Share

บทที่ 2

Penulis: เฟิงลู่
แม่เป็นคนจากทางใต้ แต่กลับมีมาดแบบหญิงแกร่งชาวเหนือ ทำอะไรก็ฉับไว เป็นคนใจกว้าง

คุณลุงที่โต๊ะนั้นมีใบหน้าแดงก่ำ หัวเราะร่าแล้วรับคำว่า “ก็ใช่น่ะสิ พวกเรานี่นะ เด็กๆ โตไล่หลังมาเสียจนแก่กันหมดแล้ว เอ่อ เวิ่นเหอใช่ไหม เด็กสองคนนี้จะแต่งกันเมื่อไหร่ก็อย่าลืมชวนพวกเราไปด้วยนะ จะได้ครึกครื้นกันให้เต็มที่”

“แน่นอนค่ะ ต่อให้ลืมใครก็ลืมคุณไม่ได้หรอก คุณเป็นลุงใหญ่แท้ๆ ของชิงเฟิง ยังไงก็ต้องนั่งที่นั่งสำคัญในงานเลี้ยงอยู่แล้วค่ะ”

หัวข้อสนทนาเปลี่ยนจากเรื่องจะสมัครมหาวิทยาลัยไหน ไปเป็นการแบ่งหน้าที่และช่วยกันจัดงานแต่งอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพรุ่งนี้ก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว คนที่นั่งอยู่ต่างกระตือรือร้นเข้าร่วมกันเต็มที่ แม้แต่เด็กตัวเล็กที่สูงไม่ถึงเข่ายังร้องจะเป็นเด็กโปรยดอกไม้กันให้ได้ แต่ละคนกระตือรือร้นกันเสียเหลือเกิน

บทสนทนาแบบคิดกันไปไกลอย่างนี้ของพวกเธอ ฉันเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง จะเถียงก็เถียงไม่ไหว จะห้ามก็ห้ามไม่ได้ สู้ทำเป็นไม่ได้ยินเสียเลยยังจะง่ายกว่า เพราะฉะนั้น ถึงทุกคนจะคุยกันอย่างออกรส ฉันก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาจัดการกุ้งตัวโตที่กองพูนจนเป็นยอดอยู่ในชาม

สำหรับฉัน ชอบเว่ยชิงเฟิงก็ส่วนชอบ แต่เรื่องแต่งงานอะไรพวกนั้นยังอีกไกล จะมาคุยกันตอนนี้ก็ยังเร็วเกินไป อีกอย่าง งานแต่งของพวกเราอย่างน้อยก็ควรให้พวกเราตัดสินใจกันเองบ้างไม่ใช่เหรอ จะให้คนอื่นจัดการให้หมดทุกเรื่องไม่ได้ ฉันก็ต้องมีสิทธิ์มีเสียงบ้างสิ

ความคิดที่ว่าถ้าจะแต่งก็ต้องแต่งกับเว่ยชิงเฟิงนั้น ฉันไม่ได้พูดเล่นๆ งานแต่งของฉันกับเขาต้องจัดเตรียมตามความต้องการของเราถึงจะดีที่สุด

ทว่า นี่เป็นเพียงความคิดของฉันฝ่ายเดียวเท่านั้น

ตอนนั้นฉันยังเด็ก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแท้จริงแล้วความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันได้ยังไง

เมื่อฉันเข้าใจเรื่องนี้ หัวใจก็เจ็บปวดเพราะความรักไปเสียแล้ว หัวใจจริงแท้ในวัยเยาว์ดวงนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลพาดผ่านและชุ่มไปด้วยเลือด

เว่ยชิงเฟิงในวันนั้นผิดไปจากที่ฉันคาดไว้มาก เรียกได้ว่าทำให้ฉันตกตะลึงอย่างยิ่ง

เขาใช้บาดแผลและเลือดของตนบีบให้ฉันเลิกชอบเขา

เขาที่กำลังกินข้าวอยู่จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นโดยไม่มีวี่แววมาก่อน เพราะออกแรงมากเกินไป ขาเก้าอี้จึงไถลไปบนพื้นเป็นทางยาว ก่อนตัวเก้าอี้จะล้มลงกับพื้นดังโครม เสียงนั้นบาดหูเสียจนชวนเสียวฟัน

เดิมทีฉันกำลังกินอย่างตั้งอกตั้งใจ พอถูกการกระทำกะทันหันของเขาทำให้ตกใจ ฉันก็หันไปมองเขาตามสัญชาตญาณ ทั้งที่ในปากยังมีเนื้อกุ้งครึ่งชิ้นค้างอยู่

เว่ยชิงเฟิงในสภาพแบบนั้น ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

เขายืนอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ ร่างสูงผอมสั่นเล็กน้อย ดวงตาราวกับพ่นเปลวไฟแห่งความโกรธ ดูเหมือนจะถูกทำให้คับข้องใจอย่างใหญ่หลวงจนโกรธแทบทนไม่ไหว

“ก็เพราะเธอนั่นแหละ ตามติดฉันอยู่ได้ทั้งวัน พูดก็ไม่ฟัง ด่าก็ไม่ฟัง ยังหน้าด้านหน้าทนอีก ฉันบอกไว้เลยว่าต่อจากนี้อยู่ให้ห่างฉัน ห้ามตามฉันอีก”

ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะพูดคำนี้ออกมา นิ่งอึ้งไปอย่างงุนงง เนื้อกุ้งครึ่งชิ้นหล่นลงพื้นโดยไร้เสียง เลือดทั่วร่างพลุ่งขึ้นศีรษะในชั่วพริบตา เสียงหึ่งๆ ดังอยู่ในหู ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับลุกเป็นไฟ

คำพูดของเขาครั้งนี้แรงมาก แทบไม่ต่างอะไรจากการประณามฉันต่อหน้าทุกคนว่าเป็นคนหน้าด้านที่คอยตามประจบเอาใจเขาอย่างไร้ศักดิ์ศรี

น้ำตาเอ่อขึ้นมาในทันที เหมือนมีอะไรอุดลำคอไว้ ทำเอาจุกเสียจนเจ็บมาก

ชิงเฟิง ฉันทำอะไรผิด นายถึงต้องทำให้ฉันอับอายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้? ฉันก็แค่ชอบนาย อยากอยู่กับนายเท่านั้น หรือว่าการชอบนายเป็นความผิดของฉัน? หรือที่จริงแล้วการที่ฉันชอบนาย สำหรับนายมันคือความอัปยศที่ทำให้นายรังเกียจเหลือเกิน?

นายจะไม่ชอบฉันก็ได้ จะไม่อยากสนใจฉันก็ได้ แต่ก็ควรหาเวลาที่เหมาะสมพูดกับฉันให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันหลงคิดไปเอง แล้วกลับมาพูดให้ฉันดูเหมือนคนหน้าด้านที่ตามตื๊อไม่เลิก ไม่มีค่าอะไรเลย

ฉันไม่ได้หน้าด้านตามตื๊อนายไม่เลิกขนาดนั้นจริงๆ ฉันก็แค่ชอบนายเท่านั้น

ชิงเฟิง นี่คือวิธีที่นายใช้บีบให้ฉันเลิกชอบนายใช่ไหม? นายใจร้ายเหลือเกิน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 30

    ฉันรอจนเสียงฝีเท้าของแม่ลับหายไปจากทางเดิน ก็พรวดลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งไปวิ่งมาในบ้านอย่างตื่นเต้นอยู่หลายรอบนอนมาสิบกว่าวันแล้ว ถ้ายังไม่ขยับตัวเสียบ้าง รู้สึกว่าแข้งขาคงจะเสื่อมหมดแล้วขณะที่ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี เว่ยชิงเฟิงก็โทรเข้ามาฉันสงบลง ขมวดคิ้วพลางคิดว่าจะรับสายดีไหมหลังจากที่เว่ยชิงเฟิงไม่แยแสว่าฉันจะเป็นหรือตาย ความผิดหวังที่ฉันมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นพอนึกย้อนถึงวันที่ฉันบาดเจ็บ ทั้งความเย็นชาที่เขามีต่อฉันและความอ่อนโยนเอาใจใส่ที่เขามีต่อฮวาหรุ่ย ที่จริงฉันก็เสียใจมากฉันไม่ได้ต้องการอะไรมาก ในเมื่อนายบอกว่าเห็นฉันเป็นน้องสาว ก็แค่ใส่ใจฉันบ้างเหมือนที่พี่ชายควรใส่ใจน้องสาวก็พอ ไม่ใช่วางตัวเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวข้องตลอดเรื่อง ฉันต้องการแค่นั้นเองพอลองคิดให้ดีอีกที ฮวาหรุ่ยเป็นแฟนของเขา ส่วนฉันก็เป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน เขาจะดีกับแฟนตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วความเสียใจของฉันเอง จะมองว่าเป็นความหึงหวงอีกรูปแบบหนึ่งก็คงไม่ผิดนัก!ช่วงหลายวันที่ฉันพักฟื้นอยู่บ้าน เขาแวะเอาของกินมาส่งให้หลายครั้ง ล้วนเป็นของที่คุณน้าทำมาให้ฉันบำรุงร่างกาย แม่รับไว้ทุกครั้ง

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 29

    ทั้งที่เว่ยชิงเฟิงรู้ว่าฉันบาดเจ็บ แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมเลย จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันหวังเหลือเกินว่าสักครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะได้เห็นเขานั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง คอยปอกแอปเปิลให้ฉัน ตอนนั้นคงมีแสงแดดงดงามส่องลงบนตัวเขา ราวกับเป็นเทพเจ้าของฉันตอนเที่ยงของวันที่สามที่นอนโรงพยาบาล ฉันเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ถูกกดให้เบาดังมาจากหน้าประตูเสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของเว่ยชิงเฟิงกับฮวาหรุ่ย เพียงแต่มีประตูกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนักดูเหมือนเว่ยชิงเฟิงจะมาเยี่ยมฉัน แต่ฮวาหรุ่ยไม่ยอม ทั้งสองจึงมีปากเสียงกันอยู่หน้าประตูอย่างไม่ค่อยพอใจกันนักพรุ่งนี้ฉันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจะมาเยี่ยมฉันหรือเปล่า ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หากเพราะการที่เขามาเยี่ยมฉัน ทำให้ฮวาหรุ่ยเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ก็มีโอกาสมากที่จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ฉัน สู้ไม่มาเสียยังดีกว่าในแง่ความรู้สึก ฉันหวังว่าเขาจะมาได้ แต่ฉันก็ยังมีสติยั้งคิดอยู่ฟังไปฟังมา ฉันก็หลับไปอีกครั้ง จนกระทั่งแม่ผลักประตูเข้ามา ฉันถึงค่อยตื่นขึ้นบาดเจ็บครั้งนี้ทำเอาฉันตกใจกลัวมากจริงๆ ห

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 28

    ดวงฉันนี่นะ แค่ปีนเขายังเจอเรื่องถึงเป็นถึงตายได้ ไม่มีใครเกินฉันแล้วจริงๆจางชิงชิงกับพวกเพื่อนยังคงตะโกนอะไรบางอย่างลงมาจากข้างบนอย่างร้อนรนไม่หยุด แต่ในหูฉันมีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเถาวัลย์เส้นนี้ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงเข้าไว้ อย่าได้ขาดแล้วร่วงลงสู่เหวลึกไปพร้อมกับฉันเชียวฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าต้องตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ไหวจนเสียสติ ฉันกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกฝังอยู่ในความมืดตลอดไป และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกที่นี่เป็นเขตท่องเที่ยว บนเขามีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพอชายหนุ่มสองคนช่วยฉันขึ้นมาจากกลางเขาได้ เว่ยชิงเฟิงถึงค่อยจูงมือฮวาหรุ่ยวิ่งมาหาฉันด้วยกัน “หลานเยว่ ทำไมเธอถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า?”นี่ถามอะไรไม่เข้าท่าเลย? ตกหน้าผาขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง?เพื่อให้ปีนเขาได้สะดวก ฉันจึงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าแขนและขาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาล้วนมีบาดแผลมากน้อยต่างกันไป ทั่วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แม้แต่ฉันเองเห็นแล้วยังรู้สึกว่าน่ากลัว

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 27

    หลิวจื่อเดินตามอยู่ข้างฉัน คอยบ่นพึมพำไม่หยุดว่าเว่ยชิงเฟิงทั้งใจร้ายทั้งตาถั่ว สักวันต้องเสียใจแน่ แล้วก็บอกว่าดูยังไงฮวาหรุ่ยก็ไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้ฉันเห็น เธอยังบอกอีกว่าฮวาหรุ่ยดูเป็นพวกทำตัวใสซื่อแต่จริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนซื่อๆ ทึ่มๆ อย่างฉันจะไปสู้เธอได้ยังไงหลิวจื่อมีสีหน้าเดือดดาลแทนฉันเต็มที่ ฉันไม่ได้ขัดเธอ ปล่อยให้พูดจนหมดเสียก่อน แล้วค่อยบอกว่าเรื่องระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอีกเธอกัดฟันบ่นว่าฉันไม่เอาไหนเสียยกใหญ่ ท่าทางแบบนั้นกลับเหมือนแม่แก่ๆ ที่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจแทบตายกับเรื่องแต่งงานของฉันฉันเข้าใจดีว่าเธออยากปกป้องฉัน แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ฉันเองก็ถอยห่างจากเว่ยชิงเฟิงแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่าง การที่ฉันชอบเขาก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเขาส่วนที่เขาชอบฮวาหรุ่ยก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉันต่างคนต่างจัดการเรื่องของตัวเองก็แล้วกันหลิวจื่อทั้งขัดใจทั้งผิดหวังในตัวฉัน เธอบอกว่าผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงที่ทำตัวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนใจดีระดับแม่พระอย่างฉ

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 26

    ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มขื่นๆ“เว่ยชิงเฟิง นี่แฟนนายนี่นา แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”ฮวาหรุ่ยซบอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยชิงเฟิง ยิ้มอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดว่าเธอคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจ“โอ้ มีแฟนเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? คงไม่เกี่ยวอะไรกับเลขสามหรอกนะ” จางชิงชิงเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เธอไม่สนใจสัญญาณที่ฉันส่งให้แม้แต่น้อย แถมยังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเพื่อนสาวพวกนี้รู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเว่ยชิงเฟิง เรื่องที่ตอนนั้นฉันถูกเขาด่ายกใหญ่ต่อหน้าคนอื่น พวกเธอก็รู้กันทุกคน แถมยังพากันด่าเว่ยชิงเฟิงกลับอยู่หลายวันเพราะเรื่องนี้ยัยจางชิงชิงนี่เข้าข้างพวกเดียวกันสุดๆ คงกำลังคิดหาทางเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันอยู่แน่ฉันยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ยัยนี่จริงๆ เลย เรื่องไหนไม่ควรพูดก็ยังจะหยิบขึ้นมาพูดอีก รู้จักคิดบ้างได้ไหม ช่วยไว้หน้าเพื่อนรักของเธอสักหน่อยเถอะ!“เธอยังไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะคบกันเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?” เว่ยชิงเฟิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ“พวกนายสองคนไม่ใช่ว่า...อื้อ...”หลิวจื่อที่อยู่

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 25

    ฉันยิ้มพลางซบไหล่คุณน้า ออดอ้อนเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณน้า ต่อไปอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าแฟนฉันรู้เข้า เขาจะไม่สบายใจเอา”คืนนั้นฉันนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานก็ยังข่มตาหลับไม่ลง ความเจ็บปวดตรงกลางอกแผ่ลามไม่หยุด ฉันได้แต่กัดฟันทนเอาไว้พอใกล้เที่ยงคืน เขาก็ส่งข้อความไลน์มาหาฉันว่า “มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ? เขาเป็นใคร?”ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตาไม่กะพริบอยู่นาน จนตาล้าไปหมดไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ยังไงก็ไม่ใช่นาย แล้วนายจะถามให้มากความไปทำไม?ฉันปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบแล้วโยนไปไว้ปลายเตียง ไม่ได้ตอบข้อความกลับฉันจะมีแฟนรึเปล่า เขาเป็นใคร ล้วนเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเว่ยชิงเฟิง ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้เขารู้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันออกจากบ้านทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นัดเพื่อนสมัยมัธยมปลายไว้หลายคนเพื่อไปปีนเขาด้วยกันหลังจากเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่อยากเจอเว่ยชิงเฟิงเอามากๆ แต่ทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันเกินไป จนแม้แต่การบังเอิญเจอกันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วถ้าไม่อยากเจอเขา ก็มีแต่ต้องหลบออกไปข้างนอก นี่แหละคือเหตุผลแรกเริ่มที่ฉันไปปีนเขาฉันเป็นคนถนัดกีฬาอยู่แล้ว เมื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status