Beranda / รักโบราณ / ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ / เหตุใดข้าจึงต้องเป็นตัวร้ายด้วยเล่า

Share

เหตุใดข้าจึงต้องเป็นตัวร้ายด้วยเล่า

Penulis: meimei
last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 14:56:51

“เหตุใดข้าจึงต้องเป็นตัวร้ายด้วยเล่า?” นางเอ่ยถามเทพทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าอย่างคับข้องใจ

“นางหนูเจ้ามาได้อย่างไรกัน? แต่ก็ไม่สำคัญหรอก กลับไปเสียที่นี่หาใช่ที่ ๆ วิญญาณควรจะมา”

“ชีวิตข้าที่ผ่านมา ข้าเป็นนางร้ายเพื่อให้ความรักของผู้อื่นยิ่งลึกซึ้งหรือเจ้าคะ” ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ เหตุใดจึงต้องพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนั้น

“เห้อ นางหนูข้าจะบอกเจ้า ไม่ใช่ว่าข้าลิขิตให้เจ้าเป็นตัวร้าย ทุกทางเลือกในชีวิตของเจ้าเป็นเจ้าที่เลือกมันด้วยตนเอง ข้าเพียงแค่ลิขิตเหตุการณ์บางเหตุการณ์ ชะตาของเจ้าส่วนหนึ่งมาจากการเลือกของเจ้า”

“ท่านหมายความว่า...”

“ใช่แล้วนางหนู เจ้าเป็นนางร้ายด้วยตัวของเจ้าเอง”

“แต่ว่าที่พวกท่านเอ่ยเมื่อครู่ว่าโชคชะตาของข้าถูกกำหนดให้ผิดหวังเล่า”

“โชคชะตาเพียงนำพาโชคหรือเคราะห์เข้าสู่ชีวิตเจ้า แต่หาใช่ทั้งหมด”

“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ ข้าจึงต้องมาพบเจอเรื่องราวเช่นนี้”

“เจ้าอย่าได้โทษโชคชะตา ส่วนหนึ่งที่ชีวิตเจ้าเป็นเช่นนั้นในชาตินี้นั่นเพราะเจ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้น

“เพราะข้ารักเขาหรือเจ้าคะ ความรักของข้าหรือที่ผิด”

“ไม่เพียงแต่ไม่รู้ว่าตนเดินทางผิด เจ้ายังคงเดินต่อไป แทนที่จะเลือกหนทางใหม่อย่างไรเล่า โชคชะตานำพาเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตเจ้าก็จริง แต่ทุกทางเลือกไม่มีใครสามารถขีดเส้นทางให้เจ้าได้นอกจากตัวเจ้าเอง”

หลี่ซูซินนึกย้อนกลับไปในชีวิต พบว่าเป็นนางที่ทำชีวิตของตัวเองพังทลายด้วยตัวเอง

มีหลายเหตุการณ์ที่นางสามารถเลือกหนทางอื่นได้ แต่นางกลับโง่งมนัก เขาหาได้รักนาง ไม่ว่าเมื่อใดท่าทีที่เขาแสดงออกต่อนางล้วนเต็มไปด้วยความชัดเจนว่าไม่รัก นางกลับโง่งมเลือกที่จะเฝ้าฝันว่าสักวันคนเขาจะมองเห็นนาง

เขาจะรักคนที่วางยากำหนัดเพื่อให้ตนเองแต่งเข้าไปได้อย่างไร

ตั้งแต่ต้นระหว่างนางและเขา ล้วนเป็นแผนการร้ายที่คิดแต่จะครอบครองโดยหาได้สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายว่ารู้สึกเช่นไร

ช่างเป็นตัวร้ายที่โง่งมนักเชียว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจ แม้ว่าตนเองจะร้ายกาจเช่นใดแต่ก็มิเคยเข่นฆ่าชีวิตผู้ใด

“แต่ว่าข้าเป็นนางร้ายแล้วอย่างไร เหตุใดข้าจึงต้องตายด้วยเล่า” นางยังอยากใช้ชีวิตต่อไป

“เห้อ นั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าเลือกอีกนั่นล่ะ ใครใช้ให้เจ้ากระโดดหน้าผาเล่า”

“ท่านเทพข้ามิคิดว่าตนเองจะตายนี่ ข้าเห็นในนิยายที่ข้าเคยอ่านยามที่ตัวเอกกระโดดหน้าผากลับรอดชีวิตตลอด”

“แต่เจ้าเป็นนางร้าย มิใช่ตัวเอก เฮอะ หากเจ้ารอคอยสักหน่อยก็จะมิต้องตายอยู่แล้ว ผู้ใดจะคิดว่าเจ้าจะผลีผลามถึงเพียงนั้น คนกำลังมาช่วย แต่เจ้ากลับกระโดดหน้าผาตาย”

หลี่ซูซินถกเถียงอยู่กับเทพชะตาจนไม่สามารถโต้แย้งสิ่งใดได้อีก จึงคิดจะยอมจำนนต่อชะตาไม่คิดเอ่ยขอสิ่งใดอีก แต่ยามได้ยินประโยคสุดท้ายกลับเรียกความสนใจทั้งหมดของนางกลับมาอีกครั้ง

“มีคนจะมาช่วยข้าหรือ เฉินอี้หานหรือเจ้าคะ”

“เจ้า!!! บัดนี้ยังโง่งมอีกหรือ เจ้าหนุ่มนั่นน่ะหรือจะแบ่งเวลามาสนใจเจ้า”

ความหวังเศษเสี้ยวหนึ่งถูกดับลงไปเสียมอดสนิท

“แล้วใครเล่าเจ้าคะ ใครกันที่มันจะมาช่วยข้า ยังมีผู้ที่อยากให้ข้ารอดชีวิตอีกหรือเจ้าคะ”

“ฮึ ไม่สำคัญอีกแล้วเจ้ารู้ไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร”

เมื่อได้ยินว่าเรื่องราวจะไม่เปลี่ยนแปลง ภายในดวงตาของหญิงสาววาววับไปชั่วขณะหนึ่ง

“ท่านเทพชะตา ข้ามีคำขอท่าน ข้าอยากเลือกทางเดินชีวิตใหม่ ข้าไม่อยากเป็นนางร้ายแล้วเจ้าค่ะ”

เทพชะตามองร่างโปร่งแสงของหญิงสาวที่เอ่ยคำขอออกมาอย่างหน้าด้านหน้าทน ทั้งที่ร่างโปร่งแสงถึงเพียงนี้ ก่อนจะส่ายหัวแล้วเริ่มร่ายคำพูดสั่งสอนมากมายออกไปอีกครั้ง

“เจ้าคิดว่าทุกครั้งที่ผิดพลาดเจ้าจะสามารถเลือกใหม่ได้ทุกครั้งหรือ อย่าลืมว่ายามนี้เจ้าหมดลมหายใจไปแล้ว แล้วในชีวิตของเจ้าที่ผ่านมาเจ้าเคยทำกรรมดีเท่าไหร่กัน หืม”

หลี่ซูซินมองเทพชะตาที่เอ่ยสั่งสอน นางมิได้โกรธเคืองเมื่อได้ยินคำสั่งสอนเฉกเช่นยามที่เป็นมนุษย์ที่ไม่ว่าผู้ใดเอ่ยตักเตือนนางไม่เคยฟัง แต่ยามนี้นางรู้สึกว่าถ้อยคำที่ท่านเทพเอ่ยถูกต้องทุกคำ

“จุดมุ่งหมายในชีวิตที่ผ่านมาของเจ้ามีเพียงเจ้าหนุ่มนั่น จนไม่สนใจโอกาสที่เข้ามา เจ้าละทิ้งตัวตนของตนเอง เจ้าละทิ้งครอบครัว และสิ่งที่เจ้าผิดพลาดที่สุดคือสิ่งใดรู้หรือไม่”

“.....”

“เจ้าไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง”

“....”

ลูกแก้วที่ตั้งอยู่บนโต๊ะค่อย ๆ สะท้อนแสงสีทองขึ้นมาทีละนิด ชายชราถอนหายใจมองวิญญาณหลี่ซูซินก่อนจะเอ่ยถ้อยคำสุดท้าย

“อย่าลืมเล่านางหนูหากแม้แต่ตัวเจ้าเองเจ้ายังไม่เห็นคุณค่า ไม่ถนอมความรู้สึกตนเอง เจ้าจะไม่มีวันเจอความรักที่เจ้าใฝ่หา...”

เพราะผู้ที่เห็นคุณค่าในตนเอง รักตนเองมากพอ จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายความรู้สึกได้

หลี่ซูซินตั้งใจฟังเทพชะตาสั่งสอนอย่างตั้งใจเพราะรับรู้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังดีและเอื้อเอ็นดูได้ หญิงสาวยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นางมิคิดว่าจะได้โอกาสกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด นางมองเทพชะตาที่โบกมือพร้อมกับแสงสีฟ้าพัดพามายังจุดที่นางอยู่จึงรู้สึกว่าตนเองถูกดูดไปยังห้วงหนึ่ง

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ยามฟื้นขึ้นจากเหตุการณ์ตกน้ำ

ท่านเทพชะตาข้าเป็นอุปสรรคของเหล่าตัวเอก สิ่งนั้นข้าสามารถทำต่อไปได้ แต่หากให้ข้าดิ้นรนไขว่คว้าความรักที่แม้แต่เศษเสี้ยวเขายังไม่มอบให้

ข้าไม่ทำอีกแล้ว

เมื่อนึกย้อนกลับไปสิ่งที่นึกเสียใจ และเสียดายมีไม่น้อยเลย

คนที่นางโกรธและนึกเกลียดชังที่สุดมิใช่ใครอื่นแต่เป็นตัวนางเอง

และยามนี้นางก็รักตัวเอง และหวงแหนโอกาสที่ได้มา

ขอบคุณที่ให้โอกาสคนเช่นนางได้กลับมาแก้ไขความผิดพลาด

ตำหนักเทพชะตา

“ซือมิ่ง ทำเช่นนี้ดีแล้วหรือ” เทพที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้นมองใบหน้าของสหายอย่างค้นหาถึงสาเหตุที่เทพชะตาที่ยึดถือกฎเกณฑ์ยอมผ่อนปรนให้กับผู้หนึ่งได้

“ไม่ใช่ข้าที่มอบโอกาสให้นาง”

“...”

“เป็นโชคชะตาที่นางควรได้ต่างหากที่เอ่ยร้องขอ”

เทพแห่งโชคชะตา แม้ว่าอยากช่วยเหลือมากเท่าใด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไม่ขัดต่อสวรรค์ โชคชะตาของเทพซินฮวาร่ำร้องเพื่อนางมา เขาเพียงขีดเขียนไปตามโชคชะตาเท่านั้น

เขามองหน้าสหายเทพก่อนจะขอตัวกลับตำหนักตนเอง ซือมิ่งเอ๋ย

ซือมิ่ง ในใจเจ้าเองก็อยากจะช่วยเหลือพวกเขาอยู่แล้วต่างหาก มิเช่นนั้นคงมิดึงดวงวิญญาณนางมายังตำหนักของตนเองหรอก เขาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มมิได้เปิดโปงสหายเทพแต่อย่างใด

เรื่องราวของเทพที่ต้องไปวนว่ายตายเกิดเพราะก่อเรื่องชิงตัวเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของเทพสงครามกับเทพธิดาบุตรสาวเทียนจวิน จนเกิดการปะทะจนทำให้ดอกบัวเทพที่รอการจุติที่เสียหายจนเทียนจวินกริ้วจนลงโทษให้ลงไปเผชิญวิบากกรรมในโลกมนุษย์เก้าชาติหากไม่สมหวังในรักก็ให้เข้าสู่วัฏจักรสงสารเวียนว่ายตายเกิด

นี่เป็นชาติที่เก้าของเทพสาว เขาเชื่อว่าเหล่าเทพทั้งหลายล้วนแล้วแต่แอบเข้าข้างนาง

แปดชาติที่ผ่านไปล้วนแต่จบลงด้วยความผิดหวัง

ชาติที่เก้า พวกเขาช่วยได้เพียงเท่านี้ ตามหาวาสนาของตนเองให้พบ อย่าได้ปล่อยให้เมฆหมอกมาบดบังสิ่งที่ควรมองเห็นอีก

เทพซินฮวา...เทพสาวที่ได้ชื่อว่างดงามเหนือใครในชั้นฟ้า แต่กลับตกหลุมรักเทพสงครามจนนำพาไปสู่หายนะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   บทสรุป

    สิ่งที่หลี่ซูซินเลือกตัดสินใจอาจจะถูกหรือว่าผิด ที่เหลือทางรอดให้แก่หม่าชิงลี่ และตระกูลหม่าหากว่าเลือกกำจัดไปเสียมิใช่ว่าทำไม่ได้หากว่า... นางใจอ่อนก็มิผิดนักแต่จะไม่ให้ตามเก็บบัญชีที่หม่าชิงลี่กระทำต่อนางในชาตินี้ก็คงมิได้ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเฉกเช่นที่ตระกูลหม่าถูกยึดทรัพย์ โดนเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่หลี่ซูซินละเว้นไว้คือชีวิตของพวกเขาหลี่ซูซินเปลี่ยนใจในเสี้ยวเวลาเกือบสุดท้าย แม้การค้าขายเกลือที่ตระกูลหลี่แอบค้านั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงมากถึงขั้นยึดทรัพย์ประหารชีวิตเจ้าของกิจการแต่นางเปลี่ยนใจ..หาหลักฐานเพียงเล็กน้อยให้พวกเขาได้จดจำสิ่งที่ทำให้หลี่ซูซินละเว้นตระกูลหลี่ มีเหตุผลเดียวไม่อยากทำเกินกว่าเหตุนางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มิใช่ความผิดของหม่าชิงลี่ทั้งหมด ในชาตินี้อีกฝ่ายทำคือการกลั่นแกล้งนาง มิใช่ว่าสิ่งที่หม่าชิงลี่ทำนางจะไม่โกรธไม่แค้นเคืองสิ่งที่นางทำลงไป หากตัดสินเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหม่าเพียงเพื่อต้องการเอาชนะ ต้องการแก้แค้นหม่าชิงลี่ นางก็คงใช้ชีวิตไม่มีความสุขในชาตินี้มิได้หมายปองชีวิตของพวกเขา...เรื่องในวันวานถือว่าจบกันไ

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   ทบทวน

    บนสวรรค์ชั้นฟ้าเทพชะตาได้มองดูหลี่ซูซินใช้ชีวิตในภพมนุษย์กับสหายเทพอีกคนหนึ่ง“นี่ถึงเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมิมีผู้ใดเข้าแทรกแซง หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่เทพซินฮวาจะลิขิตชีวิตตนเอง” เทพชะตากล่าวกับสหายสีหน้ามีความยินดีแสดงออกมาราวกับรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด“อย่างนั้นหรือซือมิ่ง เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าสินะ ฮ่า” สองเทพยิ้มให้กันอย่างรู้ใจแทบจะมิมีเทพองค์ไหนหรอกที่ไม่ส่งกำลังใจให้เทพซินฮวา“ลิขิตสวรรค์ก็ส่วนหนึ่ง ลิขิตจากตนเองนั่นที่สำคัญ เพียงรู้ตนว่ากำลังทำสิ่งใด พึงมีสติรู้ถูกผิด”ในฝั่งของเทพสงครามนั้น เขายืนหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ขังเทพสาวที่เป็นภรรยาของตนเองอย่างเงียบงัน“ท่านมาหาข้าแต่มิยอมพูดสิ่งใดน่ะหรือ ท่านคงชังข้ามากสินะ ในใจคงเฝ้าฝันให้ข้าอยู่ในนี้ตลอดกาล แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกใจหนึ่งท่านอยากให้เทพซินฮวาผ่านเคราะห์กรรมรีบขึ้นมาบนชั้นฟ้าโดยไว”“...”“การที่สมรสกับข้ามันทุกข์ทรมานมากหรือ”“...”“ท่านจะโทษข้าทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธออกมาเสียด้วยซ้ำเมื่อมีราชโองการจากเสด็จพ่อ”“มันผิดที่ข้ามาตั้งแต่ต้น” ทำสงครามเอ่ยพูดเพียงแค่นั้น เขายอมรับค

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   คิดบัญชี

    บทที่ 26คิดบัญชีไม่นานนักสิ่งที่หลี่ซูซินทำเริ่มส่งผลกระทบกับตระกูลหม่าเส้นทางการค้าของพวกเขาเริ่มติดขัด พวกเขาผิดสัญญากับคู่ค้าในหลายกิจการ ชื่อเสียงด้านลบเริ่มส่งผลกับตระกูลหม่าหลี่ซูซินยิ้มให้กับความลำบากแรกของหม่าชิงลี่ ที่ยามนี้หัวหมุนไปกับการช่วยบิดาแก้ปัญหาของตระกูลนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...หลี่ซูซินหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านกิจการค้าขายเครื่องปรุง หม่าชิงลี่กำลังเอ่ยอธิบายแก่ผู้คนที่เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้าของร้านตระกูลหม่าอีกฝ่ายหันมามองหลี่ซูซินอย่างพิจารณา หลี่ซูซินมิคิดหลบสายตา ใบหน้างามส่งรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไปให้อีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า นางต้องการเห็นอีกฝ่ายดิ้นพล่านเอาตัวรอดเสียบ้าง ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินเข้าเหลาอาหารไป“แม่ทัพเฉินมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยถามบุรุษที่ขอพบนางในห้องรับรองชั้นสองของเหลาอาหาร ร่างบางเอามือเท้าคางขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี นางมองบุรุษตรงหน้าที่มีแววตาฉายความไม่พอใจหลี่ซูซินล้วนรู้ดีที่อีกฝ่ายบากหน้ามาพบนางในวันนี้เพราะสาเหตุใด“คุณหนูหลี่ล้วนรู้ดีแก่ใจ”“ฮึ ข้าไม่รู้หรอกแม่ทัพเฉิน”“ปล่อยตระกูลหม่า” เฉินอี้หาน

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปลี่ยนแปลง 2

    หลังหลี่ซูซินกลับจวนตนเองมา เจอหลี่ซูเจินมารอพบนางอยู่หน้าเรือน น้องสาวคนรองเองก็ดูเติบโตขึ้น นางสังเกตหลี่ซูเจินมาสักพักใหญ่ แววตาสดใสของอีกฝ่ายที่เคยปรากฏเลือนหายไปไม่น้อยปัญหาที่อีกฝ่ายเผชิญทำให้เติบโตขึ้นสินะ“ท่านไม่ควรเจ้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้พี่หญิง” หลี่ซูเจินกล่าวเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ข้าไม่ขัดหรอกนะหากเจ้าอยากลงดาบหรือจัดการตระกูลฝาน เพียงแต่ซูเจินมิใช่ทุกคนที่ทำร้ายเจ้า” เป็นนางที่เอ่ยขอร้องบิดาไว้ ให้จัดการเพียงคนต้นเรื่องเท่านั้น“ท่านจะรู้ดีไปกว่าข้าได้อย่างไร” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดเสียงดังกับหลี่ซูซินด้วยแรงอารมณ์ที่มิเคยแสดงออกมาให้พี่สาวเห็นมาก่อน“ซูเจินเจ้าเป็นอะไร พวกเขาทำอะไร” หลี่ซูซินมิได้โกรธที่หลี่ซูเจินขึ้นเสียงใส่นาง นางยอมรับว่าตกใจกับแรงอารมณ์ของน้องสาว นางมิเคยเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ของหลี่ซูเจินมีเรื่องใดที่นางยังไม่รู้อีกหรือ พวกเขาทำสิ่งใดกับหลี่ซูเจินกัน น้องสาวนางถึงได้เป็นเช่นนี้“พี่หญิงข้ามิเคยคาดคั้นท่านเพราะบางเรื่องย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกมา”“...” ท่ามความโกรธแค้นที่หลี่ซูเจินแสดงออกมา หลี่ซูซินเห็นหยาดน้ำตาส

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปลี่ยนแปลง 1

    บทที่ 25เปลี่ยนแปลง“ไม่คิดว่าจะพบคุณหนูหม่า ณ สถานที่แห่งนี้อีกครานะเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยกับหม่าชิงลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนชินอ๋อง นางมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเหตุใดจึงยังมาวุ่นวายกับหยางเฟยหลงอีกชาติก่อนแย่งเฉินเฟยหลงชาตินี้คิดจะแย่งหยางเฟยหลงของนางหรือเจ้าฝันไปเถิด!ภายในใจของหลี่ซูซินนั้นตีกันอย่างวุ่นวาย ความรู้สึกที่โดนแย่งเฉินอี้หานในชาติที่แล้ว กับตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเอาตัวมายุ่งเกี่ยวกับหยางเฟยหลงในชาตินี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่ไม่ใช่เรื่องของศักดิ์ศรีแต่ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคืองสตรีตรงหน้า“ข้าเพียงนำของมาให้ซื่อจื่อเท่านั้นคุณหนูหลี่อย่าได้เข้าใจผิด” หม่าชิงลี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้พิษภัย หากแต่หลี่ซูซินรู้จักเนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางไม่มีวันหลงกลท่าทีไร้เดียงสาเช่นนั้น“มีเรื่องอะไรให้ข้าต้องเข้าใจผิดกัน?” หลี่ซูซินยิ้มมุมปาก แม้ว่าหม่าชิงลี่จะพยายามกระตุ้นความโกรธเพียงใด นางในยามนี้ไม่ยอมแสดงอารมณ์ให้เห็นแม้สักเสี้ยวเดียวหญิงสาวเลือกถือคติ อดทนเพื่อชัยชนะ ทุกความรู้สึกที่อาจพาให้นางเสียแผนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง“คุณหนูหม่าอยากนำของมามอบให้ซื่อจื่อ ข

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปิดใจ 2

    “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใดอาซิน”หญิงสาวผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะตัดสินใจวางเดิมพันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่นางเลือกเสี่ยงกับหยางเฟยหลง“ข้ากังวลเรื่องท่าน”“กังวลเรื่องอะไร”“ข้ากลัว” น้ำเสียงของหลี่ซูซินเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อเริ่มเอ่ยถึงความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนได้ยินอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย“ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีอาซิน หากเจ้ากลัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก” น้ำตาของหลี่ซูซินที่ไหลลงมาทำเอาหยางเฟยหลงเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น มิใช่ว่าหลี่ซูซินไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขานางยังคงปวดร้าวกับเรื่องในอดีต นางยังคงยึดติดกับสิ่งที่เขาเคยทำ“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับรู้ว่าท่านพยายามเพียงใดที่จะกลับมาเป็นเช่นเดิม เพียงแต่เป็นข้าที่กลัว ข้ากลัวว่าท่านจะกลับไปเป็นเช่นเดิม ข้ากลัวท่านทิ้งข้าไว้ข้างหลังอีก ข้าไม่อยากผิดหวัง” หลี่ซูซินพยายามพูดให้เป็นประโยค นางเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียสะอื้น ใบหน้ายามนี้เปรอะไปด้วยน้ำตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเพียรเช็ดออกเพียงใด“...”“แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่ยึดติดต่อท่าน แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่มีความรู้สึกเช่นวันวาน แต่ว่าเหตุใดเล่าข้าถึงยังรู้สึก เหตุใดเล่าอาหลง” ราวกับทุก

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   16

    "หลับจวน"คำสั่งที่เขาเอ่ยกับคนขับรถม้าของจวนอ๋องมิได้เสียงเบานัก คาดว่าคนข้างนอกคงจะได้ยินด้วยกระมังหลี่ซูซินที่เปิดม่านออกเล็กน้อยนางมองเห็นหม่าชิงลี่ที่กำลังแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายกำลังเปรอะไปด้วยหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งรินลงมา หากว่าบุรุษใดพบเห็นภาพนี้คงจะรีบเข้าไปให้ความช

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   13

    “นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   12

    ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏ

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   11

    “รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status