Partager

บทที่ 3

Auteur: Teddy's
last update Date de publication: 2026-05-17 20:43:52

เหล่าแขกที่มาร่วมงานวันเกิดต่างก็เอาเรื่องคาว ๆ ของตระกูลกงไปพูดกันสนุกปาก แม้ว่าจะไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ก็ได้รู้แล้วว่า กงเหม่ยหนิงแย่งคู่หมั้นของพี่สาว

เดิมที่กงเหม่ยหนิงสนิทสนมกับคู่หมั้นของพี่สาวก็พอจะมีคนพูดถึงอยู่บ้าง แต่ใครจะกล้าคิดเรื่องอกุศลเช่นนั้นกันเล่า หรือแม้ว่าจะมีบางคนที่คิด ๆ เอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เช่นนี้ มาตอนนี้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดเอาไว้หรือไม่เล่า

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูรองมาขอพบเจ้าค่ะ” กงเหม่ยหนานนั่งเขียนหนังสือตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง แม้แต่สาวใช้คนสนิทก็ยังไม่รู้ว่านางกำลังเขียนอะไรอยู่ รู้เพียงว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณหนูใหญ่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากเขียนบางอย่างลงในหนังสือตั้งแต่เช้าจนค่ำ

“บอกนางไปว่าข้าไม่สะดวกให้เข้าพบ” กงเหม่ยหนานปฏิเสธการขอเข้าพบของน้องสาวไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง ทั้งน้องสาวทั้งบิดามารดาต่างก็ถูกนางปฏิเสธจนต้องกลับไปมือเปล่าด้วยกันทั้งนั้น

สาวใช้ได้แต่รับคำสั่งของเจ้านาย หากเป็นนาง นางก็คงจะไม่อยากเห็นหน้าคุณหนูรองเช่นเดียวกันนั่นแหละ เรื่องที่คุณหนูรองสนิทสนมกับคู่หมั้นของคุณหนูใหญ่ ใครในเรือนบ้างที่ไม่รู้ แต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณหนูรองไม่ได้มีใครคิดอกุศลเช่นนั้นอย่างแน่นอน นางที่เป็นสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ได้แต่อดกลั้นทุกครั้งที่เห็นท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมของคุณหนูรองและคู่หมั้นของคุณหนูของนาง

เหม่ยหนานมองไปยังประตูที่ปิดสนิท จะว่านางไม่เสียใจก็คงจะไม่ได้ บิดามารดาแม้จะไม่รักนางเท่าน้องสาว แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าทั้งสองจะลำเอียงถึงเพียงนี้ เหตุการณ์นั้นถูกสลักลงในความทรงจำของนางจะนางจำได้แม้กระทั่งว่าวันนั้นเป็นวันที่อากาศอุ่นกำลังดี หรือในยามเช้ามีกระรอกน้อยบุกเข้ามาในห้องนอนของนางด้วยซ้ำ

ในอดีต...หลังจากที่จางจงจื้อมาสู่ขอกงเหม่ยหนิงไปเป็นฮูหยิน นางก็ปิดประตูเรือนเงียบเชียบ ไม่พูดไม่จากับใครทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีหลายตระกูลที่อยากจะมาขอหมั้นหมายกับนาง นางก็ไม่คิดจะตอบรับใครทั้งสิ้น

นางถึงกับปฏิเสธการทาบทามให้ไปแต่งงานให้กับราชวงศ์ต่างแคว้นเพราะความเศร้าโศก จนเมื่อเริ่มทำใจได้ คิดได้ว่าน้องสาวได้อยู่กับคนอย่างจางจงจื้อก็คงจะสุขสบายไม่น้อย นางจึงยอมรับการหมั้นหมายจากองค์ชายเจ็ด

แต่ไม่ทันได้แต่งงานออกไปจากจวนเลยด้วยซ้ำ กงเหม่ยหนิงที่แต่งงานออกไปก็สร้างเรื่องอีกครั้ง นางเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องวุ่นวายในพระราชวังเข้า เรื่องครั้งนั้นถึงกับมีคนตาย มีหรือที่จะปล่อยให้คนที่เกี่ยวข้องรอดไปได้

กงเหม่ยหนิงกลัวความผิดจึงรีบกลับมาร้องห่มร้องไห้ขอร้องให้บิดาช่วยเหลือตนอย่างทุกที นางยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด บังเอิญว่าหยกประจำตัวของนางไปหล่นในที่เกิดเหตุ ทางวังหลวงจึงตามตัวมาเอาเรื่องกับนาง

“ท่านพ่อเจ้าค่ะ ฮึก ลูกไม่ได้ทำจริง ๆ นะเจ้าคะ หากว่าลูกต้องตาย ฮืออ ลูกในท้องของข้าคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก ฮือออ”

“หนิงเออร์ของแม่ ฮืก ท่านพี่ ช่วยหนิงเออร์ด้วยนะเจ้าคะ ลูกของเราไม่มีทางทำอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” สองแม่ลูกกอดกันกลม เสียงร้องไห้ของทั้งสองคนดังระงมไปทั่วทั้งห้องรับรองปานจะขาดใจ

“...” นายท่านกงเงียบไปไม่พูดไม่จา ใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่ากำลังเครียดจับใจ เหม่ยหนิงคือลูกสาวที่เขารักและเอ็นดูมากกว่าลูกคนไหน ๆ หากนางต้องรับโทษ เขาคงจะทำใจไม่ได้ แต่หากว่า...

กงเหม่ยหนานถูกเรียกตัวจากเรือนนอนให้เข้าไปที่เรือนรับรอง แน่นอนว่าในตอนนี้สภาพจิตใจของนางเริ่มดีขึ้นมาก หากเป็นก่อนหน้านี้สักเดือนนางคงจะเมินเฉยต่อคำสั่งของบิดาที่เรียกไปพบ

เพราะอย่างนั้นในตอนที่เหม่ยหนานเข้ามาในห้อง นางก็ได้เห็นภาพของน้องสาวที่ท้องเริ่มนูนออกมากำลังกอดมารดาร้องไห้อย่างน่าสงสาร ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบหน้าน้องสาวจัง ๆ เป็นครั้งแรก

เมื่อก่อนนางมักจะรู้สึกร้อนรนและอิจฉาอยู่ในใจทุกครั้งที่น้องสาวมีอาการเช่นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอันใด น้ำตาของกงเหม่ยหนิงก็สามารถดลบันดาลทุกอย่างให้เป็นไปตามใจของนางได้อยู่เสมอ

แต่พอเกิดเรื่องขึ้น ความรู้สึกที่ได้เห็นกงเหม่ยหนิงร้องไห้ก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป นางทั้งหงุดหงิดทั้งรำคาญเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของน้องสาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งยังหัวเสียที่ถูกเรียกมาให้เจอกับคนที่ทำร้ายตนเองแบบนี้

“ท่านพ่อเรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงเรียบนิ่งของเหม่ยหนิงเอ่ยออกมาขัดกับเสียงร้องห่มร้องไห้ของสองแม่ลูก จนคนที่กำลังร้องไห้เพื่อร้องขอความสงสารอยู่ต้องหยุดร้องแล้วหันมาสนใจนางแทน

“พี่หญิง...” กงเหม่ยหนิงมองพี่สาวด้วยความละอาย นางก้มมองดูท้องของตนเองที่นูนออกมาก่อนจะยกมือขึ้นปิดท้องนูน ๆ ของตนเองเอาไว้ ท่าทางของเหม่ยหนิงทำให้คนเป็นมารดาสงสารจับใจ หนิงเออร์คงจะรู้สึกผิดจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าของเหม่ยหนานตรง ๆ เป็นแน่ แต่นางก็ไม่อาจพูดสิ่งใดได้มาก

“มาแล้วหรือ นั่งลงก่อนสิ พ่อมีเรื่องจะขอร้องเจ้าสักหน่อย” คนเป็นบิดาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าละอาย เขากำลังจะทำสิ่งที่คนเป็นพ่อไม่ควรทำที่สุด แม้จะรู้ตัวว่าตนเองลำเอียงรักลูกสาวคนรองมากกว่า แต่ก็ไม่คิดว่าจิตใจของตนจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

“...ท่านพ่อเอ่ยมาเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานเท่าใดนัก” ไม่ว่าเปล่า เหม่ยหนานปรายตามองน้องสาวที่นั่งกุมท้องก้มหน้าด้วยสายตาเย็นชา นางไม่ได้หึงหวงจางจงจื้อแต่อย่างใด เพียงแต่นางเกลียดคนที่หักหลังนางเป็นที่สุด

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ก่อนที่นายท่านกงจะเอ่ยปากขอร้องให้บุตรสาวคนโตยกหยกประจำตัวให้กับน้องสาว โดยไม่อธิบายสิ่งใด เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำเช่นนี้...หนึ่งชีวิตและกับสองชีวิต

“ข้าขอถามว่าเพราะเหตุใดจึงต้องยกหยกประจำตัวออกมาเจ้าคะ” เหม่ยหนานอดที่จะถามออกไปไม่ได้ หยกประจำตัวก็ตามชื่อมันนั่นแหละ คือหยกที่เป็นของคนคนนั้น เป็นสิ่งที่แสดงตำแหน่งและตัวตนของคนเป็นเจ้าของ

“ข้าบอกให้เอามาเจ้าก็เพียงแค่ยื่นมันมาเท่านั้น! แล้วข้าจะเอาอันใหม่ไปให้เจ้าภายหลัง”

ด้วยความที่ไม่มีคำตอบดี ๆ ให้บุตรสาว ทั้งยังไม่กล้าพูดความจริง ชายวัยกลางคนจึงได้แต่ใช้อารมณ์กลบเกลื่อนความละอายภายในใจของตน

เหม่ยหนานไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น นางถูกบิดาตวาดก็หวาดกลัวโทสะ สุดท้ายจึงได้ยอมปลดหยกข้างเอววางลงตรงหน้าของบิดาแต่โดยดี นางจ้องมองบิดาด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งนัยน์ตายังแดงก่ำราวกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“หนิงเออร์ เข้ามานี่สิลูก” ชายวัยกลางคนหยิบหยกของบุตรสาวคนโตขึ้นมา ก่อนจะหันไปเรียกบุตรสาวคนเล็กที่นั่งก้มหน้ากุมท้องด้วยความปวดหนึบในใจ เขารู้ว่าที่ทำอยู่มันผิดมากเพียงใด แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ หากหนึ่งชีวิตสามารถช่วยอีกสองชีวิตให้รอดได้ เขาก็ย่อมต้องเลือกที่จะช่วยสองชีวิตก่อน

“ท่านพ่อ! นั่นมันหยกประจำตัวของข้า...”

เหม่ยหนานมองภาพบิดายื่นหยกประจำตัวของตนเองให้น้องสาวด้วยความร้อนรน หยกนี้เป็นตัวแทนของนาง นางได้รับมันเป็นของขวัญจากท่านย่าที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อนเป็นของขวัญ มันเป็นของของนาง

สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ คนพี่มองน้องสาวด้วยความชิงชังและความเกลียด ส่วนคนเป็นน้องก็มองพี่สาวด้วยน้ำตาที่หลั่งริน นางพอจะเดาออกว่าบิดาจะช่วยตนเองอย่างไร

“ในกายเจ้ากำลังจะมีอีกชีวิตกำเนิดขึ้นมา รับหยกนี้แล้วกลับจวนของเจ้าไปเสีย เรื่องที่เหลือต่อจากนี้พ่อจะเป็นคนจัดการให้เอง เจ้าจงดูแลรักษาตัวให้ดีเถิด”กงม่านอู๋เอ่ยปากบอกบุตรสาวคนเล็กด้วยความหนักแน่น

กงฮูหยินเห็นว่าสามีเอ่ยเช่นนั้นก็รีบเข้ามาประคองลูกสาวคนเล็กไปส่งขึ้นรถม้าหน้าจวน อย่าหาว่านางใจดำเลย ในเมื่อสามีตัดสินใจแล้ว นางก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ายอมรับเท่านั้น

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีเพียงเหม่ยหนานเท่านั้นที่ไม่เข้าใจ เพราะแม้ว่าจะเลิกเก็บตัวแล้ว แต่นางก็ไม่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองที่เกิดขึ้นจากภายนอกเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่อยากฟังข่าวลือของตนเองที่คนข้างนอกพูดกัน เลยทำให้นางไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ตระกูลจางเป็นตระกูลบัณฑิต แม้ว่าจางจงจื้อจะเป็นขุนนาง แต่ก็ยังเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยเท่านั้น เรียกว่าเขาแทบจะไม่มีอำนาจในราชสำนักเลยจะดีกว่า ที่ได้มารักกับบุตรสาวขุนนางใหญ่ก็เพราะเคยมีบุญคุณต่อกันเมื่อครั้งยังเด็ก พอเติบใหญ่จึงได้ตกหลุมรักและตัดสินใจหมั้นหมายกัน

ใครจะคิดว่าในตอนที่จะได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน จางจงจื้อจะเปลี่ยนใจไปรักน้องสาวของคู่หมั้นอย่างกงเหม่ยหนิง แถมนางเองก็ยังแอบรักเขามาเนิ่นนาน ทั้งสองได้รู้ใจของกันและกันก็วันที่ออกเดินทางไปซื้อของที่เมืองข้าง ๆ ด้วยกัน แน่นอนว่านั่นคือข้ออ้างของพวกเขา ของขวัญวันเกิดที่ว่านั่นไม่มีอยู่จริง

สุดท้ายทั้งสองก็ได้รักและแต่งงานกัน แต่ด้วยความที่กงเหม่ยหนิงเป็นบุตรสาวขุนนางใหญ่ นางจึงมีนิสัยที่ดื้อรั้นไม่เป็นกุลสตรีอย่างที่ฮูหยินควรจะมี ใครจะคิดว่านางยังถึงขั้นก่อเรื่องนำพาความหายนะมาที่ตระกูลจาง

โชคยังดีที่เสนาบดีกงรักบุตรสาวคนเล็กมาก ตระกูลจางรอดจากหายนะ ความผิดทั้งหมดตกไปอยู่ที่กงเหม่ยหนานผู้เป็นพี่สาว...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 186

    เขายื่นสัมภาระในมือให้ข้ารับใช้ใกล้มือ ก่อนจะลงไปนอนกับทั้งสองคน ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับไปพร้อมกับลูกและภรรยา ช่างเป็นภาพที่สงบและเต็มไปด้วยความสุขเสียยิ่งกว่าอะไรก่อนจะเป็นเหม่ยหนานที่ตื่นมาก่อนใคร นางสัมผัสได้ถึงแรงหนัก ๆ ที่รัดเอวของตนเอาไว้ แต่เพียงแค่สัมผัสของเขานางก็จำได้แล้วว่าเป็นพระสวามีของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 185

    การจัดสอบคัดเลือกขุนนางในเมืองจัดขึ้นทันทีหลังจัดการขุนนางกังฉินในเมืองทั้งหลาย ขุนนางเก่า ๆ ที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าหือกล้าอืออีกต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะมีอำนาจในเมืองแล้วอย่างไร ทหารที่เดินทางมาพร้อมท่านอ๋องและพระชายานั้นนับรวมแล้วสามารถตั้งกองทัพขึ้นมาได้กองทัพหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ยังไม่รวมกับทหารใ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 184

    เพราะอย่างนั้นนางจึงได้ผูกมิตรกับข้ารับใช้ในจวนอยู่ตลอด มิเช่นนั้นนางจะไปทำดีกับข้ารับใช้และบ่าวไพร่พวกนี้ทำไมกัน คิดว่าคุณหนูเช่นนางจะลดตัวลงไปเอาอกเอาใจบ่าวไพร่ชั้นต่ำพวกนี้น่ะหรือ ฝันไปเถอะเหม่ยหนานหรือจะมองแผนการของสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ออก เมืองหลวงนั้นสุดแสนจะกว้างใหญ่ ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยงูพิ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 183

    คืนนั้นแทนที่เหม่ยหนานจะเลือกไปนอนที่โรงเตี๊ยม เสวียนอี้เสนอให้ตั้งค่ายนอนกันนอกเมือง พรุ่งนี้ช่างที่มาทุบจวนจะได้เข้ามาเริ่มทำงานกันตั้งแต่เช้า จะได้ไม่รบกวนเสี่ยวหลงตอนนอนด้วย แน่นอนว่าเหม่ยหนานเองก็เห็นด้วย นอนกลางดินกินกลางทรายกันมาสี่เดือนแล้ว อดทนเพิ่มอีกสักวันจะเป็นอันใดไปเรื่องเจ้าเมืองนี้น

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 182

    “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เราไม่ถือสา อย่างไรจวนแห่งนี้ก็ต้องรื้อแล้วสร้างใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองช่วยเป็นธุระเรื่องทำความสะอาดให้นับเป็นน้ำใจแล้ว เอาล่ะ วันนี้เรายังมีเรื่องให้จัดการอีกมาก เอาไว้ข้าจะส่งคนไปตามมาประชุมหารือเรื่องพัฒนาเมืองท่าแห่งนี้ก็แล้วกัน” ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะสร้างจวนใหม

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 181

    ขบวนรถม้าของเสวียนอ๋องและพระชายาเดินทางนานถึงสี่เดือน ระหว่างทางพวกเขาเจอเรื่องมากมาย ไม่ว่าจะโจรป่าหรือภัยพิบัติ แต่สุดท้ายขบวนรถม้าและเหล่าข้ารับใช้ที่ติดตามมาด้วยหลายร้อยคนก็เดินทางมาถึงเมืองได้ในที่สุดเจ้าเมืองท่าแห่งนี้ได้รู้ข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าเสวียนอ๋องจะมาครองเมืองท่าแห่งนี้ ด้วยราชโองการของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 64

    ในขณะที่เหม่ยหนานกำลังนั่งรอพระสวามีเข้าไปประชุมอยู่นั้น ตัวนางก็นั่งรอที่ตำหนักรับรองที่จัดเตรียมเอาไว้ นางนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าของคุณหนูอวิ๋นเข้าเสียได้ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว ท่าทางว่าจะเป็นทุกข์ไม่น้อยเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“คุณหนูอวิ๋นเองก็มารอใต้เท้าอวิ๋นเข้าประชุมหรือ” คร

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 63

    วันต่อมาวังอ๋องมีรับสั่งให้ข้ารับใช้จัดตั้งโรงทานกลางเมืองทันที ชาวบ้านคนใดเดือดร้อน คนใดไร้อาหารก็สามารถมารับได้ที่โรงทานของพระชายา อาหารที่จัดเตรียมมาก็ไม่ได้เลิศเลอเหมือนอยู่ในเหลาอาหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นอาหารที่ดูไม่ดีแต่อย่างใดซ้ำเสวียนอ๋องและพระชายายังเป็นคนแรกที่จัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในเ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 57

    หลังจากปรับความเข้าใจกันเสร็จสรรพ เหม่ยหนานตัดสินใจว่าจะลองเปิดใจอีกสักครั้ง อย่างไรก็ดีกว่าอยู่กันแบบหมางเมินไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว บ่ายวันนั้นเลยจบด้วยการเข้าหอสร้างพยานรักกันจนฟ้ามืดอีกครั้งเหล่าข้ารับใช้ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านอ๋องโปรดปรานพระชายามาก เกรงว่าอีกไม่นานเกินรอคงจะมีท่านอ๋องน้

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 47

    ทันทีที่พระอาทิตย์ตก สองสามีภรรยาจูงมือกันเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอนทันที ท่าทีของทั้งชายและหญิงต่างก็เขินอายต่อกันและกัน ด้วยความที่ไม่เคยทำเรื่องบนเตียงมาก่อนทั้งสองคน แต่ละคนจึงมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ออกมาตั้งแต่เริ่มเสวียนอี้โตกว่าเหม่ยหนานอยู่สองสามปี เขาศึกษาเรื่องพวกนี้จากในตำรามาตั้งแต่อายุสิบส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status