Share

บทที่5

last update Last Updated: 2025-07-15 03:22:57

บ้านไม้ชั้นเดียวในชานเมืองกลับมาอยู่ในสายตาทั้งสองอีกครั้ง เมื่อรถของหมออนลแล่นเข้าไปจอดที่เดิม ท่ามกลางแสงไฟสลัวของหลอดนีออนหน้าบ้านที่กะพริบเป็นจังหวะชวนขนลุก

เสียงสุนัขหอนดังแว่วไกลลิบในยามค่ำคืน บรรยากาศในบ้านดูแตกต่างจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ผ้าม่านถูกรูดปิดสนิท ราวกับเจ้าของบ้านพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากสายตาคนนอก

พ่อของธันวานั่งอยู่กลางห้องรับแขก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน

“ขอบคุณที่มาครับหมอ…ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ” เขาพูดพลางยกมือไหว้ ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่

“เราอยากฟังทุกอย่างที่คุณรู้นะครับ โดยไม่ตัดสินอะไรเลย” หมออนลนั่งลงตรงข้าม พูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง

จันทร์สิตานั่งอยู่ข้าง ๆ เธอจ้องพ่อของเด็กชายธันวาอย่างตั้งใจ ขณะปลายนิ้วแตะที่ข้อมือเธอเองเพื่อวัดชีพจรของคนตรงหน้าอย่างแนบเนียน พฤติกรรมของเขาไม่ใช่แค่ความเศร้า...แต่เหมือนคนเห็นอะไรที่เกินกว่าจะเข้าใจ

“ธันวาเคยเล่าหลายครั้งว่า...มีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านตอนกลางคืน” เขาเริ่มพูดช้า ๆ “ตอนแรกผมคิดว่าเขาจินตนาการไปเอง เด็กชอบเล่นกับเงา แต่แล้ว…ผมก็เริ่มเห็นเองกับตา”

หมออนลขมวดคิ้ว “เห็นอะไรครับ?”

ชายตรงหน้ากลืนน้ำลาย

“บางคืน...ผมนั่งอยู่ในครัว แล้วเห็น ‘เงา’ เดินผ่านไปหน้าประตู ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น…ผมรีบวิ่งออกไปดู แต่ก็ไม่มีอะไร”

“กล้องวงจรปิดในบ้านมีไหมคะ?” จันทร์สิตาถาม

เขาพยักหน้า “มีครับ แต่แปลกมาก…ทุกครั้งที่ธันวาบ่นว่าเห็น ‘เงา’ กล้องจะดับพอดี”

บรรยากาศในบ้านเงียบกริบ จันทร์สิตาแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งของตัวเองเบาๆ ก่อนพูดเสียงช้า

“แล้วก่อนเขาจะเสีย...เขาพูดอะไรไว้บ้าง?”

พ่อของเด็กนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปหยิบภาพวาดแผ่นหนึ่งจากกล่องไม้เก่าๆ ที่ซุกไว้ใต้โต๊ะ

มันคือภาพของ “ชายตาเดียวในชุดดำ” คนเดิม

แต่คราวนี้ มีข้อความที่เด็กขีดเขียนไว้ใต้ภาพด้วยลายมือโย้เย้

“อย่าบอกใคร...เขาอยู่ในฝันของหนูทุกคืน...เขาบอกว่าจะพาเพื่อนไปอยู่ด้วย...”

หมออนลหยิบภาพขึ้นมาดูใกล้ ๆ ดวงตาคมหรี่นิดขณะพินิจ

“คล้ายกับภาพที่พบในคลินิก...”

“หมอครับ...” พ่อเด็กเสียงสั่น “คืนสุดท้ายก่อนเขาเสีย เขาร้องไห้หนักมาก แล้วก็พูดว่า ‘หนูไม่อยากไป หนูไม่อยากไปกับเขา’ แล้วก็ช็อค...หัวใจหยุดเต้น”

“ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย?” จันทร์สิตาถาม

“ไม่มีเลย...แต่ตอนอาบน้ำศพ ผมเห็นว่าบนหน้าอกของเขามีรอยแดงคล้ายสัญลักษณ์”

จันทร์สิตาหันมามองหมออนลแทบพร้อมกัน

“สัญลักษณ์?” เขาทวนเสียงเข้ม

“คล้ายวงกลมที่มีจุดดำอยู่ตรงกลาง...ผมไม่เคยเห็นมาก่อน”

เงียบ...

จนจันทร์สิตาเอ่ยเบา ๆ “เราต้องเอารูปวาดพวกนี้ไปวิเคราะห์ทางจิตวิทยา...และอาจต้องขอหมายขุดคุ้ยเอกสารของคลินิกนั้นให้มากขึ้น”

อนลพยักหน้า เขาหันไปปลอบพ่อของเด็ก ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมหญิงสาว

"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะต้องสืบได้แน่ ตอนนี้ผมติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าบ้านของเด็กทุกคนในคดีอย่างเคร่งครัดแล้ว"

"ขอบคุณมากจริงๆครับ"

ขณะเดินออกจากบ้าน แสงไฟหน้ารถสาดกระทบร่างเธอเบา ๆ จันทร์สิตาหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับชายข้างกาย

“หมอคะ...คุณคิดว่า ‘คนตาเดียว’ เป็นใครกันแน่?”

“ผมยังไม่แน่ใจ” เขาตอบ 

“แต่มันไม่ใช่ภาพหลอน...และผมไม่คิดว่าเด็กทั้งหมดจะจินตนาการตรงกันได้โดยบังเอิญ”

ขณะเธอกำลังจะขึ้นรถ เขาจับแขนเธอเบาๆ

“คุณโอเคไหม?”

“ก็แอบขนลุกอยู่นิดหน่อยค่ะ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน แต่รอยยิ้มยังสั่นเล็กน้อยจริงๆ

“แต่ถ้ามีคุณอยู่ด้วยก็อุ่นใจขึ้นเยอะเลย”

“อืม…” เขาพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาแน่นิ่งจ้องเข้าไปในดวงตาเธอ

ชั่ววูบนั้น จันทร์สิตาเกือบลืมว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะหมอแต่เป็นนักล่า…ที่ถูกส่งมาเพื่อดึงเขาเข้ากับดัก

แล้วทำไม…หัวใจเธอกลับเต้นแรงทุกครั้งที่เขามองแบบนี้ล่ะ?

"ผมว่าเราควรตรวจดูรอบๆนอกบ้านอีกหน่อย"

ขณะที่หมออนลกำลังเดินตรวจดูพื้นที่ห่างออกไปเล็กน้อย จันทร์สิตาก็ถือโอกาสเดินเคียงข้าง สบตากับเขาในระยะประชิด

“คุณหมอเชื่อเรื่องพลังงานในสถานที่ไหมคะ?” เธอถาม ขณะเหยียบลงบนแผ่นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดเบา ๆ

 “ถ้าเป็นพลังงานทางวิทยาศาสตร์ผมเชื่อ... แต่เรื่องลึกลับ ผมไม่ค่อยสนใจ” เขาหันมามอง เงียบอยู่ครู่ ก่อนตอบเรียบๆ

“แปลว่าคุณหมอไม่เคยสัมผัสอะไรแปลก ๆ เลยเหรอคะ?” เธอเอียงหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก

“เคยสัมผัส...แต่ไม่ใช่สิ่งลึกลับ” น้ำเสียงเขาราบเรียบ แต่สายตากลับประสานกับเธอไม่ละไปไหน

“เป็นคนมากกว่า ที่น่าพิศวง”

จันทร์สิตาชะงัก หัวใจเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว เขาหมายถึงเธอหรือเปล่า...

“หมอครับ ตรงนี้เจอเศษเล็บค่ะ มีรอยเลือดแห้งติดอยู่ คาดว่าไม่ใช่ของเด็ก!” แต่ก่อนจะทันได้ถามต่อ เสียงหนึ่งจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ดังขัดขึ้น 

หมออนลละสายตาจากจันทร์สิตาทันที เดินตรงไปยังจุดที่มีการตรวจสอบหลักฐาน จันทร์สิตาเดินตาม เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง ไม่ใช่แค่กับคดี...แต่กับตัวเขา

ในขณะที่ทีมเก็บหลักฐานทำงาน เธอสังเกตเห็นรอยขีดเขียนด้วยดินสออยู่ที่ผนัง ราวกับมีเด็กพยายามเขียนอะไรบางอย่างก่อนจะถูกห้ามหรือขัดขวาง

‘ช่วยด้วย’

คำสองคำสั้น ๆ นั้นทำให้ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

“คุณหมอคะ ดูนี่สิ” เธอเรียกเขามาใกล้ เอานิ้วลูบรอยนั้นเบา ๆ โดยไม่แตะโดนเนื้อผิวมากนัก

หมออนลจ้องดูรอยเขียนนั้นนิ่งขรึม

“นี่อาจไม่ใช่แค่การละเลยหรือทำร้ายร่างกายธรรมดา...”

“ฉันว่ามันลึกกว่านั้นค่ะ” เธอเสริมเสียงเบา “ฉันเชื่อว่าเด็ก...กำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง”

“คุณสังเกตเก่งดีนะครับ”เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเธอ 

“ผู้หญิงนะคะ... ถ้าไม่เก่งเรื่องอ่านใจคน คงอยู่ไม่รอด” เธอพูดยิ้ม ๆ แต่แววตาซ่อนไม่ได้ว่าอยากให้เขา ‘อ่านใจ’ เธอบ้าง

เขาไม่ตอบ แต่หันไปมองภาพถ่ายครอบครัวบนฝาผนัง รอยยิ้มของเด็กในภาพ กับสภาพห้องที่ดูเย็นชาไม่สอดคล้องกันเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเส้นเงา   บทที่6

    ฝนโปรยลงมากระทบหน้ากระจกรถเป็นสาย ขณะรถคันหรูของหมออนลแล่นเข้าสู่ซอยลึกที่มีเพียงแสงไฟส้มหม่นจากเสาไฟริมถนนคลินิกที่ว่าตั้งอยู่ในตึกเก่าอายุหลายสิบปี ป้ายสีซีดที่เขียนว่า “คลินิกเด็กสุขใจ” แขวนเอียงอยู่หน้าทางเข้า“มันดูไม่เหมือนสถานที่ที่เด็กจะ ‘สุขใจ’ เท่าไหร่เลยนะคะ” จันทร์สิตาว่า พลางเบี่ยงตัวมองออกไปด้านนอก“มันเป็นคลินิกที่ผมไม่ได้ดูแลโดยตรง มีหมอเวรผลัดเปลี่ยนกัน…แต่เด็กที่เสียชีวิตหลายคนก็เคยเข้ามาที่นี่ก่อนเกิดเรื่อง” น้ำเสียงเขาตึงขึ้นนิดพวกเขาก้าวลงจากรถ ฝ่าฝนไปยังทางเข้าที่แคบชื้นและมืดทึบเมื่อเข้าไปด้านใน กลิ่นยาผสมกับกลิ่นอับเฉพาะตัวของตึกเก่าก็พุ่งกระแทกจมูก โซนต้อนรับว่างเปล่า มีเพียงแฟ้มเวชระเบียนกองพะเนินหลังเคาน์เตอร์ และไฟบางจุดที่กระพริบเหมือนใกล้ดับจันทร์สิตาเหลือบมองรอบตัว ดวงตาวาวด้วยความสงสัย “คลินิกเปิดหรือปิดกันแน่คะ?”“มันเปิด...แต่ไม่มีคนอยากมาทำงานเวรที่นี่ตอนกลางคืน” เขาว่าเสียงเรียบพวกเขาเดินลึกเข้าไปด้านใน จนถึงห้องตรวจที่คาดว่าเป็นห้องประจำของหมอเวรอนลเปิดแฟ้มคนไข้ที่วางทิ้งไว้ พบชื่อ "ธันวา" ปรากฏอยู่หลายครั้งในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน“เขามาที่น

  • ข้ามเส้นเงา   บทที่5

    บ้านไม้ชั้นเดียวในชานเมืองกลับมาอยู่ในสายตาทั้งสองอีกครั้ง เมื่อรถของหมออนลแล่นเข้าไปจอดที่เดิม ท่ามกลางแสงไฟสลัวของหลอดนีออนหน้าบ้านที่กะพริบเป็นจังหวะชวนขนลุกเสียงสุนัขหอนดังแว่วไกลลิบในยามค่ำคืน บรรยากาศในบ้านดูแตกต่างจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ผ้าม่านถูกรูดปิดสนิท ราวกับเจ้าของบ้านพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากสายตาคนนอกพ่อของธันวานั่งอยู่กลางห้องรับแขก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน“ขอบคุณที่มาครับหมอ…ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ” เขาพูดพลางยกมือไหว้ ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่“เราอยากฟังทุกอย่างที่คุณรู้นะครับ โดยไม่ตัดสินอะไรเลย” หมออนลนั่งลงตรงข้าม พูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงจันทร์สิตานั่งอยู่ข้าง ๆ เธอจ้องพ่อของเด็กชายธันวาอย่างตั้งใจ ขณะปลายนิ้วแตะที่ข้อมือเธอเองเพื่อวัดชีพจรของคนตรงหน้าอย่างแนบเนียน พฤติกรรมของเขาไม่ใช่แค่ความเศร้า...แต่เหมือนคนเห็นอะไรที่เกินกว่าจะเข้าใจ“ธันวาเคยเล่าหลายครั้งว่า...มีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านตอนกลางคืน” เขาเริ่มพูดช้า ๆ “ตอนแรกผมคิดว่าเขาจินตนาการไปเอง เด็กชอบเล่นกับเงา แต่แล้ว…ผมก็เริ่มเห็นเองกับตา”หมออนลขมวดคิ้ว “เห็นอะไรครับ?”ช

  • ข้ามเส้นเงา   บทที่4

    สายลมเย็นยามค่ำเริ่มพัดแรงขึ้นเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปหลังแนวตึก วันใหม่มาถึงเร็วกว่าที่จันทร์สิตารู้ตัวเสียอีกเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานในสำนักงานนิติเวชฯ สายตาเพ่งมองผลแล็บที่เพิ่งถูกรายงานกลับมาจากการชันสูตรละเอียดรอบสองของศพเด็กชายคนนั้น“เลือดจาง… ภูมิคุ้มกันต่ำผิดปกติ… มีสารบางอย่างตกค้างในระบบประสาท?” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางขมวดคิ้ว สารที่ว่านั้นไม่มีอยู่ในรายการสารเคมีทั่วไป มันดูคล้ายสารจากพืชบางชนิดที่ไม่ควรพบในร่างเด็กอายุไม่ถึง 10 ปีไม่ใช่แค่อ่อนแอ… เด็กคนนั้นเหมือนถูกบีบให้ร่างกายเสื่อมลงอย่างช้า ๆเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกอย่างสุภาพ“ขออนุญาตครับ คุณหมอจันทร์ มีคนมาเยี่ยม”ชายตรงหน้าคือหมออนล สวมเสื้อเชิ้ตขาวเรียบแต่มีเสื้อคลุมยาวพาดแขน เขาไม่ได้มาแบบแพทย์ประจำโรงพยาบาล แต่มาในฐานะใครบางคนที่รู้ว่าเธอเจออะไร และกำลังต่อชิ้นส่วนปริศนาเดียวกัน“มาดูผลใช่ไหมคะ?” จันทร์สิตาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แล้วเชิญเขานั่งลงฝั่งตรงข้าม“ผมได้คุยกับแม่ของเด็กแล้ว พวกเขาอึดอัดมาก เหมือนมีอะไรไม่อยากพูด” เขาวางแฟ้มอีกเล่มลงบนโต๊ะ เป็นแฟ้มบันทึกสุขภาพของเด็กชายคนเดียวกัน “

  • ข้ามเส้นเงา   บทที่3

    แสงแดดอ่อนยามสายทอดผ่านกระจกหน้าต่างรถยนต์ SUV คันใหญ่ที่แล่นเข้าสู่เขตชานเมืองทางตะวันออกของกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความเงียบสงบห่างไกลผู้คนเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยบางสิ่งที่กำลังซ่อนความผิดปกติไว้ใต้เงามืดจันทร์สิตานั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะลอบมองชายข้างตัวที่ยังคงตั้งใจขับรถอย่างสุขุมราวกับไม่มีผู้หญิงเซ็กซี่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด"หมอขาาา~ ขับเร็วแบบนี้แสดงว่าตื่นเต้นใช่ไหมคะที่จะได้ลงพื้นที่กับจันทร์" เธอเอียงศีรษะเข้าหา กระซิบเสียงหวานใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอแทบจะแตะปลายคางเขา เธอกล้าทำแบบนี้เพราะเริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอก็จะใส่สุดมากขึ้นอนลยังไม่ละสายตาจากถนน มือที่จับพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย“อย่าเล่นแบบนี้บนถนน มันอันตราย”จันทร์สิตาแอบเบ้ปากนิด ๆ ก่อนแกล้งถอนหายใจ "โอเคค่ะ คุณหมอนักบุญ แต่ก็ช่วยทำหน้าหล่อให้น้อยลงหน่อยเถอะคะ คนขับผ่านมานี่มองจ้องกันเป็นแถว เดี๋ยวเขาจะคิดว่าจันทร์พาแฟนดาราไปเที่ยว"เขาเงียบ ไม่ตอบอะไรแต่หางตาเธอก็เห็นปลายปากเขายกขึ้นนิดหนึ่ง แค่เสี้ยววินาที จันทร์สิตาก็รู้ว่าเธอเริ่มเอาชนะภูเขาน้ำแข็งได้บ้

  • ข้ามเส้นเงา   บทที่2

    ห้องชันสูตรภายในโรงพยาบาลศิขรินทร์เงียบสงบ เย็นเฉียบตามมาตรฐาน แต่สำหรับจันทร์สิตา ความเย็นไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศหรือสภาพแวดล้อม มันคือความเย็นชาในแววตาของหมออนลต่างหากที่สร้างบรรยากาศให้ตึงเครียดโดยไม่ต้องมีคำพูดใดภายในสัปดาห์แรก เธอเริ่มคุ้นกับงานที่ได้รับมอบหมาย เธอทำงานอย่างมืออาชีพ เป๊ะทุกขั้นตอนจนไม่มีใครตั้งข้อสงสัย ทว่าสายตาคู่นั้น…ยังคงมองเธอด้วยความว่างเปล่า“มันต้องมีสักจุดที่ร้าว…ฉันจะหามันให้เจอ”เธอคิดในใจขณะมองเขาผ่านกระจกห้องประชุมที่สะท้อนภาพหมอหนุ่มนั่งอ่านแฟ้มรายงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย“เคสนี้…ผ่านมือหมอชันสูตรมาก่อน แต่มีบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจ คุณลองวิเคราะห์ดูใหม่อีกครั้ง”วันหนึ่ง ในระหว่างการประชุมเคสพิเศษ หมออนลส่งแฟ้มคดีเก่าให้เธอ พร้อมคำพูดเรียบๆ แฟ้มชันสูตรว่าด้วยเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตกะทันหันในบ้านหรู สาเหตุระบุว่า ‘หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน’ แต่รายละเอียดบางจุด…ไม่สมเหตุสมผล เช่น รอยกดบริเวณแขนสองข้าง รอยจางคล้ายเข็มจิ้มบ่อยครั้ง และเวลาการเสียชีวิตที่ขัดแย้งกับคำให้การผู้ปกครอง“มีใครปกปิดอะไรไว้…และหมออนลเองก็กำลังสงสัยสินะ”จันทร์สิตาลอบยิ้มบา

  • ข้ามเส้นเงา   บบที่1

    สายฝนที่โปรยลงกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักหรูในย่านใจกลางเมืองทำให้ค่ำคืนนี้ดูนิ่งสงบอย่างแปลกประหลาด แต่สำหรับ จันทร์สิตา เจ้าของใบหน้าสวยคม หญิงสาวผู้เปลี่ยนเสน่ห์ให้เป็นอาวุธ เงินคือเป้าหมาย และความรักไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเธอ ค่ำคืนนี้คือจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งภารกิจภารกิจที่มีเป้าหมายใหม่ "หมออนล"ร่างบางยืนอยู่หน้ากระจก สวมเดรสเข้ารูปสีดำทาปากด้วยลิปสติกสีแดงเข้ม มือเรียวถือแฟ้มเอกสารปลอม อีกข้างกำสร้อยเงินเล็ก ๆ ที่ใช้ซ่อนกล้องขนาดจิ๋ว“ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางรอดสายตาฉัน” มีงานไหนบ้างที่ยากเกินฝีมือเธอ ไม่มี อย่างมากก็แค่ตึงมือหน่อยเช้าวันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลศิขรินทร์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยระดับสูง จันทร์สิตาก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับอย่างมั่นใจในคราบของ "แพทย์นิติเวช" เธอเรียนจบเกี่ยวกับด้านพวกนี้มาจริงๆแต่คนในวงการบันเทิงไม่รู้ มีเพียงองค์กรใหญ่ของเธอที่รับรู้ เธอส่งรอยยิ้มให้เจ้าหน้าที่ต้อนรับด้วยแววตาที่ไม่เปิดเผยความคิดใด ๆหลังจากขั้นตอนแนะนำตัวและสัมภาษณ์เบื้องต้น เธอถูกเชิญไปที่ห้องประชุม และนั่นคือจุดที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status