Masukนางเลิกคิ้วจากนั้นหันขวับไปมองชายหนุ่ม ทว่าเขากลับย้ำประโยคเดิม “กินข้าว”“อ้อ” นางคีบเนื้อตุ๋นที่เขาคีบให้เข้าปากพบว่าอร่อยดี จริงๆ แล้วกับข้าวของจวนตระกูลหยางนี้ถูกปากนางทีเดียว แม้ว่าเดิมทีนางชอบอาหารรสเผ็ดทว่ากับข้าววันนี้ก็นับว่าไม่เลวเลยหลังมือเย็นนางเดินตามหยางสวินเคอไปนอกโถงรับรอง “ท่านปราชญ์หยางข้าจะรักษาตำราคัดลอกของท่านเป็นอย่างดี จะไม่ทำเสียหายเด็ดขาด ข้าสนใจเรื่องราวของบูรพกษัตริย์จริงๆ ตำราของท่านพ่อข้าอ่านหมดแล้ว ดังนั้น...”“เหตุใดเจ้าสนใจตำนานต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้”นางชะงัก “ข้า...ที่ข้าสนใจคือประวัติศาสตร์แคว้นต้าเยวี่ยต่างหาก”“อ้อ” เขาหมุนตัวเดินหนี“ข้าหมายถึง ตำนานนั้นก็น่าสนใจ” นางเดินตามเขาไปแล้วยอมรับโดยดี“เข้าไปได้เฉพาะในช่วงที่ข้าอยู่ที่จวนเท่านั้น”“ทำไมเล่า ให้ฉิงเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนข้าก็พอ ข้าไม่รบกวนท่าน” อยู่ๆ เขาก็หยุดเดินนางแทบจะชนกับแผ่นหลังของเขาอยู่แล้ว...“เพราะห้องหนังสืออยู่ในเรือนของข้า”อ่อ... “เช่นนั้นวันนี้ท่านก็อยู่แล้ว...”“ตามข้ามา” จากนั้นเขาก็ออกเดินอีกครั้งพานางเดินเข้าไปยังเรือนส่วนใน บ่าวไพร่ที่นี่ไม่เลิ่กลั่กไม่มีท่าทีแอบม
ทั้งสองออกเดินโดยที่หญิงสาวเบี่ยงตัวไปประคองแขนซ้ายที่ไม่ได้โดยลวก นึกไม่ถึงว่าสวีจินเล่อกลับปราดเข้ามาคว้าแขนเสื้อข้างที่พับเอาไว้บนแขนขวาของชายหนุ่ม “ท่านปราชญ์ข้ามีรถม้า รถม้าของข้าจอดอยู่ไม่ไกลให้ข้าพาท่านไปที่ร้านหมอนะเจ้าคะ ร้านหมอที่ดีที่สุดอยู่ที่...”สวีจินเล่อปล่อยมือ” อวิ๋นซูเหยาหยุดเดินกล่าวเสียงเรียบ“เจ้าจะพาท่านปราชญ์ไปหาหมอเถื่อนร้านเล็กๆ เช่นนั้นได้อย่างไร ให้ข้า...”อยู่ๆ อวิ๋นซูเหยาก็ปราดเข้าไปคว้าสาบเสื้อของอีกฝ่าย ดวงตาดุดันจ้องมองอีกฝ่าย “ข้าบอกให้ปล่อยมือ!” นางไม่ได้เสียงดังทว่าท่าทีของนางทำให้สวีจินเล่อสะดุ้ง นางตกใจจนลืมคำพูด“ขีดความอดทนของข้ามีจำกัด วันนี้ใช้ไปกับพวกเจ้ามากพอแล้ว หากยังก่อกวนข้าไม่เลิกทั้งหนี้ครั้งก่อน รวมครั้งนี้ เกรงว่าหากข้าลงมือเจ้าจะรับไม่ไหว ปล่อยมือ”สวีจินเล่อคล้ายตกใจจนลนลานนางรีบปล่อยมือจากนั้นยังถอยไปก้าวหนึ่ง ได้แต่มองตามอวิ๋นซูเหยาประคองหยางสวินเคอเดินจากไป“คุณหนูอวิ๋นข้าเจ็บที่แขนขายังเดินได้ดีไม่ต้องประคอง” หยางสวินเคอกล่าวด้วยดวงตาขบขัน“อ้อ” นางพยักหน้าจากนั้นปล่อยมือโดยดี “หยางสวินเคอข้าบอกให้ท่านอยู่ให้ห่างๆ จากข้า เจ็บตั
นางไม่ได้ใส่ใจในคราแรกแม้อีกฝ่ายจะกล่าวถึงเรื่องที่หลิวซือซือได้รับความรักจากคนจวนโหว หลิวซวงกล่าวว่าหากเป็นผู้อื่นแต่งเข้าก็ไม่แน่ว่าจะได้รับความเอ็นดูเช่นนี้ ‘ผู้อื่น’ ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคงหนีไม่พ้นตัวนางเป็นแน่ ถึงอย่างนั้นอวิ๋นซูเหยากลับนิ่งเฉยมองดูรองเท้าในร้านเพื่อหาแบบที่บิดาชอบหลิวซวงเห็นนางไม่ยี่หระต่อการกระทบกระเทียบก็ยิ่งหงุดหงิด “ได้ยินมาว่าเจ้าทำท่าทางสนิทสนมกับคุณชายสี่จวนแม่ทัพหลิน ที่แท้ทำเป็นไปอาละวาดจนขายหน้าและทำตัวเองบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำ ก็เพราะเจ้ามีเป้าหมายใหม่สินะ ได้ยินมาว่าคุณชายสี่ถูกเรียกเข้าเฝ้าก็เพราะอายุใกล้สวมกวานแล้ว ท่านหญิงจวนโหวสวีจินเล่อเองก็จะปักปิ่นเดือนหน้า ทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก ข้าว่าคงไม่มีที่ให้เจ้าเข้าไปแทรกกระมัง”หลิวซซงเพื่อพูดจบอวิ๋นซูเหยาก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย “พูดจบแล้ว?”“เจ้าคิดจะทำอะไร” อีกฝ่ายดูคาดไม่ถึงที่นางเดินเข้าไปหา“พูดจบแล้วก็หลีกทางข้าจะดูรองเท้าคู่นั้น ไม่ซื้อของก็อย่าเกะกะผู้อื่นจะทำการค้า” นางกล่าวจากนั้นก็หยิบรองเท้าคู่ดังกล่าวขึ้น “ท่านลุงฝูข้าได้แบบที่ต้องการแล้ว ท่านจะใช้เวลาเย็บคู่ใหม่
“จริงหรือเจ้าคะ อร่อยมากเลยข้าชอบมาก” หยางหว่านฉิงกอดแขนนางหยางสวินเคอหันมามองนางทว่าก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเหลือบมองไปด้านหลังหญิงสาวจากนั้นก็เลิกคิ้ว อวิ๋นซูเหยาหันไปมองตามสายตาของเขาพบว่าบุรุษที่เอาแต่ไล่ตามนางเมื่อครู่ต่างพากันถอยหลังออกไปสองก้าว ...ในที่สุดโลกของนางก็กลับมาสงบสุขแล้วขอบคุณสวรรค์“มีราชโองการ!!!” ทุกคนได้ยินเสียงที่ด้านนอกลานจึงรีบเดินเข้าไปคุกเข่า ด้านหน้าสุดก็คืออวิ๋นหยวนและอวิ๋นซูเหยาผู้เป็นเจ้าบ้าน‘ด้วยฝ่าบาททรงทราบว่าวันนี้ท่านปราชญ์อวิ๋นได้ย้ายเข้าจวนใหม่ อีกทั้งบุตรสาวก็อายุครบปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน เพื่อเป็นการแสดงความยินดีฝ่าบาททรงพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง แพรพรรณสองหีบ และเครื่องประดับให้คุณหนูอวิ๋นซูเหยา ฮองเฮาประทานกำไลหยกหนึ่งคู่ ไทเฮาประทานเงินหนึ่งพันตำลึงและต้นโบตั๋นหนึ่งกระถาง จบราชโองการ’“ขอบพระทัยในน้ำพระทัยของทั้งสามพระองค์ ข้าอวิ๋นหยวนกับบุตรสาวซาบซึ้งอย่างหาที่เปรียบมิได้”ยังไม่ทันที่กงกงจะกลับออกไปคนของตำหนักตะวันออกก็เข้ามา นางกำนัลนำกู่เจิงที่ชายารัชทายาทประทานให้อวิ๋นซูเหยา เป็นกู่เจิงโบราณที่ดูก็รู้ว่าสูงค่า หลังจากนั้นทุกคน
เขาหัวเราะ “เอาละเหตุใดหลบหน้าข้า”“เพราะ...ท่านกับข้าน่าจะยืนอยู่คนละฝั่ง”“คนละฝั่ง?? แล้วเจ้ารู้หรือข้างที่เจ้ายืนคือผู้ใด”“จะดูแคลนที่ข้ายังจำอะไรไม่ได้??” นางกับเขาถึงกับตรงไปตรงมาต่อกันและกันถึงเพียงนี้?? อวิ๋นซูเหยาได้แต่ลอบไว้อาลัยให้ตัวเอง นางตระหนักดีว่าความไว้วางใจที่นางมีต่อหยางสวินเคอนั้นมีมากเหลือเกิน นางไม่รับรู้ถึงความมุ่งร้ายจากเขาสักนิด อีกทั้งยังตระหนักดีถึงมิตรภาพอันดีของเขากับบิดา ทว่าการที่นางอาจจะอยู่ข้างไทเฮา และเขาอยู่ข้างรัชทายาทก็ทำให้หลายๆ เรื่องยิ่งคิดก็ยิ่งเต็มไปด้วยความยุ่งยากในภายหลังหากเขามุ่งร้ายจริงๆ เพียงแต่เรื่องที่ลายมือของนางคล้ายคลึงกับไทเฮา ก็สามารถเอาผิดนางโดยการส่งตัวให้ทางการเพื่อรับโทษ ทว่าเขากลับให้บิดาเก็บเอาไว้เป็นความลับ เขาเองก็รับปากว่าจะไม่พูดถึง นางเชื่อว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับผู้ใด หาไม่นับตั้งแต่วันนั้นบนยอดเขาหลิงซาน เกรงว่ารัชทายาทคงหาทางเล่นงานนางกับบิดาแล้ว“ท่านปราชญ์หยางข้ารู้ว่าท่านเป็นคนดี เรื่องครั้งก่อนที่ท่านถูกพิษก็เพราะข้า ข้าซาบซึ้งใจและตระหนักดีว่าท่านกับท่านพ่อมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน แต่เรื่องบางเรื่องหากหลีกเล
หอตำราสำนักศึกษาหลวงเต็มไปด้วยหนังสือและบันทึกมากมาย สตรีที่เดินวนเวียนไปมาในหอตำราชั้นสอง ทำให้ผู้ดูแลหอตำราต่างพากันประหลาดใจ ถึงอย่างนั้นอวิ๋นซูเหยาก็มิได้ใส่ใจนางตั้งใจอ่านบันทึกต่างๆ เท่าที่นางพอจะหาได้ กระทั่งนึกถึงบทสนทนากับไทเฮาในตำหนักอู่หลวนคืนนั้น ทุกอย่างเต็มไปด้วยปริศนาและความคลุมเครือ ทว่าความนัยที่แฝงล้วนเกี่ยวกับความทรงจำที่นางทำหล่นหาย ไทเฮาให้นางนึกให้ออกและกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ทว่าไม่ว่าจะนึกอย่างไรนางก็นึกไม่ออกยังมี...บนยอดเขาหลิงซานวันนั้น หลินโม่หลิน หลินซีหลินคราแรกนางไม่เห็นหน้าบุรุษชุดดำดังนั้นจึงไม่มีความคุ้นเคยสักนิด เขาหว่านล้อมยั่วยุให้นางประมือกับเขา ทั้งยังบอกว่านางจะรับมือเขาได้ดีหากว่านางใช้มีดสั้นคู่ จากนั้นยังใจดีส่งมีดสั้นคู่หนึ่งให้นางอีกด้วย มือสังหารที่ไหนจะส่งอาวุธให้คู่ต่อสู้ฟังอย่างไรก็ไร้เหตุผลสิ้นดียิ่งประมือก็ยิ่งรู้สึกถึงความคุ้นเคย ความผูกพัน ภาพการอยู่ร่วมกันของคนสามคน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบกับเสียงหัวเราะ ใบหน้าของคนสองคนทำให้นางชะงักหยุดจู่โจม กระทั่งขมวดคิ้วยื่นมือไปกระชากผ้าปิดใบหน้าของชายชุดดำผู้นั้น ตอนที่นางเพิ่งเห็นใบ




![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


