LOGINถ้าจะให้พูดกันตามตรงตั้งแต่เดินทางมา สิทธิ์การตัดสินใจก็เป็นของหย่งคังเล่อมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เน
“ข้าย่อมจริงจังเรื่องของเจ้าที่สุด”“เหวินหรง!”“แก้มเจ้าแดงยิ่ง” เหวินหรงยกยิ้มอีกครั้งพลางจ้องมองแก้มเล็ก ๆ ของไป๋เสวี่ยที่ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นอย่างโง่งมไม่คิดเลยว่าตนจะมีวันนี้ได้ วันที่ใจเต้นแรงเพียงเพราะแก้มของสตรี“หมดธุระก็กลับไปได้แล้ว” ไป๋เสวี่ยเอ่ยปากไล่เหวินหรงอย่างไม่พอใจในรอยยิ้มของเขา คนผู้นี้ประหลาด ยิ้มก็ประหลาด!“ข้ารู้แล้ว...ส่วนนี่คือของขวัญ” เหวินหรงกะพริบตาลงเพื่อเรียกสติของตน ก่อนจะสะบัดมือเพื่อเรียกของขวัญที่เขาตั้งใจนำมามอบให้นางโดยเฉพาะออกมา“อันใด?”“ตำราฝึกพลังขั้นแรกเริ่มของชาวแผ่นดินใหญ่ คนที่นี่ไม่อาจจะศึกษามันได้ แต่เจ้าสังหารปีศาจร้ายได้ ข้าจึงแน่ใจว่าเจ้าต้องศึกษาตำราเล่มนี้ได้” เหวินหรงอธิบาย“ข้าจะลองดู ขอบคุณท่านมาก” คนตัวเล็กพยักหน้าลงและเอ่ยขอบคุณจากใจแน่ใจว่าของที่อีกฝ่ายให้มาจะต้องมีประโยชน์และล้ำค่า อีกทั้งการเลื่อนระดับของนางก็แปลกประหลาด ไม่แน่ว่าตำราเล่มนี้อาจจะช่วยให้นางเข้าใจได้“ส่วนนี่...” ชายหนุ่มเหลือบมองไปยังกล่องไม้กล่องหนึ่งที่เขานำออกมาด้วย ขนาดมันไม
“ท่านมีพลังอยู่ในระดับใดกันแน่” นางรู้ดีว่าคนตรงหน้าแข็งแกร่งมาก แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ตรานิลกาฬระดับเทวะก็ยังสู้เขาไม่ได้“สีดำ ขั้นเจ็ด”“?”“ระดับพลังของชาวแผ่นดินใหญ่ แตกต่างจากระดับพลังของชาวดินแดนนี้” เหวินหรงอธิบายไปตามตรงคนตัวเล็กได้ฟังก็พยักหน้าช้า ๆ มิน่า นางถึงไม่เคยมองพลังของเหวินหรงออกเลยสักครั้ง เพราะว่ามันแตกต่างกัน และนางก็ไม่เข้าใจระดับพลังของผู้คนในแผ่นดินใหญ่ด้วยแล้วแบบนี้หากว่ามีคนจากแผ่นดินใหญ่คิดที่จะบุกมาที่จวนของนางเล่าพวกปีศาจร้ายเหล่านั้น!“อย่ากังวล ส่วนหนึ่งที่ข้าเข้ามาได้เป็นเพราะข้าไม่ได้คิดร้ายต่อเจ้า”คำพูดต่อมาของเหวินหรง ช่วยให้ไป๋เสวี่ยวางใจลงมาได้บ้าง“พูดธุระของท่านมาเถอะ” ไป๋เสวี่ยเข้าเรื่อง หลังจากที่นางได้รู้ในสิ่งที่นางต้องการแล้ว“ข้าจะให้คนของข้ามาติดตามเจ้า”“ข้าไม่ต้องการ” แทบจะทันทีที่เหวินหรงพูดจบ ไป๋เสวี่ยก็ปฏิเสธโดยไม่ต้องพิจารณาให้เสียเวลา“ข้าจะไม่อยู่สักพัก หากมีคนของข้าอยู่ข้างกายเจ้า ข้าจึงจะวางใจ” เหวินหรงอธิบาย“ข้าไม่ต้องการให้คนของ
“เสวี่ยเอ๋อร์ลอบทำร้ายกันแบบนี้ไม่ดีเลยนะ” เหวินหรงลืมตาขึ้นมามองไป๋เสวี่ยเล็กน้อยเขานอนตะแคงข้างมองหน้าเจ้าของเตียงด้วยท่าทางแสนสบายราวคุณชายเจ้าสำราญเหวินหรงไม่คิดว่าตนจะทำตัวเสเพลเช่นนี้ได้ เขาเพียงแค่อยากจะเห็นใบหน้าของไป๋เสวี่ยเวลาที่นางได้เห็นเขาแบบนี้ก็เท่านั้น เขาอยากเห็นว่านางจะมีสีหน้าเช่นไรแล้วพอได้เห็นใบหน้าหวานที่กำลังงอง้ำแดงก่ำ เหวินหรงก็รู้สึกว่าตนคิดถูกที่ยั่วยวนนาง เพราะไป๋เสวี่ยตอนนี้น่ารักมากจริง ๆ“เงียบไปเลย! แล้วลงมาจากเตียงข้าได้แล้ว” คนตัวเล็กขมวดคิ้วไม่พอใจ อุณหภูมิใบหน้าของนางคล้ายกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะยิ่งสาบเสื้อของเหวินหรงเปิดกว้างจนเห็นกล้ามเนื้อตรงส่วนอกมากเท่าใด ไป๋เสวี่ยก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกนางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ ถ้าจะพูดให้ถูก ไป๋เสวี่ยไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษมาก่อน เกือบทั้งชีวิตนางอาศัยอยู่ในป่า มีเพียงสิงสาราสัตว์เท่านั้นที่นางได้พบเจอ แล้วจะให้นางมีภูมิคุ้มกันกับแผงอกของบุรุษได้อย่างไรกัน“ข้าขอนอนพักสักพักไม่ได้หรือ” เหวินหรงถามกลับมา“ท่านก็กลับไปนอนที่จวนของท่านสิ ที่นี่มันจวนของข้าและนี่ก็
คนตัวเล็กกะพริบตาลงเล็กน้อย เลิกคิดเรื่องที่ตนหาคำตอบไม่ได้ ก่อนจะหันกลับมาสนใจขนมบนโต๊ะ ระหว่างนั้นเมิ่งหลานก็มาหานาง เพื่อขอคุยเรื่องตำราอักขระโบราณที่ไป๋เสวี่ยมอบให้จื่อซู่และจื่อผิงไป ไป๋เสวี่ยรู้เรื่องนี้มาคร่าว ๆ แล้วว่าเมิ่งหลานสนใจตำราพวกนี้ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง ไม่ว่าผู้ใช้อักขระคนใดมาเห็นตำราในมือของจื่อผิง ย่อมต้องอยากได้กันทั้งนั้น เพราะว่านี่คือตำราอักขระโบราณที่หายสาบสูญไปนานแล้วไป๋เสวี่ยไม่ได้คิดมากที่เมิ่งหลานสนใจตำราที่ตนมี แต่จะให้เมิ่งหลานกราบจื่อผิงเป็นอาจารย์ก็คงจะไม่ได้ เพราะว่าเขามีอาจารย์อยู่แล้วสุดท้ายก็เลยตัดสินใจมอบตำราฉบับคัดลอกให้เมิ่งหลานไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งหลานดีใจเป็นอย่างมาก และขอบคุณนางเสียยกใหญ่ยังกล่าวอีกว่าอาจารย์และศิษย์น้องของเขาจะต้องดีใจและขอบคุณนางมากแน่ ๆแต่เอาเถอะตำราอักขระพวกนี้ไม่ได้ทำร้ายผู้ใด แต่จะเรียนได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคนแล้วหลังจากที่เมิ่งหลานจากไป ไป๋เสวี่ยก็ตัดสินใจกลับมาที่เรือนของตน แต่เพียงเหยียบเข้าเรือนได้ไม่กี่ก้าวนางก็หยุดชะงัก“คุ
ของเหล่านี้ไป๋เสวี่ยยังไม่แน่ว่ามันคือสิ่งใดและไว้ทำประโยชน์อันใด แต่ไป๋เตี๋ยอาจจะรู้ ที่นางเอามาด้วยเพราะว่านางรู้สึกได้ว่าของพวกนี้ล้วนแล้วแต่ล้ำค่า ยามนั้นเหวินหรงเองก็กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าเป็นของดี แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมอีกท่าทีของเขาราวกับเคยเห็นของเหล่านี้มาหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเหวินหรงก็ไม่ได้ทำตัวอยากได้สมบัติที่นางขนมาเลยแม้แต่น้อย...ช่างเป็นบุรุษที่เดาใจยากจริง ๆ หรือที่แผ่นดินใหญ่อาจจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้เห็นเกลื่อนตาก็ได้ เหวินหรงจึงไม่ได้แสดงอาการสนใจมันเท่าที่ควรไป๋เสวี่ยจัดเก็บทุกอย่างจนหมด และพบว่ามีของชิ้นหนึ่งที่นางยังไม่แน่ใจว่าควรจะทำเช่นไรดี นั่นก็คือหีบโบราณที่มีอักขระประหลาดที่นางอ่านไม่ออก ซึ่งภายในนั้นก็บรรจุม้วนกระดาษที่มีตัวอักษรมากมายที่นางอ่านไม่ออกเช่นกันอยู่คนตัวเล็กนิ่งคิด ก่อนจะตัดสินใจเก็บหีบใบนี้ไว้ในถ้ำที่ยังว่างเปล่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอตำรา เนื่องจากม้วนกระดาษมีลักษณะที่คล้ายกันกับตำรา เช่นนั้นก็ให้อยู่ใกล้ ๆ กันก็แล้วกันและเมื่อทุกอย่างถูกจัดเก็บเรียบร้อย ไป๋เสวี่ยก็เข้าไปพักผ
ไป๋เสวี่ยเข้ามาพักฟื้นร่างกายในมิติจิต นางแวะไปดูไป๋เตี๋ยที่ยามนี้กำลังอยู่ในรังไหมที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังแห่งการรักษาและฟื้นฟู ก่อนจะตัดใจแล้วเดินไปหาเสี่ยวจิงต่อ เสี่ยวจิงเองยามนี้ก็มีท่าทางที่อ่อนแรงเป็นอย่างมาก ไป๋เสวี่ยไม่เข้าใจยิ่งนัก นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ายามที่หมาป่าโลหิตตัวเมียตั้งครรภ์แล้วจะมีอาการเช่นนี้ไป๋เสวี่ยใช้เวลาศึกษาตำราของสัตว์วิญญาณและร่างกายของเสี่ยวจิงอย่างถี่ถ้วน แต่นางก็ยังหาสาเหตุที่ทำให้เสี่ยวจิงเป็นเช่นนี้ไม่พบ“เจ้าเป็นถึงราชาหมาป่าโลหิต เหตุใดจึงไม่รู้ว่าเสี่ยวจิงเป็นอันใดกันแน่ เตี๋ยเอ๋อร์บอกข้าว่านางใกล้คลอดแล้ว แต่ข้าตรวจดูแล้วนางก็ยังคงไร้ท่าที จะมีก็เพียงพลังวิญญาณที่ลดน้อยลงไปทุกวัน นี่ถ้าหากนางไม่ได้อยู่ภายในถ้ำที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นมากเช่นนี้ นางคงจะทนไม่ไหวแล้วเป็นแน่” ไป๋เสวี่ยบ่นกับเสี่ยวฮวนหลังจากที่ตรวจดูอาการของเสี่ยวจิงเสร็จสิ้นแล้ว‘นายหญิง เรื่องนี้ข้าเองก็หนักใจเช่นกันขอรับ’ เสี่ยวฮวนตอบกลับมา สีหน้าแฝงไปด้วยความเครียดและกังวลใจอย่างปิดไม่มิดเสี่ยวฮวนนั้นเคยเห็นหมาป่าโลหิตตัวอื่นตั้งครรภ์และคลอดลูกมามากเช่น







