหยื่อธรรมดา แต่กำลังท้าทายปีศาจที่สวมหน้ากากคนดี"เอาล่ะงานนี้ไม่ใช่งานเล็กๆแล้วนะสิตา ต้องสำเร็จให้จงได้ไม่ว่าจะด้วยเล่ห์อะไรก็ตาม"
"ต่อให้ต้องทำให้เขารักและเล่นกับใจก็ต้องทำ คนขององค์กรต้องแข่งแกร่งและไม่หวั่นไหว ขอให้เธอทำตัวเหมาะสมกับคำว่า สวยไร้ใจ ต่อไป"
"รับทราบค่ะ" เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาอยู่แล้ว แม้จะหล่อมากเพียงใด แต่คนหล่อเธอเจอมาเยอะแล้วล่ะ
"ดี"
จันทร์สิตานั่งจ้องภาพในกล้องขนาดจิ๋วที่แอบติดไว้กับสร้อยเงิน เธอเปิดดูภาพจากกล้องวงจรในห้องประชุม หยุดอยู่ที่เฟรมหนึ่งซึ่งเขาเปิดลิ้นชัก และหยิบบางอย่างออกมา ภาพเบลอเล็กน้อย แต่สิ่งที่เห็นคือ ‘กล่องไม้เล็ก ๆ สีดำ’ เธอซูมเข้าข้างกล่องสลักอักษรลึกลับไว้ด้วยลายมือ
อ่านไม่ได้…แต่มันดูเหมือนภาษาสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่คุ้นตา"หรือเขาจะเกี่ยวข้องกับแบล็คธอร์นจริงๆ" ร่างบางพึมพำ
ร่างบางนอนคิดว่าจะดำเนินแผนอย่างไรต่อ เคสที่ผ่านมาเธอใช้เสน่ห์ล่อลวงนิดหน่อยก็ได้ความสำเร็จมาครองแล้ว ไอ้พวกผู้ชายก็เป็นแบบนี้กันหมด แต่หมออนลผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วเขายังไม่มีทีท่าอะไร
"หรือจะต้องใส่สุดเล่นกับใจจริงๆ?" แบบนั้นจะอันตรายต่อใจเธอเหมือนกันหรือไม่ หากเกิดความใกล้ชิดมากไปหรือผูกพันขึ้นมาล่ะ ไม่สิ เธอจะกลัวอะไรในเมื่อเธอไร้ใจ
"ฮึ้บ สู้สิตัวเรา" ชีวิตเธอผ่านเรื่องราวมามากมาย เรียกได้ว่าสู้ชีวิต ต่อให้เธอเป็นอะไรถึงตายก็คงตายไปเฉยๆไม่ได้มีใครมาร้องไห้เสียใจหรือตามหาสาเหตุการตายของเธอ เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าที่องค์กรเก็บมาเลี้ยงฟูมฟัก เธอเคยถามเหตุผลนายท่านไปแล้วว่าทำไม แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบเลย
"หรือบางทีก็อาจจะไม่มีคำตอบแต่แรก"
บางทีพ่อกับแม่เธออาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้ หากมีชีวิตอยู่ก็คงเป็นพ่อแม่ที่ไม่ได้ดีมากนัก ผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้วยังไม่คิดจะตามหาเธออีก ช่างเถอะ..ตั้งคำถามไปก็ไม่ได้คำตอบ เธอควรนอนและใช้ชีวิตต่อไป
สายลมทะเลยามเย็นพัดเอื่อยผ่านท่าเรือฝั่งเหนือ โกดังเก่าหลายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจนหมด องค์กรที่เหลืออยู่ถูกจับเกือบทั้งหมด เอกสารทดลองถูกเผาทำลาย รายชื่อเด็กทดลองที่ยังเหลือรอดถูกลบออกจากระบบทุกฐานข้อมูลครั้งนี้…มันจบจริง ๆ แล้ว ไม่มีวายุ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีใครตามล่าพวกเขาอีกพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ตกลงเหนือผืนน้ำสีทอง อนลยืนเงียบ ๆ มองทะเลอยู่ปลายท่าเรือ ก่อนจะมีคนเดินมาหยุดข้าง ๆจันทร์สิตา เธอยืนมองวิวเดียวกัน ก่อนพูดเบา ๆ“ในที่สุดก็จบแล้วนะ”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเสียงต่ำ“…อือ”เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเสมอมาแต่สายตาที่มองเธอในตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างชัดเจนจันทร์สิตาหลุดยิ้ม“คุณรู้ไหม”“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในโลก”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“แล้วตอนนี้?”เธอหันไปมองเขาตรง ๆก่อนยิ้มบางเบา“ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”“แต่เป็นคนที่ฉันรักที่สุด”ลมทะเลพัดผ่านช้า ๆอนลนิ่งไปหลายวินาทีก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ อย่างที่ชอบทำ“ปากเก่ง”แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงมากด้านหลังคีตะกำลังโดนเด็กเล็กสองคนวิ่งไล่เพราะแอบซ่อนขนมอีกแล้วเสียงโวยวายดังไปทั้งท่าเรือส่วน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในบ้านริมทะเลอย่างอบอุ่น เสียงคลื่นยังคงดังสม่ำเสมอเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมีเสียงโวยวายดังตั้งแต่เช้าแล้ว“พี่หนึ่งโกง!”“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”“เมื่อกี้แอบกินไส้กรอกของผม!”หมายเลขหนึ่งยืนถือจานอาหารเช้าอยู่กลางครัวด้วยสีหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เด็กสองคนกำลังชี้หน้าฟ้องเขาอย่างจริงจังจันทร์สิตาหลุดหัวเราะทันที“คุณไปแกล้งอะไรเด็กอีกแล้ว”หมายเลขหนึ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ“…แค่หยิบมาก่อนชิ้นเดียว”“เห็นไหม!”เด็กเล็กโวยวายหนักกว่าเดิมคีตะที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนถอนหายใจทันที“บ้านนี้มีแต่เด็กจริง ๆ”อนลที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะกาแฟเหลือบมองทุกคนเงียบ ๆก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิดเดียวภาพแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีได้จริงทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทั้งบ้านเงียบลงอัตโนมัติเพราะเบอร์นี้…แทบไม่มีใครรู้อนลรับสายทันที“ว่าไง”ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงชายคนหนึ่งจะดังขึ้น“มีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว”สายตาของอนลเย็นลงทันทีจันทร์สิตามองเขานิ่ง“ที่ไหน”“ท่าเรือฝั่งเหนือ”“มี
คืนนั้นบ้านริมทะเลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากกว่าปกติ เด็กเล็กสองคนกำลังเถียงกันเสียงดังเรื่องใครโยนบอลโดนหัวคีตะก่อน จนสุดท้ายโดนพี่ชายดีดหน้าผากไปคนละที“โอ๊ย!”“พี่คีตะอ่ะ!”จันทร์สิตาหัวเราะจนไหล่สั่น ขณะยกหม้อซุปลงจากเตา ส่วนอนลนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงโต๊ะอาหาร แต่สายตากลับมองทุกคนตลอดโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังจดจำภาพเหล่านี้ไว้ ภาพธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีได้“พ่อ”คีตะหันมาเรียก“เหม่ออะไร”อนลชะงักนิดหนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ“ไม่มีอะไร”เด็กหนุ่มหรี่ตามองทันที“…พ่อกำลังซึ้งใช่ไหม”อนลเลิกคิ้ว“อยากโดนลดข้าวเย็น?”เด็กสองคนหัวเราะลั่นทันทีบรรยากาศอบอุ่นจนแม้แต่หมายเลขหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่มุมโต๊ะยังเผลอมองค้างเขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนถึงอยากกลับบ้านจนตอนนี้เองหลังอาหารเย็นเด็ก ๆ แยกย้ายกันไปดูหนังในห้องนั่งเล่นเสียงโวยวายดังมาเป็นระยะ เพราะแย่งผ้าห่มกันอีกแล้วจันทร์สิตาเดินออกมาที่ระเบียงบ้าน พร้อมแก้วชาอุ่นในมือก่อนหยุดเมื่อเห็นหมายเลขหนึ่งยืนอยู่ตรงรั้วไม้ริมทะเลลมกลางคืนพัดเสื้อสีดำของเขาเบา ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดขึ้นโดยไม่หันมา
หลายวันหลังจากนั้น ชีวิตในบ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หรืออย่างน้อย…ก็ใกล้เคียงคำว่าปกติที่สุดเท่าที่ครอบครัวนี้จะมีได้ หมายเลขหนึ่งยังพักอยู่ที่บ้านริมทะเล แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกหลายครั้งว่าจะไปเอง แต่ไม่มีใครปล่อยจริง ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กสองคนที่เริ่มติดเขาแบบไม่รู้ตัว“พี่หนึ่ง!”เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้ามาพร้อมลูกบอลในมือ“เล่นด้วยกันไหม”หมายเลขหนึ่งชะงักทันทีเหมือนยังไม่ชินกับการถูกเรียกแบบนั้น“ฉันเล่นไม่เป็น”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสอน!”เด็กอีกคนรีบดึงแขนเขาทันทีก่อนสุดท้าย คนที่เคยเป็นเงามืดขององค์กรใต้ดินจะถูกลากออกไปกลางสนามหญ้าหน้าบ้านแบบงง ๆจันทร์สิตาที่ยืนมองอยู่ในครัวหลุดหัวเราะเบา ๆ“เด็ก ๆ เร็วกว่าเราคิดอีกนะ”อนลยืนชงกาแฟอยู่ข้าง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ“เพราะพวกเขาไม่สนอดีตใคร”สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างหมายเลขหนึ่งกำลังยืนแข็งเป็นท่อนไม้ ขณะเด็กสองคนพยายามสอนโยนบอลให้ภาพนั้นดูตลกจนน่าประหลาดจันทร์สิตาหันกลับมามองอนล“คุณเองก็เหมือนกัน”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“อะไร”“ตอนแรกคุณก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเบา ๆ“…แต่คุณก็ยังเข้ามา”หัวใจเธ
สองสัปดาห์หลังเหตุการณ์อุโมงค์ระเบิด บ้านริมทะเลกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แม้กำแพงบางส่วนยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมแม้ร่องรอยกระสุนยังไม่หายไปทั้งหมด แต่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก็กลับมาแล้วเช้าวันนั้นกลิ่นอาหารลอยออกมาจากครัวตั้งแต่เช้า จันทร์สิตากำลังยืนทอดไข่อยู่หน้าเตา ขณะเด็กเล็กสองคนช่วยกันจัดจานแบบงง ๆ จนสุดท้ายช้อนตกพื้นไปสามรอบ“ตั้งใจหน่อยสิ”คีตะถอนหายใจอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ตอนนี้เขาเริ่มมีท่าทีเหมือนพี่ชายจริง ๆ มากขึ้นทุกวันส่วนอนล กำลังนั่งเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใครบางคนเงียบ ๆหมายเลขหนึ่ง อีกฝ่ายนั่งพิงเก้าอี้อยู่ตรงระเบียงบ้าน สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่ไม่มีแววคลุ้มคลั่งแล้วหลังจากโดนยิง อาการเขาหนักมาก แต่สุดท้ายก็รอด และแม้ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ อนลพันแผลเสร็จ ก่อนพูดเรียบ ๆ“อย่าใช้แขนหนักช่วงนี้”หมายเลขหนึ่งมองเขาเงียบ ๆ“…นายช่วยฉันทำไม”อนลตอบโดยไม่เงยหน้า“ไม่รู้”คำตอบนั้นทำให้จันทร์สิตาหลุดยิ้มเบา ๆ ทันที เพราะจริง ๆ แล้วทุกคนรู้ดี ว่าอนลไม่ใช่คนที่ปล่อยใครตายต่อหน้าได้อีกแล้ว เด็กเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมแก้วนมอุ่นในมือ ก่อนย
เลือดสีแดงไหลลงพื้นช้า ๆ หมายเลขหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางอุโมงค์ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเหมือนไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกยิง เด็กเล็กสองคนด้านหลังเริ่มร้องไห้ทันทีฮาเดสหัวเราะเสียงต่ำ“จบสวยดีนี่”“สัตว์ทดลองก็ต้องตายเหมือนสัตว์ทดลองอยู่วันยังค่ำ”ทันใดนั้นปัง!!!กระสุนของอนลพุ่งสวนทันที ฮาเดสรีบหลบ แต่กระสุนเฉียดแก้มไปจนเลือดกระเซ็นบรรยากาศทั้งอุโมงค์เย็นเฉียบลงในพริบตาอนลเดินออกมาช้า ๆ ดวงตาคมดำสนิทจนแทบไม่มีอารมณ์เหลืออยู่ทุกคนรู้ทันทีว่าเขาโกรธจริง ๆ แล้ว“พ่อ…”คีตะพึมพำเบา ๆเพราะนี่คือสีหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาหลายปีสีหน้าของหมายเลขเจ็ดในอดีตฮาเดสยังยิ้มอยู่“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว”“ดี…ฉันคิดถึงมันจริง ๆ”เขายกปืนขึ้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก—อนลก็หายไปจากตรงหน้าแล้วเร็วเกินมองทันปัง!!หมัดแรกกระแทกเข้าที่หน้าฮาเดสเต็มแรงจนร่างปลิวชนกำแพงอุโมงค์เสียงกระดูกแตกดังลั่นลูกน้องรอบข้างรีบยกปืนขึ้นยิงทันทีแต่คีตะกับจันทร์สิตายิงสวนกลับพร้อมกันปัง! ปัง!อุโมงค์กลับเข้าสู่ความวุ่นวายอีกครั้งหมายเลขหนึ่งทรุดลงช้า ๆ เลือดไหลไม่หยุดเด็กเล็กสองคนรีบเข้ามาประคองเขาไว้ทันทีทั
สายฝนที่โปรยลงกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักหรูในย่านใจกลางเมืองทำให้ค่ำคืนนี้ดูนิ่งสงบอย่างแปลกประหลาด แต่สำหรับ จันทร์สิตา เจ้าของใบหน้าสวยคม หญิงสาวผู้เปลี่ยนเสน่ห์ให้เป็นอาวุธ เงินคือเป้าหมาย และความรักไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเธอ ค่ำคืนนี้คือจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งภารกิจภารกิจที่มีเป้าหมายใหม่ "หมออ
คืนนั้น ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ เสียงฟ้าร้องดังห่าง ๆ เหนือทะเลมืดสนิท ภายในบ้าน ทุกคนแยกย้ายกันเข้านอนแล้ว แต่ไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ อนลกำลังนั่งเงียบ ๆ พร้อมปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะ สายตาคมมองออกไปนอกหน้าต่างไม่ละไปไหนจันทร์สิตาเดินลงมาจากชั้นบน ก่อนหยุดมองเขาเงียบ ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อนลต
เช้าวันต่อมาบรรยากาศในบ้านเงียบผิดปกติ แม้เด็กเล็กจะยังเล่นกันอยู่เหมือนเดิม แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดบางอย่าง อนลกำลังนั่งดูแผนที่บนโต๊ะไม้กลางห้อง ข้างกันมีเหรียญสีดำวางอยู่สัญลักษณ์งูพันสามตัวสะท้อนแสงแดดยามเช้าเย็นเยียบอย่างน่าขนลุกคีตะยืนอยู่ข้างเขาเงียบ ๆสีหน้ายังไม่ดีนักตั้งแต่เม
“เจอเป้าหมายแล้ว”ชายในชุดดำพูดผ่านโทรศัพท์สั้น ๆ ก่อนตัดสายสายฝนยังตกหนักต่อเนื่องภายในร้านกาแฟ จันทร์สิตายังยืนอยู่ตรงหน้าอนลน้ำตาเธอยังไม่หยุดไหล“…งั้นเราค่อยจัดการมันด้วยกัน”คำพูดของเขายังสะท้อนอยู่ในหัวเธออบอุ่นจนหัวใจเจ็บเพราะเธอกำลังจะบอกความจริงกับเขาแล้วจริง ๆแต่ก่อนที่เธอจะทันพูดอ







