مشاركة

บทที่4

last update تاريخ النشر: 2025-07-12 09:06:21

สายลมเย็นยามค่ำเริ่มพัดแรงขึ้นเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปหลังแนวตึก วันใหม่มาถึงเร็วกว่าที่จันทร์สิตารู้ตัวเสียอีก

เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานในสำนักงานนิติเวชฯ สายตาเพ่งมองผลแล็บที่เพิ่งถูกรายงานกลับมาจากการชันสูตรละเอียดรอบสองของศพเด็กชายคนนั้น

“เลือดจาง… ภูมิคุ้มกันต่ำผิดปกติ… มีสารบางอย่างตกค้างในระบบประสาท?” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางขมวดคิ้ว สารที่ว่านั้นไม่มีอยู่ในรายการสารเคมีทั่วไป มันดูคล้ายสารจากพืชบางชนิดที่ไม่ควรพบในร่างเด็กอายุไม่ถึง 10 ปี

ไม่ใช่แค่อ่อนแอ… เด็กคนนั้นเหมือนถูกบีบให้ร่างกายเสื่อมลงอย่างช้า ๆ

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกอย่างสุภาพ

“ขออนุญาตครับ คุณหมอจันทร์ มีคนมาเยี่ยม”

ชายตรงหน้าคือหมออนล สวมเสื้อเชิ้ตขาวเรียบแต่มีเสื้อคลุมยาวพาดแขน เขาไม่ได้มาแบบแพทย์ประจำโรงพยาบาล แต่มาในฐานะใครบางคนที่รู้ว่าเธอเจออะไร และกำลังต่อชิ้นส่วนปริศนาเดียวกัน

“มาดูผลใช่ไหมคะ?” จันทร์สิตาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แล้วเชิญเขานั่งลงฝั่งตรงข้าม

“ผมได้คุยกับแม่ของเด็กแล้ว พวกเขาอึดอัดมาก เหมือนมีอะไรไม่อยากพูด” เขาวางแฟ้มอีกเล่มลงบนโต๊ะ เป็นแฟ้มบันทึกสุขภาพของเด็กชายคนเดียวกัน “เด็กมีประวัติรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท แต่ไม่มีรายละเอียดแน่ชัด โรงพยาบาลที่เคยไปเป็นคลินิกเอกชนเล็ก ๆ ในซอยลึก ๆ … ที่เพิ่งปิดตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน”

“แปลว่า…มีความเป็นไปได้ว่าเด็กโดนทดลองอะไรบางอย่าง?”

อนลนิ่งไปครู่หนึ่ง

“ใช่”

จันทร์สิตายกมือเท้าคาง ใบหน้าจริงจังขึ้นในทันที “หมอคิดว่าเกี่ยวกับเคสก่อนหน้าที่เด็กคนอื่นมีพฤติกรรมแปลก ๆ ด้วยไหมคะ?”

เขาพยักหน้า “มีอย่างน้อย 3 เคสในเขตเดียวกันที่มีประวัติเหมือนกัน เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเฉียบพลัน วาดภาพประหลาด พูดกับใครบางคนที่ไม่มีตัวตน จากนั้นก็อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ … แล้วหายไปจากระบบ”

“หายไป?”

“ใช่ หายตัวไปทั้งครอบครัว บ้างก็อ้างว่าย้าย บางบ้านก็ปิดบ้านหนีโดยไม่มีใครรู้ว่าไปไหน”

ความเย็นเฉียบบางอย่างแล่นผ่านแผ่นหลังของจันทร์สิตา เธอกำแฟ้มในมือตัวเองแน่น

“หมอ…”

“ครับ?”

“ฉันว่าเรากำลังตามล่าบางอย่างที่ผิดปกติมาก อาจจะเป็นคนมีอำนาจเล็กน้อยถึงทำแบบนี้เก็บเด็กสิบกว่าคนแล้วยังลอยนวลอยู่”

"คุณเองก็ฉลาดเหมือนกันนะ เหมือนเคยสืบคดีอะไรแบบนี้"

"สืบเสิบอะไรกันละคะ ฉันก็เป็นหมอชันสูตรไปวันๆเลยรู้งูๆปลาๆมา ฮ่าๆๆ" เธอเกือบเผยพิรุธแล้วสิ ต้องเก็บตัวเองมากกว่านี้

ในช่วงบ่าย ทั้งสองเดินทางไปยังคลินิกเก่าที่อนลพูดถึง อาคารเล็กหลังหนึ่งที่ดูเหมือนบ้านคนทั่วไปในซอยแคบ รถวิ่งเข้าแทบไม่ได้ ต้นไม้ขึ้นปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นป้ายชื่อคลินิกที่ซีดจางไปหมดแล้ว

“คลินิกแห่งนี้เคยจดทะเบียนเป็นคลินิกกุมารเวช แต่ว่าเจ้าของไม่เคยเป็นหมอ”

“ไม่ใช่หมอ? แล้วทำไมเปิดคลินิกได้?”

“ใช้ใบอนุญาตจากอีกคนมาแอบอ้าง น่าจะมีคนในช่วยปิดบังข้อมูล"

พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ ประตูเหล็กปิดสนิท แต่ยังไม่มีการล็อกจากด้านใน จันทร์สิตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง

“รู้ไหมคะ หมอ… ฉันชักเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว”

“ถ้าคุณกลัว…คุณสามารถถอยได้ ผมไม่ว่า” เขากลัวว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะกลัวอะไรแบบนี้

“ถ้าฉันถอยตอนนี้ คงนอนฝันร้ายไปอีกหลายคืน ฉันสู้ดีกว่า” เธอแกล้งทำเป็นกลัว ความจริงแล้วเธอชินเสียยิ่งกว่าชิน

เมื่อพวกเขาผลักประตูเข้าไป กลิ่นอับคล้ายความเน่าเปื่อยบางอย่างก็จู่โจมในทันที ทั้งสองหยิบไฟฉายส่องสำรวจภายใน

ห้องตรวจโรคเก่ามีเตียงเด็กเล็กที่ยังคงมีผ้าคลุมสีซีด และของเล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น  ของเล่นที่เหมือนกับที่พบในห้องเด็กชายคนนั้น

บนผนังอีกด้านหนึ่ง มีรอยวาดด้วยปากกาเมจิกสีดำ เป็นรูปคนตาเดียว ยืนรายล้อมเด็กหลายคนไว้ตรงกลางวงกลม

อนลเงียบไป ก่อนจะก้าวช้า ๆ เข้าไปดูใกล้ ๆ

“คนตาเดียวอีกแล้ว…”

ขณะกำลังตรวจสอบนั้น จันทร์สิตากลับเดินไปหยุดที่ห้องหนึ่งด้านใน มันดูเหมือนห้องเก็บอุปกรณ์ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบภาพที่ไม่น่าเชื่อ

ภาพวาดนับสิบถูกปักติดบนผนังทั้งหมด วาดด้วยลายมือของเด็ก ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นรูปคนในเงาดำ ชุดดำ ตาเดียว ถือมีด หรือยืนอยู่ใกล้บ้าน

จันทร์สิตาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เธอครุ่นคิดอย่างหนักกับคดีนี้

“พวกเขา…เคยเห็นบางอย่างจริง ๆ เราควรยกให้เป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่โดยตรงนะคะ”

"คุณไม่รู้เหรอ โรงพยาบาลของเราเป็นเครือเดียวกับของตำรวจ มีเวลามีคดีต้องสืบ" แม้จะเป็นความลับแต่บุคคลากรคนสำคัญต้องล่วงรู้

"ไม่รู้เลยค่ะ" เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้ เธอแกล้งพูดให้ตัวกลัวเพราะเขาจะได้ไม่สงสัย

"ไม่ต้องห่วง ผมอยู่ทั้งคน"

"มีหมออนลจันทร์ก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อยค่ะ อ๊ะ" เธอแกล้งเดินสะดุดล้มไปทางเขาเพราะความหวาดกลัว

"เป็นอะไรรึเปล่าครับ" เขาถามคนในอ้อมกอด

"มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอเหมือนจะพบว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงเข้าหาแรงๆ แต่ดูเหมือนจะชอบตอนที่เธอแสร้งอ่อนแอ หรือทำตัวเป็นธรรมชาติ

"ครับ เรารีบกลับกันเถอะ"

เมื่อกลับมาที่รถ อนลก็ได้รับสายจากพ่อของเด็ก

"หมอครับ...ผมอยากเจอหมอหน่อย...มีบางอย่างที่ผมปิดไว้ไม่ได้แล้ว" เสียงทางสายเต็มไปด้วยความกลัว

“เดี๋ยวผมกับคุณจันทร์จะไปหาคุณที่บ้านครับ”

ทันทีที่วางสาย จันทร์สิตามองหน้าเขา “เกิดอะไรขึ้นคะ?”

“พ่อเด็กบอกว่า เขาไม่ได้บอกเราทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชาย...เขาอยากเล่าเรื่อง ‘เงาในบ้าน’ ที่ลูกพูดถึงก่อนตาย”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 124

    สายลมทะเลยามเย็นพัดเอื่อยผ่านท่าเรือฝั่งเหนือ โกดังเก่าหลายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจนหมด องค์กรที่เหลืออยู่ถูกจับเกือบทั้งหมด เอกสารทดลองถูกเผาทำลาย รายชื่อเด็กทดลองที่ยังเหลือรอดถูกลบออกจากระบบทุกฐานข้อมูลครั้งนี้…มันจบจริง ๆ แล้ว ไม่มีวายุ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีใครตามล่าพวกเขาอีกพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ตกลงเหนือผืนน้ำสีทอง อนลยืนเงียบ ๆ มองทะเลอยู่ปลายท่าเรือ ก่อนจะมีคนเดินมาหยุดข้าง ๆจันทร์สิตา เธอยืนมองวิวเดียวกัน ก่อนพูดเบา ๆ“ในที่สุดก็จบแล้วนะ”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเสียงต่ำ“…อือ”เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเสมอมาแต่สายตาที่มองเธอในตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างชัดเจนจันทร์สิตาหลุดยิ้ม“คุณรู้ไหม”“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในโลก”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“แล้วตอนนี้?”เธอหันไปมองเขาตรง ๆก่อนยิ้มบางเบา“ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”“แต่เป็นคนที่ฉันรักที่สุด”ลมทะเลพัดผ่านช้า ๆอนลนิ่งไปหลายวินาทีก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ อย่างที่ชอบทำ“ปากเก่ง”แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงมากด้านหลังคีตะกำลังโดนเด็กเล็กสองคนวิ่งไล่เพราะแอบซ่อนขนมอีกแล้วเสียงโวยวายดังไปทั้งท่าเรือส่วน

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 123

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในบ้านริมทะเลอย่างอบอุ่น เสียงคลื่นยังคงดังสม่ำเสมอเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมีเสียงโวยวายดังตั้งแต่เช้าแล้ว“พี่หนึ่งโกง!”“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”“เมื่อกี้แอบกินไส้กรอกของผม!”หมายเลขหนึ่งยืนถือจานอาหารเช้าอยู่กลางครัวด้วยสีหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เด็กสองคนกำลังชี้หน้าฟ้องเขาอย่างจริงจังจันทร์สิตาหลุดหัวเราะทันที“คุณไปแกล้งอะไรเด็กอีกแล้ว”หมายเลขหนึ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ“…แค่หยิบมาก่อนชิ้นเดียว”“เห็นไหม!”เด็กเล็กโวยวายหนักกว่าเดิมคีตะที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนถอนหายใจทันที“บ้านนี้มีแต่เด็กจริง ๆ”อนลที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะกาแฟเหลือบมองทุกคนเงียบ ๆก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิดเดียวภาพแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีได้จริงทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทั้งบ้านเงียบลงอัตโนมัติเพราะเบอร์นี้…แทบไม่มีใครรู้อนลรับสายทันที“ว่าไง”ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงชายคนหนึ่งจะดังขึ้น“มีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว”สายตาของอนลเย็นลงทันทีจันทร์สิตามองเขานิ่ง“ที่ไหน”“ท่าเรือฝั่งเหนือ”“มี

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 122

    คืนนั้นบ้านริมทะเลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากกว่าปกติ เด็กเล็กสองคนกำลังเถียงกันเสียงดังเรื่องใครโยนบอลโดนหัวคีตะก่อน จนสุดท้ายโดนพี่ชายดีดหน้าผากไปคนละที“โอ๊ย!”“พี่คีตะอ่ะ!”จันทร์สิตาหัวเราะจนไหล่สั่น ขณะยกหม้อซุปลงจากเตา ส่วนอนลนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงโต๊ะอาหาร แต่สายตากลับมองทุกคนตลอดโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังจดจำภาพเหล่านี้ไว้ ภาพธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีได้“พ่อ”คีตะหันมาเรียก“เหม่ออะไร”อนลชะงักนิดหนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ“ไม่มีอะไร”เด็กหนุ่มหรี่ตามองทันที“…พ่อกำลังซึ้งใช่ไหม”อนลเลิกคิ้ว“อยากโดนลดข้าวเย็น?”เด็กสองคนหัวเราะลั่นทันทีบรรยากาศอบอุ่นจนแม้แต่หมายเลขหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่มุมโต๊ะยังเผลอมองค้างเขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนถึงอยากกลับบ้านจนตอนนี้เองหลังอาหารเย็นเด็ก ๆ แยกย้ายกันไปดูหนังในห้องนั่งเล่นเสียงโวยวายดังมาเป็นระยะ เพราะแย่งผ้าห่มกันอีกแล้วจันทร์สิตาเดินออกมาที่ระเบียงบ้าน พร้อมแก้วชาอุ่นในมือก่อนหยุดเมื่อเห็นหมายเลขหนึ่งยืนอยู่ตรงรั้วไม้ริมทะเลลมกลางคืนพัดเสื้อสีดำของเขาเบา ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดขึ้นโดยไม่หันมา

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 121

    หลายวันหลังจากนั้น ชีวิตในบ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หรืออย่างน้อย…ก็ใกล้เคียงคำว่าปกติที่สุดเท่าที่ครอบครัวนี้จะมีได้ หมายเลขหนึ่งยังพักอยู่ที่บ้านริมทะเล แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกหลายครั้งว่าจะไปเอง แต่ไม่มีใครปล่อยจริง ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กสองคนที่เริ่มติดเขาแบบไม่รู้ตัว“พี่หนึ่ง!”เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้ามาพร้อมลูกบอลในมือ“เล่นด้วยกันไหม”หมายเลขหนึ่งชะงักทันทีเหมือนยังไม่ชินกับการถูกเรียกแบบนั้น“ฉันเล่นไม่เป็น”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสอน!”เด็กอีกคนรีบดึงแขนเขาทันทีก่อนสุดท้าย คนที่เคยเป็นเงามืดขององค์กรใต้ดินจะถูกลากออกไปกลางสนามหญ้าหน้าบ้านแบบงง ๆจันทร์สิตาที่ยืนมองอยู่ในครัวหลุดหัวเราะเบา ๆ“เด็ก ๆ เร็วกว่าเราคิดอีกนะ”อนลยืนชงกาแฟอยู่ข้าง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ“เพราะพวกเขาไม่สนอดีตใคร”สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างหมายเลขหนึ่งกำลังยืนแข็งเป็นท่อนไม้ ขณะเด็กสองคนพยายามสอนโยนบอลให้ภาพนั้นดูตลกจนน่าประหลาดจันทร์สิตาหันกลับมามองอนล“คุณเองก็เหมือนกัน”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“อะไร”“ตอนแรกคุณก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเบา ๆ“…แต่คุณก็ยังเข้ามา”หัวใจเธ

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 120

    สองสัปดาห์หลังเหตุการณ์อุโมงค์ระเบิด บ้านริมทะเลกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แม้กำแพงบางส่วนยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมแม้ร่องรอยกระสุนยังไม่หายไปทั้งหมด แต่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก็กลับมาแล้วเช้าวันนั้นกลิ่นอาหารลอยออกมาจากครัวตั้งแต่เช้า จันทร์สิตากำลังยืนทอดไข่อยู่หน้าเตา ขณะเด็กเล็กสองคนช่วยกันจัดจานแบบงง ๆ จนสุดท้ายช้อนตกพื้นไปสามรอบ“ตั้งใจหน่อยสิ”คีตะถอนหายใจอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ตอนนี้เขาเริ่มมีท่าทีเหมือนพี่ชายจริง ๆ มากขึ้นทุกวันส่วนอนล กำลังนั่งเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใครบางคนเงียบ ๆหมายเลขหนึ่ง อีกฝ่ายนั่งพิงเก้าอี้อยู่ตรงระเบียงบ้าน สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่ไม่มีแววคลุ้มคลั่งแล้วหลังจากโดนยิง อาการเขาหนักมาก แต่สุดท้ายก็รอด และแม้ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ อนลพันแผลเสร็จ ก่อนพูดเรียบ ๆ“อย่าใช้แขนหนักช่วงนี้”หมายเลขหนึ่งมองเขาเงียบ ๆ“…นายช่วยฉันทำไม”อนลตอบโดยไม่เงยหน้า“ไม่รู้”คำตอบนั้นทำให้จันทร์สิตาหลุดยิ้มเบา ๆ ทันที เพราะจริง ๆ แล้วทุกคนรู้ดี ว่าอนลไม่ใช่คนที่ปล่อยใครตายต่อหน้าได้อีกแล้ว เด็กเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมแก้วนมอุ่นในมือ ก่อนย

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 119

    เลือดสีแดงไหลลงพื้นช้า ๆ หมายเลขหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางอุโมงค์ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเหมือนไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกยิง เด็กเล็กสองคนด้านหลังเริ่มร้องไห้ทันทีฮาเดสหัวเราะเสียงต่ำ“จบสวยดีนี่”“สัตว์ทดลองก็ต้องตายเหมือนสัตว์ทดลองอยู่วันยังค่ำ”ทันใดนั้นปัง!!!กระสุนของอนลพุ่งสวนทันที ฮาเดสรีบหลบ แต่กระสุนเฉียดแก้มไปจนเลือดกระเซ็นบรรยากาศทั้งอุโมงค์เย็นเฉียบลงในพริบตาอนลเดินออกมาช้า ๆ ดวงตาคมดำสนิทจนแทบไม่มีอารมณ์เหลืออยู่ทุกคนรู้ทันทีว่าเขาโกรธจริง ๆ แล้ว“พ่อ…”คีตะพึมพำเบา ๆเพราะนี่คือสีหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาหลายปีสีหน้าของหมายเลขเจ็ดในอดีตฮาเดสยังยิ้มอยู่“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว”“ดี…ฉันคิดถึงมันจริง ๆ”เขายกปืนขึ้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก—อนลก็หายไปจากตรงหน้าแล้วเร็วเกินมองทันปัง!!หมัดแรกกระแทกเข้าที่หน้าฮาเดสเต็มแรงจนร่างปลิวชนกำแพงอุโมงค์เสียงกระดูกแตกดังลั่นลูกน้องรอบข้างรีบยกปืนขึ้นยิงทันทีแต่คีตะกับจันทร์สิตายิงสวนกลับพร้อมกันปัง! ปัง!อุโมงค์กลับเข้าสู่ความวุ่นวายอีกครั้งหมายเลขหนึ่งทรุดลงช้า ๆ เลือดไหลไม่หยุดเด็กเล็กสองคนรีบเข้ามาประคองเขาไว้ทันทีทั

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 114

    คืนนั้น ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ เสียงฟ้าร้องดังห่าง ๆ เหนือทะเลมืดสนิท ภายในบ้าน ทุกคนแยกย้ายกันเข้านอนแล้ว แต่ไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ อนลกำลังนั่งเงียบ ๆ พร้อมปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะ สายตาคมมองออกไปนอกหน้าต่างไม่ละไปไหนจันทร์สิตาเดินลงมาจากชั้นบน ก่อนหยุดมองเขาเงียบ ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อนลต

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 106

    เช้าวันต่อมาบรรยากาศในบ้านเงียบผิดปกติ แม้เด็กเล็กจะยังเล่นกันอยู่เหมือนเดิม แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดบางอย่าง อนลกำลังนั่งดูแผนที่บนโต๊ะไม้กลางห้อง ข้างกันมีเหรียญสีดำวางอยู่สัญลักษณ์งูพันสามตัวสะท้อนแสงแดดยามเช้าเย็นเยียบอย่างน่าขนลุกคีตะยืนอยู่ข้างเขาเงียบ ๆสีหน้ายังไม่ดีนักตั้งแต่เม

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 84

    “เจอเป้าหมายแล้ว”ชายในชุดดำพูดผ่านโทรศัพท์สั้น ๆ ก่อนตัดสายสายฝนยังตกหนักต่อเนื่องภายในร้านกาแฟ จันทร์สิตายังยืนอยู่ตรงหน้าอนลน้ำตาเธอยังไม่หยุดไหล“…งั้นเราค่อยจัดการมันด้วยกัน”คำพูดของเขายังสะท้อนอยู่ในหัวเธออบอุ่นจนหัวใจเจ็บเพราะเธอกำลังจะบอกความจริงกับเขาแล้วจริง ๆแต่ก่อนที่เธอจะทันพูดอ

  • ข้ามเส้นเงา    บทที่ 53

    ปัง!เสียงปืนจากอีกฝั่งประตูเหล็กดังก้องเข้ามาในอุโมงค์แคบ จันทร์สิตาหยุดเดินทันที หัวใจเหมือนถูกกระชากวูบ“เร็น!”เธอหันกลับไปทันที แต่ลินรีบดึงแขนเธอไว้แน่น“ห้ามกลับไป!”“แต่เขา—”“เธอช่วยเขาไม่ได้ตอนนี้!” ลินสวนกลับเสียงแข็งดวงตาเธอเองก็สั่นไม่ต่างกัน“ถ้าเราหยุด ทุกอย่างที่เด็กคนนั้นทำจะเสียเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status