Beranda / รักโบราณ / ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด / ไป๋เสวี่ยผู้มีโชค (1)

Share

ไป๋เสวี่ยผู้มีโชค (1)

last update Tanggal publikasi: 2026-07-20 19:00:19

“นี่ไป๋เสวี่ยเป็นญาติทางฝั่งของท่านย่าข้าเอง และตอนนี้ก็เป็นน้องสาวของข้าด้วย&rdqu

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เข้าสู่งานเลี้ยง (3)

    ส่วนไป๋เสวี่ยนั้นเมื่อถูกหม่าซูเหยาจูงมือมายังด้านหน้าท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมาด้วยความอยากรู้และอยากเห็นแต่ไป๋เสวี่ยก็หาได้สนใจไม่ร่างบางมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหม่าเซียวหรานไป๋เสวี่ยก็ย่อตัวลงและคารวะผู้เป็นใหญ่แห่งสำนักเฟิ่งเยี่ยนด้วยกิริยามารยาทของสตรีชนชั้นสูง ที่ดูก็รู้ว่าถูกอบรมบ่มนิสัยมาเป็นอย่างดีแต่ในความเป็นจริงแล้วไป๋เสวี่ยเพียงแค่เคยอ่านตำรามารยาทของสตรีชนชั้นสูงผ่าน ๆ ตาและจดจำได้ก็เท่านั้นซึ่งความจริงเป็นเช่นไร ผู้ใดเล่าจะรู้“นังหนูมาแล้วรึ ไป ๆ ไปนั่ง ข้าให้คนจัดเตรียมที่นั่งเอาไว้ให้เจ้าแล้ว” หม่าเซียวหรานยิ้มต้อนรับไป๋เสวี่ยอย่างอารมณ์ดีก็หลานสาวเพียงคนเดียวของตนมีความสุข แล้วจะไม่ให้หม่าเซียวหรานมีความสุขได้อย่างไร“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหม่าเซียวหราน จริงสิ ซูเหยาบอกข้าว่าท่านอยากดื่มสุรายิ่งนัก บังเอิญจริง ๆ ที่ข้านำสุราผูเถาสีรุ้งติดมาด้วยสามไห วันนี้ข้าขายต่อให้ท่านถูก ๆ จะดีหรือไม่เจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถามและระบายยิ้มการค้า จนทำให้หม่าเซียวหรานหัวเราะลั่น“เพ้ย นังหนูนี่ทำการค้าเก่งเสียจริง ข้าเจอหน้าเจ้าเมื่อใด ต้องมีอันให้เสียหินศิลาอยู่ร่ำไป”“ทำอย่างไรได้เจ้าคะ

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เข้าสู่งานเลี้ยง (2)

    ที่นางยิ้ม เพราะนางดีใจที่การได้พบเจอกับหม่าซูเหยาครั้งนี้ แววตาของหม่าซูเหยาไม่มีความเศร้าหมองหลงเหลือให้นางได้มองเห็นดังเช่นคราวก่อนแล้ว“ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ พี่สาวไป๋ไปหาท่านตากันเถิด ยามนี้ท่านตาก็กำลังรอท่านอยู่เช่นกัน...ข้าคิดว่าท่านตาจะต้องอยากได้สุราจากพี่สาวแน่ ๆ ข้าแอบได้ยินท่านตาพูด”เสียงเจื้อยแจ้วและรอยยิ้มสว่างไสวที่กำลังแสดงออกมาของคุณหนูหม่า ไม่ใช่สิ่งที่จะได้ดูชมง่าย ๆเพราะว่าหม่าซูเหยานั้นนางมักจะเก็บตัวฝึกฝน และทุกครั้งหากบังเอิญได้พบเจอผู้ใด หม่าซูเหยาก็มักจะมีใบหน้าที่เรียบเฉยและไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ประดับอยู่เสมอนอกจากหม่าเซียวหรานแล้ว คงจะไม่มีผู้ใดทำให้หม่าซูเหยายิ้มได้ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีอีกคน อีกทั้งยัง...แซ่ไป๋?สกุลไป๋เช่นนั้นหรือ?“อาเริ่น?”พอไป๋เสวี่ยถูกหม่าซูเหยาจูงมือไปหาหม่าเซียวหราน ซางซุ่นหวางก็หันมามองหน้าหลานชายของตนอีกครั้ง เพราะคิดว่าซางเริ่นน่าจะรู้จักไป๋เสวี่ยไม่มากก็น้อยซางซุ่นหวางย่อมต้องได้ยินเช่นเดียวกับคนอื่น นั่นก็คือแซ่ไป๋ของไป๋เสวี่ย แต่จะเป็นไป๋ที่เป็นเจ้าของร้านสมุนไพรตระกูลไป๋หรือไม่ สิ่งนี้ยังไม่แน่ชัด“นางคือคุณหนูไป๋เสวี่ยขอรั

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เข้าสู่งานเลี้ยง (1)

    ยามเมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในเขตพำนักของหม่าเซียวหรานกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณนี่เป็นกลิ่นของดอกโม่ลี่สีเงินผสมกับกลิ่นของดอกอรุณฉาย ดอกทั้งสองนอกจากจะมีกลิ่นหอมที่เฉพาะตัวแล้ว ยังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วยไป๋เสวี่ยชอบกลิ่นเช่นนี้ เพราะที่จวนตระกูลไป๋ก็มีดอกไม้ทั้งสองปลูกอยู่เช่นกัน ยามเมื่อได้กลิ่นนางจึงรู้สึกดีมาก“ถึงแล้วขอรับ” หวงไท่หั่วกล่าวขึ้นมา ร่างบางจึงละความสนใจจากกลิ่นของดอกไม้แล้วมองไปยังประตูบานใหญ่ที่กำลังเปิดออกก่อนหน้าที่จะเดินมาถึงสถานที่จัดงานเลี้ยงไป๋เสวี่ยได้สั่งการให้องครักษ์ทั้งสามของนางเร้นกายอยู่ภายนอก เพราะนางสังเกตเห็นว่ามีเงาหลายสายที่กำลังรอคอยอยู่ภายนอกเช่นกันคนทั้งหมดเป็นวรยุทธ์และคิดว่าคงจะเป็นองครักษ์สำหรับไป๋เสวี่ยแล้วจะอยู่ภายในหรือภายนอกก็ไม่ได้ต่างอันใดกันนัก เพราะอย่างไรนางและองครักษ์ของนางต่างก็มีพันธะเชื่อมกัน จึงสื่อถึงกันได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในขอบเขตพลังของนางเพราะเหตุนี้ไป๋เสวี่ยจึงให้จื่อถิงติดตามมาด้วยเพียงคนเดียวเท่านั้น อย่างไรนางก็เป็นสตรีให้จื่อถิงตามมาปรนนิบัติรับใช้ก็ถือว่า

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   ตักเตือนอี้หนิง (3)

    กลุ่มของไป๋เสวี่ยเป็นที่สนใจ จนกระทั่งมาถึงที่หน้าประตูทางเข้า ซึ่งกำลังมีคนจำนวนหนึ่งกำลังทยอยเดินเข้าไปภายใน และอีกจำนวนหนึ่งทำได้เพียงแค่ส่งมอบของขวัญให้แก่ข้ารับใช้เท่านั้นในระหว่างที่ไป๋เสวี่ยกำลังมองไป ก็มีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินตรงมาหานางไม่สิ...บุรุษผู้นี้เดินตรงมายังซางเริ่น ก่อนที่เขาจะค้อมกายลงคารวะซางเริ่นเล็กน้อย ซึ่งคนคนนี้ก็คือ ‘หวงไท่หั่ว’หวงไท่หั่วนั้นเป็นบ่าวคนสนิทของหม่าเซียวหราน หน้าที่ของเขาก็คล้ายกับพ่อบ้านที่ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างแทนผู้เป็นนายอย่างหม่าเซียวหราน และวันนี้เขาก็มาทำหน้าที่คัดเลือกคนให้เข้าไปร่วมงานวันเกิดของหม่าซูเหยานั่นเอง“คุณชายซาง...ท่านเจ้าสำนัก นายท่านซางและฮูหยินซางพึ่งเข้าไปเองขอรับ”หลังจากคารวะเสร็จสิ้นแล้ว หวงไท่หั่วก็เอ่ยบอก“ข้าพึ่งออกมาจากด่านฝึกตน จึงทราบเรื่องไม่นาน ต้องขออภัยผู้ดูแลหวงด้วย” ซางเริ่นตอบกลับอย่างสุภาพ ท่านเจ้าสำนักคือท่านปู่ของเขา ส่วนนายท่านซางและฮูหยินซางก็คือบิดามารดาของเขานั่นเอง“เช่นนั้นก็เชิญขอรับ แล้วคุณหนูผู้นี้...”หลังจากพูดค

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   ตักเตือนอี้หนิง (2)

    นางมาที่นี่ไม่ได้มีอี้หนิงเป็นเป้าหมาย สตรีผู้นี้ในสายตาของไป๋เสวี่ยแล้วหาได้มีค่าอันใดนักอีกทั้งด้วยนิสัยของอี้หนิง ในภายภาคหน้าคงจะทำเรื่องผิดต่อผู้คนอีกมาก คนเช่นนี้นางไม่จำเป็นต้องลงมือเอง“ขอบคุณคุณหนูไป๋ เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” ซางเริ่นมีสีหน้าที่ดีขึ้นเมื่อเห็นว่าไป๋เสวี่ยไม่ได้ติดใจเอาความศิษย์ในสำนักตนเขาจึงเลือกที่จะไม่สนใจอี้หนิงเช่นกัน ก่อนจะเดินนำทางพาไป๋เสวี่ยตรงมายังเขตพำนักของท่านหม่าเซียวหรานทันทีเขตพำนักของหม่าเซียวหรานนั้นตั้งอยู่ห่างไกลจากเรือนหลังอื่น ๆ มากที่สุด แต่ที่แห่งนี้ก็ดูเรียบง่ายและให้ความสงบมากที่สุดเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่าหม่าเซียวหรานต้องการให้เป็นเช่นนี้...ไร้ซึ่งความวุ่นวายใดข้ารับใช้ที่นี่มีจำนวนไม่มาก แต่ก็คัดสรรมาอย่างดี และมีเพิ่มจำนวนขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อหม่าซูเหยาย้ายมาอยู่กับท่านตาแต่ในวันนี้ที่แห่งนี้กลับมีคนอยู่เป็นจำนวนมากหลายเท่าตัว เป็นเพราะว่าทุกคนต่างก็เดินทางมามอบของขวัญให้แก่หม่าซูเหยา เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหม่าเซียวหรานและถึงจะมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เกินครึ่งก็

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   ตักเตือนอี้หนิง (1)

    “หากเจ้าอยากจะไปหุบเขาลงทัณฑ์นัก ข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้”เพียงแค่ประโยคเดียวก็ทำให้สตรีสมองหมูเช่นอี้หนิงหยุดชะงักไปและเบิกตาขึ้นอย่างหวาดหวั่น ราวกับว่าพึ่งถูกดึงสติให้กลับคืนมาอย่างรุนแรงด้วยคำพูดบางอย่างของซางเริ่นหุบเขาลงทัณฑ์หรือ น่ากลัวถึงเพียงนั้น?ไป๋เสวี่ยนิ่งคิด อยากจะรู้ว่าหุบเขาลงทัณฑ์เป็นสถานที่เช่นไร ถึงได้ทำให้คนคนหนึ่งที่ไร้ซึ่งสติ ตื่นกลัวเพียงเพราะได้ยินชื่อ“คุณหนูไป๋เป็นแขกของท่านหม่าเซียวหราน เจ้าตอนนี้อยู่ในฐานะศิษย์ของสำนักเฟิ่งเยี่ยน ย่อมต้องรู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไร การที่เจ้าล่วงเกินแขกของท่านหม่าเซียวหรานเช่นนี้ คิดว่ามันสมควรแล้วหรือ?” ซางเริ่นยืนนิ่งตัวตรงไร้ซึ่งความหวั่นไหวต่อสิ่งเร้าใด ๆเขาดูน่าเกรงขามและใช้สายตาที่ดุดันมองไปยังอี้หนิง และบอกให้ได้รู้ถึงความไม่เหมาะสมในสิ่งที่อี้หนิงได้กระทำลงไป“...” อี้หนิงนั้นไร้ซึ่งคำพูด ไม่ใช่ว่ายินยอม แต่เพราะว่านางเกรงกลัวต่อหุบเขาลงทัณฑ์มากซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นาง แต่ศิษย์ทุกคนในสำนักเฟิ่งเยี่ยนย่อมหวาดกลัวต่อสถานที่แห่งนั้นอย่างแท้จริงการที่ซางเริ่นกล่าวถึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status