FAZER LOGINคำโปรย นั่งรีวิวนิยายอยู่ดีๆ จ้าวลี่หลินก็ทะลุมิติมาเกิดใหม่เป็นนางร้ายในนิยายตรงหน้า สวรรค์ข้าเพียงด่านางร้ายผู้นี้ไปสองสามประโยคเท่านั้น เหตุใดต้องกลั่นแกล้งกันถึงเพียงนี้ แล้วสามีผู้นี้มิใช่ว่าเขาคือแม่ทัพผู้เก่งกาจหรือไร เกิดอะไรขึ้นจึงได้มาเป็นชาวสวนแบบนี้ แต่ถึงจะถูกไล่ออกมาเป็นชาวสวนแล้วอย่างไร ไม่ได้เป็นขุนนางก็เป็นคนร่ำรวยได้ มีเงินย่อมมีอำนาจมิใช่หรือ แต่หากอยากกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งก็ต้องฟังภรรยาอย่างข้า สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน
Ver mais"อื้อ..." เสียงครางดังออกมาจากหญิงสาวที่นอนเขย่าไปตามแรงเคลื่อนของม้า แสงแดดจากท้องฟ้าสาดลงมากระทบใบหน้า นางลืมตาขึ้นมาช้า ๆ แต่แล้วก็ต้องปิดตาลงไปใหม่อีกครั้ง
"น้ำ..หิวน้ำ"
"หิวก็ลุกขึ้นมากิน ที่นี่ไม่มีบ่าวคอยรับใช้เจ้าหรอกนะ" ร่างอรชรขมวดคิ้วขึ้น เธออยู่คนเดียวที่ห้องนี่นา แล้วนั่นเสียงใครกัน หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้น อาจเพราะลุกเร็วจนเกินไป จึงเกิดอาการเวียนศีรษะ เธอยันตนเองบนพื้นแข็ง ๆ ปรับลมหายใจเข้าจนเข้าที่ แล้วจึงหันไปมองรอบ ๆ
ดวงตาเรียวเบิกกว้างตกใจจนหน้าเผือดสี มือเรียวยกขึ้นมาหยิกที่แขนเล็ก ๆ เธอต้องฝันไปแล้วแน่ ๆ เซียวลี่หลินตื่นสิ ตื่นเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรความจริงตรงหน้าก็ทำให้เธอหวาดกลัวเหลือเกิน
"โอ๊ย!!..ทำไมเจ็บล่ะ..ทำไมหยิกตัวเองแล้วเจ็บ นี่กำลังฝันอยู่ใช่ไหม" ต้นแขนแดงเป็นรอยเล็บความเจ็บแล่นขึ้นไปถึงหัวใจ บ่งบอกว่าไม่ได้ฝัน ภาพตรงหน้านี้มิใช่ผนังห้อง แต่เป็นต้นไม้ที่กำลังเคลื่อนออกไปช้า ๆ เธอก้มลงไปมองก็เห็นว่าตนเองนอนอยู่บนเกวียน ใช่แล้ว!!..เป็นเกวียนที่ขนของมาเต็มคันรถ แล้วเสียงห้วนเมื่อสักครู่เล่า เป็นเสียงใครกัน เซียวลี่หลินหมุนตัวหันไปด้านหน้า ก็เห็นแผ่นหลังกว้างที่เปียกไปด้วยเหงื่อ
"คุณเป็นใครคะ" เสียงหวานสั่นเครือเบาจนไม่เหมือนเสียงตนเอง
"คุณอะไรของเจ้า..เป็นบ้าไปแล้วหรือ อย่าได้คิดเล่นลูกไม้กับข้าอีก ครั้งนี้หากเจ้าหนีไป ข้าจะปล่อยให้พวกโจรข่มเหงเจ้าเสีย อย่าหวังว่าข้าจะไปช่วยอีกเลย" ร่างอรชรทรุดตัวลงไปกองกับพื้นไม้แข็ง ๆ ภาพต่าง ๆ ไหลเข้ามาฉากต่อฉาก หญิงสาวยกมือขึ้นกุมศีรษะตนเองและร้องครางออกมา ทว่าบุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังบังคับม้าลากเกวียนมิได้หันมาเหลียวแลเลยสักนิด
นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน เหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เซียวลี่หลินไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ นางมิใช่สตรีชั่วร้ายผู้นี้ นางมิได้แซ่จ้าว แต่นางแซ่เซียว ต่อให้มีนามเช่นเดียวกัน แต่กลับไม่ใช่คนเดียวกัน น้ำตาไหลออกจากดวงตา นี่หาใช่ความฝัน หากเป็นความฝันนางจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่นี่นางเจ็บทั้งร่างกายยังมีบาดแผล คงเป็นก่อนหน้านี้ที่ร่างเดิมหนีจากสามีตนเอง ลู่ชุน!!..ใช่แล้ว ลู่ชุนเป็นพระเอกของเรื่องนี้ และนางก็เป็นตัวร้ายที่ทำให้เขาต้องถูกไล่ออกจากจวน ทว่าความเดิมในนิยาย วันที่สองผัวเมียเดินทางออกจากจวนสกุลลู่ จ้าวลี่หลินแอบนัดกับคนรักเอาไว้ว่าจะหนีไปด้วยกัน ทว่าตอนที่นางแอบหนีไปยามที่ลู่ชุนเผลอ นางโชคไม่ดีนัก ถูกคนรักหักหลังไม่มาตามนัด ตนเองก็ถูกโจรป่าหมายจะข่มเหง ความจริงตัวร้ายของเรื่องจะต้องตายในตอนนี้แล้ว แต่เหตุใดจึงยังไม่ตาย เหตุใดนางจึงได้ทะลุมิติมาเข้าร่างตัวร้ายนางนี้ด้วย
ก่อนหน้านั้นเซียวลี่หลินกำลังอ่านนิยายเรื่อง "ลวงรักแม่ทัพใหญ่แห่งหนานเย่" เป็นนิยายเรื่องล่าสุดของนักเขียนนามปากกาต้ายวี่ นางกำลังอ่านไปได้แค่ไม่กี่ตอน ก็ถึงเวลานัดเจอกับเพื่อน ๆ ดังนั้นเซียวลี่หลินก็ต้องวิ่งออกจากบ้านไปหาเพื่อนนักรีวิวอีกสามคน ปกติแล้วพวกเธอจะนัดกันไปนั่งอ่านนิยายที่ร้านกาแฟ แอร์เย็นฉ่ำ ๆ อ่านไปด่าไปจะมีอะไรดีไปกว่านี้ ทั้งเพื่อนก็คอเดียวกัน บางฉากยังช่วยกันวิจารณ์อีกด้วย
เซียวลี่หลินด่ากราดฮูหยินตัวร้ายภรรยาของลู่ชุนให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างเมามัน เธอยังบอกอีกว่านอกจากสตรีผู้นั้นจะน่ารังเกียจแล้ว ยังหลงรักพี่ชายพระเอกที่เป็นตัวร้าย และนางนี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้สามีต้องถูกไล่ออกจากจวน สวรรค์นางยังด่าไม่สะใจเลยนะ ร้านกาแฟก็ไฟดับเสียก่อน พวกเธอจึงได้แยกย้ายกันไป แต่ใครจะไปรู้แค่จะกลับไปอ่านต่อที่ห้องให้หนำใจ แต่อยู่ ๆ หัวใจเธอก็เจ็บปวดขึ้นมา จากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไป ให้ตายเธอหัวใจวายเพราะด่าตัวร้ายมากเกินไปหรือนี่ เวรกรรมจริง ๆ แทนที่สวรรค์จะส่งให้มาอยู่ในร่างของฝูเจินที่เป็นนางเอกของเรื่อง แต่กลับมาอยู่ในร่างของจ้าวลี่หลินที่ชะตาขาดตายไปแล้ว คราวนี้จะทำเช่นไรดี คนที่ควรตายกลับไม่ตาย แล้วนิยายจะดำเนินไปทางไหนกัน โอ๊ย!!..
ตอนพิเศษ 2 คลอดน้อง "อันอันลูกต้องเอาไปล้างก่อนแล้วจึงจะกินได้""ไม่ทันแล้วขอรับลูกกัดมันไปแล้ว" จ้าวลี่หลินส่ายหน้าพลางมองผลซีหงซื่อ[1] สีแดงสด ผลขนาดเท่ากำปั้น ที่อยู่คาปากของบุตรชาย นางยื่นมือหมายจะดึงมันออกมาทว่าเด็กชายกลับหลบ"ท่านแม่ลูกใช้เสื้อเช็ดแล้วขอรับ ท่านพ่อบอกว่าเกิดเป็นบุรุษจะทำตัวเหมือนสตรีได้อย่างไร มีครั้งใดบ้างที่ทหารยามออกรบจะได้กินของดี ๆ ต่อให้ตกพื้นคลุกฝุ่นคลุกดิน ก็ต้องกินประทังชีวิต แล้วซีหงซื่อของลูกนับเป็นอะไรได้ เพียงแค่ไม่ได้ล้างก่อน กินได้สบายมาก""พูดเช่นนี้หมายความว่าเจ้าอยากเป็นทหารเช่นเดียวกับบิดา" "โอ้ว..ลูกไม่ถนัดการใช้แรงงานเช่นเดียวกับพี่ชายและท่านพ่อหรอก ลูกขอเป็นกุนซือวางแผนการรบให้พี่ชายดีกว่า""เช่นนั้นแม่ก็ต้องรบกวนท่านกุนซือมาช่วยเก็บผักให้เสร็จก่อนเจ้าค่ะ เอ้านี่รับไป แม่จะพาน้องไปนอนแล้ว" ลู่หย่งฉือรับตะกร้ามาถือไว้ เขามองมารดาที่เดินท้องโตออกจากสวนผัก ทว่ายังไม่ทันได้ออกจากสวนผัก ก็เห็นท่านแม่เซถอยหลัง นางนั่งคุกเข่าลงที่พื้น "ท่านแม่เป็นอะไรหรือขอรับ เหตุใดจึง...." ดวงตากลมมองมารดาของตนที่นั่งยองอยู่บนพื้นแล้วกวาดตาไปรอบตัวด้วยความระว
ตอนพิเศษ 1 เป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวจ้าวลี่หลินยืนมองแปลงผักที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ แทบจะกินภูเขาทั้งลูก และโรงผลิตน้ำพริกเผา นอกจากนั้นยังมีโรงผลิตผักอบกรอบที่นางเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา และมีสวนใบชาที่นางปลูกเอาไว้และนำมาผลิตเป็นใบชาอีกด้วย สินค้าเหล่านั้นเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมืองกานโจว ทุกปีนางจะเลือกของที่ดีที่สุดส่งเข้าวังหลวงก่อนเสมอ และที่เหลือก็จะเก็บเอาไปขายแปลงผักและผักอบกรอบนั้น มิได้เป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว นางทำการค้าแบบยุคปัจจุบัน สร้างกลุ่มการค้าภรรยาทหารขึ้นมา แบ่งให้ซื้อหุ้นในจำนวนหนึ่ง แต่นางก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ตั้งชื่อสมาคมการค้าฮูหยินกานโจว หลังจากที่ตั้งสมาคมขึ้นมาแล้ว นางก็จ้างลูกจ้างที่เป็นชาวบ้านในเมืองกานโจวก่อนเป็นกลุ่มแรก จ้าวลี่หลินสอนขั้นตอนการปลูกผัก ทำปุ๋ย และการอบผักผลไม้เองทุกขั้นตอน ใช้เวลาเพียงไม่นาน สมาคมการค้าฮูหยินกานโจวก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแคว้น"หลินหลินเจ้าไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป มิใช่ว่าข้าจะหาเงินให้เจ้าไม่ได้เสียเมื่อไร ทุกวันนี้เบี้ยหวัดรายเดือน เงินภาษีห้าหัวเมืองหลักส่งเข้าหลวงแล้ว ที่เหลือข้าก็ให้เจ้าทั้งหมด เจ้ายัง
ตอนที่ 51 คุกเข่าให้เจ้าตลอดไป จบรถม้าเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงช้า ๆ เรื่องที่ควรทำก็ทำเสร็จสิ้นแล้ว หวังอี๋เหนียงสารภาพหมดทุกอย่าง ว่าครั้งนั้นนางมิได้ร่วมหลับนอนกับลู่ชุน เขาถูกวางยาและนำมาส่งที่ห้องนาง ฮูหยินใหญ่บังคับให้นางแสร้งร้องไห้ใส่ความ นางไม่มีทางเลือกจึงได้รับปากทำเช่นนั้น ถึงแม้จ้าวลี่หลินคนเดิมเองก็เป็นหนึ่งในตัวร้ายที่รังแกสามีของนาง ทว่าสตรีผู้นั้นก็ตายไปแล้ว ก็ให้จบกันไปแค่นี้ "ท่านแม่พวกเราจะไปที่กานโจวหรือขอรับ ท่านพ่อบอกว่าพวกเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป""ใช่แล้ว..ฝ่าบาทมีพระราชโองการให้ท่านพ่อเฝ้าประจำที่กานโจว เป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลหัวเมืองทางเหนือทั้งห้าหัวเมือง พวกเราจะย้ายไปอยู่นั่นตลอดไป""เช่นนั้นหยวนหยวนก็จะเป็นแม่ทัพเหมือนท่านพ่อ" ลู่หย่งเล่อตบหน้าอกตนเองเสียงดัง เขาอยากเป็นทหาร อยากแข็งแกร่งจะได้ปกป้องแม่กับน้อง ทว่าลู่หย่งฉือกลับส่ายหน้าเบ้ปาก จ้าวลี่หลินเห็นดังนั้นก็ยกคิ้วขึ้น นางอุ้มบุตรชายคนเล็กมานั่งบนตัก พลางจุมพิตไปที่แก้มกลม ๆ อย่างเต็มแรง"อันอันเล่าอยากเป็นแม่ทัพหรือไม่" "ไม่ อันอันชอบหนังสือ" "หืม..อันอันน้อยของแม่ชอบเรียนหนังสือหรอกหรือ ไหนดูสิเขีย
ตอนที่ 50 ความจริงเปิดเผย"กรี๊ด..นังจิ้งจอก..นั่งชั่ว..จ้าวลี่หลินนังสารเลว กล้าดีอย่างไรถึงมายุ่งกับสามีข้า สามีเจ้าไม่มีหรือ หรือว่าผู้เดียวมันไม่พอต่อความร่านราคะของเจ้า" เสียงก่นด่าดังออกจากในห้อง เรือนท้ายจวนที่เคยสงบเงียบยามนี้วุ่นวายราวกับตลาดยามเช้า "ตบปากนาง!!.." เสียงเข้มตวาดดังมาจากทางหน้าประตู ลู่ชุนเดินเข้ามาพร้อมกับท่านป๋อบิดาตนเอง ยังไม่ทันได้ก้าวเข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงแหลมที่กำลังด่าทอภรรยาของเขาอยู่ บ่าวรับใช้เห็นเจ้านายเดินเข้ามาก็พากันหลีกทางให้ หูเทียนมิ่งเดินหน้าเข้าไปตวัดฝ่ามือตบลงที่ริมฝีปากของฉินซื่อภรรยาลู่จั่นเต็มแรง นางถุยเลือดปนซี่ฟันออกมา พลางกรีดร้องดังลั่น กระโจนเข้าใส่พ่อบ้านหูอย่างบ้าคลั่ง"ไอ้ชั่ว!!..ไอ้บ่าวชั่วกล้าดีอย่างไร ข้าเป็นฮูหยินซื่อจื่อ บ่าวชั่วเช่นเจ้ากล้าตบข้าหรือ""โทษฐานที่ท่านดูหมิ่นฮูหยินแม่ทัพใหญ่ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ" "หึ..ฮูหยินแม่ทัพหรือ ก็แค่นังจิ้งจอกร่านราคะผู้หนึ่ง ไปเบิกตาดูสภาพนางเสียก่อน ป่านนี้มันยังไม่มีแรงเหลือลุกขึ้นมาจากตั่งเลยด้วยซ้ำ" ฉินซื่อชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่ในห้อง ม่านมุ้งปิดบังร่างชายหญิงที่นอนกอดก่ายกัน
ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ
ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก
ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรื
ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไร

















