LOGINส่วนหลางซีเยว่นั้นภายหลังได้ไปเปิดเผยความจริงเรื่องที่ให้เล่อฮวาหยวนดื่มยาลืมเลือน เล่าทุกอย่างที
ส่วนหลางซีเยว่นั้นภายหลังได้ไปเปิดเผยความจริงเรื่องที่ให้เล่อฮวาหยวนดื่มยาลืมเลือน เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชนบทให้กับเขาฟังทั้งหมด จากนั้นก็ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองไปแล้ว โชคดีที่เขาทำเช่นนั้นไปเสียก่อนโดยที่ต้วนเต๋อชิงไม่ต้องเหนื่อยออกแรงกำจัดเขาด้วยตัวเอง คนที่ทรยศต่อพ่อบุญธรรมต้องถูกสังหารจนหมด ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยต่อฝ่าบาทหน้าที่ต่อไปของต้วนเต๋อชิงคือการตามหาท่านหญิงน้อยของตน ผู้เป็นอดีตองครักษ์ไม่เชื่อว่าศพที่พบในจวนแม่ทัพจะเป็นนาง เขาเลี้ยงดูนางมาย่อมรู้นิสัยของนางดี มั่นใจว่าหลังจากนี้อีกไม่นานเขาจะต้องหานางเจอ สายข่าวของเขาคาดเดาว่าพวกนางน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่เป่ยโจว อดีตองครักษ์จึงตามไปดักรอนางก่อนที่นางจะไปถึงเป่ยโจวร่างกายสูงใหญ่ของอดีตองครักษ์ประทับนั่งอยู่บนหลังม้า สายตาสอดส่องไปยังผู้คนที่อยู่ในขบวนชาวบ้าน เขามั่นใจว่าอย่างไร พวกนางไม่ใครก็ใครต้องหลบอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ก่อนหน้าเขาตามเบาะแสลวงไปจนเจอองครักษ์ประจำตัวของเล่ออี้จิน เมื่อพบว่าไม่ใช่ก็ลงมือสังหารสองคนนั้นไปแล้ว พร้อมกับตัดศีรษะเสียบประจานอยู่ที่ประตูเมือง ไม่เพียงเท่
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องตามลำพังเล่อฮวาหยวนจำเป็นต้องพูดคุยกับนางให้เข้าใจ ครั้นแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดแอบฟังอยู่ เขาจึงจำเป็นต้องเล่าสถานการณ์สำคัญให้นางฟัง“รัชทายาทลงมือแล้ว เขาน่าจะสังหารฝ่าบาทแล้วจัดฉากว่าพระองค์ป่วย อีกไม่นานเขาจะขึ้นสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้แห่งต้าเป่ยพระองค์ใหม่ และพวกมันจะไม่ปล่อยคนที่เป็นปรปักษ์เอาไว้อย่างแน่นอน” สีหน้าและน้ำเสียงของเล่อฮวาหยวนเคร่งเครียด“งั้นหมายความว่าเสด็จพ่อกำลังตกอยู่ในอันตราย”“ใช่ และไม่ใช่แค่เขากำลังตกอยู่ในอันตราย เจ้าและท่านแม่ก็ตกอยู่ในความเสี่ยง เส้าหนิงมองหน้าข้า” เล่อฮวาหยวนประคองใบหน้าของภรรยาที่เพิ่งจะกราบไหว้ฟ้าดิน“ขะ...ข้า...ข้าต้องทำอย่างไร” เส้าหนิงตัวสั่นไปหมด เรื่องนี้มันแตกต่างและร้ายแรงกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในงานล่าสัตว์นัก“เก็บของจำเป็นให้ครบถ้วนภายในเช้านี้ จากนั้นออกเดินทางไปพร้อมกับท่านแม่”“แล้ว... แล้วท่านกับท่านพ่อล่ะ” เส้าหนิงไม่เข้าใจ “ข้ากับท่านเพิ่งจะแต่งงานกันเองนะ”“หนิงเอ๋อ&r
เพราะรู้ว่าคู่บ่าวสาวน่าจะเหนื่อยมาก จากการรับแขกมาตั้งแต่เมื่อวานไหนจะเรื่องการเตรียมงานและอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนหน้านั้นอีก เล่ออี้จินจึงออกคำสั่งให้ทุกคนห้ามเข้าไปยุ่งวุ่นวายที่เรือนหอโดยเด็ดขาดและห้ามส่งเสียงดังจนทำให้พวกเขาตื่นนอน นางอาบน้ำร้อนมาก่อนรู้ว่าวันแต่งงานนั้นเหนื่อยมาก เมื่อนึกดูแล้วเล่ออี้จินก็อดคิดถึงสามีที่จากไปแล้วไม่ได้ตื่นนอนอีกทีก็มีสตรีตัวเล็กนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน เล่อฮวาหยวนรู้สึกหน้าร้อนไปหมด สำรวจเสื้อผ้าของทั้งเขาและนางพบว่ายังอยู่ครบไม่ได้มีอะไรหายไป มีเพียงแค่เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยไปบ้างเท่านั้น เล่อฮวาหยวนไม่กล้าขยับตัวเพราะเกรงว่าจะทำให้นางตื่น จึงนอนนิ่งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม่ทัพหนุ่มคิดใคร่ครวญถึงหยกชิ้นนั้นพยายามผนวกความทรงจำต่าง ๆ รวมเอาไว้ด้วยกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าหยกชิ้นนั้นไปอยู่ที่เส้าหนิงได้อย่างไร ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ส่วนนางก็ผละออกจากเขา เล่อฮวาหยวนถอนหายใจอย่างโล่งใจหากมีเวลาอีกสักหน่อยเขาจะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับนางให้ได้ แม่ทัพหนุ่มหย่อนขาลงจากเตียง จากนั้นจึงเดินออกไปล้า
อะไรบางอย่าง ร่างสูงเดินตามเข้าไปดู แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปถึงตัวนาง สิ่งของบางอย่างก็ถูกโยนใส่หน้าเขา โชคดีที่แม่ทัพหนุ่มมีปฏิกิริยารวดเร็วรับของชิ้นนั้นเอาไว้ได้“...”“เอาคืนไป แล้วก็ออกไปจากห้องข้าได้แล้ว”“คืน?” เล่อฮวาหยวนก้มหน้าดูของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือของตนเอง ‘ป้ายหยก’ มันเป็นป้ายหยกที่เขาเคยใช้เมื่อยังเยาว์ แต่ภายหลังไม่รู้ว่ามันหายไปได้อย่างไร “ทำไมของชิ้นนี้มาอยู่กับเจ้า”ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็จำไม่ได้ หลางซีเยว่บอกกับเขาว่าหยกชิ้นนั้นหายไปในสนามรบ หรือว่านั่นก็เป็นเรื่องโกหกที่เขาสร้างขึ้น“บอกข้ามา ทำไมหยกชิ้นนี้จึงมาอยู่กับเจ้า” จำไม่ได้ จำไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าของสำคัญเช่นนี้ไปอยู่กับนางได้อย่างไรฮึก!! เส้าหนิงเบะปากเล็กน้อย ใช้หลังมือปาดน้ำตา“ไปคิดเอาเองว่าหยกชิ้นนั้นมาอยู่ในมือข้าได้อย่างไร ถ้าท่านจำไม่ได้ ก็ไม่ต้องจำ” นางเดินมาประชิดเขา ใช้สองมือทั้งผลักทั้งดันให้เขาออกไปให้พ้น ๆ หน้านางเสียทีร้องไห้ นางร้องไห
ผู้เป็นแม่ทัพจ้องมองภรรยาของตนเองอย่างลืมตัว พวงแก้มที่เวลานี้เป็นสีแดงดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอาหารที่นางเพิ่งกินเข้าไป ริมฝีปากเล็ก ๆ รับประทานอาหารพวกนั้นจนแทบไม่เหลือ ดูเหมือนว่าการที่จะทำให้นางอารมณ์ดีคือการหาของอร่อยมาปิดปากนาง ได้นั่งจ้องมองนางเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินอย่างแปลกประหลาดชายหนุ่มคล้ายกับเห็นภาพทับซ้อนบางอย่าง เขาว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับนางเช่นนี้ แต่มันมีความคุ้นเคย จนน่าประหลาด“ท่านหญิง” เล่อฮวาหยวนเปิดปากพูด“...”“เราสองคนเคยรับประทานอาหารร่วมกันแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า” แม่ทัพหนุ่มตัดสินใจถามเส้าหนิงมองบุรุษที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาหาร ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนเงาของคนตรงหน้า นางก้มหน้าเล็กน้อยแล้วจึงตอบคำถามของเขาด้วยการถามกลับ“ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ คิดว่าเราสองคนเคยร่วมโต๊ะอาหารกันหรือไม่” ไอ้เคยน่ะมันเคยอยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึงเรื่องที่เขาลืมไปแล้ว“...” เล่อฮวาหยวนเงียบไป“จะเคยหรือไม่เคยก็ช่างมันเ
เมื่อพิธีการตอนเช้าทุกอย่างเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ว่านฉีเส้าหนิงถูกส่งตัวมาที่ห้องหอ เสียงมโหรีและความครึกครื้นค่อย ๆ เลือนหายไป นางต้องนั่งนิ่ง ๆ รอสามีเข้าห้องหอและมาเปิดผ้าคลุมหน้าตามธรรมเนียม เส้าหนิงที่ถูกสั่งให้อดอาหารมาตั้งแต่เช้า รู้สึกหน้ามืดตาลายจนคล้ายกับจะเป็นลม เมื่อพี่เลี้ยงและบ่าวไพร่ออกจากห้องไปจนเหลือนางนั่งอยู่เพียงลำพังเส้าหนิงจึงค่อย ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อดูว่ามีอะไรให้นางกินรอเวลาหรือไม่แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลุกเดินไปไหนประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกเสียก่อน“ภรรยาข้านี่หนา” เล่อฮวาหยวนยกยิ้มมุมปาก “อดทนรอข้าไม่ได้ขนาดนี้เชียวหรือ”เส้าหนิงรีบเอาผ้าคลุมหน้าลงแทบไม่ทัน ปกติพวกเจ้าบ่าวจะเมาเข้ามาไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาไม่เมาแล้วก็อยู่ดื่มสุรากับพวกสหายล่ะ“ท่านจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” เส้าหนิงอดทนไม่ไหวแล้ว“สักครู่” เล่อฮวาหยวนเดาว่านางจะต้องหิวแน่ ๆ ร่างสูงเดินไปเปิดประตูห้องและพูดอะไรบางอย่างกับสาวใช้ จากนั้นจึงมายืนอยู่ตรงหน้านาง มือแกร่งค่อย ๆ บรรจงเปิดผ้าคลุมหน้







