Share

บทที่3

last update Tanggal publikasi: 2025-07-12 09:03:40

แสงแดดอ่อนยามสายทอดผ่านกระจกหน้าต่างรถยนต์ SUV คันใหญ่ที่แล่นเข้าสู่เขตชานเมืองทางตะวันออกของกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความเงียบสงบห่างไกลผู้คนเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยบางสิ่งที่กำลังซ่อนความผิดปกติไว้ใต้เงามืด

จันทร์สิตานั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะลอบมองชายข้างตัวที่ยังคงตั้งใจขับรถอย่างสุขุมราวกับไม่มีผู้หญิงเซ็กซี่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด

"หมอขาาา~ ขับเร็วแบบนี้แสดงว่าตื่นเต้นใช่ไหมคะที่จะได้ลงพื้นที่กับจันทร์" เธอเอียงศีรษะเข้าหา กระซิบเสียงหวานใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอแทบจะแตะปลายคางเขา เธอกล้าทำแบบนี้เพราะเริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอก็จะใส่สุดมากขึ้น

อนลยังไม่ละสายตาจากถนน มือที่จับพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย

“อย่าเล่นแบบนี้บนถนน มันอันตราย”

จันทร์สิตาแอบเบ้ปากนิด ๆ ก่อนแกล้งถอนหายใจ "โอเคค่ะ คุณหมอนักบุญ แต่ก็ช่วยทำหน้าหล่อให้น้อยลงหน่อยเถอะคะ คนขับผ่านมานี่มองจ้องกันเป็นแถว เดี๋ยวเขาจะคิดว่าจันทร์พาแฟนดาราไปเที่ยว"

เขาเงียบ ไม่ตอบอะไรแต่หางตาเธอก็เห็นปลายปากเขายกขึ้นนิดหนึ่ง แค่เสี้ยววินาที จันทร์สิตาก็รู้ว่าเธอเริ่มเอาชนะภูเขาน้ำแข็งได้บ้างแล้ว

เมื่อถึงบ้านพักคนงานหลังหนึ่งในเขตเดียวกับเคสของเด็กที่มีพฤติกรรมผิดปกติ รปภ.ที่เธอเคยติดต่อไว้ก็เดินออกมาต้อนรับด้วยท่าทีเกรงใจ

"คุณหมออนลครับ คุณหมอจันทร์ เชิญทางนี้ครับ ห้องที่เด็กคนนั้นเคยอยู่ยังไม่ได้มีใครเข้าไปยุ่งเลยครับ ผมล็อกไว้อย่างดี"

ภายในห้องพักซอมซ่อ กลิ่นอับจากผนังปูนเปลือยและเสื้อผ้าที่ยังถูกทิ้งไว้ในถุงพลาสติกสร้างความอึดอัดโดยอัตโนมัติ บนโต๊ะไม้ที่แอบเอนไปข้างหนึ่ง มีกล่องของเล่นสีหม่น วางอยู่ท่ามกลางเศษกระดาษวาดภาพ

"นี่คือ...ของน้องเขาเหรอคะ?" จันทร์สิตาเอ่ยถาม รปภ.ก็พยักหน้า

“ครับ เขาชอบนั่งวาดรูปทั้งวันไม่ไปโรงเรียน พ่อแม่ก็ทำงานก่อสร้าง ไม่ค่อยมีเวลาดู”

อนลเดินเข้าไปหยิบภาพวาดหนึ่งขึ้นมา มันคือรูปผู้ชายร่างสูงใส่ชุดดำถือมีด ยืนอยู่ข้าง ๆ บ้านที่มีสีแดงฉานราวกับเลือด

"เด็กคนนี้เห็นอะไรมาบ้างนะ..." เขาพึมพำเบา ๆ

จันทร์สิตาเดินเข้ามาใกล้ เอียงหน้าดูภาพด้วยแววตาน่าสงสัย "อาจไม่ใช่จินตนาการธรรมดาแน่ ๆ เลยค่ะ ดูนี่สิคะ หมอ เค้าขีดตาไว้แค่ข้างเดียวในทุกคนที่วาดเลยนะ"

"เป็นพฤติกรรมแบบ selective distortion...อาจสะท้อนถึง trauma ได้" หมออนลว่าเสียงเรียบ

"แล้วหมอมี trauma บ้างไหมคะ?" จันทร์สิตากระซิบถามใกล้หู ดวงตาซุกซนมองเขาอย่างเจ้าเล่ห์

อนลหันมามองเธอ นิ่ง ๆ ก่อนพูดแผ่วเบาแต่หนักแน่น

"เคยมี...แต่เรียนรู้ที่จะไม่ให้มันเป็นอาวุธของใคร"

คำตอบนั้นทำเอาจันทร์สิตาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงความหม่นในน้ำเสียงนั้น ซึ่งไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันมีบางอย่างลึกกว่าความสุขุมที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็น

"เวลางานอย่าติดเล่น"

"รับทราบค่า"

หลังจากใช้เวลาตรวจสอบห้องอยู่เกือบชั่วโมง หมออนลก็เดินไปเปิดลิ้นชักเล็ก ๆ ใกล้เตียงพบถุงซิปล็อกใส่เศษชิ้นส่วนพลาสติกบางอย่างคล้ายชิ้นส่วนตุ๊กตา

"เด็กเล่นของพวกนี้ได้ยังไง...มันดูแปลกมาก เหมือนชิ้นส่วนถูกแยกออกด้วยแรงบางอย่างที่ไม่ปกติ" เขาขมวดคิ้ว

“หรือมีใครตั้งใจเอาของเล่นแปลก ๆ มาให้เด็ก?”

"อาจเป็นไปได้..." เขามองถุงนั้นอย่างครุ่นคิด

ขณะนั้นเอง รปภ.ก็เดินเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกระซิบบอกกับจันทร์สิตาว่า เมื่อคืนมีคนเห็นเงาคนแปลกหน้าเดินวนรอบบริเวณนี้ แต่กล้องวงจรปิดถูกตัดไฟ

“ไฟดับแค่บริเวณบ้านหลังนี้เหรอคะ?” เธอถามเสียงนิ่ง

“ใช่ครับ”

อนลเงยหน้ามามองเธอทันที ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง

“แสดงว่ามีคนไม่อยากให้เรารู้บางอย่าง” จันทร์สิตาพูดเบา ๆ

"ผมจะติตต่อทางเจ้าหน้าที่มาเฝ้าที่นี่ไว้ ลุงคนเดียวคงไม่ไหว เฝ้าจนกว่าจะสืบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงได้" เขาเชื่อว่าเด็กไม่มีทางฆ่าตัวตายแน่

"ได้ครับ"

ขากลับระหว่างที่อยู่ในรถ อากาศภายในเริ่มเงียบเหงาไปนิดเพราะแต่ละคนต่างมีเรื่องในหัวที่ต้องคิด

แต่จันทร์สิตาก็อดไม่ได้ที่จะหันมาหาเขาอีกครั้ง

"หมอคะ..."

"ครับ?"

"คิดยังไงกับเคสนี้คะ"

"ผมว่ามันผิดปกติอยู่แล้ว ตอนที่คุณชันสูตรศพไม่มีอะไรผิดปกติเลยเหรอ"

"อืม.. เหมือนร่างกายเด็กจะอ่อนแอมานานแล้วค่ะ ตามตัวไม่ได้มีบาดแผลอะไรมาก พอพบศพช้าเลยทำให้การชันสูตรยากขึ้น" เธอพบว่าร่างกายเด็กผิดปกติแต่ยังไม่สามารถตรวจแน่ชัดได้

"ตรวจละเอียดอีกทีเถอะ ผมจะคุยกับพ่อแม่เขาให้เอง" เคสนี้พ่อกับแม่ไม่อยากให้ชันสูตรมากไปกว่านี้แล้ว อยากให้ลูกจากไปอย่างสงบสุข ไม่มีร่องรอยมีดหมอเพิ่ม แต่พ่อแม่ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน

"ได้ค่ะ"

"มีคำถามอีกค่ะ"

"พูดมาก ถามมาครับ" เหมือนเขาจะเป็นคนปากร้ายใจดีแฮะ อย่างไรเธอก็อย่าไปสนใจข้อดีของเขาเลย สนใจเป้าหมายตนเองดีกว่า

"คุณหมอรู้สึกหวั่นไหวกับจันทร์บ้างรึยังคะ" เธอแกล้งเย้าหยอก

"คนแบบผมจะไปรู้สึกอะไรกับคุณได้"

"บางครั้ง...ความรู้สึกก็เหมือนคดีฆาตกรรมค่ะ หมออาจจะไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน และไม่มีเหตุผล แต่มันเกิดขึ้นจริง.."

"ฝันอะไร เพ้อเจ้อครับ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 124

    สายลมทะเลยามเย็นพัดเอื่อยผ่านท่าเรือฝั่งเหนือ โกดังเก่าหลายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจนหมด องค์กรที่เหลืออยู่ถูกจับเกือบทั้งหมด เอกสารทดลองถูกเผาทำลาย รายชื่อเด็กทดลองที่ยังเหลือรอดถูกลบออกจากระบบทุกฐานข้อมูลครั้งนี้…มันจบจริง ๆ แล้ว ไม่มีวายุ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีใครตามล่าพวกเขาอีกพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ตกลงเหนือผืนน้ำสีทอง อนลยืนเงียบ ๆ มองทะเลอยู่ปลายท่าเรือ ก่อนจะมีคนเดินมาหยุดข้าง ๆจันทร์สิตา เธอยืนมองวิวเดียวกัน ก่อนพูดเบา ๆ“ในที่สุดก็จบแล้วนะ”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเสียงต่ำ“…อือ”เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเสมอมาแต่สายตาที่มองเธอในตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างชัดเจนจันทร์สิตาหลุดยิ้ม“คุณรู้ไหม”“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในโลก”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“แล้วตอนนี้?”เธอหันไปมองเขาตรง ๆก่อนยิ้มบางเบา“ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”“แต่เป็นคนที่ฉันรักที่สุด”ลมทะเลพัดผ่านช้า ๆอนลนิ่งไปหลายวินาทีก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ อย่างที่ชอบทำ“ปากเก่ง”แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงมากด้านหลังคีตะกำลังโดนเด็กเล็กสองคนวิ่งไล่เพราะแอบซ่อนขนมอีกแล้วเสียงโวยวายดังไปทั้งท่าเรือส่วน

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 123

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในบ้านริมทะเลอย่างอบอุ่น เสียงคลื่นยังคงดังสม่ำเสมอเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมีเสียงโวยวายดังตั้งแต่เช้าแล้ว“พี่หนึ่งโกง!”“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”“เมื่อกี้แอบกินไส้กรอกของผม!”หมายเลขหนึ่งยืนถือจานอาหารเช้าอยู่กลางครัวด้วยสีหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เด็กสองคนกำลังชี้หน้าฟ้องเขาอย่างจริงจังจันทร์สิตาหลุดหัวเราะทันที“คุณไปแกล้งอะไรเด็กอีกแล้ว”หมายเลขหนึ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ“…แค่หยิบมาก่อนชิ้นเดียว”“เห็นไหม!”เด็กเล็กโวยวายหนักกว่าเดิมคีตะที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนถอนหายใจทันที“บ้านนี้มีแต่เด็กจริง ๆ”อนลที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะกาแฟเหลือบมองทุกคนเงียบ ๆก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิดเดียวภาพแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีได้จริงทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทั้งบ้านเงียบลงอัตโนมัติเพราะเบอร์นี้…แทบไม่มีใครรู้อนลรับสายทันที“ว่าไง”ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงชายคนหนึ่งจะดังขึ้น“มีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว”สายตาของอนลเย็นลงทันทีจันทร์สิตามองเขานิ่ง“ที่ไหน”“ท่าเรือฝั่งเหนือ”“มี

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 122

    คืนนั้นบ้านริมทะเลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากกว่าปกติ เด็กเล็กสองคนกำลังเถียงกันเสียงดังเรื่องใครโยนบอลโดนหัวคีตะก่อน จนสุดท้ายโดนพี่ชายดีดหน้าผากไปคนละที“โอ๊ย!”“พี่คีตะอ่ะ!”จันทร์สิตาหัวเราะจนไหล่สั่น ขณะยกหม้อซุปลงจากเตา ส่วนอนลนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงโต๊ะอาหาร แต่สายตากลับมองทุกคนตลอดโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังจดจำภาพเหล่านี้ไว้ ภาพธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีได้“พ่อ”คีตะหันมาเรียก“เหม่ออะไร”อนลชะงักนิดหนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ“ไม่มีอะไร”เด็กหนุ่มหรี่ตามองทันที“…พ่อกำลังซึ้งใช่ไหม”อนลเลิกคิ้ว“อยากโดนลดข้าวเย็น?”เด็กสองคนหัวเราะลั่นทันทีบรรยากาศอบอุ่นจนแม้แต่หมายเลขหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่มุมโต๊ะยังเผลอมองค้างเขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนถึงอยากกลับบ้านจนตอนนี้เองหลังอาหารเย็นเด็ก ๆ แยกย้ายกันไปดูหนังในห้องนั่งเล่นเสียงโวยวายดังมาเป็นระยะ เพราะแย่งผ้าห่มกันอีกแล้วจันทร์สิตาเดินออกมาที่ระเบียงบ้าน พร้อมแก้วชาอุ่นในมือก่อนหยุดเมื่อเห็นหมายเลขหนึ่งยืนอยู่ตรงรั้วไม้ริมทะเลลมกลางคืนพัดเสื้อสีดำของเขาเบา ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดขึ้นโดยไม่หันมา

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 121

    หลายวันหลังจากนั้น ชีวิตในบ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หรืออย่างน้อย…ก็ใกล้เคียงคำว่าปกติที่สุดเท่าที่ครอบครัวนี้จะมีได้ หมายเลขหนึ่งยังพักอยู่ที่บ้านริมทะเล แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกหลายครั้งว่าจะไปเอง แต่ไม่มีใครปล่อยจริง ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กสองคนที่เริ่มติดเขาแบบไม่รู้ตัว“พี่หนึ่ง!”เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้ามาพร้อมลูกบอลในมือ“เล่นด้วยกันไหม”หมายเลขหนึ่งชะงักทันทีเหมือนยังไม่ชินกับการถูกเรียกแบบนั้น“ฉันเล่นไม่เป็น”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสอน!”เด็กอีกคนรีบดึงแขนเขาทันทีก่อนสุดท้าย คนที่เคยเป็นเงามืดขององค์กรใต้ดินจะถูกลากออกไปกลางสนามหญ้าหน้าบ้านแบบงง ๆจันทร์สิตาที่ยืนมองอยู่ในครัวหลุดหัวเราะเบา ๆ“เด็ก ๆ เร็วกว่าเราคิดอีกนะ”อนลยืนชงกาแฟอยู่ข้าง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ“เพราะพวกเขาไม่สนอดีตใคร”สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างหมายเลขหนึ่งกำลังยืนแข็งเป็นท่อนไม้ ขณะเด็กสองคนพยายามสอนโยนบอลให้ภาพนั้นดูตลกจนน่าประหลาดจันทร์สิตาหันกลับมามองอนล“คุณเองก็เหมือนกัน”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“อะไร”“ตอนแรกคุณก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเบา ๆ“…แต่คุณก็ยังเข้ามา”หัวใจเธ

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 120

    สองสัปดาห์หลังเหตุการณ์อุโมงค์ระเบิด บ้านริมทะเลกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แม้กำแพงบางส่วนยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมแม้ร่องรอยกระสุนยังไม่หายไปทั้งหมด แต่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก็กลับมาแล้วเช้าวันนั้นกลิ่นอาหารลอยออกมาจากครัวตั้งแต่เช้า จันทร์สิตากำลังยืนทอดไข่อยู่หน้าเตา ขณะเด็กเล็กสองคนช่วยกันจัดจานแบบงง ๆ จนสุดท้ายช้อนตกพื้นไปสามรอบ“ตั้งใจหน่อยสิ”คีตะถอนหายใจอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ตอนนี้เขาเริ่มมีท่าทีเหมือนพี่ชายจริง ๆ มากขึ้นทุกวันส่วนอนล กำลังนั่งเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใครบางคนเงียบ ๆหมายเลขหนึ่ง อีกฝ่ายนั่งพิงเก้าอี้อยู่ตรงระเบียงบ้าน สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่ไม่มีแววคลุ้มคลั่งแล้วหลังจากโดนยิง อาการเขาหนักมาก แต่สุดท้ายก็รอด และแม้ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ อนลพันแผลเสร็จ ก่อนพูดเรียบ ๆ“อย่าใช้แขนหนักช่วงนี้”หมายเลขหนึ่งมองเขาเงียบ ๆ“…นายช่วยฉันทำไม”อนลตอบโดยไม่เงยหน้า“ไม่รู้”คำตอบนั้นทำให้จันทร์สิตาหลุดยิ้มเบา ๆ ทันที เพราะจริง ๆ แล้วทุกคนรู้ดี ว่าอนลไม่ใช่คนที่ปล่อยใครตายต่อหน้าได้อีกแล้ว เด็กเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมแก้วนมอุ่นในมือ ก่อนย

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 119

    เลือดสีแดงไหลลงพื้นช้า ๆ หมายเลขหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางอุโมงค์ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเหมือนไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกยิง เด็กเล็กสองคนด้านหลังเริ่มร้องไห้ทันทีฮาเดสหัวเราะเสียงต่ำ“จบสวยดีนี่”“สัตว์ทดลองก็ต้องตายเหมือนสัตว์ทดลองอยู่วันยังค่ำ”ทันใดนั้นปัง!!!กระสุนของอนลพุ่งสวนทันที ฮาเดสรีบหลบ แต่กระสุนเฉียดแก้มไปจนเลือดกระเซ็นบรรยากาศทั้งอุโมงค์เย็นเฉียบลงในพริบตาอนลเดินออกมาช้า ๆ ดวงตาคมดำสนิทจนแทบไม่มีอารมณ์เหลืออยู่ทุกคนรู้ทันทีว่าเขาโกรธจริง ๆ แล้ว“พ่อ…”คีตะพึมพำเบา ๆเพราะนี่คือสีหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาหลายปีสีหน้าของหมายเลขเจ็ดในอดีตฮาเดสยังยิ้มอยู่“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว”“ดี…ฉันคิดถึงมันจริง ๆ”เขายกปืนขึ้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก—อนลก็หายไปจากตรงหน้าแล้วเร็วเกินมองทันปัง!!หมัดแรกกระแทกเข้าที่หน้าฮาเดสเต็มแรงจนร่างปลิวชนกำแพงอุโมงค์เสียงกระดูกแตกดังลั่นลูกน้องรอบข้างรีบยกปืนขึ้นยิงทันทีแต่คีตะกับจันทร์สิตายิงสวนกลับพร้อมกันปัง! ปัง!อุโมงค์กลับเข้าสู่ความวุ่นวายอีกครั้งหมายเลขหนึ่งทรุดลงช้า ๆ เลือดไหลไม่หยุดเด็กเล็กสองคนรีบเข้ามาประคองเขาไว้ทันทีทั

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 42

    เร็นทรุดลงกับพื้นอุโมงค์ทันที มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่นเลือดไหลจากจมูกมากขึ้นเรื่อย ๆเสียงหอบหายใจของเด็กชายดังถี่จนผิดปกติ“เร็น!”จันทร์สิตารีบลงไปประคองเขาทันทีร่างของเด็กสั่นแรงเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในหัว“ออกมาเดี๋ยวนี้!” ลินตะโกนจากด้านบน“อุโมงค์กำลังปิดแล้ว!”แต่จันทร์สิตาไม่ข

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 41

    “อนล!!”เสียงจันทร์สิตาดังสะท้อนทั่วอุโมงค์เธอรีบพุ่งเข้าหาประตูเหล็กทันทีสองมือทุบลงไปแรง ๆปัง!ปัง!“เปิดสิ!”แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมีเพียงความเงียบหลังประตูหนาทึบลินรีบเข้ามาดึงเธอออก“หยุด!”“เขายังอยู่ข้างใน!” จันทร์สิตาหันกลับไปเสียงสั่น“ฉันรู้!”ลินเองก็ขึ้นเสียงเหมือนกันเป็นครั้งแรกสีห

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 19

    คืนยังไม่จบ ฝนซาลง เหลือเพียงหยดน้ำเกาะกระจกเป็นสายยาว รถแล่นต่อไปบนถนนมืดยาวเหยียดไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่เหมือนต่างคนต่างกำลังคิด“คุณเชื่อที่มันพูดไหม” จันทร์สิตาถามเบา ๆอนลไม่หันมามอง“บางส่วน”“ส่วนไหน”“ที่ว่ามันกำลังพาเราไป”คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบมือกำแน่นเล็กน้อย“งั้นเราก็เหมือนกำลัง

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 15

    เสียงลมด้านนอกเงียบลงแล้ว แต่ความรู้สึก “ถูกจับตา” ยังไม่หายไป จันทร์สิตายืนพิงกำแพง มือยังจับแขนอนลไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป หรือ…กลัวว่าจะเหลือแค่ตัวเอง “มันไปแล้ว” อนลพูดเบา ๆ หลังจากเงียบไปนาน แต่เขายังไม่เปิดไฟ ยังไม่ขยับออกจากตำแหน่ง จันทร์สิตาค่อย ๆ ปล่อยแขนเขา แต่ยังยืนใกล้เกิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status