로그인
สายฝนที่โปรยลงกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักหรูในย่านใจกลางเมืองทำให้ค่ำคืนนี้ดูนิ่งสงบอย่างแปลกประหลาด
ภารกิจที่มีเป้าหมายใหม่ "หมออนล"
ร่างบางยืนอยู่หน้ากระจก สวมเดรสเข้ารูปสีดำทาปากด้วยลิปสติกสีแดงเข้ม มือเรียวถือแฟ้มเอกสารปลอม อีกข้างกำสร้อยเงินเล็ก ๆ ที่ใช้ซ่อนกล้องขนาดจิ๋ว
“ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางรอดสายตาฉัน” มีงานไหนบ้างที่ยากเกินฝีมือเธอ ไม่มี อย่างมากก็แค่ตึงมือหน่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลศิขรินทร์
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยระดับสูง จันทร์สิตาก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับอย่างมั่นใจในคราบของ "แพทย์นิติเวช" เธอเรียนจบเกี่ยวกับด้านพวกนี้มาจริงๆแต่คนในวงการบันเทิงไม่รู้ มีเพียงองค์กรใหญ่ของเธอที่รับรู้ เธอส่งรอยยิ้มให้เจ้าหน้าที่ต้อนรับด้วยแววตาที่ไม่เปิดเผยความคิดใด ๆ
หลังจากขั้นตอนแนะนำตัวและสัมภาษณ์เบื้องต้น เธอถูกเชิญไปที่ห้องประชุม
เขานั่งอยู่หัวโต๊ะในชุดกาวน์สะอาด ผมสีเข้มเซ็ตเรียบ ใบหน้าคมสันและสงบนิ่ง
“ยินดีต้อนรับครับ” เขากล่าวสั้น ๆ ขณะพยักหน้าเล็กน้อย และเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะต่อไป ไม่มีสายตาวิเคราะห์ ไม่มีท่าทางจับผิด มีเพียงความเย็นชาสุขุมที่ดูเหมือนเป็นธรรมชาติของเขา
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"จันทร์สิตายิ้มในใจ พร้อมเริ่มวางหมากแรก
การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น เธอพยายามเปิดบทสนทนาเล็ก ๆ เพื่อสังเกตบุคลิกของเขา
“มีกรณีพิเศษหรือเคสที่หมออยากให้ฉันเริ่มต้นวิเคราะห์เป็นพิเศษไหมคะ?”
“เคสเด็กมีเคสน่าสนใจอยู่สองสามราย คุณลองเริ่มจากตรงนั้นก่อนก็ได้ครับ” น้ำเสียงเขายังคงราบเรียบ ไม่มีการสบตานานหรือสนใจเป็นพิเศษราวกับว่าเธอ...ก็เป็นแค่ผู้ร่วมงานอีกคนหนึ่งเท่านั้น
จันทร์สิตาเริ่มต้นงานภาคสนามทันที เธอใช้เสน่ห์อย่างมีจังหวะ สื่อสารกับพยาบาล คนไข้ และเจ้าหน้าที่คนอื่นอย่างกลมกลืน และเธอก็ไม่พลาดที่จะถามถึงหมออนลเป็นระยะ
“หมออนลเหรอคะ? ทำงานหนักมากเลยค่ะ แต่ก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ที่สุดแล้ว”
พยาบาลสาวคนหนึ่งตอบพลางอมยิ้มเล็กน้อย “แต่อย่าหวังว่าจะทำคะแนนนะคะ หมอเขาไม่เคยสนใจใครเลย” จันทร์สิตาเก็บข้อมูลทุกคำอย่างเงียบ ๆ เธอเริ่มรู้สึกว่างานนี้อาจยากกว่าที่คิด
“ผู้ชายแบบนี้...มันต้องมีอะไรปิดบังแน่ ๆ ไม่มีใครเย็นชาได้ตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ”
"อะไรนะคะหมอจันทร์"
"อ้อ เปล่าค่ะจันทร์พึมพำไปเรื่อย"
เธอรีบทำงานก่อนดีกว่า พึ่งมาเธอก็ควรใจเย็นๆหน่อยเพราะองค์กรเตือนมาแล้วว่าคนนี้ค่อนข้างที่จะสืบยาก
สายฝนยังคงตกกระทบกระจกด้านนอกไม่หยุดภายในคลินิกใต้ดินเงียบเกินไปจันทร์สิตายืนมองผู้หญิงชุดดำตรงหน้ารอคำตอบอีกฝ่ายนิ่งอยู่นานก่อนหัวเราะเบา ๆแต่แววตาไม่ได้ขำเลยแม้แต่นิดเดียว“เพราะฉันติดหนี้เขา”คำตอบนั้นสั้นมากแต่หนักพอจะทำให้จันทร์สิตาไม่ถามเล่นอีกผู้หญิงคนนั้นเดินไปพิงโต๊ะเหล็กช้า ๆก่อนพูดต่อ“วันที่ฉันหนีออกมาจากที่นั่น…”“มีเด็กคนหนึ่งกลับเข้าไปช่วยคนอื่น”จันทร์สิตานิ่งฟัง“ทั้งที่ตัวเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด”สายตาเธอเลื่อนไปทางห้องรักษาด้านใน“เด็กคนนั้นคืออนล”จันทร์สิตารู้สึกแน่นในอกอย่างประหลาดเธอเคยคิดว่าเขาเย็นชาห่างเหินไม่ไว้ใจใครแต่ยิ่งรู้มากขึ้นเท่าไร เธอกลับยิ่งเห็นว่า คนแบบเขา…มักเป็นคนที่เจ็บมาเยอะที่สุด“แล้วคุณคือหมายเลขสิบสาม?” เธอถามเบา ๆผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า“ฉันชื่อลิน”นี่เป็นครั้งแรกที่เธอบอกชื่อจริง“โครงการนั้นคืออะไรกันแน่”ลินเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังเลือกว่าจะพูดมากแค่ไหนก่อนตอบช้า ๆ“โครงการสร้างมนุษย์ที่เชื่อฟังสมบูรณ์แบบ”จันทร์สิตาหน้าเปลี่ยนทันที“อะไรนะ?”“พวกมันเลือกเด็กที่ไม่มีใครตามหา”“เด็กกำพร้า เด็กหาย เด็กที่ถูกขาย”น้ำเสียงลิ
ภายในรถเงียบสนิทจันทร์สิตาเห็นสายตาของอนลเปลี่ยนทันทีหลังได้ยินประโยคนั้นเย็นลงแข็งขึ้นและเหมือนมีบางอย่างถูกกระแทกแรง ๆ จากข้างใน“หมายความว่าไง” เขาพูดเสียงต่ำปลายสายหัวเราะเบา ๆ“นายคิดจริง ๆ เหรอ…”“…ว่ามีแค่นายกับหมายเลขสิบสามที่รอดมาได้”จันทร์สิตาหันไปมองผู้หญิงชุดดำทันทีหมายเลขสิบสาม?ผู้หญิงคนนั้นนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนเบือนสายตาหนีเล็กน้อยเสียงปลายสายดังต่อ“เด็กคนนั้นอยู่กับเรามาตลอด”“และคืนนี้…เขาจะถูกลบเหมือนที่นายเคยปล่อยให้คนอื่นถูกลบ”อนลกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเลือดจากแผลยังไหลไม่หยุดแต่สีหน้าเขากลับเย็นลงเรื่อย ๆอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ“ที่ไหน”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบช้า ๆ“ถ้านายอยากช่วย…”“มาคนเดียว”สายตาของผู้หญิงชุดดำเปลี่ยนทันที“อย่าไป” เธอพูดทันทีแต่ปลายสายยังพูดต่อ“นายมีเวลาสามชั่วโมง”“ก่อนที่เด็กคนนั้นจะถูกกำจัด”ติ๊ดสายถูกตัดทันทีภายในรถเหลือเพียงเสียงฝนจันทร์สิตามองอนลทันที“เด็กคนไหน”เขาไม่ตอบสายตาจับอยู่ที่หน้าจอมืดสนิทของโทรศัพท์ผู้หญิงชุดดำหันกลับมาช้า ๆ“มันกำลังลากนายกลับเข้าเกมอีกแล้ว”อนลเงียบ“นายรู้ดีว่ามันชอบใช้วิธีนี้”“
เสียงทุกอย่างรอบตัวเหมือนเงียบหายไปชั่วขณะ จันทร์สิตามองเลือดที่ซึมผ่านเสื้อของอนล หัวใจเธอหล่นวูบจนแทบหายใจไม่ออก “อนล!” เธอรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันที ร่างสูงทรุดลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนยืนอยู่ มือหนึ่งกดแผลไว้แน่น สายตายังคงจับอยู่ที่ชายวัยกลางคนตรงหน้า เหมือนยังไม่ยอมล้ม ฝุ่นจากแรงระเบิดยังคละคลุ้งทั่วโกดัง เศษเหล็กด้านบนเริ่มร่วงลงมาเรื่อย ๆ ผู้หญิงชุดดำยิงสวนอีกนัด ปัง! ชายวัยกลางคนหลบหลังเสาทัน ก่อนหัวเราะเบา ๆ “น่าเสียดาย” “อีกนิดเดียวเอง” อนลยกปืนขึ้นช้า ๆ ทั้งที่เลือดยังไหลไม่หยุด แต่ก่อนเขาจะยิง พื้นด้านบนก็ถล่มลงมาระหว่างกลางโกดังเสียก่อน ตูม! เศษปูนและเหล็กตกลงกั้นกลางพื้นที่ทันที ตัดอีกฝ่ายออกไปจากสายตา “ไปเดี๋ยวนี้!” ผู้หญิงชุดดำตะโกน เธอวิ่งเข้ามาหาพวกเขาเร็วมาก สายตากวาดมองแผลของอนลเพียงครั้งเดียว ก่อนสบถเบา ๆ “กระสุนฝัง” จันทร์สิตาหน้าซีดทันที “เขาจะเป็นอะไรไหม?!” “ถ้ายังอยู่ตรงนี้ ก็เป็นแน่” ผู้หญิงคนนั้นตอบรวดเร็ว ก่อนหันไปมองโกดังที่กำลังสั่น “มันตั้งใจระเบิดทั้งที่” อนลยังพยายามยืนเอง “ผมเดินได้” เขาพูดเสียงต่ำ ผู้หญิงชุดดำปรายตามองเข
ปลายกระบอกปืนแนบอยู่ข้างศีรษะแม่จันทร์สิตาเธอตัวสั่น แต่พยายามไม่ร้องออกมาอีกจันทร์สิตาหน้าเสียทันที“แม่!”เธอเผลอขยับตัวไปข้างหน้าแต่ออนลคว้าข้อมือเธอไว้ทันแรงมากกว่าทุกครั้ง“อย่า” เขาพูดเสียงต่ำสายตายังคงจับอยู่ที่คนถือปืนนิ่งเกินไปจนเธอเริ่มกลัวว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างจริง ๆชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ“นั่นสิ”เขามองอนลด้วยสายตาพึงพอใจ“ในที่สุดนายก็มีจุดอ่อนเหมือนคนปกติสักที”ผู้หญิงชุดดำขมวดคิ้วทันที“พอได้แล้ว”“เธอไม่เกี่ยว”ชายคนนั้นเหลือบมองเธอ“แต่เขาเกี่ยว”เขาชี้ไปที่อนล“หมายเลขเจ็ดเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด”“เราต้องรู้ว่า…เมื่อมีความรู้สึก เขาจะพังได้แค่ไหน”จันทร์สิตารู้สึกเลือดเย็นวาบสำหรับคนพวกนี้ ทุกอย่างยังเป็นแค่การทดลองเท่านั้นแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีอนลปล่อยมือจันทร์สิตาช้า ๆก่อนก้าวออกไปด้านหน้า“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงเขาเรียบแต่ครั้งนี้…เย็นจนน่ากลัวชายวัยกลางคนยิ้มกว้างขึ้น“ถ้านายยอมกลับมา”จันทร์สิตาหันขวับทันที“อะไรนะ?”ชายคนนั้นเดินช้า ๆ ลงมาจากชั้นเหล็ก“โครงการกำลังจะเริ่มใหม่”“และเราต้องการนาย”อนลหัวเราะเบา ๆไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง“คุณยังคิดว่าควบคุ
จุดเลเซอร์สีแดงนิ่งอยู่กลางอกของอนลจันทร์สิตาหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเสียงปืนรอบโกดังยังดังต่อเนื่องแต่ในวินาทีนั้น เหมือนทุกอย่างเงียบลงเหลือเพียงจุดสีแดงจุดเดียวอนลเห็นมันแล้วแต่เขาไม่ขยับสายตากลับมองไปยังความมืดด้านบนของโกดังแทนเหมือนรู้ว่าใครอยู่ตรงนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มกระพริบขึ้นแทนไฟหลักเงาคนเคลื่อนไหววุ่นวายทั่วโกดังชายติดอาวุธของฝั่งหน้ากากเริ่มยิงตอบโต้เสียงกระสุนกระแทกเหล็กดังสนั่นแม่ของจันทร์สิตาร้องด้วยความตกใจพยาบาลสาวพยายามขยับตัวหนีอนลดึงจันทร์สิตาหลบหลังลังเหล็กทันที“อยู่ตรงนี้” เขาพูดต่ำ ๆ“แล้วคุณล่ะ?”เขาไม่ตอบสายตายังคงมองไปด้านบนจุดเลเซอร์ยังตามเขาไม่ปล่อยทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นผ่านความวุ่นวาย“ลดปืน”น้ำเสียงผู้หญิงเย็นเฉียบและทรงอำนาจอย่างประหลาดเสียงปืนหลายจุดค่อย ๆ เงียบลงแม้ไม่ทั้งหมด แต่เพียงพอให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีจากด้านบนของโกดังเงาหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดผู้หญิงในชุดดำยาวผมรวบตึงถือปืนสไนเปอร์ในมือดวงตาเย็นชาราวกับไม่เคยลังเลกับอะไรและเธอกำลังมองตรงมาที่อนลจันทร์สิตารู้สึกได้ทันทีคนนี้อันตรายมากชายในหน้ากากหัวเราะเ
โกดังทั้งหลังเงียบสนิทมีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคาเหล็กดังต่อเนื่องจันทร์สิตายืนตัวแข็ง มองแม่ตัวเองที่ถูกมัดอยู่กลางโกดังแม่เธอดูตกใจ แต่ยังมีสติพยายามส่ายหน้าเหมือนบอกไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ส่วนพยาบาลสาวอยู่ข้างกันในสภาพอ่อนแรงกว่าเดิมเลือดซึมตรงหน้าผากอนลกวาดตามองรอบอย่างรวดเร็วประเมินทุกทางหนี ทุกตำแหน่งคนสายตาเย็นจนแทบอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรชายสวมหน้ากากยืนอยู่ด้านบนไฟจากโกดังส่องให้เห็นเพียงครึ่งหน้า“ผมนึกว่าคุณจะไม่มา” เขาพูดเสียงเรียบอนลไม่ตอบ“แต่สุดท้าย…”ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ“…คุณก็ยังเหมือนเดิม”“ยังชอบช่วยคนอื่นก่อนตัวเอง”อนลเงยหน้ามองตรงไปยังเขา“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงนิ่งแต่เย็นจนจันทร์สิตารู้สึกได้ชายบนชั้นเหล็กเอียงคอเล็กน้อย“ง่ายจังนะ”“คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์ต่อรอง?”ชายติดอาวุธด้านบนเริ่มขยับตำแหน่งปืนทุกกระบอกเล็งลงมาจันทร์สิตาหายใจช้าลงเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า คนพวกนี้ไม่ใช่แค่พวกอาชญากรธรรมดาพวกมันถูกฝึกมาเหมือนทีมปฏิบัติการบางอย่างอนลก้าวมาด้านหน้าเล็กน้อยเหมือนขวางเธอไว้โดยอัตโนมัติ“คุณต้องการอะไร” เขาถามชายในหน้ากากเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ“







