Share

บทที่ 4

Author: Teddy's
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-17 20:44:07

หลังจากวันที่ถูกช่วงชิงหยกประจำตัวไป เหม่ยหนานก็ถูกสั่งให้กักตัวอยู่แต่ในเรือน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ทั้งยังมีคนเฝ้ายามเพิ่มขึ้น จนแม้แต่บ่าวไพร่จะออกไปจับจ่ายก็ไม่อาจออกไปได้เพราะถูกสั่งห้ามเอาไว้

นางเหมือนคนหูหนวกตาบอดที่ไม่รับรู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น รู้ตัวอีกทีก็ถึงวันที่มีทหารบุกเข้ามาถึงในห้องนอนและจับตัวนางไปยังลานประหารเสียแล้ว ไม่มีโอกาสให้นางขัดขืนหรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่มันเรื่องอันใดกันเจ้าคะ ข้า...เหตุใดพวกเขาถึงได้จับข้า ท่านพ่อ! ท่านแม่!” ตอนที่ถูกจับกุมตัวออกมาใส่กรงขังหน้าจวน นางได้แต่ร้องตะโกนหาบิดามารดาจวนเจียนจะขาดใจ แต่ก็ไร้การตอบรับ ทั้งสองยืนกอดกันร้องไห้เหมือนกับคนที่ใจสลายที่เห็นลูกของตนเองทำเรื่องเลวทราม

“...” สองสามีภรรยากอดกันกลมไม่กล้ามองหน้าบุตรสาว เป็นพวกเขาที่ผิด เป็นพวกเขาที่ผิดต่อเหม่ยหนาน แต่หากไม่เลือก พวกเขาก็จะเสียไปถึงสองชีวิต

กงเหม่ยหนานถูกจับยัดใส่กรงขังราวกับนักโทษประหาร และก็เป็นนักโทษประหารจริง ๆ เพราะระหว่างทางนางถูกคนในเมืองด่าทอราวกับไปทำสิ่งใดผิดมานักหนา ทั้งผักเน่าทั้งถ่มน้ำลายใส่ ราวกับว่านางหาใช่คุณหนูตระกูลขุนนางใหญ่ไม่

รู้ตัวอีกทีนางก็ถูกประกาศความผิดต่อหน้าประชาชนคนทั้งเมืองแล้ว เพชฌฆาตเองก็มายืนรอเตรียมบั่นคอนางด้วยอาวุธครบมือแล้ว ด้วยความกลัวทำให้นางมองซ้ายมองขวาร้องหาบิดามารดาอย่างไม่เข้าใจ

“ฮือ ท่านพ่อท่านแม่ ข ข้าไม่ได้ทำ ฮึก ข้าไม่ได้ทำ! หยกประจำตัวนั้นไม่ใช่ของข้า ข้าไม่-”

“หากมิใช่ของเจ้า แล้วหยกประจำตัวของเจ้าอยู่ที่ใดกัน! คำตัดสินถูกประกาศออกมาแล้ว กงเหม่ยหนานมีความผิดในข้อหาคิดร้ายต่อราชวงศ์ ซ้ำยังลงมืออย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด กล้าลงมือวางยากุ้ยเฟยถึงภายในวังหลวง แม้พระองค์จะปลอดภัย แต่ก็ทำให้สาวใช้คนสนิทต้องตาย มีความผิด โทษประหารด้วยห้าม้าแยกร่าง!”

“ข้าไม่ได้ทำ” เรื่องทั้งหมดที่ได้ยินเข้าหูมา มันไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับนางเลยสักนิด ไม่มีเลยจริง ๆ นางไปเข้าวังตั้งแต่เมื่อใด นางหาได้สนิทสนมกับคนในวังไม่-

...คนในวังเช่นนั้นหรือ องค์ชายเจ็ด มีเพียงเขาคนเดียวที่นางยอมรับไมตรีด้วยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่นางก็ไม่ได้ติดต่อหรือไม่มาหาสู่เขาจนถึงขนาดลงมือในวังได้อย่างแน่นอน

“ข้าไม่ได้ทำ” มีเพียงคำยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ลงมือที่ออกจากปากของนาง สายตาอ่อนล้าแดงก่ำมองไปรอบกาย ก่อนมันจะหยุดลงที่ใบหน้าของน้องสาวแท้ ๆ อย่างกงเหม่ยหนิง

กงเหม่ยหนิงยืนมองมาที่นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและเสียใจ เหมือนน้องสาวผู้ที่กำลังจะต้องมองดูพี่สาวถูกประหารต่อหน้าต่อตา

สายตาของเหม่ยหนานเลื่อนลงไปมองหยกข้างเอวที่เคยถูกช่วงชิงไปอย่างหน้าไม่อาย ตอนนี้นางเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วเล็กน้อย คนเราพอจะตาย อยู่ ๆ สมองก็เหมือนจะโล่งโปร่ง มองอะไรก็สามารถมองทะลุถึงความจริงของเรื่องราวได้จนหมด

“เป็นเจ้าที่ผิดต่อข้า เหม่ยหนิง...ข้าไปทำเวรกรรมอันใดให้เจ้ากัน เหตุใดชาตินี้จึงต้องเกิดมาเจอเจ้าและบิดามารดาสารเลวคู่นี้”

ผู้เป็นน้องสาวอ่านปากของพี่สาวออกก็หน้าซีดลง นางกลัวว่าตนเองจะถูกสาวความผิดมาถึงตน นางเองก็เสียใจที่พี่สาวต้องมารับผิดแทนตนเอง แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็เป็นคนเอ่ยปากเอง ว่าเป็นกุศลของพี่หญิงแล้ว หนึ่งชีวิตแลกกับสองชีวิต

พอเห็นน้องสาวก้มหน้าร้องไห้ซบผู้เป็นสามี เหม่ยหนานก็อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างหมดหวังไม่ได้ นางเงยหน้ามองฟ้าที่สดใส ราวกับว่ามันกำลังยินดีที่นางกำลังจะถูกประหารด้วยวิธีที่แสนสุดจะทรมาน

“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดที่ผิดบาป อา...หากข้าต้องตาย ฮะฮะฮะ เช่นนั้นข้าก็ขอสาปแช่ง บิดามารดาสาวเลวที่เป็นผู้โยนข้าลงสู่ขุมนรกด้วยมือของตนเอง ข้าขอสาปแช่งให้พวกเขาต้องทรมานทุกข์ใจไม่อาจครองคู่กันจนแก่ได้ หากไม่ตายจากกัน ก็ขอให้ทุกข์ทรมานในชีวิตคู่ อึก ส่วนเจ้า...น้องสาวที่เป็นมารในชีวิตของข้า ข้าของสาปแช่ง! ทั้งเจ้าและครอบครัวของเจ้า ลูกที่เกิดมาจักต้องทรพีต่อบิดามารดาจนเจ้าไม่มีวันไหนที่นอนข่มตาหลับอย่างสบายใจ สามีมีภรรยาเต็มท้ายจวน เจ้าชอบร้องไห้มิใช่หรือน้องสาวของพี่ เช่นนั้นข้าก็ขอให้ชีวิตทั้งชีวิตของเจ้ามีแต่น้ำตา ตื่นมาก็ร้องไห้ นอนกลับก็ร้องไห้ ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าด้วยชีวิตของข้า...”

เสียงสาปแช่งของคุณหนูใหญ่กงเหม่ยหนานแม้จะไม่ได้ดังกึกก้องฟ้า แต่ก็ทำให้คนทั่วทั้งลานประหารรู้สึกขนลุกขนชันกันเป็นแถบ ๆ ยิ่งท้องฟ้าที่เดิมสว่างจ้าราวกับยินดีที่วันนี้จะมีคนตายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม แม้จะไม่มืดมาก แต่หลังจากกงเหม่ยหนานเอ่ยสาปแช่งด้วยชีวิตของตนเองจบ สายฟ้าก็ฟาดลงมือที่ต้นไม้หน้าลานประหารในทันที

ราวกับว่าสวรรค์ตอบรับคำสาปแช่งของนาง สีหน้าของเหล่าราชวงศ์ที่มาดูการประหารได้แต่หน้าถอดสี ก่อนที่นางจะลามมาสาปแช่งพวกเขาไปด้วย สัญญาณให้ลงมือประหารก็ถูกเร่งเวลาขึ้นมาในทันที ไม่แม้แต่จะเอ่ยสอบสวนหรือถามไถ่สิ่งใดเหมือนนักโทษคนอื่น ๆ อีก

ม้าห้าตัวฟาดอย่างแรง ก่อนที่พวกมันจะวิ่งออกไปคนละทิศคนละทาง ร่างกายของหญิงสาวที่ถูกมัดติดเอาไว้กับเชือกถูกฉุดกระชากออกจนขาดวิ่น เลือดแดงสดกลิ่นเหม็นคาวหลั่งไหลออกมาน่าสะอิดสะเอียน

แต่ละคนต่างสาปแช่งคนตายตามหลังราวกับว่าเป็นเรื่องของตนเอง กงเหม่ยหนานถูกยกเป็นตัวอย่างของลูกทรพีที่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน ซ้ำตอนก่อนจะตายยังไม่วายสาปแช่งพ่อแม่และน้องสาวให้ทุกข์ทรมานทิ้งท้ายอีก

สองสามีภรรยาพอรู้ข่าวว่าบุตรสาวสาปแช่งตนเองก่อนตายก็แทบจะเป็นลมล้มพับ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าตนผิดต่อเหม่ยหนาน แต่ไม่คิดว่านางจะโกรธเกลียดพวกตนถึงเพียงนี้ แม้จะตายก็ยังสาปแช่งคนที่ยังอยู่ด้วยความแค้น ถึงกับเอาชีวิตของตนเองเป็นเครื่องสังเวยคำสาปแช่ง

หลังจากที่ถูกปลิดชีพด้วยวิธีที่สุดแสนจะทรมาน กงเหม่ยหนานก็ตื่นขึ้นมาในอดีตของตนเองอีกครั้ง เดิมนางไม่ค่อยจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงสักเท่าไหร่ นางคิดเอาเองว่านางคงจะฝัน เป็นฝันร้ายที่ทั้งเจ็บปวดทั้งทรมาน

แต่มาตอนนี้นางกลับไม่คิดว่าเป็นฝันอีกแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้นเหมือนกับในอดีตทุกประการ น้องสาวและคู่หมั้นถูกคนของบิดาจับได้ว่าแอบมีสัมพันธ์ลับหลังกัน ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างที่ทั้งสองกล่าวอ้างหรือไม่

แต่ที่รู้ ๆ ก็คือเมื่อวานเหม่ยหนิงเอ่ยออกมาเองว่ามีใจให้จางจงจื้อ เช่นนั้นแล้วนี่จะเป็นเรื่องผิดพลาดได้อย่างไร รู้ทั้งรู้ว่าออกไปสองต่อสองไม่งามก็ยังอยากจะออกไปให้ได้

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านและฮูหยินให้บ่าวมาเรียกตัวเจ้าค่ะ” สาวใช้อย่างพวกนางก็ได้แต่ทำตามคำสั่ง แท้จริงแล้วนางหรือจะอยากมาตามคุณหนู คุณหนูรองทำเรื่องน่าอับอายถึงเพียงนั้น ไม่เห็นว่าจะถูกต่อว่าแม้ครึ่งคำ นอกจากจะไม่ต่อว่าแล้วยังปลอบใจเสียอีก นี่มันเรื่องน่าขันอันใดหนอ พวกนางหรือก็พึ่งจะเคยเห็นบิดามารดาเช่นนี้

หากเป็นชีวิตก่อน นางจะไม่มีทางออกไปเจอหน้าผู้ใด หลังจากเกิดเรื่องก็เอาแต่เก็บตัวอยู่เพียงผู้เดียวจนกว่าจะทำใจได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาเบา ๆ ก่อนจะส่องกระจกสำรวจใบหน้าของตนเองว่ามีตรงไหนที่บกพร่องหรือไม่

เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่อง กงเหม่ยหนานที่เป็นผู้ถูกกระทำก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวออกจากเรือนด้วยความมั่นคงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ชีวิตก่อนเก็บตัวจนไม่รู้เรื่อง แม้กระทั่งภัยเข้ามาถึงตัวเองก็ยังไม่รู้เรื่อง ชีวิตนี้นางจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว ผู้ใดทำผิด ผู้นั้นก็รับผลกรรมไปเองก็แล้วกัน!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 186

    เขายื่นสัมภาระในมือให้ข้ารับใช้ใกล้มือ ก่อนจะลงไปนอนกับทั้งสองคน ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับไปพร้อมกับลูกและภรรยา ช่างเป็นภาพที่สงบและเต็มไปด้วยความสุขเสียยิ่งกว่าอะไรก่อนจะเป็นเหม่ยหนานที่ตื่นมาก่อนใคร นางสัมผัสได้ถึงแรงหนัก ๆ ที่รัดเอวของตนเอาไว้ แต่เพียงแค่สัมผัสของเขานางก็จำได้แล้วว่าเป็นพระสวามีของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 185

    การจัดสอบคัดเลือกขุนนางในเมืองจัดขึ้นทันทีหลังจัดการขุนนางกังฉินในเมืองทั้งหลาย ขุนนางเก่า ๆ ที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าหือกล้าอืออีกต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะมีอำนาจในเมืองแล้วอย่างไร ทหารที่เดินทางมาพร้อมท่านอ๋องและพระชายานั้นนับรวมแล้วสามารถตั้งกองทัพขึ้นมาได้กองทัพหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ยังไม่รวมกับทหารใ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 184

    เพราะอย่างนั้นนางจึงได้ผูกมิตรกับข้ารับใช้ในจวนอยู่ตลอด มิเช่นนั้นนางจะไปทำดีกับข้ารับใช้และบ่าวไพร่พวกนี้ทำไมกัน คิดว่าคุณหนูเช่นนางจะลดตัวลงไปเอาอกเอาใจบ่าวไพร่ชั้นต่ำพวกนี้น่ะหรือ ฝันไปเถอะเหม่ยหนานหรือจะมองแผนการของสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ออก เมืองหลวงนั้นสุดแสนจะกว้างใหญ่ ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยงูพิ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 183

    คืนนั้นแทนที่เหม่ยหนานจะเลือกไปนอนที่โรงเตี๊ยม เสวียนอี้เสนอให้ตั้งค่ายนอนกันนอกเมือง พรุ่งนี้ช่างที่มาทุบจวนจะได้เข้ามาเริ่มทำงานกันตั้งแต่เช้า จะได้ไม่รบกวนเสี่ยวหลงตอนนอนด้วย แน่นอนว่าเหม่ยหนานเองก็เห็นด้วย นอนกลางดินกินกลางทรายกันมาสี่เดือนแล้ว อดทนเพิ่มอีกสักวันจะเป็นอันใดไปเรื่องเจ้าเมืองนี้น

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 182

    “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เราไม่ถือสา อย่างไรจวนแห่งนี้ก็ต้องรื้อแล้วสร้างใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองช่วยเป็นธุระเรื่องทำความสะอาดให้นับเป็นน้ำใจแล้ว เอาล่ะ วันนี้เรายังมีเรื่องให้จัดการอีกมาก เอาไว้ข้าจะส่งคนไปตามมาประชุมหารือเรื่องพัฒนาเมืองท่าแห่งนี้ก็แล้วกัน” ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะสร้างจวนใหม

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 181

    ขบวนรถม้าของเสวียนอ๋องและพระชายาเดินทางนานถึงสี่เดือน ระหว่างทางพวกเขาเจอเรื่องมากมาย ไม่ว่าจะโจรป่าหรือภัยพิบัติ แต่สุดท้ายขบวนรถม้าและเหล่าข้ารับใช้ที่ติดตามมาด้วยหลายร้อยคนก็เดินทางมาถึงเมืองได้ในที่สุดเจ้าเมืองท่าแห่งนี้ได้รู้ข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าเสวียนอ๋องจะมาครองเมืองท่าแห่งนี้ ด้วยราชโองการของ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 67

    จางจงจื้อเมื่อเถียงแพ้ภรรยาก็เดินฟึดฟัดออกไปจากเรือน เขานึกอยากจะทุบตีสั่งสอนคนปากดีอย่างเหม่ยหนิงนัก ติดที่หน้าของตระกูลกงเท่านั้นที่ทำให้เขายังไม่กล้าลงมือที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าก็คือ แค่จะไปปรากฏตัวต่อหน้าเหม่ยหนานเขาก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำขุนนางชั้นผู้น้อยอย่างเขาจะไปขอพบพระชายาของท่านอ๋องต้องมีเ

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 65

    “ไม่เป็นไรเลยคุณหนู เอาไว้วันได้คุณหนูได้เข้ามาในวัง ข้าในฐานะพระชายาเอกจะดูแลคุณหนูเป็นอย่างดีเลยล่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดข้าจะได้มีโอกาสต้อนรับคุณหนู ใครบ้างไม่รู้เรื่องการแต่งงานของข้าและท่านอ๋องบ้างเล่า เห้อ เสด็จแม่คิดเห็นว่าอย่างไรเพคะ คุณหนูอวิ๋นดูท่าแล้วจะมีใจให้ท่านอ๋องเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 64

    ในขณะที่เหม่ยหนานกำลังนั่งรอพระสวามีเข้าไปประชุมอยู่นั้น ตัวนางก็นั่งรอที่ตำหนักรับรองที่จัดเตรียมเอาไว้ นางนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าของคุณหนูอวิ๋นเข้าเสียได้ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว ท่าทางว่าจะเป็นทุกข์ไม่น้อยเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“คุณหนูอวิ๋นเองก็มารอใต้เท้าอวิ๋นเข้าประชุมหรือ” คร

  • ข้าแค่ยอมให้ มิใช่เป็นคนโง่   บทที่ 63

    วันต่อมาวังอ๋องมีรับสั่งให้ข้ารับใช้จัดตั้งโรงทานกลางเมืองทันที ชาวบ้านคนใดเดือดร้อน คนใดไร้อาหารก็สามารถมารับได้ที่โรงทานของพระชายา อาหารที่จัดเตรียมมาก็ไม่ได้เลิศเลอเหมือนอยู่ในเหลาอาหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นอาหารที่ดูไม่ดีแต่อย่างใดซ้ำเสวียนอ๋องและพระชายายังเป็นคนแรกที่จัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status