“ขอโทษนะคะ ขอเข้าไปข้างในหน่อยค่ะ คุณคะ ขอเข้าไปหน่อยค่ะ” ผู้ชายตัวสูงใหญ่นั่งเหยียดขายาวเต็มที่นั่ง อยู่ที่เก้าอี้ตัวนอก ซึ่งเก้าอี้ตัวในเป็นเลขที่ๆ น้ำอบต้องนั่ง อยู่ติดหน้าต่าง ผู้ชายตัวใหญ่ร่างสูงนั้นขยับขาเข้ามาหาตัวเอง เพื่อเปิดทางให้หญิงสาวเข้าไปนั่งข้างใน
“ขอบคุณค่ะ” น้ำอบเอ่ยขอบคุณเขาเบาๆ นี่ฉันต้องมานั่งคู่กับตายักษ์นี่ถึงไหนกันนะ ดูท่าทางเขาน่ากลัวมาก น้ำอบไม่กล้ามองเขาตรงๆ แต่ที่เห็นผ่านๆ ตาคือเขาใส่เสื้อยีนส์แขนขาว กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าหนังอย่างดี ใส่แว่นตา นั่นทำให้หญิงสาวไม่กล้ามองหน้าเขา ใครจะกล้า ขนาดเธอขอเข้ามานั่งด้านในที่ของเธอ เขายังแสดงอาการไม่ค่อยพอใจ เขาแค่ยกขากลับเข้ามา พอเธอเข้านั่งที่แล้ว เขาก็เหยียดขาเหมือนเดิม นี่ถ้านอนได้เขาคงนอนไปแล้วล่ะ
น้ำอบจัดการกับเป้ของตัวเอง หญิงสาวไม่เก็บไว้บนชั้นวางของ เพราะในเป้เธอมีผ้าห่มเล็กๆ เอาไว้สำหรับห่มเวลากลางคืน ดึกๆ อากาศบนรถทัวร์จะเย็นมากๆ เธอไม่แน่ใจว่าผ้าห่ม ของรถจะสะอาดไหม เธอก็เป็นแบบนี้ สะอาด ไม่ค่อยอยากใช้ของร่วมกับใคร เวลาเดินทางเลยต้องพกผ้าห่มแบบเป็นหมอนไปด้วยเสมอ
คนข้างๆ นั่งนิ่งๆ น้ำอบไม่รู้ว่าเขาหลับ หรือเขาแค่พักสายตา หวังว่าตลอดการเดินทาง ตายักษ์นี่คงไม่ได้เป็นโรคจิตนะ พอคิดมาถึงตรงนี้ น้ำอบก็รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจนัก แล้วเธอจะได้หลับไหมคืนนี้ อีกตั้งหลายชั่วโมงที่จะต้องนั่งรถไปด้วยกัน สาธุ ขอให้เขาถึงจุดหมายปลายทางก่อนเธอเถอะ คงไม่ได้ไปที่เดียวกันหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คงจะทรมานและหวาดระแวงมากๆ
เมื่อเห็นเขานิ่ง น้ำอบก็ไม่สนใจเขาอีก เธอจัดการกับกระเป๋าเป้ หยิบโทรศัพท์ออกมา ผู้โดยสารขึ้นมาเต็มทุกที่นั่งแล้ว ไม่นานรถก็เริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้
เจษฎา โทรหาน้ำอบเกือบ 10 สาย เหนื่อยใจกับเขาเหลือเกิน เธอเบื่อ ไม่อยากคุยกับเขาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ เธอจะไม่ยอมไปให้ความคิดสนิทสนมกับเจษฎาเด็ดขาด คนใจง่าย โลเล หลอกลวง ไม่มีความเป็นผู้ชาย ดีที่เธอถอนตัวทัน ไม่ทันได้มีใจให้ กรรณญาวีร์ บล็อกเบอร์ของเจษฎา
นี่เธอจะต้องทนนั่งรถนี่ไปอีกนานไหมนะ รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย คนข้างๆ เหมือนเขาจ้องมองเธอตลอดเวลา เขาใส่แว่นก็จริง กรรณญาวีร์นั่งตัวลีบ ทำยังไงดี อีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย หญิงสาวขยับตัวด้วยความอึดอัด เธอรู้ว่าเขาจ้องมองตลอดเวลา หญิงสาวสะดุ้ง คนข้างๆ วางแขนมาบนที่พักแขน แขนเขาใหญ่ ทำให้กระทบกับส่วนแขนของเธอ น้ำอบไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ เขาเอนตัวมาหาเธอ มากเกินไป หญิงสาวเอนตัวไปติดกับฝั่งของหน้าต่าง ติดจนเหมือนกับเธอต้องเอนไปทั้งตัว ทำให้ท่านั่งของเธอไม่สบายเลย หญิงสาวถอนหายใจ อีกไม่นานรถจะแวะพัก 15 นาที
โล่งอกเหลือเกิน หลังจากลงจากแท็กซี่แล้ว กรรณญาวีร์แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้อของใช้จุกจิกนิดหน่อย ก่อนที่จะเข้าพักที่โรงแรม ค่อยโล่ง โชคดีที่โรงแรมไม่ไกลจาก ที่จอดแวะพักรถเท่าไหร่ คนขับรถและเด็กรถทำหน้าสงสัย เมื่อเธอแจ้งความประสงค์ว่าจะไม่ไปต่อ เธอยอมเสียค่ารถ นั่งมาไม่เท่าไรเลย แต่ช่างเถอะ ดีกว่านั่งคู่ไปกับผู้ชายคนนั้น เขาน่ากลัวมาก และเธอก็ไม่ไว้ใจเขาเลย พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ค่อยโทรบอกย่า พ่อกับแม่คงไม่โทรมาตอนนี้ เสียเวลาไปไม่กี่ชั่วโมง สบายใจกว่า ถึงบ้านย่าช้าไปหนึ่งวันเอง ไม่เป็นไรหรอก
เชิญนายคนนั้นนั่งสบายๆ ไปคนเดียวเถอะ เธอไม่นั่งไปพร้อมเขาหรอก น่ากลัวซะขนาดนั้น นี่ขนาดไม่ได้ยินเสียงเขา ไม่เห็นหน้าตาเขาเต็มตา ยังน่ากลัวขนาดนี้ ถ้าถอดแว่นออก คงน่ากลัวมากกว่าที่เห็นมาก
มีโทรศัพท์และเนตนี่ดีเหลือเกิน หญิงสาวหาโรงแรมที่ใกล้และดูปลอดภัยที่สุดได้ พรุ่งนี้เธอจะนั่งรถตู้ไปหาย่า ช่างเถอะอึดอัดก็ช่างมัน สบายใจ และปลอดภัยกว่า เธอจะไม่เดินทางด้วยรถทัวร์ไกลๆ กลางค่ำกลางคืนแบบนี้อีกเลย สาธุ หญิงสาวยกมือพนม ขออย่าให้ได้เจอสิ่งที่ไม่ดีเลย ใจของเธอหวั่นๆ ชอบกล ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
นั่งรถตู้ถึงจะอึดอัด แต่เป็นเวลากลางวัน ก็ยังถือว่าปลอดภัย เธอยอมเสียเงินค่าวางกระเป๋าเพิ่มเท่าค่าตั๋ว ไม่ต้องให้ใครมานั่งด้วย เธออยากนั่งคนเดียว ทีแรก พนักงานที่รับจองไม่รับปาก แต่สุดท้ายก็ทนลูกตื้อของเธอไม่ได้ ไม่น่าเอากระเป๋าใบใหญ่มาเลย เป็นภาระจริงๆ ดีที่เธอได้โรงแรมที่มีลิฟท์ ถือว่าปลอดภัยเลยล่ะ ยอมเสียเงินเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
พนักงานรถทัวร์ที่มีหน้าที่เช็คจำนวนผู้โดยสารบนรถ ร้องบอกคนขับว่าคนครบ มีผู้โดยสารผู้หญิงขอลง 1 คน ออกเดินทางต่อได้เลยค่ะ เสียงพนักงานรถทัวร์แจ้งกับคนขับรถ
การันต์ กัมปนารถนรากร กำลังจะสงสัยว่า ผู้หญิงคนนั้นหายไปนานจัง เขาให้พัก 15 นาที หล่อนไปอยู่ตรงไหน เขาเพิ่งรู้จากปากพนักงานบนรถ ว่าหล่อนไม่ไปต่อ ขอลงที่นี่ ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย เขารับรู้ได้ว่า หล่อนกลัว และระแวงเขา นี่ถึงขนาดต้องลงรถหนีกันเลยเหรอ น่าหมั่นไส้จริงๆ ขนาดเขาเห็นหน้าเธอไม่ถนัด แต่ก็พอจะรู้ว่า หน้าตาดีมาก เขาจำดวงตาดำขลับคู่นั้นได้ มีแต่ความหวาดระแวง ไม่ไว้ใจใครเลย
ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้นั่งสบายๆ ไม่ต้องรำคาญท่าทางระแวดระวังภัย ของผู้หญิงคนนั้น อะไรจะเวอร์ขนาดนั้น ถึงกับต้องลงรถ ไม่ไปต่อ นี่เขาน่ารังเกียจขนาดนี้เลยเหรอ คิดไปคิดมาเขาก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา นึกโมโหด้วยผู้หญิงคนนั้นด้วย ผู้หญิงบางคน ยังไม่เคยได้พูดคุยกับเขาเลย ก็ให้ท่าเขาแล้ว ไม่เคยพลาดสักราย แล้วเด็กนั่นเป็นใคร กล้ามาแสดงความรังเกียจเขา ถึงเด็กนั่นจะไม่พูดออกมา เขาเห็นอาการ เขาก็รู้แล้ว
บางทีเขาทำอะไร เขาก็ไม่มีเหตุผล เหตุเล็กน้อย เขาก็ทำให้มันใหญ่ขึ้นมาได้ เด็กนั่นจะมาแสดงอาการรังเกียจเขาแบบนี้ไม่ได้
การันต์จ่ายเงินเพิ่มให้เด็กรถเป็น 2 เท่าของค่ารถ แลกกับรายละเอียดของผู้หญิงคนนั้น โชคก็เข้าข้างเขา ได้ห้องพักตรงข้ามกับเด็กนั่น แถมพนักงานประจำรถก็จองรถตู้ให้เขาได้ด้วย แปลกเด็กนั่นไปทำอะไรที่หมู่บ้านเขา ช่างบังเอิญจริงๆ เขาจ่ายให้พนักงานคนนั้นเพิ่มอีกแบบไม่เสียดายเงินเลย หล่อนจัดการให้เขาเรียบร้อยดี
การันต์ตัดสายทิ้ง เขาทำแบบนี้ คนปลายสายก็รู้ว่าธุระด่วนขนาดไหน ก็ห้ามโทรมารอบสอง ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ของเขาดี มีใครบ้างที่ไม่รู้จักเขา อย่าทำให้เขาโมโห เขากัดไม่ปล่อยแน่ เขารู้ว่าตัวเองใจร้อน เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องได้ แถมบางคนชอบว่าเขาใจร้าย ก็ถ้าใครมารังแกเขาก่อน เขาก็จะใจร้ายตอบ แบบไม่ไว้หน้าเลย แต่ถึงเขานิสัยไม่ดียังไง เขาก็รักครอบครัว พ่อกับแม่เขา ไว้ใจให้เขาทำธุรกิจ แทนท่าน ทั้งสองก็คอยดูอยู่ห่างๆ ในความบ้าระห่ำของเขา เรื่องธุรกิจเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน
ความร้ายของเขา ใครๆ ก็รู้ ทั้งคนที่ทำกิจการค้าร่วมกัน และคนใกล้ชิด เขาไม่ใช่คนขี้เหร่ รูปร่างที่สูงใหญ่ หน้าเข้มๆ จมูกโด่ง ผิวสีแทนเกือบเข้ม แทบไม่เคยมีรอยยิ้ม เวลาปกติเขาไม่ค่อยพูด แต่ถ้าได้ดื่ม ก็ลื่นไหล มีเสน่ห์ ทำให้ทั้งผู้หญิงทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ติดเขางอมแงม เขาไม่เคยจริงใจกับใคร ยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว แต่ก็มีไว้บ้างเวลาที่เขาเกิดอาการเหงาขึ้นมา เขาคิดว่าอายุแค่นี้เอง ยังอยากใช้ชีวิตโสด ทำงาน ดูแลพ่อแม่ และน้องสาวคนเดียวของเขา
การันต์ขึ้นมาดูงานที่กรุงเทพฯ ติดต่อธุระเกี่ยวกับบริษัทฯ ก่อสร้างของเขา ทุกๆ เดือน เขาจะต้องเดินทางขึ้นมา กรุงเทพฯ เป็นประจำ พ่อกับแม่ซื้อคอนโด ไว้ให้เขาอยู่ตั้งแต่สมัยเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ พอเขาจบ น้องสาวเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็อาศัยอยู่ที่คอนโดนี่ พุดกรองเรียนจบก็กลับใต้ แต่คอนโดก็ยังคงยังอยู่ เอาไว้เวลาที่เขาขึ้นมาธุระที่กรุงเทพฯ เก็บไว้นอนพักผ่อน
ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากเลิกประชุมแล้ว เขารีบกลับคอนโด อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ รีบเดินทางมายังสถานีขนส่งสายใต้ ขามาเขามาเครื่องบิน เขาไม่ค่อยชอบขับรถทางไกล จริงๆ ให้ลูกน้องขับรถมาให้ทั้งไป ทั้งกลับก็ได้ แต่ไม่รู้อะไรดลใจ ให้เขาอยากเดินทางด้วยรถทัวร์ ถ้ารู้ว่าจะมาเจอเรื่องกวนใจเขาแบบนี้ เขาคงไม่มาหรอก รำคาญใจจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงหงุดหงิดนัก
พื้นฐานบรรพบุรุษเขา เป็นคนใต้โดยแท้ เขาได้นิสัยปู่กับลุงมาเต็มๆ สมัยเป็นหนุ่มวัยรุ่น เขาเกเร กินเหล้าเมายา มีเรื่องชกต่อยกับคนไปทั่ว เพราะความใจร้อนของเขา แต่เรื่องการเรียนเขาไม่เคยเสีย กระทั่งขึ้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ยังติดนิสัยเกเร ไปมีเรื่องให้พ่อกับแม่ต้องตามไปเคลียร์ จนล่าสุดที่เขาเลิกเกเรถาวร เพราะเห็นแม่ร้องไห้ พร่ำบ่น โทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี แม่ไม่เคยต่อว่าเขาเลย ที่สำคัญน้องสาวเขาเริ่มโต เลยต้องคิดให้มากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้อง แต่นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง และความใจร้อนเขาก็ยังแก้ไม่หายสักที
การันต์ พาน้ำอบ และพุดกรอง ออกจากคอนโดแต่เช้า เขามุ่งหน้าไปร้านเพชร ที่เขาอยากซื้อให้น้ำอบและพุดกรอง “น้ำอบ กับพุดกรอง ชอบแบบไหนเลือกเลยครับ “พ่อบุญทุ่ม น้ำอบพูดเบาๆ หันไปยิ้มหวานให้เขา แค่นั้นก็ทำให้เขาใจแทบละลาย กว่าน้ำอบจะยอมมา เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน อ้างว่าไม่อยากได้ ไม่ชอบเพชร ไม่รู้จะใส่ไปไหน ต้องให้พุดกรองช่วยพูด ถึงยอมสองสาวเลือกแหวนคนละวง ไม่ใหญ่มาก“เรียบร้อยนะครับ พุดกรองถูกใจไหม เอาอะไรอีกไหม พี่ใจปั้มนะ”“พอแล้วค่ะพี่การันต์ น้องไม่อยากได้แล้ว กลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง” ทั้งสามคนตัดสินใจกลับบ้านวันนี้ เพราะปู่กับย่าไม่อยู่ ปล่อยบ้านไว้ไม่มีคนอยู่ ส่วนบ้านของเขา ยังมีแม่บ้าน พ่อบ้าน คนเก่าแก่อยู่หลายคน ไม่น่าห่วงมากนัก กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช นี่มันใกล้กันจริงๆ แป๊ปเดียวก็ถึงบ้าน“เดี๋ยวแวะบ้านพี่ก่อนนะครับ พี่กับพุดกรองยังไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเลย อยากให้น้ำอบช่วยเก็บเสื้อผ้าให้พี่ด้วย พี่เก็บไม่ถูก” กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปบ้านน้ำอบ นะ“ได้ค่ะได้ น้ำอบได้ยินแ
พุด วันนี้ขอได้ไหม ช่วยออกไปดูงานให้พี่หน่อย อยากอยู่กับน้ำอบทั้งวันได้ไหม ส่งบัญชีมา พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อแหวนหมั้น ให้น้องเลือกแหวนได้หนึ่งวง ราคาเท่าของหมั้นพี่เลย ส่งบัญชีมา พี่โอนค่าข้าวให้ ไม่ทำอะไรเสียหายหรอก แค่อยากอยู่ตามลำพัง พี่ 36 แล้วนะ พุดกรอง ต้องมีครอบครัวได้แล้ว ตามนี้นะ พี่ส่งรายละเอียดของงานให้แล้ว ตรวจเช็คเสร็จแล้วก็แจ้งรายละเอียดราคามา เดี๋ยวพี่โอนให้ ขอบใจมากตลอดเลยพี่การันต์ พุดกรองเปิดไลน์อ่าน โชคดีที่เธอตื่นก่อนน้ำอบ พุดกรองรีบอาบน้ำแต่งตัว ไม่ลืมที่จะเรียกบอกเพื่อน“น้ำอบ พุดออกไปธุระก่อนนะ จะไปดูงานของร้าน แล้วเดี๋ยวพุดกรองรีบกลับ ไม่ต้องรอกินข้าวนะ” พุดกรองไม่ลืมที่จะล็อคประตูให้น้ำอบ ถึงเป็นพี่ก็เถอะ เธอก็ไม่ไว้ใจสักเท่าไหร่หรอก ยิ่งคลั่งรักขนาดนั้นน้ำอบออกจากห้องน้ำ แปลกเมื่อวานอยู่ด้วยกันทั้งวันไม่เห็นพุดกรองบอก ว่าจะไปดูงาน แล้วพี่การันต์ล่ะ ไปด้วยกันหรือเปล่า หญิงสาวรีบแต่งตัว คณะที่เดินทางไปอินเดีย คงเริ่มออกเดินทางกันแล้ว ปู่กับย่าของเธอ มีความสุขมาก ย่ากับปู่ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อการเดินทางไกลครั้งนี้ อีกหน
............หลังอาหารเย็นของบ้านสุนทรธรรม พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเจ้าของบ้าน พักผ่อนแล้ว แต่การันต์ พุดกรอง และน้ำอบ ยังคงนั่งคุยกันต่อที่ห้องรับแขก คุยเรื่องความฝันของน้ำอบต่อทุกคนรู้ไหมคะว่า ขุนศึกคือผู้ชายคนนั้นที่น้ำอบพบเขาในโบสถ์ ส่วนสร้อยสนก็คือพุดกรอง เป็นพุดกรองจริงๆ นะคะ แต่ในฝันสร้อยสนรูปร่างเล็กบางกว่านี้มาก ชอบทำอาหาร สวยแต่เศร้า ส่วนกุสุมาทำไมกลายเป็นน้ำอบไปได้ ซึ่งนิสัยแตกต่างกันมากเลย ที่สงสัยที่สุดคือ ทำไมหลวงพ่ออยู่ทั้งในความฝันและความจริง หาคำตอบไม่ได้เลยค่ะ บางช่วงบางตอน เหมือนท่านไม่อยากให้น้ำอบรู้มากนัก เลยได้เห็นเท่าที่เล่าให้ฟัง”“ทำไมผู้ชายที่ชื่อขุนศึกมีกริชจิ๋ว ซึ่งตรงกับที่การันต์มี ทำให้น้ำอบคิดว่าเขาคือพี่การันต์ แต่เขาดูอ่อนโยนมากกว่า เสียแต่ว่าเขาไม่ยอมพูดกับน้ำอบเลยตอนพบกันในโบสถ์ แปลกนะ ในฝันกุสุมาไม่ได้ชอบขุนศึก อยากแต่จะรบอย่างเดียว แต่ขุนศึกรักกุสุมา เขาไม่รักตอบก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้รัก เหมือนกับสร้อยสนที่รักขุนศึกมาก แต่เขากลับไม่รักตอบ แต่สร้อยสนก็พอใจ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ครอบครองก็ไม่เป็นไร แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว น้ำอบว่าคน
เรื่องราวทั้งหมด ที่น้ำอบได้ไปพบเจอมาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เหมือนดูหนัง กรรณญาวีร์พิมพ์เรื่องราวทุกสิ่งอย่างที่เธอฝัน บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ เธออยากเก็บไว้อ่าน เชื่อว่ามีใครบางคน ที่อยากให้เธอรู้เรื่องราวของพวกเขา“พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่ามองหน้ากันแล้วคืนนี้ล่ะ จะทำยังไง เราต้องไปถือศีลที่วัดแล้วนะ หลานยังจะไปอีกไหม ““ไปค่ะย่า น้ำอบอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แล้วมาเกี่ยวอะไรกับน้ำอบ แสดงว่าพวกเขาอยากให้น้ำอบรู้ เคยพยายามไม่ไปแล้วนะคะ ย่าขา แต่ก็ยังฝันว้าได้ไป น้ำอบคิดว่าอย่างน้อยอยู่ใกล้หลวงพ่อ ท่านต้องช่วยน้ำอบได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะย่า”“แล้วนี่พี่การันต์กับพุดกรองมา ลุงกับป้าไม่ตกใจเหรอ น้ำอบขอโทษทุกคนด้วยนะคะ จริงๆ น้ำอบน่าจะรู้สึกตัวเองได้ หลวงพ่อคอยเตือนตลอด ให้รีบกลับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ กลัวแค่เวลาที่รู้สึกตัวแค่นั้น เพราะมันหนาวมาก และเหนื่อยมาก”“ไม่เป็นไรครับตอนที่พ่อเฒ่าโทรไป พี่กับพุดกรองตื่นแล้ว” ถึงน้ำอบจะตื่นแล้วลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะให้ทุกคนฟัง แต่การันต์ก็ยังเป็นห่วงหญิงสาวมาก เขาห่ว
คืนนี้แสงจันทร์ส่องสว่างมาก ทำให้มองเห็นหลังคาบ้านเรือนที่ไกลลิบออกไป แต่ถึงไกลขนาดไหน ก็ยังคงมองเห็น เพราะแสงจันทร์สว่างมากจริงๆ สองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นกล้วยเริ่มที่แก่แล้ว บางต้นออกลูก เครือใหญ่ เห็นได้ว่าพื้นดินแถวนี้คงอุดมสมบูรณ์มาก เหมือนกล้วยในสวนของปู่ ลำต้นสมบูรณ์งาม เครือใหญ่ ทำให้หวีกล้วยใหญ่ ลูกกล้วยก็สวย หอมหวานอร่อย เธอชอบกล้วยน้ำว้า แปลกขณะที่เดินผ่าน ที่ผ่าน ทุกครั้งที่มาเธอจะรู้สึกว่าเดินปกติ แต่ตอนนี้เหมือนว่าไม่ต้องก้าวขาเลย ร่างเธอก็ลอยผ่านเหล่ากอกลัวยนั้นไปจนกระทั่งถึงประูทางเข้าวัด จนก้าวข้ามเขาไปในบริเวณโบสถ์ อย่างง่ายดายหญิงสาวก้มลงกราบพระประธานองค์ใหญ่ วันนี้เธอเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน มาไหว้พระด้วย ยังไม่เห็นว่ามีใครมา เพราะกระถางธุปตรงหน้า ยังไม่เห็นว่ามีร่องรอยของการจุดธูป เธอเข้าไปจุดธูป เทียน วางดอกไม้ ก้มลงกราบองค์ประธานอีกครั้ง แล้วถอยหลังไปนั่งชิดกำแพงโบสถ์น้ำอบเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ เมื่อรู้สึกว่าคืนนี้คงจะไม่พบหลวงพ่อแน่ ผู้ชายกับผู้หญิงสองคนนั้นจะมาไหมนะ มาเถอะ น้ำอบเหนื่อย น้ำอบจะไม่มาที่นี่แล้ว ถ้าจิตเราถึงกันจริง ขอให้มาด้วย
กลับจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้ทุกคนไม่เหนื่อยมาก เพราะมีคนขับรถสองคน ถึงบ้านไม่ค่ำมากนัก เพราะมีนพดลช่วยเปลี่ยน ผู้ชายสองคนเปลี่ยนกันขับ เหยียบเต็มที่ บ้านของนพดลถึงก่อน แวะส่งน้ำอบ คนบางคนก็ไม่อยากห่างเลย สองพี่น้องแวะคุยกับพ่อเฒ่าแม่เฒ่าสักพักก็ขอตัวกลับบ้าน ซึ่งต้องย้อนกลับไปอีกหลายกิโลเมตร“ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวพี่ไลน์หานะครับ “บอกแล้วเขาก็เดินไปขึ้นรถแบบไม่ต้องให้ตอบ“ไปนะน้ำอบ พรุ่งนี้เจอกัน สายๆ พุดกรองจะมา”“ได้เลย ปลอดภัยๆ นะ จริงๆ ยังไม่ต้องมาก็ได้พุดกรองพักผ่อนเถอะ น้ำอบยังไม่เริ่มงาน จะพักเหมือนกัน”“โอเคงั้นได้เลย ไปแล้วนะ หลับฝันดี”น้ำอบออกมาส่งสองพี่น้องที่รถ มองตามหลังรถคันใหญ่ที่วิ่งออกไปจนลับสายตา กลิ่นดอกการเวกลอยมาปะทะจมูก หอมจังเลย บรรยากาศหลังฝนตก สดชื่นที่สุด เธอไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ก่อนที่จะเข้าบ้าน เหมือนเดิม เหมือนมีคนคอยมองอยู่ตลอดเวลา ชินแล้ว ดีซะอีกถ้าวันไหนไม่รู้สึกว่ามีใครสักคนมอง เหมือนจะไม่ปลอดภัยสองพี่น้องการันต์กับพุดกรองกลับไปแล้ว ถึงไม่ได้ขับเอง คนนั่งก็รู้สึกเพลียๆ เหมือนกัน“ปู่ขา ย่าขา