ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท

ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท

last updateHuling Na-update : 2026-10-15
By:  ทรายแมวIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
10Mga Kabanata
14views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อสาวไทยสู้ชีวิตตกน้ำเจ้าพระยา แล้ววาร์ปข้ามมิติมาโผล่กลางแท่นบูชายันต์ในยุคราชวงศ์หมิง!

view more

Kabanata 1

ตอนที่ 1 ตกงาน…ตกน้ำเจ้าพระยา

“ขอบคุณที่ให้ความสนใจในบริษัทของเรานะคะ แต่ทางเราพิจารณาแล้วเห็นว่าคุณสมบัติของคุณยังไม่ตรงกับตำแหน่งที่เรากำลังเปิดรับในขณะนี้...”

เสียงหวานๆ ของพนักงานต้อนรับฝ่ายบุคคลยังคงดังก้องอยู่ในหัวของ ‘มัสยา’ หรือ ‘มัส’ สาวไทยวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ จากคณะโบราณคดี

เธอทอดสายตามองใบปฏิเสธงานฉบับที่สิบของเดือนนี้ด้วยแววตาห่อเหี่ยว รองเท้าคัทชูราคาถูกที่ซื้อมาจากตลาดนัดเริ่มกัดส้นเท้าจนเจ็บแปลบ แต่สิ่งที่เจ็บกว่าส้นเท้าคือกระเป๋าตังค์ที่เหลือแบงค์ร้อยอยู่ใบเดียว พร้อมกับเศษเหรียญประปรายที่พอจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตไปได้อีกไม่กี่วัน

“ทำไมชีวิตมันรันทดแบบนี้วะ! พ่อแม่ก็เสียไปตั้งแต่เด็ก ยายที่คอยสอนวิชาค้าขายให้ก็เพิ่งมาจากไปอีก เงินค่าเช่าห้องก็ค้างเขามาสองเดือนแล้ว ถ้าสิ้นเดือนนี้ยังหางานไม่ได้ มีหวังได้ไปนอนนับดาวข้างถนนแน่ๆ"

มัสยาบ่นพึมพำพร้อมกับเดินลากรองเท้ามาตามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลมยามเย็นพัดผ่านใบหน้าสะสวยที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม เธอกดสมาร์ทโฟนหา ‘กล้วยตาก’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในชีวิตที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาตกงานแบบแพ็คคู่ไม่ต่างกัน

[ว่าไงแก...โดนเทอีกแล้วเหรอ] เสียงกล้วยตากดังก้องผ่านมาตามสาย

“อือ...เขาบอกว่าสาขาที่ฉันจบมามันไม่เป็นที่ต้องการของตลาดโลกยุคดิจิทัลว่ะแก ตลาดโลกต้องการโปรแกรมเมอร์ นักการตลาด แต่ไม่ได้ต้องการคนที่รู้ว่าฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงใส่ชุดสีอะไรไง!”

มัสยากรอกเสียงลงโทรศัพท์อย่างท้อแท้หมดหวัง

“ตอนนี้ฉันยืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟไอคอนสยามสะท้อนน้ำสวยมากเลยแก แต่ว่าตอนนี้หัวใจฉันมันมืดมนมองไม่เห็นทางอะไรสักอย่างเลยว่ะ”

[เฮ้ยแก! อย่าคิดสั้นนะมัส! แกยังมีฉันอยู่นะเว้ย!] กล้วยตากร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

“คิดสั้นบ้าอะไร ฉันแค่มาเดินยืดเส้นยืดสาย...แค่นี้ก่อนนะแก เจ็บส้นเท้าชะมัด”

มัสยาตัดสายไปพลางถอนหายใจยาว เธอเดินไปเกาะราวสะพานเหล็ก เงี่ยหูฟังเสียงกระแสน้ำวนเบื้องล่างอย่างเหนื่อยล้า

ความเครียดที่สะสมมาหลายเดือนทำให้เด็กสาวตัดสินใจสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตะโกนสุดเสียงแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาวที่แล่นผ่านไป

“โว้ยยยยย! ไอ้โลกเฮงซวย! คนฉลาด มีหัวการค้าอันดับหนึ่งแบบฉัน ทำไมต้องมาตกงานเพราะใบปริญญาใบเดียวด้วยวะ! ถ้าขยันแล้วมันยากนัก ช่วยส่งฉันไปที่ไหนก็ได้ที่ฉันจะรวยทีเถอะ!”

ในจังหวะนั้นเอง...ชายพลเมืองดีสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ที่กำลังเดินผ่านมาได้ยินคำว่า ‘ริมแม่น้ำ’ กับ ‘ไอ้โลกเฮงซวย’ ประกอบกับท่าทางที่เกาะราวสะพานแน่น สัญชาตญาณความหวังดีก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที

“น้องครับ!!! อย่าคิดสั้นนะน้องงงง!”

“เอ๊ะ? อ๊ะ!...”

ยังไม่ทันที่มัสยาจะหันไปปฏิเสธ ร่างหนาของพลเมืองดีก็วิ่งเข้ามาชาร์จตัวเธอจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง แต่ทว่าแรงส่งที่มากเกินไปประกอบกับพื้นสะพานที่ลื่นจากละอองฝน ทำให้เท้าของทั้งคู่สะดุดเข้ากับขอบปูนอย่างจัง

พรึ่บ!

“ว้ายยยยยยย!”

ร่างของมัสยาลอยละลิ่วข้ามราวสะพานเหล็ก ร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างทันทีโดยที่พลเมืองดีคนนั้นคว้าไว้ได้เพียงความว่างเปล่า

ตู้มมมมมมม!

มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าปากและจมูกอันดับแรก ความเย็นเยียบของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนโอบล้อมร่างของเด็กสาวเอาไว้ มัสยาที่ว่ายน้ำไม่เป็นสติกระเจิดกระเจิง เธอพยายามตะเกียกตะกายตีขา แต่น้ำหนักของเสื้อเชิ้ตและกระโปรงพลีทยาวเปียกน้ำกลับฉุดรั้งร่างของเธอให้จมลึกลงไปเรื่อยๆ

‘นี่ฉันต้องมาตายจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย...ยายจ๋า มัสกำลังจะไปหาข้าวมันไก่ฝีมือยายแล้วนะ...’

ภาพความทรงจำสุดท้ายในหัวเริ่มเลือนลาง สติของมัสยาดับวูบลงไปพร้อมกับความมืดมิดใต้ท้องน้ำ

.

.

“ซ่า...ซ่า...”

เสียงกระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ผสมปนเปไปกับเสียงเครื่องดนตรีโบราณประเภทฉาบและกลองที่ดังรัวเป็นจังหวะแปลกหู กลิ่นควันธูปและเครื่องกำยานฉุนกึกโชยเข้าจมูกจนชวนแสบคอ

“แคร่กๆ! ฮึก...แคร่กๆๆ!”

มัสยาโก่งคอไออย่างรุนแรง น้ำขุ่นๆ ทะลักออกจากปากและจมูกจนหูตาทั้งสองข้างอื้ออึง ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บ สติที่เพิ่งฟื้นคืนมายังพร่าเลือนจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

‘เออ...ข้าวมันไก่ฝีมือยายทำไมกลิ่นเหมือนธูปไหว้เจ้าขนาดนี้วะ?’ มัสยาคิดในใจอย่างมึนงง พลางยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก

เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ขยับลืมขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือลานหินกว้างขวางริมแม่น้ำสายใหญ่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา แต่มันไม่ใช่แม่น้ำเจ้าพระยาที่เธอคุ้นเคย แสงไฟจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังหายไปสิ้น เหลือเพียงแสงจากคบเพลิงนับร้อยดวงที่ปักอยู่รอบๆ ลานพิธี และที่ทำให้นเธอต้องเบิกตากว้างด้วยความฉงนคือ...รอบตัวของเธอกลับเต็มไปด้วยเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มจำนวนมาก ทุกคนสวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์กรุยกราย นั่งคุกเข่าร้องไห้ระงมจนตัวโยน

“นี่ฉัน...อยู่ในนรกเหรอ? ทำไมยมโลกคนเยอะจังวะ ยิ่งกว่าต่อคิวสมัครงานอีก”

มัสยาพึมพำเสียงหลง พลางก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วเธอก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อพบว่าเสื้อเชิ้ตและกระโปรงนักศึกษาหายไปแล้ว กลายเป็นชุดโบราณสีขาวที่ยาวรุ่มร่ามจนพันกันนุงนัง

“ท่านเทพวารีโปรดเมตตา...ฮือๆๆ ข้ายังไม่อยากตาย”

เด็กสาวคนหนึ่งสะอื้นไห้พลางพึมพำอยู่ข้างกายเธอ

“เดี๋ยวนะน้อง...”

มัสยาเอื้อมมือไปสะกิดแขนเด็กสาวคนนั้น แต่พอเห็นมือตัวเองเธอก็ต้องช็อกซ้ำสอง มือของเธอเล็กลง ผิวพรรณนุ่มนิ่มราวกับเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปด

“เฮ้ย! มือใครวะ! แล้วนี่ฉันฝันอยู่ใช่ไหม? เครียดจัดจนสมองหลอนสร้างภาพฝันระดับโฟร์ดีขึ้นมาแน่ๆ!”

ด้วยความเชื่อฝังหัวว่าตัวเองกำลังฝันหรือเกิดอาการประสาทหลอน มัสยาจึงลุกขึ้นยืนพรวดพราดโดยไม่สนใจบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์รอบตัวเลยสักนิด เธอเริ่มเอามือตบแก้มตัวเองดัง เพียะ! เพียะ! หวังจะให้ตัวเองตื่นจากฝัน

“ตื่นสิมัส! ตื่น! ยายช่วยด้วย มัสโดนผีอำหรือเปล่าวะเนี่ย!”

เธอบ่นพึมพำเสียงดังพลางเริ่มกระโดดเหยงๆ สะบัดแขนสะบัดขาเพื่อไล่ความมึนงงออกจากตัวเอง

การกระทำอันสุดแสนจะแปลกประหลาดและหลุดโลกของมัสยา ท่ามกลางลานพิธีที่ทุกคนกำลังโศกเศร้าอาลัย ส่งผลให้เสียงสวดมนต์ของนักบวชชราถึงกับสะดุดกึก! กลองและฉาบที่เคยตีรัวเป็นจังหวะศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ แผ่วลงจนเงียบสนิท ทั้งลานพิธีตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตา ไม่เว้นแม้กระทั่งทหารเกราะเหล็กที่ยืนถือทวนนับร้อยนาย ต่างหันมาจับจ้องหญิงสาวเป็นตาเดียว

“นั่น...นางฟื้นแล้ว แต่เหตุใดเครื่องเซ่นชิ้นที่แปดสิบแปดถึงมีท่าทีราวกับคนเสียสติเช่นนั้น?”

ท่านนักบวชชราขมวดคิ้วแน่น ชี้ไม้เท้าขนนกมาที่มัสยาด้วยนิ้วอันสั่นเทา พิธีกรรมบูชายันต์เพื่อปัดเป่าความแร้นแค้นให้ฮ่องเต้ต้องชะงักลงอย่างกะทันหัน

“เครื่องเซ่น? ใครจะบ้ายอมเป็นเครื่องเซ่น!”

มัสยาที่ยังคงคิดว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในความฝันสุดเพี้ยน ตะโกนสวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางเกรี้ยวกราด และฝีปากกล้าของเธอทำเอาเหล่าทหารหลวงถึงกับเลิกลัก ทำตัวไม่ถูกกับ 'ผีเข้า' รายนี้

เธอยังไม่รู้เลยสักนิดว่า โลกใบนี้ไม่ใช่ความฝัน และดินแดนที่เธอกำลังยืนอยู่นั้น...คือราชวงศ์หมิงอันเต็มไปด้วยภยันตราย!

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
10 Kabanata
ตอนที่ 1 ตกงาน…ตกน้ำเจ้าพระยา
“ขอบคุณที่ให้ความสนใจในบริษัทของเรานะคะ แต่ทางเราพิจารณาแล้วเห็นว่าคุณสมบัติของคุณยังไม่ตรงกับตำแหน่งที่เรากำลังเปิดรับในขณะนี้...”เสียงหวานๆ ของพนักงานต้อนรับฝ่ายบุคคลยังคงดังก้องอยู่ในหัวของ ‘มัสยา’ หรือ ‘มัส’ สาวไทยวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ จากคณะโบราณคดีเธอทอดสายตามองใบปฏิเสธงานฉบับที่สิบของเดือนนี้ด้วยแววตาห่อเหี่ยว รองเท้าคัทชูราคาถูกที่ซื้อมาจากตลาดนัดเริ่มกัดส้นเท้าจนเจ็บแปลบ แต่สิ่งที่เจ็บกว่าส้นเท้าคือกระเป๋าตังค์ที่เหลือแบงค์ร้อยอยู่ใบเดียว พร้อมกับเศษเหรียญประปรายที่พอจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตไปได้อีกไม่กี่วัน“ทำไมชีวิตมันรันทดแบบนี้วะ! พ่อแม่ก็เสียไปตั้งแต่เด็ก ยายที่คอยสอนวิชาค้าขายให้ก็เพิ่งมาจากไปอีก เงินค่าเช่าห้องก็ค้างเขามาสองเดือนแล้ว ถ้าสิ้นเดือนนี้ยังหางานไม่ได้ มีหวังได้ไปนอนนับดาวข้างถนนแน่ๆ"มัสยาบ่นพึมพำพร้อมกับเดินลากรองเท้ามาตามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลมยามเย็นพัดผ่านใบหน้าสะสวยที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม เธอกดสมาร์ทโฟนหา ‘กล้วยตาก’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในชีวิตที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาตกงานแบบแพ็คคู่ไม่ต่างกัน[ว่าไงแก...โดนเทอีกแล้
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 2 หนีเสือปะองค์ชายจับผิด
“เฮ้ย! หลุดปากพูดอะไรออกไปล่ะเนี่ย!”มัสยายกมือกุมขมับเมื่อพบว่าความพยายามที่จะ 'แหกคุกความฝัน' ด้วยการด่ากราดแบบสาวไทยหัวร้อน กลับทำให้บรรยากาศรอบกายยิ่งตึงเครียดหนักกว่าเดิม ทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กสองนายกระชับทวนในมือแน่น สายตาที่เคยมองเธอด้วยความตื่นตะลึงแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันข่มขวัญ“เจ้าคนเสียสติ! พิธีบูชามหาเทพวารีเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ฮองเฮาทรงประทานจัดขึ้นเพื่อความอยู่รอดของราษฎร เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงวาจาสามหาว ทหาร! ลากตัวนางไปยังแท่นศิลาบัดนี้!”สิ้นเสียงตวาดของนักบวชชรา ทหารร่างยักษ์สองนายก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวมัสยาทันที แรงบีบที่ข้อมือทั้งสองข้างนั้นเจ็บแปลบจนเธอถึงกับร้องโอ๊ย‘เจ็บ? เจ็บจริงอะ! ไม่ใช่ฝันเหรอวะ?!’มัสยาเบิกตาโตด้วยความช็อก ความรู้สึกเจ็บปวดบวกกับละอองน้ำเย็นๆ ที่ซัดสาดขึ้นมาจากแม่น้ำกว้างใหญ่ตรงหน้า และความรู้จากคณะโบราณคดีที่เธอยัดหัวมาตลอดสี่ปีเริ่มแล่นผ่านสมองอย่างบ้าคลั่ง ‘ลวดลายมังกรสี่เล็บบนเสาหิน เสื้อผ้าปักลายข้าหลวงที่นักบวชชราสวมใส่ บรรยากาศแบบนี้...กรอบประเพณีแบบนี้...นี่มันไม่ใช่ฝัน และไม่ใช่กองถ่ายหนังแน่ๆ‘นี่ฉัน...ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กสาว
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 3 แผนแหกคุกกับองค์ชายหน้าดุ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางทว่ามิดชิดของตำหนักลับ กลิ่นไม้หอมจางๆ อบอวลอยู่ทั่วบริเวณ มัสยาในร่าง ‘เสิ่นเมี่ยวหลิง’ นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนเตียงไม้โบราณขนาดใหญ่ เสื้อผ้าสีขาวรุ่มร่ามของเธอยังคงชื้นเล็กน้อยจากละอองน้ำ‘นี่ฉันยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย?’เธอพยายามเรียกสติตัวเองโดยการหยิกต้นขาตัวเองไปอีกสามทีจนเนื้อขึ้นรอยช้ำ แต่ความเจ็บแปลบที่แล่นจี้เข้าสมองก็ยิ่งตอกย้ำความจริงอันน่ากลัวว่า...เธอข้ามมิติมาติดอยู่ในรังเสือเข้าให้แล้ว! แถมไอ้เสือตัวนี้ยังหน้าดุ หล่อเข้ม และจ้องจะจับผิดเธอเหมือนครูฝ่ายปกครองไม่มีผิดปัง!เสียงประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘องค์รัชทายาท จูเซวียนหรง’ เขาก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ทรงอำนาจ แต่ทว่า...แววตาคมกริบคู่นั้นกลับราบเรียบและเย็นชาจนอุณหภูมิภายในห้องแทบจะลดฮวบ“เจ้าฟื้นแล้วก็ดี เสิ่นเมี่ยวหลิง”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองมัสยาราวกับจะสแกนให้ทะลุไปถึงวิญญาณ“เลิกเล่นละครเสียที แล้วบอกข้ามา...ใครส่งเจ้ามาทำลายพิธีบูชายันต์ของฮองเฮา? เจ้าเป็นคนของสายไหนกันแน่”มัสยากระพริบตาปริบๆ มองซ้ายมองขวา ก่อนจะชี้ม
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 4 ข้อตกลงแลกชีวิต
ความโกลาหลเบื้องล่างสลายตัวลงทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของ ‘องค์รัชทายาท จูเซวียนหรง’ ก้าวเข้ามาในบริเวณระเบียงหินอ่อน ทหารเกราะเหล็กที่นอนหงายหลังเป็นโดมิโน่และสาวใช้ที่ก้นกระแทกพื้นต่างพากันลนลานยันกายขึ้น คุกเข่าก้มหน้าตัวสั่นเทาด้วยความยำเกรงจูเซวียนหรงหยุดยืนกอดอก สายตาคมกริบจดจ้องมองภาพ ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เสิ่นเมี่ยวหลิงในเวลานี้มีหมวกเกราะเหล็กใบโตครอบหัวอยู่ขวางทิศขวางทาง มือบางปัดป่ายอากาศสะเปะสะปะพร้อมกับปากที่ยังบ่นพึมพำไม่หยุดว่าใครปิดไฟ“เอามันออกไปจากหัวนาง” จูเซวียนหรงสั่งเสียงเรียบองครักษ์คนหนึ่งรีบขยับเข้าไปดึงหมวกเกราะออกจากศีรษะของหญิงสาวทันที ทันทีที่หลุดพ้นจากความมืด มัสยาในร่างของเสิ่นเมี่ยวหลิงก็สูดหายใจเข้าลึก ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าสะสวยขึ้นสีแดงระเรื่อจากการขยับตัวอย่างดุเดือดเมื่อครู่ บาดแผลถลอกจางๆ ที่แก้มเนียนกลับยิ่งขับให้ดวงตากลมโตคู่นั้นดูดื้อรั้นและมีชีวิตชีวาจูเซวียนหรงก้าวเข้าไปประชิด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว สายตาขององค์รัชทายาทผู้เคร่งขรึมสะดุดไปชั่วครู่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...‘หากมองข้ามกิ
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 5 หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง
“อืม...ข้าจะรับข้อเสนอของเจ้า”คำตอบรับที่สั้นกระชับจากโอษฐ์ขององค์รัชทายาททำให้อากาศอันตึงเครียดในระเบียงหินผ่อนคลายลง ทว่าแววตาคมกริบของ ‘จูเซวียนหรง’ กลับไม่ได้มีแววแห่งความลุ่มหลงหรือเชื่อใจอยู่เลยแม้แต่น้อย ในใจของพระองค์ยังคงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย สตรีผู้นี้กะล่อนพลิกแพลงเกินกว่าจะเป็นคุณหนูในห้องหอธรรมดา การแกล้งปล่อยให้นางก้าวขาออกไปค้าขายตามใจคิด ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลอกล่อให้สายลับผู้นี้เผยหางออกมาเองเมื่อความกดดันเรื่องคอขาดบาดตายผ่านพ้นไป มัสยาในร่างของ ‘เสิ่นเมี่ยวหลิง’ ก็พลันได้ยินเสียงหนึ่งดังก้องประท้วงขึ้นมาจากช่องท้องจ๊อกกกกก...เสียงท้องร้องครวญครางยาวเหยียดทำเอาเมี่ยวหลิงหน้าร้อนผ่าว เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองทะลุมิติข้ามภพข้ามชาติมาได้หลายชั่วโมงแล้ว และตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เดินสายสมัครงานในโลกปัจจุบันจนโดนชาร์จตกน้ำเจ้าพระยา เธอยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยสักเม็ด! ความหิวโหยที่ตีตื้นขึ้นมาทำให้ความเข้มแข็งเริ่มสั่นคลอน พลันในหัวก็นึกถึงใบหน้าของ ‘กล้วยตาก’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวขึ้นมาจับใจ‘ป่านนี้ยัยตากคงร้องไห้ขี้มูกโป่ง วิ่งตามหาฉันทั่วริมแม่น้ำแล้วแ
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 6 หมากบนกระดานพิษ
ภายใต้ความมืดมิดของศาลาลับท้ายอุทยานหลวง กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านทับถมบรรยากาศจนชวนให้หายใจติดขัด ทันทีและนางกำนัลคนสนิทถูกสั่งให้ออกไปเฝ้าภายนอกจนหมด เหลือเพียงร่างระหงในชุดโบราณหรูหราของ ‘ฮองเฮา’ ที่ยืนหันหลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเหล็ก ดวงตาของพระนางฉายแววเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ปิดไม่มิด“แผนการล่มไม่เป็นท่า! แม่นางคนนั้นรอดชีวิตมาได้ และพิธีศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน!”ฮองเฮาเอ่ยเสียงห้วนๆ ทรงหันกลับมาเผชิญหน้ากับ ‘เสนาบดีเว่ย’ (เว่ยจงเสียน) ชู้รักและพันธมิตรคนสำคัญในเงามืด“ข้าต้องการให้พิธีบูชาครั้งนี้สำเร็จราบรื่น เพื่อให้พวกราษฎรโง่เง่าทั้งแผ่นดินได้ประจักษ์ว่าฮ่องเต้ทรราชผู้นั้นโหดร้ายทารุณขนาดไหน! จิตใจของฝ่าบาทเสื่อมทรามและสติฟั่นเฟือนจนต้องสังเวยชีวิตเด็กสาวแปดสิบแปดคน บัลลังก์มังกรนั่นจะได้สั่นคลอน!”“ฮองเฮาโปรดทรงพระทัยเย็นก่อน”เสนาบดีเว่ยก้าวเข้ามาใกล้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแววตาแฝงความเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน“พิธีบูชายันต์ถูกขัดขวาง ย่อมต้องมีเบื้องหลัง อาจเป็นเพราะแผนการขององค์รัชทายาทที่จงใจส่งคนเข้าไปก่อกวนเพื่อตลบหลังพ
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 7 อนาคตในรถม้าและลมหายใจที่ร้อนผ่าว
บรรยากาศภายในห้องโถงกลางของตำหนักลับกลับคืนสู่ความเคร่งขรึมอีกครั้ง ‘จูเซวียนหรง’ นั่งประทับบนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวหนา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องสตรีตรงหน้าซึ่งบัดนี้อยู่ในชุดสีฟ้าครามงดงามราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ พระองค์สั่งให้ทหารและสาวใช้ออกไปจนหมด เพื่อเปิดฉากสอบสวนสตรีประหลาดผู้นี้ด้วยพระองค์เองอีกครั้ง“เลิกเล่นละครตบตาได้แล้ว เสิ่นเมี่ยวหลิง” เสียงทุ้มเข้มต่ำเอ่ยคาดคั้นแกมบังคับ“บอกข้ามาตามตรง เจ้าเป็นใครมาจากไหน? เหตุใดคุณหนูในห้องหออย่างเจ้าถึงตกลงไปอยู่ในแม่น้ำจนต้องมาเข้าร่วมพิธีบูชายันต์ของฮองเฮาได้ และทำไมกิริยาวาจาของเจ้าถึงแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเยี่ยงนี้?”มัสยาในร่างเสิ่นเมี่ยวหลิงถอนหายใจยาว ยื่นมือสองข้างออกไปข้างหน้าอย่างจนปัญญา“ข้าบอกท่านไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าข้าไม่ได้ชื่อเสิ่นเมี่ยวหลิง! ตัวตนจริงๆ ของข้าคือ มัสยา ข้ามาจากโลกอนาคตอีกห้าร้อยกว่าปีข้างหน้านู่น...มาจากประเทศที่ชื่อว่าประเทศไทย!”จูเซวียนหรงขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย“โลกอนาคต? ประเทศไทย? วาจาเหลวไหลสิ้นดี! มนุษย์ข้ามเวลาได้เยี่ยงไร? แล้วเหตุใดเจ้าต้องพูดจาแปลกประหลาด
last updateHuling Na-update : 2026-10-14
Magbasa pa
ตอนที่ 8 กงล้อโชคชะตากลางมหานครหมิง
ท่ามกลางเสียงพิณบรรเลงแว่วหวานระคนเสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่านางโลมโฉมสะคราญ ภายในห้องรับรองสุดหรูชั้นสามของหอนางโลมอันดับหนึ่งกลางเมืองหลวง กลิ่นเหล้านารีแดงรสเลิศอบอวลตัดกับกลิ่นแป้งร่ำ บุรุษผู้หนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบาย ทว่าท่วงท่านั้นกลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้ลุ่มหลงเขาผู้นั้นคือ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ บุตรชายของฮองเฮาผู้เป็นคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญขององค์รัชทายาท‘จูอวี่เฉิน’ มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตร คิ้วกระบี่พาดเฉียงดวงตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ที่มักจะฉายแววเจ้าสำราญอยู่เป็นนิจ ทว่าในส่วนลึกกลับซ่อนความโหดเหี้ยมเย่อหยิ่งไว้ใต้รอยยิ้มละมุนละไม จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังยกยิ้มขณะกระดกจอกสุราเข้าปากอย่างสุนทรีย์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายล้อมกรอบใบหน้าหล่อเหลาบาดตา ขับให้เขาดูเป็นคุณชายเจ้าสำราญผู้ไม่แยแสโลก ทว่าเบื้องหลังความสำราญนี้กลับซ่อนความทะเยอทะยานที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกรและที่มุมมืดด้านหลังตั่งนอน ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทของ ‘เหลยจวิน’ องครักษ์คู่ใจยืนนิ่งสงบราวกับไร้ตัวตน นัยน์ตาของเหลยจวินเรียบเฉยและเงียบขรึ
last updateHuling Na-update : 2026-10-15
Magbasa pa
ตอนที่ 9 หน้ากากสุภาพบุรุษ กับ กลิ่นอายหึงหวงกลางลมหนาว
เสียงอื้ออึงสรรเสริญและความโกลาหลริมฝั่งคลองขุดหลวงดังเซ็งแซ่ จนสะท้อนขึ้นไปถึงชั้นสามของหอนางโลมอันดับหนึ่งกลางเมืองหลวง เสียงอันกึกก้องของความตื่นตระหนกจากฝูงชนดึงความสนใจของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ ให้ต้องละสายตาจากจอกสุรานารีแดง พระองค์วางจอกขัดเงาลงบนตั่งนุ่มเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาที่ระเบียงไม้ฉลุเพื่อทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่างด้วยความสนพระทัยและทันทีที่นัยน์ตาเรียวยาวดุจพญาหงส์คู่นั้นกวาดไปพบร่างระหงของสตรีที่เพิ่งก้าวพ้นเหนือน้ำ จูอวี่เฉินถึงกับประทับนิ่ง ตะลึงตาค้างไปชั่วขณะ!ภาพตรงหน้าคือดรุณีแรกรุ่นผู้มีรูปโฉมงดงามหยาดเยิ้มจนบดบังทัศนียภาพรอบกายจนสิ้น แม้ในยามนี้เรือนร่างระหงอ้อนแอ้นของนางจะอยู่ในสภาพที่เปียกปอนจนผ้าไหมสีฟ้าครามแนบเนื้อ เส้นผมสีดำขลับลู่ไปตามแผ่นหลังบาง และมีหยาดน้ำใสเกาะพราวตามดวงหน้านวลเนียนอมชมพู ทว่ามันกลับทวีความเย้ายวนใจ ปลุกเร้าสัญชาตญาณบุรุษเพศได้อย่างประหลาด คำเล่าลือเกี่ยวกับความงามฉบับนางล่มเมืองที่เคยได้ยินในตำรา บัดนี้ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้าพระองค์แล้ว“งดงาม...งดงามยิ่งนัก”จูอวี่เฉินพึมพำกับตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่
last updateHuling Na-update : 2026-10-15
Magbasa pa
ตอนที่ 10 รอยจูบท่ามกลางเพลิงริษยา
แรงกระชากอย่างไม่เบามือส่งผลร่างระหงที่ยังคงเปียกปอนของ ‘เสิ่นเมี่ยวหลิง’ ให้ถลันเข้าไปภายในตัวรถม้าหรูหราทันที ประตูไม้หนาหนักถูกปิดกระแทกลงเสียงดังลั่น ก่อนที่ตัวรถม้าจะเริ่มเคลื่อนที่ออกตัวอย่างรวดเร็วตามแรงขับเคลื่อนของม้าศึกภายในพื้นที่อันจำกัดและแสงค่อนข้างสลัวของตัวรถม้า บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายอันหนักหน่วงชวนให้หายใจขัด ‘จูเซวียนหรง’ ยืนตระหง่านค้ำร่างของหญิงสาวเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักบัดนี้มืดครึ้มราวกับพายุฝน นัยน์ตาคมกริบลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและอารมณ์หึงหวงที่ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด ลมหายใจของพระองค์สั่นสะท้านด้วยความโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เจ้าทำตัวเหลวไหลสิ่งใดลงไป! เสิ่นเมี่ยวหลิง!”เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวระคนเดือดดาล พระองค์ก้าวเข้าประชิดจนระยะห่างระหว่างทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ“เป็นถึงสตรีในห้องหอ แต่กลับกระโดดโลดเต้นลงน้ำท่ามกลางสายตาบุรุษนับร้อย มิหนำซ้ำยังยอมให้ชายอื่นแตะเนื้อต้องตัวกอดประคองอย่างง่ายดาย! เจ้าไม่รู้จักคำว่ารักนวลสงวนตัวเลยหรืออย่างไร!”มัสยาในร่างเสิ่นเมี่ยวหลิงที่กำลังสั่นสะท้านเพราะความหนาว เงยหน้ามองสบตาคู่คมนั้นด้วยความโกรธจัด
last updateHuling Na-update : 2026-10-15
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status