مشاركة

บทที่ 27

last update آخر تحديث: 2026-01-09 10:21:39

นางไม่ได้ใส่ใจในคราแรกแม้อีกฝ่ายจะกล่าวถึงเรื่องที่หลิวซือซือได้รับความรักจากคนจวนโหว หลิวซวงกล่าวว่าหากเป็นผู้อื่นแต่งเข้าก็ไม่แน่ว่าจะได้รับความเอ็นดูเช่นนี้ ‘ผู้อื่น’ ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคงหนีไม่พ้นตัวนางเป็นแน่ ถึงอย่างนั้นอวิ๋นซูเหยากลับนิ่งเฉยมองดูรองเท้าในร้านเพื่อหาแบบที่บิดาชอบ

หลิวซวงเห็นนางไม่ยี่หระต่อการกระทบกระเทียบก็ยิ่งหงุดหงิด “ได้ยินมาว่าเจ้าทำท่าทางสนิทสนมกับคุณชายสี่จวนแม่ทัพหลิน ที่แท้ทำเป็นไปอาละวาดจนขายหน้าและทำตัวเองบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำ ก็เพราะเจ้ามีเป้าหมายใหม่สินะ ได้ยินมาว่าคุณชายสี่ถูกเรียกเข้าเฝ้าก็เพราะอายุใกล้สวมกวานแล้ว ท่านหญิงจวนโหวสวีจินเล่อเองก็จะปักปิ่นเดือนหน้า ทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก ข้าว่าคงไม่มีที่ให้เจ้าเข้าไปแทรกกระมัง”

หลิวซซงเพื่อพูดจบอวิ๋นซูเหยาก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย “พูดจบแล้ว?”

“เจ้าคิดจะทำอะไร” อีกฝ่ายดูคาดไม่ถึงที่นางเดินเข้าไปหา

“พูดจบแล้วก็หลีกทางข้าจะดูรองเท้าคู่นั้น ไม่ซื้อของก็อย่าเกะกะผู้อื่นจะทำการค้า” นางกล่าวจากนั้นก็หยิบรองเท้าคู่ดังกล่าวขึ้น “ท่านลุงฝูข้าได้แบบที่ต้องการแล้ว ท่านจะใช้เวลาเย็บคู่ใหม่
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
الفصل مغلق

أحدث فصل

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 32

    อวิ๋นหยวนนั่งมองบุตรสาวอยู่นานมาก ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้แม้ประหลาดใจทว่าเขากลับไม่อาจตำหนินาง เขามิใช่เพียงฟังความจากคนนอกแล้วจะมาตัดสินความผิดบุตรสาวทันที เขาถามนางตรงๆ กระทั่งรอฟังบุตรสาวอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น“เขาเป็นคนดี” อวิ๋นหยวนถอนหายใจ “ไม่ใช่เพียงในใจของเขามีคุณธรรมเท่านั้น ทว่าไม่ว่าจะกระทำการใดเขาล้วนคิดแล้วอย่างรอบคอบ ผู้อื่นอาจมองว่าเขาโง่งมที่พาน้องสาว น้องชาย แม้กระทั่งอนุของบิดาก็พาตัวออกมาเป็นภาระ พ่อรู้ดีว่าพวกนางไร้ซึ่งที่พึ่งพิงแล้วจริงๆ แม้ไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องภายในของจวนผู้อื่น ทว่าพ่อเคยเห็นหยางฮูหยินลงโทษพวกนาง ทั้งยังจงใจลงโทษต่อหน้าบุตรที่พวกนางให้กำเนิด นึกถึงทีไรก็ให้รู้สึกสงสารเด็กสองคนนั้น ปีนั้นคุณชายหยางคนเล็กล้มป่วยแทบเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรับโทษแทนมารดาผู้ให้กำเนิด หยางฮูหยินโกรธมากขังเขาเอาไว้ในโรงเก็บฟืน กว่าปราชญ์หยางจะไปพบเขาก็แทบกลายเป็นน้ำแข็งแล้ว ยังดีที่รอดชีวิตมาได้...”อวิ๋นซูเหยานั่งฟังบิดาเงียบๆ“แต่ว่า...เมิ่งเมิ่ง”“เจ้าคะ”“อยากคบหาหรือไปมาหาสู่กับเขา เจ้าอาจต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน”นางสะดุ้ง“ตระกูลหยางเคยมีสัญญาหมั้นหมายกับ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 31

    ไม่มีเสียงตอบกลับ...จ้าวเหยียนมองตามร่างสูงของสหายที่ตรงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ด้านหลังมีองครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามา “ทำเช่นนี้ไม่เป็นการดีต่อฝ่ายเราเลย ท่านปราชญ์ไม่สมควรเข้าไปยุ่งกับความบาดหมางนี้ ทั้งจวนโหว จวนปราชญ์หลิว อีกทั้งยังมีจวนแม่ทัพหยาง เกรงว่า...”“แม้ไม่เข้าไปยุ่งตอนนี้ ไม่ช้าเสียงเฟิงก็ต้องเข้าไปพัวพันกับความบาดหมางครั้งนี้อยู่ดี เรื่องต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แม้ฝ่าบาทยังไม่ทรงมีรับสั่งถึง ทว่าตอนนี้ราชสำนักก็เริ่มเกิดคลื่นใต้น้ำแล้ว ไม่ว่าจะมีจริงหรือไม่ตอนนี้ความวุ่นวายก็รอเราอยู่ ไม่มีก็แล้วไปแต่หากมีแล้วช่วงชิงกันไปมา คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คงหนีไม่พ้นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์”ตอนนี้ฮองเฮาเริ่มดึงขุนนางเข้าฝ่ายตนเงียบๆ ทั้งผ่านการแต่งงาน ทั้งผ่านการเจรจา ทั้งผลประโยชน์ที่เสนอให้ ตระกูลหลินเองก็ถูกดึงเข้ามาพัวพันแล้ว ทางไทเฮาเองก็มีความเคลื่อนไหว แม้เขาสงสัยในท่าทีของไทเฮาทว่าคิดอย่างไรเขาก็มองไม่ออกว่าแผนการของไทเฮาครั้งนี้จุดประสงค์คือสิ่งใดเรื่องต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์หาต้นตอไม่ได้ หลายฝ่ายเริ่มออกค้นหา ทว่าเขากลับสงสัยในตัวแม่ทัพหลิน ข่าวลือเรื่องต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้นตอนที

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 30

    หยางสวินเคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พระชายาเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“นาง? วันนี้ยังไม่เห็นหน้า”“หืม??” ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองรัชทายาท“นางออกไปจากตำหนักตะวันออกตั้งแต่เช้า ไปไหนไม่บอก นางกำนัลขันทีเองก็ไม่มีใครกล้าถาม นับวันนางก็ยิ่งหงุดหงิดอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ตำหนักของข้าเหมือนจะเงียบสงบ แต่ข้ากลับรู้สึกว่าจะขันทีนางกำนัลให้ความรู้สึกราวกับชีวอตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกนั้นแทบกลั้นหายใจทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านห้องของนางแล้ว!”อยู่ๆ ถนนด้านล่างก็มีเสียงทะเลาะกันดังขึ้น หยางสวินเคอจดจำเสียงหนึ่งในนั้นได้จึงเดินไปยังระเบียง เห็นหยางเชี่ยน สวีจิ่น หลิวเซียว สหายทั้งสามของจากสามจวนกำลังยืนล้อมหน้าล้อมหลังอวิ๋นซูเหยา ทว่าน่าแปลกข้างกายอวิ๋นซูเหยากลับมีคนคุ้มกันร่างใหญ่ยืนบดบังจนมองแทบไม่เห็นนาง“นั่น...คนคุ้มกันของนาง? ดูไม่เลวนี่ นางไปหามาจากที่ใด”“หานควน คนที่นางว่าจ้างให้ไปสืบเรื่องของตัวเองพ่ะย่ะค่ะ” หยางสวินเคอหมุนตัวกำลังจะเดินลงไปชั้นล่าง “เสียงเฟิง” จ้าวเหยียนหยุดเขาเอาไว้โดยไม่หันไปมอง สายตาของรัชทายาทหนุ่มหยุดอยู่ที่คนเหล่านั้นที่เริ่มเสียงดัง “เจ้ามาดูอะไรนี่”ชายหนุ่มขมวดคิ้วเดินกลับมาด้านล่า

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 29

    นางเลิกคิ้วจากนั้นหันขวับไปมองชายหนุ่ม ทว่าเขากลับย้ำประโยคเดิม “กินข้าว”“อ้อ” นางคีบเนื้อตุ๋นที่เขาคีบให้เข้าปากพบว่าอร่อยดี จริงๆ แล้วกับข้าวของจวนตระกูลหยางนี้ถูกปากนางทีเดียว แม้ว่าเดิมทีนางชอบอาหารรสเผ็ดทว่ากับข้าววันนี้ก็นับว่าไม่เลวเลยหลังมือเย็นนางเดินตามหยางสวินเคอไปนอกโถงรับรอง “ท่านปราชญ์หยางข้าจะรักษาตำราคัดลอกของท่านเป็นอย่างดี จะไม่ทำเสียหายเด็ดขาด ข้าสนใจเรื่องราวของบูรพกษัตริย์จริงๆ ตำราของท่านพ่อข้าอ่านหมดแล้ว ดังนั้น...”“เหตุใดเจ้าสนใจตำนานต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้”นางชะงัก “ข้า...ที่ข้าสนใจคือประวัติศาสตร์แคว้นต้าเยวี่ยต่างหาก”“อ้อ” เขาหมุนตัวเดินหนี“ข้าหมายถึง ตำนานนั้นก็น่าสนใจ” นางเดินตามเขาไปแล้วยอมรับโดยดี“เข้าไปได้เฉพาะในช่วงที่ข้าอยู่ที่จวนเท่านั้น”“ทำไมเล่า ให้ฉิงเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนข้าก็พอ ข้าไม่รบกวนท่าน” อยู่ๆ เขาก็หยุดเดินนางแทบจะชนกับแผ่นหลังของเขาอยู่แล้ว...“เพราะห้องหนังสืออยู่ในเรือนของข้า”อ่อ... “เช่นนั้นวันนี้ท่านก็อยู่แล้ว...”“ตามข้ามา” จากนั้นเขาก็ออกเดินอีกครั้งพานางเดินเข้าไปยังเรือนส่วนใน บ่าวไพร่ที่นี่ไม่เลิ่กลั่กไม่มีท่าทีแอบม

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 28

    ทั้งสองออกเดินโดยที่หญิงสาวเบี่ยงตัวไปประคองแขนซ้ายที่ไม่ได้โดยลวก นึกไม่ถึงว่าสวีจินเล่อกลับปราดเข้ามาคว้าแขนเสื้อข้างที่พับเอาไว้บนแขนขวาของชายหนุ่ม “ท่านปราชญ์ข้ามีรถม้า รถม้าของข้าจอดอยู่ไม่ไกลให้ข้าพาท่านไปที่ร้านหมอนะเจ้าคะ ร้านหมอที่ดีที่สุดอยู่ที่...”สวีจินเล่อปล่อยมือ” อวิ๋นซูเหยาหยุดเดินกล่าวเสียงเรียบ“เจ้าจะพาท่านปราชญ์ไปหาหมอเถื่อนร้านเล็กๆ เช่นนั้นได้อย่างไร ให้ข้า...”อยู่ๆ อวิ๋นซูเหยาก็ปราดเข้าไปคว้าสาบเสื้อของอีกฝ่าย ดวงตาดุดันจ้องมองอีกฝ่าย “ข้าบอกให้ปล่อยมือ!” นางไม่ได้เสียงดังทว่าท่าทีของนางทำให้สวีจินเล่อสะดุ้ง นางตกใจจนลืมคำพูด“ขีดความอดทนของข้ามีจำกัด วันนี้ใช้ไปกับพวกเจ้ามากพอแล้ว หากยังก่อกวนข้าไม่เลิกทั้งหนี้ครั้งก่อน รวมครั้งนี้ เกรงว่าหากข้าลงมือเจ้าจะรับไม่ไหว ปล่อยมือ”สวีจินเล่อคล้ายตกใจจนลนลานนางรีบปล่อยมือจากนั้นยังถอยไปก้าวหนึ่ง ได้แต่มองตามอวิ๋นซูเหยาประคองหยางสวินเคอเดินจากไป“คุณหนูอวิ๋นข้าเจ็บที่แขนขายังเดินได้ดีไม่ต้องประคอง” หยางสวินเคอกล่าวด้วยดวงตาขบขัน“อ้อ” นางพยักหน้าจากนั้นปล่อยมือโดยดี “หยางสวินเคอข้าบอกให้ท่านอยู่ให้ห่างๆ จากข้า เจ็บตั

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 27

    นางไม่ได้ใส่ใจในคราแรกแม้อีกฝ่ายจะกล่าวถึงเรื่องที่หลิวซือซือได้รับความรักจากคนจวนโหว หลิวซวงกล่าวว่าหากเป็นผู้อื่นแต่งเข้าก็ไม่แน่ว่าจะได้รับความเอ็นดูเช่นนี้ ‘ผู้อื่น’ ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคงหนีไม่พ้นตัวนางเป็นแน่ ถึงอย่างนั้นอวิ๋นซูเหยากลับนิ่งเฉยมองดูรองเท้าในร้านเพื่อหาแบบที่บิดาชอบหลิวซวงเห็นนางไม่ยี่หระต่อการกระทบกระเทียบก็ยิ่งหงุดหงิด “ได้ยินมาว่าเจ้าทำท่าทางสนิทสนมกับคุณชายสี่จวนแม่ทัพหลิน ที่แท้ทำเป็นไปอาละวาดจนขายหน้าและทำตัวเองบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำ ก็เพราะเจ้ามีเป้าหมายใหม่สินะ ได้ยินมาว่าคุณชายสี่ถูกเรียกเข้าเฝ้าก็เพราะอายุใกล้สวมกวานแล้ว ท่านหญิงจวนโหวสวีจินเล่อเองก็จะปักปิ่นเดือนหน้า ทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก ข้าว่าคงไม่มีที่ให้เจ้าเข้าไปแทรกกระมัง”หลิวซซงเพื่อพูดจบอวิ๋นซูเหยาก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย “พูดจบแล้ว?”“เจ้าคิดจะทำอะไร” อีกฝ่ายดูคาดไม่ถึงที่นางเดินเข้าไปหา“พูดจบแล้วก็หลีกทางข้าจะดูรองเท้าคู่นั้น ไม่ซื้อของก็อย่าเกะกะผู้อื่นจะทำการค้า” นางกล่าวจากนั้นก็หยิบรองเท้าคู่ดังกล่าวขึ้น “ท่านลุงฝูข้าได้แบบที่ต้องการแล้ว ท่านจะใช้เวลาเย็บคู่ใหม่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status