ログインสายลมเย็นยามค่ำเริ่มพัดแรงขึ้นเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปหลังแนวตึก วันใหม่มาถึงเร็วกว่าที่จันทร์สิตารู้ตัวเสียอีก
เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานในสำนักงานนิติเวชฯ สายตาเพ่งมองผลแล็บที่เพิ่งถูกรายงานกลับมาจากการชันสูตรละเอียดรอบสองของศพเด็กชายคนนั้น
“เลือดจาง… ภูมิคุ้มกันต่ำผิดปกติ… มีสารบางอย่างตกค้างในระบบประสาท?” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางขมวดคิ้ว สารที่ว่านั้นไม่มีอยู่ในรายการสารเคมีทั่วไป มันดูคล้ายสารจากพืชบางชนิดที่ไม่ควรพบในร่างเด็กอายุไม่ถึง 10 ปี
ไม่ใช่แค่อ่อนแอ… เด็กคนนั้นเหมือนถูกบีบให้ร่างกายเสื่อมลงอย่างช้า ๆ
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกอย่างสุภาพ
“ขออนุญาตครับ คุณหมอจันทร์ มีคนมาเยี่ยม”
ชายตรงหน้าคือหมออนล สวมเสื้อเชิ้ตขาวเรียบแต่มีเสื้อคลุมยาวพาดแขน เขาไม่ได้มาแบบแพทย์ประจำโรงพยาบาล แต่มาในฐานะใครบางคนที่รู้ว่าเธอเจออะไร และกำลังต่อชิ้นส่วนปริศนาเดียวกัน
“มาดูผลใช่ไหมคะ?” จันทร์สิตาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แล้วเชิญเขานั่งลงฝั่งตรงข้าม
“ผมได้คุยกับแม่ของเด็กแล้ว พวกเขาอึดอัดมาก เหมือนมีอะไรไม่อยากพูด” เขาวางแฟ้มอีกเล่มลงบนโต๊ะ เป็นแฟ้มบันทึกสุขภาพของเด็กชายคนเดียวกัน “เด็กมีประวัติรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท แต่ไม่มีรายละเอียดแน่ชัด โรงพยาบาลที่เคยไปเป็นคลินิกเอกชนเล็ก ๆ ในซอยลึก ๆ … ที่เพิ่งปิดตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน”
“แปลว่า…มีความเป็นไปได้ว่าเด็กโดนทดลองอะไรบางอย่าง?”
อนลนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ใช่”
จันทร์สิตายกมือเท้าคาง ใบหน้าจริงจังขึ้นในทันที “หมอคิดว่าเกี่ยวกับเคสก่อนหน้าที่เด็กคนอื่นมีพฤติกรรมแปลก ๆ ด้วยไหมคะ?”
เขาพยักหน้า “มีอย่างน้อย 3 เคสในเขตเดียวกันที่มีประวัติเหมือนกัน เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเฉียบพลัน วาดภาพประหลาด พูดกับใครบางคนที่ไม่มีตัวตน จากนั้นก็อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ … แล้วหายไปจากระบบ”
“หายไป?”
“ใช่ หายตัวไปทั้งครอบครัว บ้างก็อ้างว่าย้าย บางบ้านก็ปิดบ้านหนีโดยไม่มีใครรู้ว่าไปไหน”
ความเย็นเฉียบบางอย่างแล่นผ่านแผ่นหลังของจันทร์สิตา เธอกำแฟ้มในมือตัวเองแน่น
“หมอ…”
“ครับ?”
“ฉันว่าเรากำลังตามล่าบางอย่างที่ผิดปกติมาก อาจจะเป็นคนมีอำนาจเล็กน้อยถึงทำแบบนี้เก็บเด็กสิบกว่าคนแล้วยังลอยนวลอยู่”
"คุณเองก็ฉลาดเหมือนกันนะ เหมือนเคยสืบคดีอะไรแบบนี้"
"สืบเสิบอะไรกันละคะ ฉันก็เป็นหมอชันสูตรไปวันๆเลยรู้งูๆปลาๆมา ฮ่าๆๆ" เธอเกือบเผยพิรุธแล้วสิ ต้องเก็บตัวเองมากกว่านี้
ในช่วงบ่าย ทั้งสองเดินทางไปยังคลินิกเก่าที่อนลพูดถึง อาคารเล็กหลังหนึ่งที่ดูเหมือนบ้านคนทั่วไปในซอยแคบ รถวิ่งเข้าแทบไม่ได้ ต้นไม้ขึ้นปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นป้ายชื่อคลินิกที่ซีดจางไปหมดแล้ว
“คลินิกแห่งนี้เคยจดทะเบียนเป็นคลินิกกุมารเวช แต่ว่าเจ้าของไม่เคยเป็นหมอ”
“ไม่ใช่หมอ? แล้วทำไมเปิดคลินิกได้?”
“ใช้ใบอนุญาตจากอีกคนมาแอบอ้าง น่าจะมีคนในช่วยปิดบังข้อมูล"
พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ ประตูเหล็กปิดสนิท แต่ยังไม่มีการล็อกจากด้านใน จันทร์สิตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
“รู้ไหมคะ หมอ… ฉันชักเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว”
“ถ้าคุณกลัว…คุณสามารถถอยได้ ผมไม่ว่า” เขากลัวว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะกลัวอะไรแบบนี้
“ถ้าฉันถอยตอนนี้ คงนอนฝันร้ายไปอีกหลายคืน ฉันสู้ดีกว่า” เธอแกล้งทำเป็นกลัว ความจริงแล้วเธอชินเสียยิ่งกว่าชิน
เมื่อพวกเขาผลักประตูเข้าไป กลิ่นอับคล้ายความเน่าเปื่อยบางอย่างก็จู่โจมในทันที ทั้งสองหยิบไฟฉายส่องสำรวจภายใน
ห้องตรวจโรคเก่ามีเตียงเด็กเล็กที่ยังคงมีผ้าคลุมสีซีด และของเล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ของเล่นที่เหมือนกับที่พบในห้องเด็กชายคนนั้น
บนผนังอีกด้านหนึ่ง มีรอยวาดด้วยปากกาเมจิกสีดำ เป็นรูปคนตาเดียว ยืนรายล้อมเด็กหลายคนไว้ตรงกลางวงกลม
อนลเงียบไป ก่อนจะก้าวช้า ๆ เข้าไปดูใกล้ ๆ
“คนตาเดียวอีกแล้ว…”
ขณะกำลังตรวจสอบนั้น จันทร์สิตากลับเดินไปหยุดที่ห้องหนึ่งด้านใน มันดูเหมือนห้องเก็บอุปกรณ์ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับพบภาพที่ไม่น่าเชื่อ
ภาพวาดนับสิบถูกปักติดบนผนังทั้งหมด วาดด้วยลายมือของเด็ก ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นรูปคนในเงาดำ ชุดดำ ตาเดียว ถือมีด หรือยืนอยู่ใกล้บ้าน
จันทร์สิตาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เธอครุ่นคิดอย่างหนักกับคดีนี้
“พวกเขา…เคยเห็นบางอย่างจริง ๆ เราควรยกให้เป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่โดยตรงนะคะ”
"คุณไม่รู้เหรอ โรงพยาบาลของเราเป็นเครือเดียวกับของตำรวจ มีเวลามีคดีต้องสืบ" แม้จะเป็นความลับแต่บุคคลากรคนสำคัญต้องล่วงรู้
"ไม่รู้เลยค่ะ" เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้ เธอแกล้งพูดให้ตัวกลัวเพราะเขาจะได้ไม่สงสัย
"ไม่ต้องห่วง ผมอยู่ทั้งคน"
"มีหมออนลจันทร์ก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อยค่ะ อ๊ะ" เธอแกล้งเดินสะดุดล้มไปทางเขาเพราะความหวาดกลัว
"เป็นอะไรรึเปล่าครับ" เขาถามคนในอ้อมกอด
"มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอเหมือนจะพบว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงเข้าหาแรงๆ แต่ดูเหมือนจะชอบตอนที่เธอแสร้งอ่อนแอ หรือทำตัวเป็นธรรมชาติ
"ครับ เรารีบกลับกันเถอะ"
เมื่อกลับมาที่รถ อนลก็ได้รับสายจากพ่อของเด็ก
"หมอครับ...ผมอยากเจอหมอหน่อย...มีบางอย่างที่ผมปิดไว้ไม่ได้แล้ว" เสียงทางสายเต็มไปด้วยความกลัว
“เดี๋ยวผมกับคุณจันทร์จะไปหาคุณที่บ้านครับ”
ทันทีที่วางสาย จันทร์สิตามองหน้าเขา “เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“พ่อเด็กบอกว่า เขาไม่ได้บอกเราทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชาย...เขาอยากเล่าเรื่อง ‘เงาในบ้าน’ ที่ลูกพูดถึงก่อนตาย”
เสียงปืนด้านบนดังต่อเนื่องไม่หยุด คลินิกทั้งแห่งสั่นสะเทือนจากแรงปะทะเป็นระยะ เจ้าหน้าที่หลายคนวิ่งผ่านหน้าห้องอย่างรีบร้อนจันทร์สิตารู้สึกได้ทันทีว่า ที่นี่กำลังจะกลายเป็นสนามรบอีกแห่งอนลเสียบแม็กกาซีนเข้าปืนอย่างรวดเร็วสีหน้าเขากลับนิ่งลงอย่างน่ากลัวนิ่งเหมือนคนที่คุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้เกินไปแล้วลินเปิดตู้เหล็กด้านข้าง หยิบหูฟังสื่อสารออกมาส่งให้ทั้งคู่“ช่องสาม”“ถ้าหลงกัน อย่าปิดสัญญาณ”อนลรับมาเงียบ ๆจันทร์สิตารีบใส่ตาม แม้มือจะยังสั่นเล็กน้อยเสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นบนอีกครั้งตูม!ฝุ่นร่วงลงมาจากเพดานลินหันไปมองทางออกฉุกเฉินด้านหลัง“พวกมันกำลังปิดทางหนีด้านหน้า”อนลเดินไปดูแผนผังบนจออีกครั้งเร็ว ๆก่อนชี้ไปยังทางเดินด้านข้าง“อุโมงค์บริการยังใช้ได้ไหม”“ได้” ลินตอบ“แต่ถ้าพวกมันรู้…”“มันรู้แน่” เขาพูดตัดเรียบ ๆลินเงียบไปเพราะรู้ว่าเขาพูดถูกทันใดนั้นประตูห้องเปิดผางชายคนหนึ่งในชุดเจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามา“พวกมันเข้ามาถึงชั้นสองแล้ว!”เขาหอบแรง“มีคนของโครงการรุ่นใหม่ด้วย—”ประโยคยังไม่ทันจบเสียงปืนดังขึ้นจากทางเดินปัง!เลือดสาดกระเซ็นชายคนนั้นล้มลงตรงหน้าประ
ภายในห้องเงียบลงหลังลินพูดจบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอข้างเตียงอนลเปิดแฟ้มดูต่ออย่างรวดเร็วภาพถ่ายดาวเทียม ทางเข้าออก ตำแหน่งกล้องวงจรปิดทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ละเอียดเกินไปจันทร์สิตาขยับเข้าไปใกล้“ที่นี่คืออะไร”ลินกอดอกพิงผนัง“โรงงานเก่าในเขตอุตสาหกรรม”“แต่ใต้ดิน…”สายตาเธอนิ่งลง“…คือศูนย์ทดลองแห่งใหม่”จันทร์สิตารู้สึกหนาววาบ“พวกมันสร้างใหม่ได้ยังไง ทั้งที่เรื่องแบบนี้—”“คนมีอำนาจช่วยได้ทุกอย่าง” ลินตอบเรียบ ๆ“โดยเฉพาะถ้าได้เงินเยอะพอ”คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบลงทันทีอนลหยุดเปิดแฟ้มตรงหน้าหนึ่งเป็นรายชื่อเด็กหลายคนบางชื่อถูกขีดฆ่าบางชื่อมีคำว่า “ย้าย”และหนึ่งในนั้นชื่อ “เรย์” ถูกวงสีแดงไว้จันทร์สิตาเห็นมือของเขากำกระดาษแน่นขึ้นเล็กน้อย“มันเหลือเด็กอยู่กี่คน” เขาถามเสียงต่ำลินเงียบไปนิดหนึ่งก่อนตอบ“ที่ยืนยันได้…หกคน”อนลหลับตาลงช้า ๆเหมือนพยายามกดอารมณ์บางอย่างไว้อีกครั้ง“นายยังหยุดพวกมันได้” ลินพูดเบา ๆอนลหัวเราะแผ่ว ๆ“ผมหยุดมันไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว”จันทร์สิตาหันไปมองเขาทันทีน้ำเสียงนั้นเหนื่อยเกินไปเหมือนคนที่โทษตัวเองมานานมากแล้วลินเดินเข้
สายฝนยังคงตกกระทบกระจกด้านนอกไม่หยุดภายในคลินิกใต้ดินเงียบเกินไปจันทร์สิตายืนมองผู้หญิงชุดดำตรงหน้ารอคำตอบอีกฝ่ายนิ่งอยู่นานก่อนหัวเราะเบา ๆแต่แววตาไม่ได้ขำเลยแม้แต่นิดเดียว“เพราะฉันติดหนี้เขา”คำตอบนั้นสั้นมากแต่หนักพอจะทำให้จันทร์สิตาไม่ถามเล่นอีกผู้หญิงคนนั้นเดินไปพิงโต๊ะเหล็กช้า ๆก่อนพูดต่อ“วันที่ฉันหนีออกมาจากที่นั่น…”“มีเด็กคนหนึ่งกลับเข้าไปช่วยคนอื่น”จันทร์สิตานิ่งฟัง“ทั้งที่ตัวเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด”สายตาเธอเลื่อนไปทางห้องรักษาด้านใน“เด็กคนนั้นคืออนล”จันทร์สิตารู้สึกแน่นในอกอย่างประหลาดเธอเคยคิดว่าเขาเย็นชาห่างเหินไม่ไว้ใจใครแต่ยิ่งรู้มากขึ้นเท่าไร เธอกลับยิ่งเห็นว่า คนแบบเขา…มักเป็นคนที่เจ็บมาเยอะที่สุด“แล้วคุณคือหมายเลขสิบสาม?” เธอถามเบา ๆผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า“ฉันชื่อลิน”นี่เป็นครั้งแรกที่เธอบอกชื่อจริง“โครงการนั้นคืออะไรกันแน่”ลินเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังเลือกว่าจะพูดมากแค่ไหนก่อนตอบช้า ๆ“โครงการสร้างมนุษย์ที่เชื่อฟังสมบูรณ์แบบ”จันทร์สิตาหน้าเปลี่ยนทันที“อะไรนะ?”“พวกมันเลือกเด็กที่ไม่มีใครตามหา”“เด็กกำพร้า เด็กหาย เด็กที่ถูกขาย”น้ำเสียงลิ
ภายในรถเงียบสนิทจันทร์สิตาเห็นสายตาของอนลเปลี่ยนทันทีหลังได้ยินประโยคนั้นเย็นลงแข็งขึ้นและเหมือนมีบางอย่างถูกกระแทกแรง ๆ จากข้างใน“หมายความว่าไง” เขาพูดเสียงต่ำปลายสายหัวเราะเบา ๆ“นายคิดจริง ๆ เหรอ…”“…ว่ามีแค่นายกับหมายเลขสิบสามที่รอดมาได้”จันทร์สิตาหันไปมองผู้หญิงชุดดำทันทีหมายเลขสิบสาม?ผู้หญิงคนนั้นนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนเบือนสายตาหนีเล็กน้อยเสียงปลายสายดังต่อ“เด็กคนนั้นอยู่กับเรามาตลอด”“และคืนนี้…เขาจะถูกลบเหมือนที่นายเคยปล่อยให้คนอื่นถูกลบ”อนลกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเลือดจากแผลยังไหลไม่หยุดแต่สีหน้าเขากลับเย็นลงเรื่อย ๆอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ“ที่ไหน”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบช้า ๆ“ถ้านายอยากช่วย…”“มาคนเดียว”สายตาของผู้หญิงชุดดำเปลี่ยนทันที“อย่าไป” เธอพูดทันทีแต่ปลายสายยังพูดต่อ“นายมีเวลาสามชั่วโมง”“ก่อนที่เด็กคนนั้นจะถูกกำจัด”ติ๊ดสายถูกตัดทันทีภายในรถเหลือเพียงเสียงฝนจันทร์สิตามองอนลทันที“เด็กคนไหน”เขาไม่ตอบสายตาจับอยู่ที่หน้าจอมืดสนิทของโทรศัพท์ผู้หญิงชุดดำหันกลับมาช้า ๆ“มันกำลังลากนายกลับเข้าเกมอีกแล้ว”อนลเงียบ“นายรู้ดีว่ามันชอบใช้วิธีนี้”“
เสียงทุกอย่างรอบตัวเหมือนเงียบหายไปชั่วขณะ จันทร์สิตามองเลือดที่ซึมผ่านเสื้อของอนล หัวใจเธอหล่นวูบจนแทบหายใจไม่ออก “อนล!” เธอรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันที ร่างสูงทรุดลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนยืนอยู่ มือหนึ่งกดแผลไว้แน่น สายตายังคงจับอยู่ที่ชายวัยกลางคนตรงหน้า เหมือนยังไม่ยอมล้ม ฝุ่นจากแรงระเบิดยังคละคลุ้งทั่วโกดัง เศษเหล็กด้านบนเริ่มร่วงลงมาเรื่อย ๆ ผู้หญิงชุดดำยิงสวนอีกนัด ปัง! ชายวัยกลางคนหลบหลังเสาทัน ก่อนหัวเราะเบา ๆ “น่าเสียดาย” “อีกนิดเดียวเอง” อนลยกปืนขึ้นช้า ๆ ทั้งที่เลือดยังไหลไม่หยุด แต่ก่อนเขาจะยิง พื้นด้านบนก็ถล่มลงมาระหว่างกลางโกดังเสียก่อน ตูม! เศษปูนและเหล็กตกลงกั้นกลางพื้นที่ทันที ตัดอีกฝ่ายออกไปจากสายตา “ไปเดี๋ยวนี้!” ผู้หญิงชุดดำตะโกน เธอวิ่งเข้ามาหาพวกเขาเร็วมาก สายตากวาดมองแผลของอนลเพียงครั้งเดียว ก่อนสบถเบา ๆ “กระสุนฝัง” จันทร์สิตาหน้าซีดทันที “เขาจะเป็นอะไรไหม?!” “ถ้ายังอยู่ตรงนี้ ก็เป็นแน่” ผู้หญิงคนนั้นตอบรวดเร็ว ก่อนหันไปมองโกดังที่กำลังสั่น “มันตั้งใจระเบิดทั้งที่” อนลยังพยายามยืนเอง “ผมเดินได้” เขาพูดเสียงต่ำ ผู้หญิงชุดดำปรายตามองเข
ปลายกระบอกปืนแนบอยู่ข้างศีรษะแม่จันทร์สิตาเธอตัวสั่น แต่พยายามไม่ร้องออกมาอีกจันทร์สิตาหน้าเสียทันที“แม่!”เธอเผลอขยับตัวไปข้างหน้าแต่ออนลคว้าข้อมือเธอไว้ทันแรงมากกว่าทุกครั้ง“อย่า” เขาพูดเสียงต่ำสายตายังคงจับอยู่ที่คนถือปืนนิ่งเกินไปจนเธอเริ่มกลัวว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างจริง ๆชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ“นั่นสิ”เขามองอนลด้วยสายตาพึงพอใจ“ในที่สุดนายก็มีจุดอ่อนเหมือนคนปกติสักที”ผู้หญิงชุดดำขมวดคิ้วทันที“พอได้แล้ว”“เธอไม่เกี่ยว”ชายคนนั้นเหลือบมองเธอ“แต่เขาเกี่ยว”เขาชี้ไปที่อนล“หมายเลขเจ็ดเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด”“เราต้องรู้ว่า…เมื่อมีความรู้สึก เขาจะพังได้แค่ไหน”จันทร์สิตารู้สึกเลือดเย็นวาบสำหรับคนพวกนี้ ทุกอย่างยังเป็นแค่การทดลองเท่านั้นแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีอนลปล่อยมือจันทร์สิตาช้า ๆก่อนก้าวออกไปด้านหน้า“ปล่อยพวกเธอ”น้ำเสียงเขาเรียบแต่ครั้งนี้…เย็นจนน่ากลัวชายวัยกลางคนยิ้มกว้างขึ้น“ถ้านายยอมกลับมา”จันทร์สิตาหันขวับทันที“อะไรนะ?”ชายคนนั้นเดินช้า ๆ ลงมาจากชั้นเหล็ก“โครงการกำลังจะเริ่มใหม่”“และเราต้องการนาย”อนลหัวเราะเบา ๆไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง“คุณยังคิดว่าควบคุ