Share

4

Author: meimei
last update Last Updated: 2026-03-05 15:01:44

ร่างกายบอบบางที่ไม่เคยพบเจอกับความเย็นจัดทำให้หลี่ซูซินเป็นไข้ตัวร้อนทั้งยังแต่รู้สึกหนาวไปจนถึงกระดูก ส่งผลให้ภายในจวนตระกูลหลี่ตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้ง แม้ว่าหมอจะมาตรวจดูอาการให้ในยามเช้าตรู่วันนั้น

“ร่างกายตกน้ำนานเกินไป  หลังจากนี้พักผ่อนและกินยาตามเทียบที่ข้าจัด ในเจ็ดวันหลังจากนี้อย่าได้ออกจากเรือนให้ร่างกายเจอลม และหลีกเลี่ยงไม่ให้พบเจอความเย็นจัดในช่วงหนึ่งปี”

“ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ”

หมอหวังแปลกใจไม่น้อยที่คุณหนูตระกูลหลี่ผู้นี้เอ่ยขอบคุณตน เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำขอบคุณจากหญิงสาวหลังจากที่เขาเป็นหมอประจำตระกูลหลี่มา

“อีกสามวันข้าจะมาตรวจอาการใหม่อีกครั้ง”

หลังจากหมอหลี่กลับไปหลี่ซูซินก็นอนนิ่งเพราะพิษไข้ นี่คือผลลัพธ์จากความโง่งมของตนสินะ ผลตอบแทนนี้ช่างเจ็บปวดเสียจริง

“ซินซินของย่าช่างน่าสงสารนัก บ่าวรับใช้ของเจ้าบอกว่าเจ้าตกน้ำเพราะลื่นล้มจริงหรือ”

“เจ้าค่ะท่านย่า” หลี่ซูซินมิกล้าเอ่ยตอบตามความจริงว่านางตั้งใจกระโดดลงน้ำไปด้วยตนเอง

“มิได้มีผู้ใดผลักเจ้าแน่หรือ”

“โถ่ ท่านย่าจะมีผู้ใดกล้าผลักหลานเล่าเจ้าคะ”

หลี่ซูซินมองท่านย่าใช้มือวัดไข้ให้ตนเองอย่างตื้นตัน ในจวนแห่งนี้หากจะถามว่ามีผู้ใดตามใจนางมากที่สุดก็คงเป็นท่านย่า ไม่ว่านางอยากทำสิ่งใดท่านย่าจะผู้ที่คอยสนับสนุนนางเสมอ

“ในยามนั้นน้องสาวเจ้าไปอยู่ที่ไหน เหตุใดจึงปล่อยให้เจ้าตกน้ำไปได้ เป็นพี่น้องเหตุไฉนจึงไม่ดูแลกัน”

หลี่ซูซินมองใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านย่าที่แสดงสีหน้าไม่ชอบใจออกมา นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ท่านย่าอย่าโกรธเลย มันไม่ใช่ความผิดน้องรอง อีกอย่างเรื่องก็ผ่านไปแล้ว”

หญิงชรามองหลานสาวที่เข้ามากอดตนเองด้วยแววตาอ่อนลง

“ท่านย่าเรื่องเสี่ยวเม่ย อย่าลงโทษนางเลยนะเจ้าคะ หากลงโทษเสี่ยวเม่ยข้าจะหาข้ารับใช้ที่รู้ใจที่ไหนได้อีก”

“นางเป็นบ่าวที่ดูแลเจ้านายไม่ได้ ก็ไม่สมควรได้รับหน้าที่นี้อีก”

หลี่ซูซินกอดท่านย่าต่อไป พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“นะเจ้าคะท่านย่า เพียงลงโทษสถานเบาก็ได้นะเจ้าคะ อย่าโบยนางเลย”

“เฮ้อ หักเบี้ยหวัดหกเดือน ถือว่าละเลยหน้าที่ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณท่านย่า ท่านย่าดีที่สุด”

“เจ้าดูหลานข้าให้ดี หากมีครั้งต่อไปอย่าหวังว่าเจ้าจะพ้นโทษ” หญิงชราหันมาสั่งสาวใช้ของหลานสาวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

หลังหญิงชราออกจากเรือนไป หลี่ซูซินต้องมาเผชิญกับน้ำตาของสาวใช้ตัวน้อยอีก

“เจ้าจะร้องไห้ทำไมกัน ข้าก็ขอลดโทษให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือ”

“แต่ระหว่างหกเดือนนี้บ่าวจะใช้จ่ายได้อย่างไร หากไม่มีเบี้ยหวัด”

“เจ้ามิได้ร้องไห้เพราะซาบซึ้งใจ แต่ร้องไห้เพราะไม่มีเบี้ยหวัดหรือ”

“โถ่ คุณหนูชีวิตต้องขับเคลื่อนด้วยเงินตรานะเจ้าคะ”

“ในลิ้นชักที่สองให้เจ้าหนึ่งถุง ทีนี้ก็หยุดร้องไห้ได้แล้วข้าปวดหัว”

หลี่ซูซินส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับสาวใช้

“บ่าวลืมไปเลย คุณหนูท่านกินยาก่อนเจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยสาวใช้ตัวน้อยนำถ้วยยาให้ผู้เป็นนายกินยาอย่างเป็นห่วง

มือบอบบางยกถ้วยยาที่ตนนึกขยาดกลั้นใจยกขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียว ก่อนจะรีบน้ำบ๊วยดองเข้าปากเพื่อกำจัดรสขมของยาให้หมดไป

หลี่ซูซินส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับสาวใช้ นางมองสาวใช้นำถ้วยยามาส่งให้ก่อนจะวิ่งไปหยิบถุงใส่ตำลึงเงินอย่างลิงโลดแล้ววิ่งกลับมาหานางที่ข้างเตียง

“...”

“คุณหนูพวกเราไม่ทำเช่นนี้อีกได้หรือไม่เจ้าคะ บ่าวไม่อยากให้คุณหนูป่วยไข้อีกแล้ว”

“...”

“ท่านอย่าได้คิดมากเลยนะเจ้าคะ แม้ครั้งนี้จะถอนหมั้นมิสำเร็จ ท่านค่อยคิดแผนการอื่นก็ได้นี่เจ้าคะคุณหนู” สาวใช้ตัวน้อยคิดว่าที่คุณหนูของตนนิ่งเงียบไม่พูดจาโต้ตอบคงเพราะว่าแผนการที่ผิดพลาดไปของเจ้านายในเมื่อวาน

“เสี่ยวเม่ยเจ้าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้อีก ต่อไปข้าจะไม่ดิ้นรนทำตัวไร้ยางอายให้ต้องถูกถอนหมั้นอีก ข้าไม่กระโดดลงน้ำอีกแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากป่วยไข้เช่นนี้อีก ทรมานนัก”

หลี่ซูซินนึกถึงการตกน้ำ ล้วนเป็นแผนการที่ช่างโง่งมเลือกเอาชื่อเสียงเข้าแลกกับอิสระ ยังถือว่านางมีโชคดีอยู่บ้างที่ผู้ช่วยเหลือนางเป็นหยางเฟยหลงคู่หมั้นผู้แสนเย็นชาของนาง มิคาดคิดว่าถ้าผู้ที่มาช่วยเหลือนางเป็นเฉินอี้หานบุรุษที่นางถึงกับยอมตกลงไปในน้ำเย็นเพื่อให้เขาช่วยนาง

หากแผนการสำเร็จที่วางไว้สำเร็จ ชื่อเสียงนางจะป่นปี้เพียงใด นางไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับเฉินอี้หานอีกแล้ว ความช่วยเหลือใดจากเขานางไม่ต้องการ

“เอ๊ะ เหตุใดคุณหนูถึงคิดจะล้มเลิก ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าอย่างไรเสียก็จะไม่ยินยอมแต่งกับหยางซื่อจื่อนี่เจ้าคะ”

หลี่ซูซินยิ้มบางก่อนเอ่ยตอบสาวใช้พร้อมอธิบายเหตุผล

“แล้วเหตุใดข้าจะล้มเลิกไม่ได้ ในเมื่อวิธีที่ข้าใช้เป็นวิธีที่ผิด และทำร้ายตัวเอง”

“คุณหนูพูดฟังดูมีเหตุผลเหลือเกินเจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยพยักหน้ายืนยัน

“เสี่ยวเม่ย ในยามนี้ข้ากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ข้าดิ้นรนทำไปทั้งหมดล้วนเสียเปล่า เฉินอี้หานมิได้ชอบข้าแม้เพียงนิด ถึงข้าจะถอนหมั้นสำเร็จแล้วอย่างไร ชื่อเสียงของข้าทำให้ครอบครัวข้าต้องมัวหมองไปด้วย ไหนจะความโกรธเกรี้ยวของคนในจวนอ๋องอีกเล่า” หญิงสาวนึกถึงครอบครัวของนางแม้จะไม่ได้ชื่อว่ากลมเกลียวกันนัก แต่อย่างไรพวกเขาก็เป็นครอบครัวของนาง เป็นคนที่นางต้องคำนึงถึง

ส่วนผู้เป็นคู่หมั้น ช่างเถิด นางจะไปคิดหาหนทางถอนหมั้นไปทำไมกันนะ

“จวนชินอ๋องมิใช่ที่ที่ ข้าควรหาเรื่อง”

ในชีวิตก่อนแม้บิดาของนางจะเป็นสหายกับชินอ๋อง แต่ยามที่นางก่อเรื่องจนต้องหมั้นหมายกับชายอื่น ทำให้ชื่อเสียงจวนอ๋องเสียหาย นางได้รับสายตาผิดหวังจากคนในจวนอ๋องพร้อมคำพูดที่นางจดจำไม่เคยลืม

“หากเจ้าอยากถอนหมั้น เจ้าควรกระทำอย่างถูกต้องมิใช่กระทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ออกมา ช่างน่าผิดหวังเสียจริง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   13

    “นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้องของนาง พฤติกรรมของหลี่ซูซินที่มีผู้ติดตามเป็นน้องชายและน้องสาวเป็นเรื่องแปลกประหลาดผู้อื่นอาจจะรู้แค่ว่านางมิสนิทสนมกับน้องชายน้องสาวต่างมารดา แต่มิใช่กับเขาที่รู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก เขารู้ว่านางชังหน้าเด็กสองคนนั้น คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขาเสมอเมื่อมีโอกาสไม่ต้องพูดถึงการออกมาเที่ยวกับบรรดาพี่น้องในจวน เพียงแค่นางมิหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขานั่นก็ถือว่านางเมตตาพวกเขามากแล้ว“ข้ารู้สึกว่าคุณหนูใหญ่หลี่ดูแปลกไปชอบกล” เหออี้ถงเองก็เป็นผู้หนึ่งที่รู้จักกับหลี่ซูซินมาตั้งแต่เด็ก พวกเขามีโอกาสพบหน้ากันตามงานเลี้ยงสำคัญ ๆ จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้ว่าหลี่ซูซินนิสัยเป็นเช่นใดหยางเฟยหลงมิได้เอ่ยตอบสิ่งใดกลับไป เพียงยกชาขึ้นมาจิบ เรื่องคู่หมั้นสาวเป็นเรื่องนอกเหนือจากการควบคุมของเขา“เจ้าจะมิทักทายพว

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   12

    ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏร่องรอยหนักใจออกมาให้เห็นราง ๆ“ข้าหวังว่าจากนี้ไปทุกคนจะไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง” ใบหน้างดงามบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความไม่สบายใจขณะหันไปเอ่ยกับบรรดาผู้คนเสียงของผู้คนรอบข้างดังเข้ามาให้คนที่กำลังประจันหน้ากันได้ยิน“ข้าเคยได้ยินคุณหนูใหญ่หลี่เอ่ยขอให้แม่ทัพเฉินสั่งสอนน้องชายนางอยู่หลายครั้งทีเดียว”“จริงหรือ แสดงว่าข่าวลือนั่นก็เชื่อถือไม่ได้น่ะสิ”“ข้าว่านะคุณหนูใหญ่หลี่จะชอบแม่ทัพเฉินได้อย่างไร ดูนางสินางไม่มีท่าทางชื่นชอบเลยสักนิด”“เช่นนี้คุณหนูใหญ่หลี่ก็น่าสงสารนัก ที่ต้องพบเจอกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ชื่อเสียงหญิงสาวได้รับผลกระทบไปไม่น้อย”“ที่ผ่านมาหากทำให้แม่ทัพเฉินและคุณหนูเฉินต้องเข้าใจผิดข้าขออภัยด้วย ข้าขอยืนยันว่ามิได้ชื่นชอบท่านแม่ทัพเฉินแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าต่อจา

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   11

    “รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเฉินข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วนะเจ้าคะ ท่านมิรู้เรื่องนี้หรือ คู่หมั้นของข้าคือหยางซื่อจื่อ มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องชอบพี่ชายท่านด้วยเล่า” หลี่ซูซินเอ่ยอธิบาย ใบหน้างดงามฉายแววจริงจังถึงสิ่งที่เอ่ยไปว่ามิได้มีความล้อเล่นแม้แต่เศษเสี้ยว“ใช่พี่สาวข้ากับคู่หมั้นรักใคร่ชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดและหลี่ฝูหมิงพยักหน้ายืนยันเริ่มแรกหลี่ซูซินอยากปรบมือให้กับหลี่ซูเจินที่รู้จังหวะช่วยเหลือนางรวดเร็วนัก แต่บัดนี้นางกลับอยากตีหลี่ซูเจินยิ่งนัก“แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่ผ่านมาอย่างไร ผู้คนต่างก็รู้ว่าเจ้าตามติดพี่ชายข้าเสียยิ่งกว่าอะไรหากไม่ใช่เพราะเจ้ามีใจให้พี่ชายข้า”“คุณหนูเฉินไม่เคยได้ยินหรือว่าอาหารยังกินมั่วได้ แต่คำพูดท่านจะพูดมั่ว ๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ”“ข้าไม่ได้พูดมั่วนะ”“ดูเหมือนว่าหากข้

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   10

    ช่วงเวลาที่หลี่ซูซินพักรักษาฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไปด้วย จากเดิมที่หลี่ซูซินปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมมื้ออาหารเย็นของครอบครัวมาตลอดจนมิมีผู้ใดมาเอ่ยชวนแล้วกลับกลายเป็นหลังจากที่นางหายไข้ และได้รับอนุญาตให้ออกนอกเรือนได้ มีสาวใช้มาถามว่านางจะรับมื้อเย็นที่เรือนใหญ่หรือไม่หลี่ซูซินมิได้ตอบปฏิเสธไปเช่นเคย หญิงสาวลองเปิดใจก้าวข้ามความกลัวในใจ เพราะเคยเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์แล้วรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นคนนอก ทั้งที่คนในครอบครัวต่างปฏิบัติต่อนางอย่างดีเพียงแต่นางปล่อยให้อคติบดบังสายตา มองเห็นเพียงบิดาเอาใจใส่บุตรคนอื่นและละเลยตัวนาง จนนางเริ่มต่อต้าน ไม่อยากพบเจอกันในยามกินข้าว จึงใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อเลี่ยงไปแม้ในครั้งแรกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่เมื่อลองเปิดใจ ลองก้าวข้ามผ่านความกลัว นางกลับพบว่าสิ่งที่รอนางอยู่นั้นล้วนเติมเต็มดวงใจที่ว่างเปล่าของตนเรียกได้ว่าหลี่ซูซินใช้ชีวิตใหม่ในครั้งนี้อย่างมีความสุขเมื่อมีความสุข ไม่นานย่อมมีเรื่องน่ารำคาญผ่านเข้ามาในชีวิตที่มีความสุขเกินไปของหญิงสาวเฉกเช่นวันนี้ที่หลี่ซูซินออกมาเที่ยวนอกจวนโดยมาพร้อมกับหลี่ซูเจินน

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   9

    “แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”“.....” ข้าก็คงเสียใจ“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ของบิดา เจ้าว่าข้าต้องทำเช่นไรในฐานะบิดา”“....” ควรรักให้เท่าเทียม หรือรักข้ามากกว่าก็ได้ข้าไม่ถือ“ข้าตอบได้ว่ามิได้รักเจ้าน้อยกว่าพวกเขาหรอก ต่อไปอย่าได้คิดว่าพ่อไม่รักเจ้าอีกเลย”“....”“ที่ผ่านมาอาจจะเป็นพ่อที่ใส่ใจเจ้าไม่มากพอจนทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อภัยให้พ่อได้หรือไม่ซินซิน” หลี่มู่ตงเองเขารู้สึกว่าปมในใจของบุตรสาวเกิดจากเขา เป็นความผิดในฐานะบิดาที่ใส่ใจบุตรไม่มากพอทั้งที่นางมีเขาเป็นบิดา มิได้สนิทกับฮูหยินคนใหม่ เขาควรใส่ใจความรู้สึกนางมากกว่านี้ดีที่วันนี้บุตรสาวคนโตดูเหมือนจะรู้ความขึ้น ใช้เหตุผลและยอมรับฟังเหตุผลของผู้อื่นส่วนหลี่ซูซินนั้นราวกับปลดผนึกในใจของตนเองออกไปได้ ใบหน้างามที่บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ปรากฏรอยยิ้มยินดีออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดบิดาอย่างที

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   8

    และภายในยามเย็นวันนั้นเสนาบดีหลี่ผู้เป็นบิดาของหลี่ซูซินมาเยือนในเรือนแห่งนี้ หลี่ซูซินจำได้ว่าในชีวิตก่อนตนสั่งสาวใช้ไปบอกบิดาว่าไม่ต้องการพบเพราะโมโหที่แผนการที่วาดไว้ผิดพลาด และบิดามาเองก็มาเยี่ยมเยียนนางในวันที่สองของการล้มป่วยในชีวิตนี้หญิงสาวตั้งใจแล้วว่าจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ในใจจึงเฝ้ารอคอยการมาถึงของบิดาไม่น้อยเมื่อใช้สายตาที่ปราศจากอคติย่อมมองเห็นถึงความเป็นจริง บิดาที่นางเคยคิดว่าทอดทิ้งตัวนางไปแล้ว มองแหงนหน้ามองบิดาที่กำลังใช้ฝ่ามือหนาลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนนานเท่าใดแล้วที่นางผลักไสครอบครัวตนเอง แม้จะรู้สึกประหม่าไม่ชินกับความใกล้ชิดอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่เข้ามาเกาะกุมในใจทำให้นางยอมนั่งนิ่งให้บิดาแสดงความห่วงใยต่อไปคำแรกที่บิดาเอ่ยคือไถ่ถามอาการอย่างห่วงใย เป็นถ้อยคำธรรมสามัญที่คนในครอบครัวพึงทำ แต่นางแทบจะไม่เคยได้ยินเพราะที่ผ่านมาเอาแต่ผลักไสไม่ยอมใกล้ชิดครอบครัว“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังไข้ขึ้นหรือไม่”“ท่านพ่อก็เป็นห่วงข้าเช่นกันหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านพ่อจะไม่ห่วงข้าเสียแล้ว”“เหลวไหลนัก ภายในหัวเจ้าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ซินซิน มีบิดาผู้ใดที่ไม่ห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status