แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: รุ่งอรุณ
เมื่อรู้ว่าขั้นตอนการยกเลิกทะเบียนราษฎร์ต้องใช้เวลาถึงครึ่งเดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เสิ่นอี้ฮวนจึงปรึกษากับคุณเสิ่นและคุณนายเสิ่น สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับบ้านตระกูลลู่ก่อน

ครึ่งเดือนนี้ เธอจำเป็นต้องอยู่ข้างกายลู่เฉินโจวต่อไป จะให้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ ไม่ได้เด็ดขาด

ไม่อย่างนั้นด้วยวิธีการของเขา ครอบครัวของพวกเธอคงไม่มีใครหนีรอดไปได้แน่

หลังจากกลับมาที่คฤหาสน์ เสิ่นอี้ฮวนก็เริ่มเก็บของ

ทั้งรูปถ่ายคู่ที่เคยหวงแหนราวกับของล้ำค่า จดหมายรักที่ลู่เฉินโจวเขียนถึงเธอ ของที่ระลึกที่ซื้อด้วยกันตอนไปเที่ยว...เธอโยนพวกมันทั้งหมดเข้าไปในเตาผิง

เปลวเพลิงกลืนกินเรื่องราวในอดีต ราวกับกำลังเผาทำลายความฝันอันน่าขำ

วันรุ่งขึ้น เสิ่นอี้ฮวนเดินไปที่สวนหลังบ้าน

ที่นั่นมีต้นอู๋ถงอยู่เต็มไปหมด เป็นต้นไม้ที่ลู่เฉินโจวปลูกให้เธอด้วยมือของเขาเอง เขาบอกว่าต้นอู๋ถงเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ เหมือนกับความรักที่เขามีต่อเธอ ไม่มีวันร่วงโรย

เสิ่นอี้ฮวนหยิบขวานขึ้นมา โค่นพวกมันลงทีละต้น

พวกคนรับใช้ที่ยืนอยู่ไกล ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ และไม่กล้าห้ามเธอ เสียงหน้าตัดของลำต้นที่หักโค่นดังทึบและบาดแก้วหู ราวกับความยึดติดบางอย่างถูกตัดขาดอย่างโหดร้าย

วันที่สาม เสิ่นอี้ฮวนไปที่ผาคู่รักบนยอดเขา

ที่นั่นมีแม่กุญแจคู่รักแขวนอยู่ บนแม่กุญแจสลักชื่อของพวกเขาเอาไว้ ปีนั้นลู่เฉินโจวกอดเธอ โยนลูกกุญแจทิ้งลงหน้าผา แล้วบอกว่าชาตินี้พวกเขาจะถูกล็อกไว้ด้วยกันตลอดไป

ทว่าตอนนี้ เสิ่นอี้ฮวนใช้คีมตัดสายแม่กุญแจจนขาดสะบั้น

แม่กุญแจร่วงหล่นลงบนพื้น ส่งเสียงดังกังวานใส

เธอหันหลังเดินจากมา โดยไม่หันกลับไปมองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ตอนกลับมาถึงคฤหาสน์ ภายในห้องนั่งเล่นก็มีคนเพิ่มมาอีกสองคน

ลู่เฉินโจวนั่งอยู่บนโซฟา ส่วนหลินชิงหวั่นซบอยู่บนอกของเขา ใบหน้าซีดเซียว บอบบางราวกับสายลมพัดมาเพียงวูบเดียวก็จะล้มพับไป

เสิ่นอี้ฮวนเดินผ่านคนทั้งคู่ ตรงขึ้นไปชั้นบนไปอย่างไร้ความรู้สึก

“หยุดเดี๋ยวนี้” เสียงเย็นชาของลู่เฉินโจวดังขึ้น

เสิ่นอี้ฮวนหยุดฝีเท้า ทว่าไม่ได้หันกลับไป

“เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงพาเขากลับมา” เขาถาม

“ฉันไม่สน”

“หวันหวั่นถูกเธอส่งออกนอกประเทศ แต่เขาปรับตัวไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายวันหลายคืนแล้ว” น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยการตำหนิ “อี้ฮวน ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้”

ในที่สุดเสิ่นอี้ฮวนก็หันกลับมามองพวกเขา

หลินชิงหวั่นจับแขนเสื้อของลู่เฉินโจวด้วยความหวาดหวั่น ทว่าในแววตากลับมีความได้ใจวาบผ่านสายหนึ่ง

“ถ้าฉันไม่ขอโทษล่ะ” เสิ่นอี้ฮวนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ช่างเถอะค่ะ ไม่เป็นไรหรอก...” หลินชิงหวั่นเอ่ยปากอย่างอ่อนแรง “ฉันยอมทนรับความน้อยใจนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงซะ...พี่ก็เป็นภรรยาตัวจริง”

ลู่เฉินโจวกอดเธอแน่นขึ้นทันที “ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องการรู้ความขนาดนี้”

เขาประทับจูบลงบนกระหม่อมของเธอ “วันข้างหน้ามีฉันคอยตามใจ อยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

เสิ่นอี้ฮวนกระตุกมุมปาก รู้สึกประชดประชันเสียเหลือเกิน

คนรับใช้ยกน้ำแกงบำรุงใจมาให้ถ้วยหนึ่ง บอกว่าตั้งใจเตรียมไว้ให้หลินชิงหวั่นโดยเฉพาะ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของลู่เฉินโจวก็ดังขึ้น

เขาปรายตามองชื่อคนโทรเข้ามา ก่อนเอ่ยกับหลินชิงหวั่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เธอได้ยินฉันคุยเรื่องงานทีไรก็ปวดหัวทุกที ฉันจะออกไปรับสายข้างนอก เธอกินน้ำแกงซะนะ”

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินจากไป

เสิ่นอี้ฮวนยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจราวกับถูกขวานจามเข้าใส่อย่างจัง

เมื่อก่อนเขาไม่เคยคุยเรื่องงานข้างนอก เพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับทางธุรกิจ ทว่าตอนนี้ เพื่อหลินชิงหวั่นแล้ว แม้แต่นิสัยนี้เขาก็ยังเปลี่ยนได้

ภายในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงเสิ่นอี้ฮวนกับหลินชิงหวั่น

ความอ่อนแอบนใบหน้าของหลินชิงหวั่นพลันเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหยิ่งผยองของผู้ชนะ

“เห็นแล้วใช่ไหม” เธอหัวเราะเบา ๆ “ถึงเธอจะเป็นคุณนายลู่ตัวจริง แถมยังอาศัยสถานะนี้ส่งฉันไป แต่ทั้งตัวและหัวใจของเฉินโจวก็อยู่ที่ฉันทั้งหมดแหละ”

เสิ่นอี้ฮวนจ้องมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย “เธออยากได้เขา งั้นฉันยกให้เธอเลยแล้วกัน”

หลินชิงหวั่นชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที “ไม่จำเป็นต้องให้เธอมายกให้หรอก! ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเป็นของฉันคนเดียว ตำแหน่งของเธอ ก็ต้องเป็นของฉันเหมือนกัน!”

เมื่อเห็นว่าเสิ่นอี้ฮวนไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

พอดีกับตอนนั้น ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าของลู่เฉินโจวดังขึ้น

แววตาของหลินชิงหวั่นมีความโหดเหี้ยมวาบผ่าน จู่ ๆ เธอก็ยกถ้วยน้ำแกงบำรุงใจที่กำลังร้อนจัดนั้นขึ้นมาสาดใส่ตัวเอง!

“กรี๊ด!” เธอหวีดร้องเสียงแหลม น้ำตาพลันทะลักล้นออกมา

ตอนลู่เฉินโจวพุ่งพรวดเข้ามา ภาพที่เห็นก็คือฉากนี้

หลินชิงหวั่นมีสภาพดูไม่ได้ไปทั้งตัว น้ำยาหยดลงมาตามเสื้อผ้าของเธอ ขณะที่เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า

“เสิ่นอี้ฮวน!” หว่างคิ้วของเขามีความโกรธเจืออยู่ลาง ๆ “เธอไม่ขอโทษก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ถึงกับกล้าทำแบบนี้กับเขาเลยเหรอ?!”

“ฉันไม่ได้ทำ” เสิ่นอี้ฮวนตอบอย่างใจเย็น “ไปเปิดกล้องดูได้เลย”

“ได้ ไปดูสิ!” เขาแค่นหัวเราะ

หลินชิงหวั่นรีบคว้าแขนของเขาไว้ สะอื้นไห้พลางเอ่ย “เฉินโจว ไม่ใช่ความผิดของพี่เขาหรอกค่ะ...ฉันเองที่ไม่ควรเพ้อฝันว่าจะได้อยู่ข้างคุณ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ...”

เธอเพิ่งจะก้าวออกไปได้ก้าวเดียว ลู่เฉินโจวก็กระชากตัวเธอกลับมา

“กว่าฉันจะตามหาตัวเธอกลับมาได้มันไม่ง่ายเลยนะ เธอยังจะหนีไปจากสายตาฉันอีกเหรอ เธออยากให้ฉันตายหรือไง”

เขากอดเธอเอาไว้แน่น ราวกับกำลังโอบกอดของล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาหลังสูญเสียไป

จากนั้น เขาก็หันไปมองเสิ่นอี้ฮวน แววตาเย็นชาจนน่ากลัว

“เรื่องนี้ ฉันจะทวงความยุติธรรมให้เธอเอง”

เสิ่นอี้ฮวนถูกจับขังไว้ในห้องเย็น

ตอนบอดี้การ์ดลากตัวเธอมาผลักเข้าไปข้างใน เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต “ลู่เฉินโจว! คุณไปเช็กกล้องดูสิ! ฉันไม่ได้ทำนะ!”

เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเลยสักนิด เพียงแค่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่ต้องเช็ก ฉันเชื่อแค่เขาคนเดียว”

ประตูห้องเย็นถูกปิดลงอย่างแรง

ความมืดมิดและความหนาวเหน็บพลันกลืนกินเสิ่นอี้ฮวน

เธอขดตัวอยู่ตรงมุมห้องด้วยร่างกายสั่นเทา ทว่าภายในใจกลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าห้องเย็นนี้เสียอีก

นี่น่ะเหรอที่เขาบอกว่าคนที่เขารักที่สุดคือเธอ

เสิ่นอี้ฮวนอดปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นลงมาไม่ได้

แต่ไหนแต่ไรมาเธอเป็นคนร่างกายเย็นและขี้หนาวมาก

หลังแต่งงาน ลู่เฉินโจวทุ่มเงินมหาศาลติดตั้งระบบปรับอุณหภูมิภายในบ้าน แม้แต่ลานนอกบ้านก็ยังอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี

ในยามฤดูหนาว เขามักจะซุกมือและเท้าที่เย็นเฉียบของเธอไว้ในอ้อมอกของเขา พลางเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ชาตินี้ฉันจะให้ความอบอุ่นกับเธอแบบนี้ตลอดไป”

ตอนนี้พอลองนึกดู...

คำสาบานคงเป็นความจริงแค่ตอนที่พูดออกมาเท่านั้นแหละ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 22

    “ขอโทษนะ อี้ฮวน ฉันรักเธอจริง ๆ”“เรื่องก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวกับหลินชิงหวั่น ผมอธิบายได้หมดเลยนะ ผมเข้าใจผิด ผมถูกหลินชิงหวั่นหลอก ผมสั่งสอนเขาไปแล้ว ขอร้องละ พวกคุณอย่าใจร้ายขนาดนี้ได้ไหม”“ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะ ผมจะไม่มีวันทำร้ายอี้ฮวนอีกเป็นอันขาด! ไม่งั้นผมจะไปแต่ตัว! ไม่สิ ผมโอนทรัพย์สินทั้งหมดไปเป็นชื่ออี้ฮวนตอนนี้เลยก็ยังได้!”ลู่เฉินโจวอ้อนวอนอย่างต่ำต้อย ทั้งยังหยิบเศษกระเบื้องแตกชิ้นหนึ่งขึ้นมา จ่อไว้ที่คอของตัวเองแถมยังฝืนจับมือข้างหนึ่งของเสิ่นอี้ฮวน บังคับให้เธอเป็นคนกุมชีวิตของเขาเขาเผยรอยยิ้มอันบ้าคลั่ง ทั้งที่ภายในใจขมขื่น “อี้ฮวน ถ้าเธอเกลียดฉัน จะฆ่าฉันก็ยังได้ ขอแค่อย่าปฏิเสธฉันก็พอ ฉันทนรับอนาคตที่ไม่มีเธอไม่ได้จริง ๆ”“ฉันจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ฉันขาดเธอไม่ได้เด็ดขาด เธอจะลงโทษฉันยังไงก็ได้ ฉันยอมทุกอย่าง จะจับฉันไปขังไว้ในห้องเย็น หรือจะจับฉันเข้าคุก จะทุบตีหรือด่าทอฉันยังไงก็ได้ ขอแค่เธออย่าทิ้งฉันไปก็พอ!”เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เสิ่นอี้ฮวนก็รู้สึกขนลุกซู่ เธอดึงมือกลับมาอย่างแรง โดยไม่สนว่าคอของเขาจะถูกบาด ทั้งยังตบหน้าเขาไปอีกฉาดหนึ่งด้วยความโกรธจ

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 21

    หลังจากได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ เสิ่นอี้ฮวนก็นิ่งอึ้งไปเนิ่นนานถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าในความทรงจำที่ถูกปิดผนึกของเธอนั้น เคยมีเงาร่างของโจวฉู่มู่ปรากฏอยู่จริง ๆเพียงแต่ในตอนนั้นเธอถือว่าเขาเป็นแค่เพื่อนของลู่เฉินโจว จึงไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งวันนี้ ตอนเสิ่นอี้ฮวนได้ยินคำสารภาพรักของโจวฉู่มู่ ภายในใจก็รู้สึกซาบซึ้ง ทว่าก็อดรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้างไม่ได้เธอคู่ควรกับความรักอันแสนจริงใจของเขาแบบนี้จริง ๆ น่ะเหรอเธอยังไม่ได้รักเขามากขนาดนั้นเลยความรักช่วงนี้ของเธอกับลู่เฉินโจวแทบจะสูบพลังใจของเธอไปจนหมดสิ้น หรือถึงขั้นทำให้เธอกลายเป็นคนกลัวการสูญเสียเธอกลัวมากว่าถ้าทุ่มเทให้หมดทั้งใจอีกครั้งแล้วจะต้องบอบช้ำไปทั้งตัวเพราะโจวฉู่มู่อีกเธอไม่มีแรงพอจะทนกับหกปีต่อไปได้อีกแล้วโจวฉู่มู่รับรู้ได้ถึงความอ่อนแอภายในใจของเธอ เขาจึงเป็นฝ่ายกุมมือเธอขึ้นมา แล้วประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันอุณหภูมิร่างกายของเขาถ่ายทอดมาถึงมือของเสิ่นอี้ฮวน หัวใจก็พลอยอบอุ่นขึ้นมาด้วยได้ยินเพียงน้ำเสียงอ่อนโยนของเขาเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องกลัว ไม่ใช่ว่าความรักทุกครั้งจะต้องจบลงด้วยตอนจบที่สมบูรณ์แบบหรอกนะ ถ้าไม

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 20

    พอคุณเสิ่นกับคุณนายเสิ่นเห็นลู่เฉินโจวก็โมโหขึ้นมา ไม่ปั้นหน้าดีด้วยเลยสักนิด“คุณลู่ คุณกับเรามันคนละเส้นทางกัน กลับไปเป็นคุณชายของคุณเถอะค่ะ อยากได้ผู้หญิงกี่คนก็แค่เอ่ยปากมาคำเดียว เล่นจนเบื่อแล้วก็ทิ้งไปได้เลย แต่อี้ฮวนของเราไม่ใช่ของเล่นของคุณไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของคุณ!”“ลูกสาวที่แสนดีของเราแต่งงานกับคุณแล้วต้องเจ็บปวดไปตั้งเท่าไหร่ ต้องทนทุกข์ทรมานไปตั้งเท่าไหร่ ในใจคุณไม่รู้บ้างเลยเหรอ! คุณจับลูกสาวของฉันไปขังคุกได้ยังไง! แถมยังรังแกเธอมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง! เธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มาเจอผู้ชายใจดำอย่างคุณ!”คุณเสิ่นกับคุณนายเสิ่นยิ่งพูดยิ่งโมโห ร้องไห้ปาดน้ำตาไปพลาง ทุบตีลู่เฉินโจวไปพลางลู่เฉินโจวก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้พวกเขาทุบตีตามใจชอบทว่าเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง “แล้วโจวฉู่มู่ล่ะ เขาก็เป็นคุณชายเหมือนผม พวกคุณไม่กังวลเหรอว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นเหมือนผม”ยังไม่ทันรอให้คุณเสิ่น คุณนายเสิ่น และเสิ่นอี้ฮวนตอบ โจวฉู่มู่ก็ชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน“ฉันจะเป็นเหมือนนายไหม ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็พอ ฉันเชื่อว่าตัวเองจ

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 19

    ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตรงหน้าคล้ายกับมีแผ่นหลังที่คล้ายคลึงกับเสิ่นอี้ฮวนวาบผ่านไปเธอยังควงแขนชายชาวต่างชาติคนหนึ่งอยู่ด้วย!หัวใจทั้งดวงราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำส้มสายชู ปวดหนึบจนแทบทนไม่ไหวลู่เฉินโจวกำหมัดทั้งสองข้างแน่น ขอบตาแดงก่ำพลางจ้ำอ้าวพุ่งเข้าไปหา ปล่อยหมัดซัดเข้าใส่ชายชาวต่างชาติคนนั้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังพลั่ก“แกปล่อยเมียของฉันนะ!”“เธอเป็นภรรยาคุณเหรอ คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถ้าเธอเป็นภรรยาคุณ แล้วผมเป็นใครล่ะ”ชายชาวต่างชาติถ่มเลือดออกมาคำหนึ่ง เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อทั้งยังสวนหมัดกลับไปหาเขาด้วยความโกรธ ทว่ากลับถูกลู่เฉินโจวใช้มือรับเอาไว้ได้หญิงชาวจีนโพ้นทะเลที่อยู่ข้างกายเขารีบเข้ามาปกป้องชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยผสมโรง “คุณเป็นคนบ้ามาจากไหนเนี่ย ฉันไม่รู้จักคุณสักหน่อย! ที่รัก เราไปกันเถอะ!”เธอจ้องมองลู่เฉินโจวด้วยความระแวง กระทั่งวินาทีนี้ เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขาจำคนผิดแค่แผ่นหลังคล้ายกันเท่านั้น เขากลับลนลานไปหมด“ขอโทษครับ” ลู่เฉินโจวเอ่ยเสียงอู้อี้หลังจากชดใช้เงินไปก้อนหนึ่ง เขาก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางการตามหาที่ไม่มีวันสิ้นสุดอีกครั้งหากไม่ใช่เพราะประสบกา

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 18

    ถึงอย่างไรก็เป็นอย่างที่โจวฉู่มู่พูด เสิ่นอี้ฮวนอาจไม่มีวันหันหลังกลับมาอีกแล้วทว่าไม่ว่าลู่เฉินโจวจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวทิ้งขว้างชีวิตตัวเองอย่างไร เขาก็ยังคงฟื้นขึ้นมาอยู่ดีพวกโจวฮ่วนเป็นคนส่งเขามาที่โรงพยาบาลเมื่อเห็นเขาฟื้นขึ้นมา ในที่สุดโจวฮ่วนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก บ่นพึมพำยืดยาวว่า“พี่ลู่ ผมรู้ว่าพี่อารมณ์ไม่ดี แต่ยังไงก็ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นแบบนี้นะ”“ถ้าพี่ตายไปจริง ๆ เสิ่นอี้ฮวนก็จะไม่มีวันรู้เลยว่าพี่เสียใจแล้ว ถึงพี่ชายผมจะชอบเธอ แต่เขาก็ยังหาเธอไม่เจอ พี่ก็ยังมีโอกาสอยู่นะ ต่อให้จะกลับมาคืนดีกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องอธิบายเรื่องทุกอย่างในตอนนี้ให้เธอฟังให้ชัดเจน บอกเธอว่าพี่เสียใจแล้ว”“หรือพี่อยากให้ภาพลักษณ์ของพี่ในใจเธอย่ำแย่ไปตลอดเหรอ หรือพี่อยากให้เธอเกลียดพี่ไปตลอดชีวิต”ลู่เฉินโจวรับฟัง สีหน้าดูหวั่นไหวเล็กน้อยผ่านไปเนิ่นนาน เขาถึงพยักหน้า “นายพูดถูก ฉันต้องตามหาเธอให้เจอ ต้องขอโทษครอบครัวของพวกเธอ และอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน ไม่แน่ว่าเธออาจยอมให้อภัยฉันก็ได้”โจวฮ่วนและคนอื่น ๆ ไม่ได้พูดทำลายความเพ้อฝันที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้ของเขามีความหวัง

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 17

    “ขอโทษ...ฉันขอโทษ...”เขาเอ่ยคำขอโทษนับประโยคไม่ถ้วนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าคนที่ควรจะได้ยินจริง ๆ ในเวลานี้กลับไม่ได้อยู่ข้างกายเขาแล้วน้ำตาทำให้สายตาพร่ามัว ภาพการพบกันครั้งแรกกับเสิ่นอี้ฮวนราวกับปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้งนั่นเป็นบ่ายของฤดูร้อนที่แสนจะธรรมดาวันหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีฝนไล่แดดตกลงมาเธอไม่มีร่ม แถมยังสวมชุดกระโปรงสีขาว พอถูกฝนก็เปียกไปหมด ชุดกระโปรงแนบลู่ไปกับลำตัว จนกลายเป็นกึ่งโปร่งใสเสิ่นอี้ฮวนก็ตระหนักถึงความไม่เรียบร้อยบนร่างกายเช่นกัน เธอมีสีหน้าลำบากใจ พยายามปกปิดจุดสงวนอย่างสุดชีวิต เม็ดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย สาดกระหน่ำจนเธอเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเขาขับรถผ่านมา เพียงแค่ปรายตามองเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ สายตาทั้งหมดก็ถูกเธอดึงดูดไป หัวใจก็เต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้ในเวลานั้น เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนที่สุดว่าเขาหวั่นไหวเข้าให้แล้วดังนั้นเขาจึงจอดรถ เปิดประตูรถแล้วเอ่ยถามเธอ “ขึ้นรถมาจัดการตัวเองหน่อยไหม เหมือนคุณจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นะ”เสิ่นอี้ฮวนเงยหน้าขึ้นตามเสียง วินาทีที่สบตากับเขา หัวใจของลู่เฉินโจวแทบจะกระเด็นออกมาจากคอหอย สมองหยุดการประ

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 8

    สามวันหลังจากนั้นคือฝันร้ายที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเสิ่นอี้ฮวนเธอถูกผลักไส ถูกด่าทอ กระทั่งถูกคนจงใจขัดขาล้ม หัวเข่ากระแทกเลือดอาบไม่มีใครทำแผลให้เธอ และไม่มีใครให้น้ำสะอาดเธอหยดเข้าปากเลยแม้แต่อึกเดียวเธอขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง กัดฟันนับเวลาถอยหลังอีกสามวัน เธอก็จะเป็นอิสระแล้วพลบค่ำของวันที

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 7

    เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วเสิ่นอี้ฮวนพยุงร่างกายอันอ่อนแอลงจากเตียง เตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลตอนที่เดินผ่านห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง เธอได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของหลินชิงหวั่นดังออกมาจากข้างใน“พ่อคะ แม่คะ นี่เฉินโจว แฟนของหนูเองค่ะ”เสิ่นอี้ฮวนหยุดฝีเท้าเธอกวาดสายตามองลอดผ่านรอยแย

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 6

    เสิ่นอี้ฮวนเดินโซเซออกจากห้องจัดเลี้ยง แก้มปวดแสบปวดร้อน รอยเลือดตรงมุมปากแห้งกรังไปแล้วเธอไม่ได้เรียกคนขับรถ แต่ขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตัวเองขณะที่หมอทายาให้ เธอก็มองตัวเองในกระจกใบหน้าซีกหนึ่งบวมแดง มุมปากถลอก นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยช่างดูไม่ได้เลยจริง ๆเธอกระตุกมุมปาก ทว่ากลับไปกระทบ

  • คนที่เคียงคู่จนสุดทาง   บทที่ 5

    วันจัดงานเลี้ยงวันเกิด ลู่เฉินโจวขับรถมารับเธอด้วยตัวเองบนรถมีเพียงเขาคนเดียว“ไม่พาหลินชิงหวั่นมาแล้วเหรอ” เสิ่นอี้ฮวนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบลู่เฉินโจวขมวดคิ้ว “วันหลังฉันจะหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเธอเจอกัน จะได้ไม่ต้องทำให้เธออารมณ์เสียอยู่เรื่อย”เสิ่นอี้ฮวนกระตุกมุมปากเขาไม่ได้กลัวว่าเธอจะโกร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status