Share

บทที่ 8

Author: เฟิงลู่
คุณพ่อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตกลง พรุ่งนี้ผมจะเริ่มดูๆ บ้านที่อื่นเอาไว้บ้าง”

น้ำตาของฉันพลันไหลทะลักออกมา

ทั้งร้องไห้ให้กับความรู้สึกดีๆ ของตัวเองที่ถูกย่ำยีจนไร้ค่า และยิ่งร้องไห้ให้กับความรักและการปกป้องอย่างสุดหัวใจที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ฉัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกท่านก็จะเป็นคนที่รักฉันมากที่สุดตลอดไป

ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง ทว่ากลับข่มตาไม่ลง เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาฉายซ้ำไปมาในหัว

หัวใจของฉันเจ็บปวดเหลือเกิน น้ำตายังคงพรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ

เด็กหนุ่มที่ฉันทุ่มเทความรู้สึกชอบให้จนหมดหัวใจ สุดท้ายแล้วระหว่างฉันกับเขาก็ไร้วาสนากัน

อนาคตข้างหน้า พวกเราจะต้องเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกันสองสาย ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไกลออกไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

ชิงเฟิง เด็กหนุ่มของฉัน ความฝันของฉัน ลาก่อน!

วันถัดมาเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันนอนเอื่อยๆ อยู่บนเตียงและไม่อยากลุกจากเตียงเลย

คุณพ่อกับคุณแม่เข้ามาดูฉันหลายครั้ง พอเห็นฉันปกติดีไม่มีอะไรน่าห่วง ต่างก็ตามใจปล่อยให้ฉันนอนต่ออีกสักพัก

ตอนที่ลุกขึ้นมาก็เกือบจะแปดโมงแล้ว ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กำลังกินโจ๊กหอมกรุ่นที่แม่คอยอุ่นไว้ให้ฉันตลอด และผักดองที่เพิ่งคลุกใหม่ๆ

คุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่คนละข้างคอยอยู่เป็นเพื่อนฉัน ท่าทางที่ระมัดระวังเป็นพิเศษของท่านทั้งสอง เห็นแล้วทำให้ฉันปวดใจเหลือเกิน

เป็นเพราะความอ่อนแอไม่เอาถ่านของฉันแท้ๆ ที่ทำให้พ่อแม่ต้องมาคอยเป็นห่วง เป็นความผิดของฉันเอง

อันที่จริงฉันไม่ได้มีความอยากอาหารเลยสักนิด แต่เพื่อไม่ให้พ่อแม่ต้องกังวล ฉันจึงฝืนใจกินโจ๊กจนหมดชามเต็มๆ และกินผักดองไปจนหมดครึ่งจาน

เพิ่งจะวางตะเกียบลง ก็มีคนมาเคาะประตู

คุณแม่เกาะตาแมวส่องดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกฉันกับพ่ออย่างไร้เสียงว่าคนที่มาคือครอบครัวของคุณอาเว่ย

ความอับอายเมื่อวานยังคงติดตา ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกเขาจริงๆ จึงหมุนตัวกลับเข้าห้อง ปล่อยให้เรื่องตรงนี้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่

คุณแม่เปิดประตูออก แล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ “เช้าขนาดนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“เวิ่นเหอ เรื่องเมื่อวานทั้งหมดเป็นความผิดของชิงเฟิงเอง ฉันกับเหล่าเว่ยเลยพาเขามาขอโทษพวกเธอ” คุณน้าเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ

คำขอโทษที่มาช้าแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร? ถ้าฉันหักขาเธอ ควักหัวใจเธอออกมา แล้วค่อยเอ่ยปากขอโทษเธอสักคำ เธอยินยอมพร้อมใจทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยได้งั้นเหรอ?

ความเจ็บปวดก็คือความเจ็บปวด ไม่ใช่สิ่งที่แค่ขอโทษแล้วจะกอบกู้กลับคืนมาได้

“สิ่งที่เว่ยชิงเฟิงพูดมาก็เป็นเรื่องจริง เสี่ยวเยว่ผิดเองจริงๆ นั่นแหละ เมื่อคืนฉันก็ด่าแกไปแล้ว รับรองว่าต่อไปนี้แกจะไม่ไปรบกวนเว่ยชิงเฟิงอีกแน่นอน พวกเธอวางใจเถอะ ส่วนเรื่องขอโทษน่ะไม่จำเป็นหรอก เขาไม่ได้ทำอะไรผิด จะมาขอโทษอะไรกัน พวกเรารับไว้ไม่ไหวหรอก ไม่มีธุระอะไรก็กลับไปเถอะ เสี่ยวเยว่ยังนอนอยู่ อย่ากวนจนแกตื่นเลย”

“เวิ่นเหอ อย่าทำแบบนี้สิ เธอเห็นชิงเฟิงมาตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอกนะ เรื่องเมื่อวานเขาเองก็เสียใจมาก เช้าตรู่ก็ดึงดันจะมาขอโทษให้ได้ ที่ทำให้เสี่ยวเยว่ต้องช้ำใจเป็นความผิดของชิงเฟิงเอง การมาขอโทษคือสิ่งที่สมควรแล้ว เวิ่นเหอ เธอจะตบตีหรือด่าทอพวกเรายังไงก็ได้ แต่ให้พวกเราเข้าไปคุยข้างในจะได้ไหม?”

“ไม่จำเป็น...” นี่เป็นครั้งแรกที่แม่พูดกับคุณน้าแบบนี้ เรื่องคราวนี้ทำให้แม่โกรธจัดจริงๆ

“พอเถอะที่รัก ผู้มาเยือนถือเป็นแขก เชิญพวกเขาเข้ามาเถอะ มีอะไรก็คุยกันให้ชัดเจนไปเลยทีเดียว จะได้ไม่ต้องมาลำบากใจเรื่องการวางตัวในฐานะเพื่อนบ้านกันอีก แล้วพาลจะทำให้ชิงเฟิงเสียเวลาไปเปล่าๆ เหล่าเว่ย เหม่ยน่า เข้ามากันเถอะ”

แม่หลีกทางให้ตรงประตูอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วพวกเขาทั้งสามคนก็เดินเรียงแถวกันเข้ามา

พ่อเชิญให้พวกเขาไปนั่งที่โซฟา แล้วจัดแจงรินน้ำชามาต้อนรับตามมารยาท

เมื่อก่อนตอนที่อาเว่ยมาบ้านเรา เขาก็ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ถึงขนาดหยิบชาต้าหงเผาของคุณพ่อไปชงดื่มเองด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ พ่อกลับต้อนรับขับสู้พวกเขาเหมือนเป็นเพียงแขกคนหนึ่ง

เพียงชั่วข้ามคืน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 30

    ฉันรอจนเสียงฝีเท้าของแม่ลับหายไปจากทางเดิน ก็พรวดลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งไปวิ่งมาในบ้านอย่างตื่นเต้นอยู่หลายรอบนอนมาสิบกว่าวันแล้ว ถ้ายังไม่ขยับตัวเสียบ้าง รู้สึกว่าแข้งขาคงจะเสื่อมหมดแล้วขณะที่ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี เว่ยชิงเฟิงก็โทรเข้ามาฉันสงบลง ขมวดคิ้วพลางคิดว่าจะรับสายดีไหมหลังจากที่เว่ยชิงเฟิงไม่แยแสว่าฉันจะเป็นหรือตาย ความผิดหวังที่ฉันมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นพอนึกย้อนถึงวันที่ฉันบาดเจ็บ ทั้งความเย็นชาที่เขามีต่อฉันและความอ่อนโยนเอาใจใส่ที่เขามีต่อฮวาหรุ่ย ที่จริงฉันก็เสียใจมากฉันไม่ได้ต้องการอะไรมาก ในเมื่อนายบอกว่าเห็นฉันเป็นน้องสาว ก็แค่ใส่ใจฉันบ้างเหมือนที่พี่ชายควรใส่ใจน้องสาวก็พอ ไม่ใช่วางตัวเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวข้องตลอดเรื่อง ฉันต้องการแค่นั้นเองพอลองคิดให้ดีอีกที ฮวาหรุ่ยเป็นแฟนของเขา ส่วนฉันก็เป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน เขาจะดีกับแฟนตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วความเสียใจของฉันเอง จะมองว่าเป็นความหึงหวงอีกรูปแบบหนึ่งก็คงไม่ผิดนัก!ช่วงหลายวันที่ฉันพักฟื้นอยู่บ้าน เขาแวะเอาของกินมาส่งให้หลายครั้ง ล้วนเป็นของที่คุณน้าทำมาให้ฉันบำรุงร่างกาย แม่รับไว้ทุกครั้ง

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 29

    ทั้งที่เว่ยชิงเฟิงรู้ว่าฉันบาดเจ็บ แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมเลย จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันหวังเหลือเกินว่าสักครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะได้เห็นเขานั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง คอยปอกแอปเปิลให้ฉัน ตอนนั้นคงมีแสงแดดงดงามส่องลงบนตัวเขา ราวกับเป็นเทพเจ้าของฉันตอนเที่ยงของวันที่สามที่นอนโรงพยาบาล ฉันเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ถูกกดให้เบาดังมาจากหน้าประตูเสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของเว่ยชิงเฟิงกับฮวาหรุ่ย เพียงแต่มีประตูกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนักดูเหมือนเว่ยชิงเฟิงจะมาเยี่ยมฉัน แต่ฮวาหรุ่ยไม่ยอม ทั้งสองจึงมีปากเสียงกันอยู่หน้าประตูอย่างไม่ค่อยพอใจกันนักพรุ่งนี้ฉันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจะมาเยี่ยมฉันหรือเปล่า ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หากเพราะการที่เขามาเยี่ยมฉัน ทำให้ฮวาหรุ่ยเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ก็มีโอกาสมากที่จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ฉัน สู้ไม่มาเสียยังดีกว่าในแง่ความรู้สึก ฉันหวังว่าเขาจะมาได้ แต่ฉันก็ยังมีสติยั้งคิดอยู่ฟังไปฟังมา ฉันก็หลับไปอีกครั้ง จนกระทั่งแม่ผลักประตูเข้ามา ฉันถึงค่อยตื่นขึ้นบาดเจ็บครั้งนี้ทำเอาฉันตกใจกลัวมากจริงๆ ห

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 28

    ดวงฉันนี่นะ แค่ปีนเขายังเจอเรื่องถึงเป็นถึงตายได้ ไม่มีใครเกินฉันแล้วจริงๆจางชิงชิงกับพวกเพื่อนยังคงตะโกนอะไรบางอย่างลงมาจากข้างบนอย่างร้อนรนไม่หยุด แต่ในหูฉันมีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเถาวัลย์เส้นนี้ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงเข้าไว้ อย่าได้ขาดแล้วร่วงลงสู่เหวลึกไปพร้อมกับฉันเชียวฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าต้องตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ไหวจนเสียสติ ฉันกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกฝังอยู่ในความมืดตลอดไป และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกที่นี่เป็นเขตท่องเที่ยว บนเขามีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพอชายหนุ่มสองคนช่วยฉันขึ้นมาจากกลางเขาได้ เว่ยชิงเฟิงถึงค่อยจูงมือฮวาหรุ่ยวิ่งมาหาฉันด้วยกัน “หลานเยว่ ทำไมเธอถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า?”นี่ถามอะไรไม่เข้าท่าเลย? ตกหน้าผาขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง?เพื่อให้ปีนเขาได้สะดวก ฉันจึงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าแขนและขาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาล้วนมีบาดแผลมากน้อยต่างกันไป ทั่วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แม้แต่ฉันเองเห็นแล้วยังรู้สึกว่าน่ากลัว

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 27

    หลิวจื่อเดินตามอยู่ข้างฉัน คอยบ่นพึมพำไม่หยุดว่าเว่ยชิงเฟิงทั้งใจร้ายทั้งตาถั่ว สักวันต้องเสียใจแน่ แล้วก็บอกว่าดูยังไงฮวาหรุ่ยก็ไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้ฉันเห็น เธอยังบอกอีกว่าฮวาหรุ่ยดูเป็นพวกทำตัวใสซื่อแต่จริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนซื่อๆ ทึ่มๆ อย่างฉันจะไปสู้เธอได้ยังไงหลิวจื่อมีสีหน้าเดือดดาลแทนฉันเต็มที่ ฉันไม่ได้ขัดเธอ ปล่อยให้พูดจนหมดเสียก่อน แล้วค่อยบอกว่าเรื่องระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอีกเธอกัดฟันบ่นว่าฉันไม่เอาไหนเสียยกใหญ่ ท่าทางแบบนั้นกลับเหมือนแม่แก่ๆ ที่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจแทบตายกับเรื่องแต่งงานของฉันฉันเข้าใจดีว่าเธออยากปกป้องฉัน แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ฉันเองก็ถอยห่างจากเว่ยชิงเฟิงแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่าง การที่ฉันชอบเขาก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเขาส่วนที่เขาชอบฮวาหรุ่ยก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉันต่างคนต่างจัดการเรื่องของตัวเองก็แล้วกันหลิวจื่อทั้งขัดใจทั้งผิดหวังในตัวฉัน เธอบอกว่าผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงที่ทำตัวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนใจดีระดับแม่พระอย่างฉ

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 26

    ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มขื่นๆ“เว่ยชิงเฟิง นี่แฟนนายนี่นา แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”ฮวาหรุ่ยซบอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยชิงเฟิง ยิ้มอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดว่าเธอคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจ“โอ้ มีแฟนเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? คงไม่เกี่ยวอะไรกับเลขสามหรอกนะ” จางชิงชิงเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เธอไม่สนใจสัญญาณที่ฉันส่งให้แม้แต่น้อย แถมยังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเพื่อนสาวพวกนี้รู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเว่ยชิงเฟิง เรื่องที่ตอนนั้นฉันถูกเขาด่ายกใหญ่ต่อหน้าคนอื่น พวกเธอก็รู้กันทุกคน แถมยังพากันด่าเว่ยชิงเฟิงกลับอยู่หลายวันเพราะเรื่องนี้ยัยจางชิงชิงนี่เข้าข้างพวกเดียวกันสุดๆ คงกำลังคิดหาทางเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันอยู่แน่ฉันยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ยัยนี่จริงๆ เลย เรื่องไหนไม่ควรพูดก็ยังจะหยิบขึ้นมาพูดอีก รู้จักคิดบ้างได้ไหม ช่วยไว้หน้าเพื่อนรักของเธอสักหน่อยเถอะ!“เธอยังไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะคบกันเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?” เว่ยชิงเฟิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ“พวกนายสองคนไม่ใช่ว่า...อื้อ...”หลิวจื่อที่อยู่

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 25

    ฉันยิ้มพลางซบไหล่คุณน้า ออดอ้อนเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณน้า ต่อไปอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าแฟนฉันรู้เข้า เขาจะไม่สบายใจเอา”คืนนั้นฉันนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานก็ยังข่มตาหลับไม่ลง ความเจ็บปวดตรงกลางอกแผ่ลามไม่หยุด ฉันได้แต่กัดฟันทนเอาไว้พอใกล้เที่ยงคืน เขาก็ส่งข้อความไลน์มาหาฉันว่า “มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ? เขาเป็นใคร?”ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตาไม่กะพริบอยู่นาน จนตาล้าไปหมดไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ยังไงก็ไม่ใช่นาย แล้วนายจะถามให้มากความไปทำไม?ฉันปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบแล้วโยนไปไว้ปลายเตียง ไม่ได้ตอบข้อความกลับฉันจะมีแฟนรึเปล่า เขาเป็นใคร ล้วนเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเว่ยชิงเฟิง ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้เขารู้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันออกจากบ้านทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นัดเพื่อนสมัยมัธยมปลายไว้หลายคนเพื่อไปปีนเขาด้วยกันหลังจากเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่อยากเจอเว่ยชิงเฟิงเอามากๆ แต่ทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันเกินไป จนแม้แต่การบังเอิญเจอกันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วถ้าไม่อยากเจอเขา ก็มีแต่ต้องหลบออกไปข้างนอก นี่แหละคือเหตุผลแรกเริ่มที่ฉันไปปีนเขาฉันเป็นคนถนัดกีฬาอยู่แล้ว เมื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status