FAZER LOGINสามวันผ่านไป
หลายวันมานี้เห็นซินเหยียนกับมารดาปรับตัวเข้าหากันได้ เสิ่นเจี้ยนก็วางใจปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน ส่วนเขาออกไปล่าสัตว์อย่างจามรีเพื่อนำหนังและเขาของมันมาขาย " ซินเหยียน ข้าจะไปบ้านป้าจ้าวสักหน่อย เจ้าอยู่เฝ้าเรือนไปนะ " เสิ่นซื่อเดินออกมาที่เฉลียงหน้าบ้านเห็นลูกสะใภ้กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่ จึงบอกกล่าวอีกฝ่ายสักหน่อยว่าตนเองจะไปที่ใด ซินเหยียนรีบวางผ้าทำความสะอาด ก่อนหันไปหาแม่สามีที่ยืนมองนางอยู่ " ท่านแม่จะไปนานหรือไม่เจ้าคะ ใกล้ได้เวลาทานมื้อกลางวันแล้ว ข้าจะได้เตรียมไว้ให้พอดีกับเวลาที่ท่านกลับมา " เสิ่นซื่อยกมือโบกกลางอากาศ " ไม่ต้องหรอก ข้าน่าจะกลับมาทีเดียวตอนเย็น เจ้ากินไปเถิด " " เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เดินระวังๆ นะเจ้าคะ " " อืม ไม่ต้องห่วง " หลังเห็นเสิ่นซื่อเดินออกจากเรือนไปแล้ว ซินเหยียนก็หันกลับมาสนใจงานของตนเองต่อ นางลงมือทำความสะอาดเรือนทุกซอกทุกมุมจนสะอ้านสะอาดดี จึงปลีกตัวไปอาบน้ำสักหน่อย เพื่อล้างคราบเหงื่อออกให้หมด ไม่นึกว่าพอนางกลับออกมาอีกครั้ง จะเห็นร่างของคนผู้หนึ่งยืนหันหลังอยู่ในห้องโถงกลางบ้าน ร่างเล็กหยุดชะงัก หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว มองจากข้างหลังชายผู้นั้นดูไม่เหมือนชาวบ้านที่นางรู้จักสักนิด เสื้อผ้าที่เขาสวมดูหรูหราและราคาแพงมากทีเดียว หากไม่ใช่ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยมีหรือจะซื้อชุดผ้าไหมเนื้อดีเช่นนี้มาใส่ได้ ซินเหยียนยังไม่ทันเอ่ยปากถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนผู้นั้นก็กล่าวขึ้นมาว่า " ไม่เจอกันนานเลยนะ หวังซินเหยียน " เห็นเพียงสันกรามของเขานางก็จำได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด หัวใจดวงน้อยๆ กระตุกวูบแทบหยุดหายใจ ยามเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน " เฉิงอิ๋น " คนร่างสูงหมุนตัวกลับมา นัยน์ตาสีดำทมิฬจ้องมองหญิงสาวอย่างสำรวจ คิ้วเข้มเลิกขึ้น ริมฝีปากคมชัดแสยะยิ้มเล็กน้อย ยามได้ยินนางเรียกชื่อของตน " เจ้าก็จำได้นี่ แล้วทำไมจึงแสร้งทำเหมือนว่าจำสิ่งใดไม่ได้ด้วยเล่า " ร่างเล็กถอยกรูดยามเห็นอีกฝ่ายขยับกาย สีหน้าและท่าทางของนางแสดงถึงความหวาดหวั่นที่มีต่อชายผู้นั้นอย่างชัดเจน ประหนึ่งเห็นเขาเป็นผีร้ายที่คอยตามหลอกหลอนนางเรื่อยมาก็ไม่ปาน " ทะ..ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร ไม่สิ ข้าไม่รู้จักท่านออกไปนะ " สมองพลันหมุนวนสับสน นางไม่เคยนึกถึงวันที่ต้องเผชิญหน้ากับคนผู้นี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นพออยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้แล้ว นางจึงทำได้เพียงไล่เขาออกไป " ไม่รู้จักงั้นหรือ " เฉิงอิ๋นย้ำคำที่นางพูดเมื่อครู่ ร่างสูงใหญ่เริ่มก้าวขาเดินไปข้างหน้า ไล่ต้อนหญิงสาวจนมุม จากนั้นก็ใช้มือดันกับฝาผนังเพื่อกักขังไม่ให้นางหนีไปอีก " ได้! เช่นนั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้ว่าข้าคือใคร " มือเรียวเล็กดันแผ่นไหล่กำยำให้ออกห่าง แต่กลับไม่เป็นผลเพราะขนาดตัวของเขากับนางต่างกันมาก ต่อให้ใช้แรงทั้งหมดที่มีก็ยังไม่พอ " ถอยไปนะ " " หวังซินเหยียน เจ้าลืมคู่หมั้นเช่นข้าไปแล้วจริงๆ หรือ " " หยุดพูด " " ข้าคือเฉิงอิ๋นที่เจ้าเคยตามตอแยเมื่อหลายปีก่อนจำไม่ได้หรือ ข้ายังจำได้อยู่เลยว่า เจ้าอาละวาดเสียใหญ่โตตอนได้ยินว่าข้าจะแต่งงานกับคนอื่น ถึงขั้นบุกมาที่จวนของข้าในยามวิกาลเพื่อรบเร้าขอให้ข้ายกเลิกงานแต่งงานในครั้งนั้นไป มิหนำซ้ำเจ้ายังฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมของสตรีช่วงชิงจุมพิตแรกของข้าไปอีก เจ้าจะบอกว่า เจ้าลืมทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ หรือ " ความเกลียดชังพลันลุกโชนขึ้นในใจ ประหนึ่งเปลวเพลิงร้อนระอุที่กำลังกลืนกินหัวใจที่เคยเยือกเย็นของนาง " เรื่องอัปยศเช่นนั้นข้าไม่อยากจำ " เสียงของนางเจือแววโกรธแค้น จ้องมองบุรุษผู้นั้นตาเขม็ง ครั้งหนึ่งนางเคยรักและหลงใหลเขา แต่แล้วอย่างไร เพราะสุดท้ายคนที่เขารักและเอ็นดูมากที่สุดก็ไม่ใช่นางอยู่ดี หากไม่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น มีหรือที่นางจะหลุดพ้นออกมาจากห้วงความทุกข์ระทมได้เหมือนทุกวันนี้ตลอดสามวันมานี้ สองสามีภรรยาต่างหมางเมินใส่กัน เฉิงอิ๋นหลับนอนในห้องตำราเสียส่วนใหญ่ ร่วมโต๊ะทานอาหารแต่ไม่พูดจา ต่างคนต่างรอให้อีกฝ่ายเปิดปากพูดก่อน แต่กลับไม่มีผู้ใดยอมโอนอ่อนสักคน เฉิงอิ๋นให้บ่าวรับใช้ไปถามภรรยาว่า วันนี้นางจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่ นางไม่อยากกลับไป ด้วยความไม่อยากให้ภรรยาถูกมองไม่ดี เขาจึงอาสาไปแทนนาง โดยอ้างว่านางป่วยจึงกลับมาไม่ได้ หวังซินเหยียนใช้โอกาสในตอนนี้ออกไปจ้างรถม้ารับจ้าง เพื่อเดินทางไปที่เมืองซีเป่ย ใช้เวลาไปกลับไม่เกินห้าชั่วยามก็น่าจะเพียงพอแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ได้แจ้งให้คนในจวนทราบก่อน ซึ่งเป้าหมายของนางที่มาในครั้งนี้เพื่อไปหาเสิ้นเจี้ยนและกล่าวขอโทษเขาในเรื่องที่ผ่านๆ มา สองไปสืบดูว่าคุณชายลู่ยังเลี้ยงภรรยาลับผู้นั้นอยู่หรือไม่ เหตุผลที่นางไม่บอกกล่าวสามีก่อน เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องปฏิเสธและไม่ยอมให้นางมาแน่ ดังนั้นนางจึงรอบอกเขาทีเดียวตอนที่กลับไปแล้ว และหวังซินเหยียนยังคิดอีกว่า หากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ก็คงไม่มีโอกาสให้ได้พูด
ที่จริงในยุคสมัยนี้การที่สามีมีภรรยาหลายคนมิใช่เรื่องผิด แต่สตรีพวกนั้นควรมาทีหลังภรรยาเอก เพราะถ้าภรรยาลับพวกนั้นพลาดพลั้งมีบุตรก่อน จะกลายเป็นว่าบุตรคนโตที่ควรจะเกิดจากภรรยาเอกได้ถูกภรรยาลับและบุตรนอกสมรสลิดรอนไป ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นหลังลูกๆ ทุกคนเติบโต หากเด็กๆ รักกันดีย่อมเป็นวาสนาของบิดามารดา แต่ถ้าพวกเขามีใจคิดริษยากันเล่า จะไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีวันแก้ไขได้หรอกหรือ " บุรุษที่ยังไม่ผ่านการแต่งงานข้องแวะกับสตรีย่อมมิใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือ " เฉิงอิ๋นพูดตามสิ่งที่ตนเคยเห็น ขนาดบิดาเขาก็มีอนุภรรยาหลายคนเช่นกัน จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก แต่นั่นเขามองจากมุมมองของบุรุษด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากมุมของสตรี " หมายความว่าท่านก็เคยงั้นหรือ " หวังซินเหยียนถึงกับเดือดดาลเมื่อได้ยินสามีกล่าวเช่นนี้ " เปล่านะ " เฉิงอิ๋นรีบกล่าวอย่างร้อนรน " นอกจากเจ้าแล้ว ข้าเคยแตะเนื้อต้องตัวสตรีใดอีกเล่า " หวังซินเหยียนหรี่ตา จ้องหน้าสามีอย่างคาดคั้น จนในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมา " มีแค่ครั้งนั้นครั้งเดี
" ซื่อจื่อกลับมาแล้ว ฮูหยินมาถามหาท่านหลายรอบแล้วขอรับ " บ่าวเฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งมาแจ้งข่าวให้เจ้านายทราบตรงจุดจอดรถม้า " ไม่เจอกันแค่ครึ่งวันนางก็แสดงออกว่าคิดถึงข้าถึงเพียงนี้แล้วหรือ " แม้ในใจจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าใบหน้ากลับยังคงสีหน้าเดิมไม่แสดงอารมณ์ใจ " รีบไปเถิดขอรับ นางกำลังรอท่านอยู่ " บ่าวรับใช้กล่าวอย่างกระตือรือร้นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายพึงพอใจยิ่งยามได้ยินว่าผู้เป็นภรรยาถามหา " อืม " เฉิงอิ๋นรีบก้าวขาไปยังเรือนพักของตนกับฮูหยิน ครั้นไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว ริมฝีปากหยักก็ปรากฏมุมโค้งขึ้นมา ดวงตาประกายระยับ ในใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก 'ซินเหยียน เจ้าคิดถึงข้า เหมือนที่ข้าคิดถึงเจ้าเช่นกันใช่หรือไม่' หวังซินเหยียนเดินวนไปวนมา ชะเง้อมองด้านนอกหลายรอบ ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องที่เซี่ยซื่อกับโหล่วอี้เหนียงคุยกันจิตใจนางพลันไม่สงบ อยากรีบปรึกษากับสามีเร็วๆ " ฮูหยิน ซื่อจื่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ " ปี้จูสาวใช้คนสนิทของหวังซินเหยียนเข้ามารายงาน นางพยักหน้า " ข้าจะออก
คนในจวนมาถึงห้องโถงกันครบถ้วนแล้ว ในนี้มีญาติพี่น้องของเฉิงอิ๋นหลายคน เมื่อทั้งสองข้ามผ่านธรณีประตู หวังซินเหยียนก็เงยหน้ามองตรง เห็นเว่ยโหวกับเซี่ยซื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลางห้อง รอบด้านรายล้อมไปด้วยบรรดาอนุและบุตรของเว่ยโหว สายตาของเซี่ยซื่อจับจ้องไปที่ลูกสะใภ้ ความงามของหวังซินเหยียนไม่เป็นสองรองใครอย่างที่ผู้คนเล่าลือจริงๆ เสียก็แต่อีกฝ่ายเคยแต่งงานมาแล้ว จึงดูไม่เหมาะสมกับบุตรชายนางไปบ้าง แม้ไม่ชอบใจนัก แต่กลับทำสิ่งใดไม่ได้ ด้วยไม่อยากเห็นบุตรชายมีสภาพเช่นนั้นอีก ยามนั้นนางนอนไม่หลับเพราะกลัวเฉิงอิ๋นจะคิดสั้นตายตามคู่หมั้นไป จึงลอบออกไปแอบดูบุตรชายทุกคืน หากวันใดเห็นเขาหายไปจากห้อง นางจะรีบสั่งให้คนออกตามหาทันที ทั้งที่เฉิงอิ๋นแค่เดินออกไปชื่นชมทิวทัศน์ในยามค่ำคืนเท่านั้น ไม่ได้จะฆ่าตัวตายอย่างที่มารดาเป็นกังวลสักนิด และเพราะผ่านประสบการณ์น่าหวาดหวั่นเช่นนั้นมาแล้ว เซี่ยซื่อกับเว่ยโหวจึงไม่กล้าคัดค้านการแต่งงานในครั้งนี้ เห็นทั้งสองรักใคร่กันดีตัวนางก็พลันโล่งใจ " พวกเจ้ามาแล้ว " เซี่ยซื
ใบหน้าของเฉิงอิ๋นดูชุ่มฉ่ำและสดชื่นยิ่ง เขายืนกางแขนออกให้ภรรยาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนไปยกน้ำชาคารวะบิดามารดา และด้วยส่วนสูงที่มากกว่าของเขา ยามมองลงจึงเห็นหน้าผากใสกระจ่าง แพขนตางอนยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ลำคอระหง ผิวขาวเนียนละเอียด รวมไปถึงเนินหน้าอกได้รูปที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมา เฉิงอิ๋นกระแอมเพื่อกลบระลอกคลื่นในใจตน ข่มใจไม่ให้ข่มเหงนางอีกรอบ " เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือ " ปากถาม แต่หน้ากลับก้มจัดเสื้อผ้าให้สามี " เมื่อคืนดื่มสุราเยอะไปหน่อยจึงรู้สึกแสบคอ " เฉิงอิ๋นพูดเพื่อให้ภรรยาเป็นห่วง แต่นางกลับตอบมาว่า " สมน้ำหน้า " ใบหน้าหล่อเหลาสลด เมื่อได้ยิ่งสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา สิ่งที่เขาต้องการได้ยินคือนางบอกว่า จะไปเชิญหมอมาตรวจดูอาการหรือไม่ก็บอกสาวใช้ไปต้มยามาให้ต่างหาก " เหตุใดเมียข้าจึงกล่าวเช่นนี้ ไม่ห่วงข้าเลยหรือไร " เฉิงอิ๋นพูดกระเง้ากระงอด " ก็ท่านทำตัวเองทั้งนั้น ข้าบอกไปแล้วว่าอย่าดื่มเยอะ เมื่อคืนเป็นเช่นไรท่านก็เห็นผลไปแล้วนี่ " รอบสุด
"...." ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง มองร่างเปลือยเปล่าท่อนบนของสามีก่อนเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ เพราะเป็นกางเกงซับข้างใน เนื้อผ้าจึงบางกว่าเสื้อผ้าชนิดอื่น เห็นไปถึงของสงวนที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือนาง หวังซินเหยียนลอบกลืนน้ำลาย ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นแดงปลั่ง หากถามถึงความรู้สึกในตอนนี้ นางกลับคิดว่าสภาพน่ารังเกียจเช่นนี้ไม่สมควรให้ผู้ใดมาเห็นจริงๆ นั่นแหละ " เฮ้อ ปัญหาเยอะเสียจริงนะท่านน่ะ " ร่างเพรียวระหงเดินไปหยิบจ้าวเจี่ยวที่ใช้ขัดตัวตรงชั้นวางของ จากนั้นก็หยิบตั่งตัวเล็กมานั่งข้างหลังเขา " ขัดได้ดี " คิ้วเรียวขมวดมุ่น นางไม่ทันได้ออกแรงก็ดีถึงขนาดเขาออกปากชมแล้วหรือ " ข้ายังไม่ทันขัดเสียหน่อย " นางแค่วางมือเอง เฉิงอิ๋นยิ้มกริ่ม " แค่เป็นเจ้าอะไรก็ดีไปหมด " หวังซินเหยียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดีอย่างนั้นหรือ ได้! นางจะทำให้ดีกว่านี้อีก ว่าแล้วนางก็ลงมือขัดหลังให้สามีอย่างแรง จนแผ่นหลังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง แม้แสบหลังจนท







