LOGIN"อี้จาง เสิ่นเล่ย ประคองเปิ่นหวาง"อาการซวนเซหลังดื่มสุราทำให้สองคนไม่สบายใจนัก ด้วยเพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องนั้นคอทองแดงเพียงใดแค่สุราแค่นี้มิอาจทำให้มึนเมาได้ง่ายดายจึงย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าจิ้นหยางดื่มเก่งแค่ไหน แต่นี่เพียงแค่ไหเดียวเหตุใดจึงเมามายเช่นนี้นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
"หวางเย่เพคะ"ผิงหรูเหรินร้องเรียก ทำได้เพียงชะเง้อชะแง้แลตามมู่เหรินที่รีบเข้าไปประคองร่างสูงเอาไว้
"หวางเย่เมาแล้วหรือเพคะ"น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานเอกอกเอาใจสองมือนุ่มเกาะท่อนแขนใหญ่เอาไว้พยายามรั้งเอาไว้ให้เบียดอกนุ่มของตนเอง
"อืมมม"จิ้นหยางครางรับสะบัดหน้าไปมาเรียกสติแต่ดูเหมือนกลับยิ่งเมามายมากกว่าเดิมเสียอีกร่างกายมิอาจควบคุม
"ให้ท่านอ๋องประทับที่นี่"น้ำเสียงเด็ดขาดของหวางเฟยมีหรือใครจะกล้าขัด อี้จางกับเสิ่นเล่ยได้แต่ร้องค้านหากไม่สามารถทำได้เต็มที่ด้วยพระยศของนาง
"นี่กล้าขัดคำสั่งหวางเฟยหรือ"นางตวาดเสียงดัง มองบ่าวรับใช้ช่วยกันประคองจิ้นหยางกลับเข้าห้องบรรทมของตนเอง
"หามิได้พะย่ะค่ะแต่ราชกิจ"เสิ่นเล่ยเอ่ยปาก
"ออกไปได้แล้ว ไม่เห็นหรือว่าท่านอ๋องเมามายไม่ได้สติ พวกเจ้ายังกล้าให้ออกไปจากตำหนักอีก"ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างจนใจจากนั้นได้แต่ประสานมือแล้วถอยหลังจากไป มู่เหรินยกยิ้มเดินนวยนาดเข้าไปมองจิ้นหยางที่นอนแผ่อยู่บนเตียงเพราะครองสติไม่อยู่แขนขาไร้เรี่ยวแรง
"ออกไป"สองบ่าวยิ้มอยู่เป็นนัย ก่อนจะย่อเข่าแล้วถอยหลังจากไป นางนั่งลงข้างกายจิ้นหยางที่ครองสติตัวเองไม่อยู่
"ท่านอ๋องเพคะ"น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยมือเรียวงามลูบอกหนาผ่านเสื้อเนื้อดีจิ้นหยางคว้ามือขาวกำเอาไว้แน่น
"ชุน..."
"หม่อมฉันเองเพคะ"มู่เหรินบรรจงปลดผ้ามัดเอวของจิ้นหยางออก สองมือเรียวลูบไล้จนจิ้นหยางเองทานไม่ไหว ด้วยฤทธิ์ของยาย้อมใจยิ่งทำให้ฮึกเหิม สองบ่าวรับใช้รีบปิดประตูกันเสียงที่เล็ดลอดออกมา ยามเช้ามู่เหรินที่บรรจงนั่งให้บ่าวรับใช้แต่งตัวให้ด้วยสีหน้าแย้มยิ้มแจ่มใส่และเขินอายไม่น้อยทั้งที่มีท่าทีอ่อนเพลีย
"อย่าส่งเสียงเห็นหรือไม่ท่านอ๋องหลับอยู่"สองบ่าวเหลือบแลไปถึงเตียงที่มีม่านสีขาวปลิวสะบัดไปมาร่างสูงนอนหลับนิ่งอยู่บนนั้น ต่างกับสองคนที่ยืนรอด้านนอกทั้งคืนด้วยความวิตกเพราะรู้ดีว่าหากจิ้นหยางตื่นได้สติคงมีคนต้องหัวหลุดจากบ่าแน่ๆ
"ยินดีด้วยเพคะ"
"ขอบใจเจ้ามากไปเตรียมน้ำมาให้ท่านอ๋องเถอะนี่คงใกล้ตื่นแล้ว อ้อน้ำแกงบำรุงด้วยล่ะ"นางยิ้มคล้ายเอียงอาย เสียงขยับตัวบนเตียงเรียกให้ทั้งสามชะเง้อมองมู่เหรินโบกมือเบาๆสองบ่าวย่อกายแล้วจากไป
"ตื่นแล้วหรือเพคะ"มู่เหรินเดินแช่มช้อยเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ที่ลุกนั่งเอาขาข้างหนึ่งตั้งชันใช้ศอกวางไว้เหนือเข่าฝ่ามือปัดเสยผมตนเองให้พ้นหน้าผาก เนื้อตัวเปิดเปลือยมีเพียงผ้าแพรสีชมพูพาดปิดบังหว่างขาตนเองเอาไว้
"ทำอะไร"จิ้นหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยสีหน้าเรียบเฉย
"เมื่อวานหวางเย่ดื่มน้ำจันพระราชทานแล้วก็เมาเพคะเลย...เลย.."นางมิกล้าเอ่ยในส่วนที่เหลือจิ้นหยางยิ้มมุมปาก
"ถึงขนาดวางยาเปิ่นหวางเลยรึความผิดร้ายแรงแค่ไหนหวางเฟยไม่รู้หรืออย่างไร"มู่เหรินหน้าซีด
"หามิได้เพคะหม่อมฉันมิกล้า"จิ้นหยางคว้าแขนกระชากกลับมาแรงจนมู่เหรินแทบจะถลาล้มลงบนเตียง
"ไร้ยางอายสิ้นดี แต่เอาเถอะในเมื่อเจ้าเป็นของพระราชทานเปิ่นหวางคงทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นทหาร!!"จิ้นหยางเรียกทหารยามเสียงดังไม่นานทหารสองนายก็เข้ามาน้อมกายคารวะ
"พะย่ะค่ะ"
"กักบริเวณหวางเฟยจนกว่าจะสำนึกผิดได้ ห้ามมิให้มันผู้ใดเยี่ยมเยือนอยู่แต่ในตำหนักฝูฮัวเท่านั้น"
"พะย่ะค่ะ"ทหารน้อมรับคำสั่ง
"อี้จาง! เสิ่นเล่ยมานี่เดี๋ยวนี้"น้ำเสียงเกรี้ยวกราดจนคนมิกล้าสู้หน้า สองคนรีบวิ่งเข้ามารับคำสั่งประสานมือก้มหน้านิ่งด้วยรู้ความผิดของตนเอง
"ประคองข้า"สิ้นคำสั่งทั้งจิ้นหยางสองคนรีบเข้าพยุงร่างกายที่อ่อนแรงของจิ้นหยาง นำเสื้อคลุมคลุมร่างเปลือยเอาไว้กลับไปยังตำหนักเหิงชาง สีหน้าเรียบเฉยจนคนไม่กล้าทำเสียงดังหรือหายใจแรง สีหน้าของจิ้นหยางอ๋องดำทะมึนราวกับจะฆ่าคนให้หายแค้น
.....................................................คนอุ่นเตียง.............................................
"บัดซบ!!"จิ้นหยางตบโต๊ะเสียงดัง เมื่อคืนเขากึ่งหลับกึ่งตื่น อาการวาบหวามที่เกิดขึ้นหลังจากดื่มเหล้านั่นทำให้รู้ว่าชายาของตนเองเล่นไม่ซื่อเป็นแน่
"ข้าน้อยสมควรตายที่มิอาจปกป้อง"อี้จางกับเสิ่นเล่ยคุกเข่าหมอบลงกับพื้น
"ช่วยหรือ? เจ้าจะช่วยอันใด นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่นใครจะทันเล่ห์นางได้"จิ้นหยางบอกเสียงเย็น
"เอายาแก้มาให้เปิ่นหวาง"จิ้นหยางสูดลมเข้าปอดพยายามระงับโทสะ ดวงตาคมกริบดุจบ่อน้ำที่ลึกจนเกินจะมองเห็นก้นบ่อส่งประกายวาววับ หายไปชั่วครู่อี้จางก็รีบส่งขวดหยกมาให้จิ้นหยางเทเม็ดยาลงฝ่ามือแล้วส่งเข้าปาก
"เสิ่นเล่ยเตรียมน้ำอาบให้ข้าองครักษ์เงาลงมา"จิ้นหยางสั่งเสียงเข้มทั้งหมดรีบปรากฏตัวคุกเข่าลงทันทีเช่นกัน
"น้อมรับคำสั่ง"
"รายงาน!"จิ้นหยางปล่อยให้อี้จางปลดเสื้อคลุมชั้นนอกชั้นในออกเหลือเพียงกางเกงสีขาวโชว์อกเปลือยแข็งแกร่ง อี้จางยืนกอดอกคุมบ่าวชายให้เทน้ำอุ่นลงถังจนเต็ม จิ้นหยางก้าวขาลงนั่งในอ่างเอนกายลงพิงกับขอบถังเอนศีรษะไปด้านหลังหลับตานิ่งเพื่อให้ฤทธิ์ยาสลายไป
"รายงานหว่างเย่ คุณชายชุนหวงถึงเหอเป่ยแล้วพะย่ะค่ะพักอยู่โรงเตี้ยมที่เราจัดเตรียมเอาไว้แล้ว ปลอดภัยทุกอย่างพะย่ะค่ะ"
"ดี! คุ้มกันให้ดีอย่าให้คนเข้าใกล้อีกหนึ่งชั่วยามเปิ่นหวางคงไปถึงโรงเตี้ยม นำคนของเราเข้าไปแทนที่ ซื้อโรงเตี้ยมนั่นเอาไว้ ขับไล่คนไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด"จิ้นหยางอาบน้ำอย่างบรรจงราวกับไม่มีเรื่องอันใดให้เร่งร้อน อี้จางสั่งบ่าวรับใช้นำอาหารมาวางต่างทดสอบก่อนจะวางใจให้จิ้นหยางดื่มกิน
"ถุงหอมของเปิ่นหวางล่ะ"จิ้นหยางใช้มือตบไปทั่วร่างเพื่อคลำหาถุงหอมที่นำมาจากเตียงชุนหวง
"ถุงหอมหรือพะย่ะค่ะ"
"ถุงหอม!! ไปเอามาจากตำหนักฝูฮัวเดี๋ยวนี้"จิ้นหยางเพิ่มความโกรธมากขึ้นไปอีก
เมื่อรู้ว่าถุงหอมนั่นหายไปร้อนถึงอี้จางรีบรุดกลับไปตำหนักฝูฮัวอีกครั้งร้อนรนราวกับค้นหาสิ่งสำคัญ
"นี่เจ้ากล้าทำร้ายสามีเจ้ารึ"เหลียงเฟยกัดฟัน"ขืนเจ้ายังพูดจาเรื่อยเปื่อยข้าจะเชือดส่วนสำคัญของเจ้าเสีย"เสิ่นเล่ยชักกระบี่ออกจากฝักเกือบครึ่ง"เฮอะ เจ้าทำจริงๆเจ้าก็อดเปล่งเสียงครวญครางนะ ข้าจะเตือนเจ้าก่อน"เหลียงเฟยไม่ยอมแพ้ คราวนี้เขากระแทกตัวเข้ากับตัวของเสิ่นเล่ยจนหงายลงไปนอนบนตั่ง มือไม้ซอกซอนชอนไชไปทั่วเรือนร่างจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสิ่นเล่ยพยายามป้องกันแต่ดูเหมือนเขาเป็นเทพพันมือมิอาจหลบหลีกมือซุกซนนั้นได้"เหลียงเฟยปล่อยข้า เจ้ามิเห็นหรือว่าองค์ฮุ่ยเหอซุกซนยิ่งนัก หากเข้ามาเจอพวกเราจะทำอย่างไร"เสิ่นเล่ยตวาด"ไม่ต้องห่วงน่า เขามีคนดูแลอยู่แล้ว"เหลียงเฟยบอกชิดปาก แล้วส่งลิ้นเข้าไปตวัดลิ้นอีกฝ่ายจนเสิ่นเล่ยหลงลืมตนเองสนองตอบ สองแขนคล้องคอหนาเอาไว้ส่งเสียงครางเบาๆ"เจ้ามันตัวลามก"“หึเจ้าก็ชอบมิใช่หรือดูสิ น้องชายของเจ้ายืนตรงให้ข้าแล้ว"เสิ่นเล่ยหน้าแดงใช้กำปั้นทุบลงบนหลังเหลียงเฟยแรงๆ"ชอบทำร้ายข้านักนะแล้วเจ้าจะเสียใจจนต้องร้องขอชีวิตข้า"เหลียงเฟยใช้สองนิ้วสอดแทงเข้าไปในช่องรักอุ่นๆที่ยังแข็งตึงของเสิ่นเล่ยทันที เขาผวาเฮือกใช้เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างเหลียงเฟยทันที"อ่าาาห์ เบามื
ขุนเขากว้างใหญ่ คนสองคนแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินเข้มแถบดำสวมหมวกงอบหลุบจนปิดบังหน้าตาเอาไว้ครึ่งใบหน้า ครั้นมองต่ำลงมา ยังมีเด็กน้อยหน้าตาสดใสงดงามราวกับเซียนน้อย อยู่ในชุดสีดำขลิบทองถือถังหูลู่สีแดงเข้มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย"นี่ถ้าไน่ยไน่ยรู้พวกเราไม่แย่เหรอ"เสิ่นเล่ยหน้าเหย"เจ้าจะให้รู้ทำไมเล่า อีกอย่างพระอาจารย์ท่าน ก็รักองค์ชายอย่างกับอะไรดี"เหลียงเฟยคาบก้านใบไม้เรียวรีสีเขียวเอาไว้ในปากเดินตามกันมา"เฮอะ!คนอย่างเจ้าน่ะจิตใจหยาบกระด้าง นิสัยชอบถังหูลู่นี้มาจากใครกันนะ พวกเราล้วนไม่มีใครชอบของหวานๆกันสักคน""เฮ่อ!เจ้ายังเดาไม่ออกอีกหรือ ว่ามาจากผู้ใดถ้ามิใช่ฮ่องเฮาชุนหวงน่ะ"เหลียงเฟยคายใบไม้ในปากออก แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคว้าหมับเขาที่เอวเสิ่นเล่ยทันที เสียงเพียะก็ตามมาติดๆเช่นกัน"หยุดมือเจ้าเดี๋ยวนี้"เสิ่นเล่ยตาเขียวปัด"แค่แตะเจ้าจะหวงไปทำไม เมื่อคืนยังมากกว่าแตะอีก"เหลียงเฟยหน้าตึง"เมื่อคืนพวกเจ้าทำอะไรกันเหรอ"เสียงเล็กๆถามสอดขึ้นมาทันที เสิ่นเล่ยอึกอักตอบไม่ได้ ผิดกับเหลียงเฟยที่ยิ้มร่า"ฮ่า ฮ่า ฮ่า องค์ชายอยากรู้รึพะย่ะค่ะ"เหลียงเฟยถาม"อื้ม ข้าอยากรู้""เอ่อ...พวกเราฝึกวิชา
"ก็เหมือนท่านนักพรตกล่าวไงเพคะ ว่านี่เป็นมติสวรรค์ใคจะขัดได้เล่า โชคดีแล้วเพคะ""นั่นสินะ"ทั้งสองเอ่ยยังไม่ขาดคำคนที่พรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่นหยุดยืนตรงหน้า"หวงเอ๋อร์ ลูกเราจะมีลูกใช่หรือไม่"ชุนหวงยิ้มกว้าง"ใช่แล้วเราจะมีลูก แต่ว่า"ชุนหวงนิ่วหน้านึกกังวลขึ้นมา"ข้าเป็นบุรุษจะมีเรื่องอันตรายหรือไม่ เจ้าอย่าได้เข้าใจผิดว่าข้าจะกลัวเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าหมายถึงเจ้าตัวน้อยนี่ต่างหากเล่า"ชุนหวงลูบท้องที่ป่องนูนขึ้นมาเบาๆ จิ้นหยางอมยิ้มขยับเข้าใกล้ ไน่ยไน่ยพอเห็นเช่นนั้นก็ถอยออกมาจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ตามลำพัง นำองค์ชายน้อยออกไปเล่นกับไป๋อวี้ด้านนอก"ข้าดีใจ เจ้ามีครรภ์ได้ข้าจะได้แต่งตั้งเจ้าเป็นฮองเฮาเสียที ถึงตอนนั้นเจ้าพวกสภาขุนนางคงอ้าปากค้างขัดข้าไม่ได้อีกแล้ว"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาเพราะเรื่องนี้ จิ้นหยางและสภาขุนนางถกเถียงกันครั้งแล้วครั้งเล่า"อย่าเพิ่งเลย รอให้คลอดก่อนเถอะ พูดถึงเรื่องนี้หมอยังไม่รู้ว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว จะคลอดอย่างไรข้ากลัวจริงๆ"ชุนหวงกังวล"อย่ากลัว เจ้าจำได้หรือไม่ นักพรตท่านนั้นบอกว่าหากมีเรื่องจนแต้มให้นึกถึงเขา ถ้าอย่างนั้น อ๊ะ!"ยังไม่ทันขาดคำ นักพรตชุดเทาก
นับวันอาการของชุนหวงยิ่งแย่ ทั้งอาเจียนทั้งเวียนหัว ได้แต่นอนซมอยู่ในตำหนักทั้งวัน จิ้นหยางตามหมอหลวงคนแล้วคนเล่ามารักษา แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย น่าแปลกยิ่งนัก หากจิ้นหยางอยู่ด้วย อาการเเหล่านี้ก็กลับหายไปอย่างปลิดทิ้ง เหมือนมิเคยได้เจ็บไข้ ดังนั้น หากจิ้นหยางว่าราชการ ก็จะต้องหอบหิ้วแม่ลูกตามไปนั่งบนตั่งที่ต่ำลงไปอีกขั้นด้วยเสมอทุกครั้ง ฮุ่ยเอ๋อร์นั้นฉลาดยิ่ง เวลาพระบิดาอ่านฎีกาเขาก็มักจะเข้าไปนั่งตักแล้วอ่านตามด้วยทุกครั้ง พอถึงเวลาพระอาจารย์ก็นำตัวไปเล่าเรียน เขารอให้เด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้นอีกหน่อย จึงจะส่งไปให้พระอาจารย์ของเขาดูแลโดยจะมีเหลียงเฟยและเสิ่นเล่ยติดตามไปด้วย คิดได้เช่นนั้น จิ้นหยางเหลือบมองใบหน้าที่อวบอิ่มแจ่มใสงดงามขึ้นทุกวันด้วยความเป็นห่วง น่าแปลก ทั้งที่มีอาการเจ็บป่วย กลับมิได้ทำให้ชุนหวงดูซีดเซียวลงเลยแม้แต่น้อย ว่าราชการเสร็จสิ้นเขาก็เข้าประคองชุนหวงเดินออกไปช้าๆ ไน่ยไน่ยจูงแขนฮุ่ยเอ๋อร์เดินตามมาเบื้องหลัง"เป็นเช่นไรบ้าง วันนี้เวียนหัวหรือไม่"จิ้นหยางก้มลงถามคนชุดขาว ชุนหวงส่ายหน้าช้าๆ"ไม่เลยข้าสบายดี""แปลกจริงๆ หมอหลวงทุกคนบอกว่าเจ้าสบายดี แต่ดูเจ้าสิ พ
"นับว่าเจ้ามีคุณความดีฮ่องเต้ ข้าถึงใจดีกับเจ้าเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นขอแค่เจ้านึกถึงใบหน้าขอข้า ข้าจะมาหาเจ้าเอง อ๊ะๆ!! ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน หวงกุ้ยเฟยของเจ้านั้นสุขภาพของเขาเกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของเจ้า หากเจ้ามุทะลุดุดัน หวงกุ้ยเฟยก็จะเจ็บปวดไม่หายนะ จำคำข้าไว้"จากนั้นร่างในชุดสีเทาก็หายไปอย่างรวดเร็ว"มันเรื่องอะไรกันแน่"จิ้นหยางทุบโต๊ะดังปัง ทั้งฮุ่ยเอ๋อร์และชุนหวงต่างสะดุ้งสุดตัว ชุนหวงรีบเอามือปิดปากกลั้นอาเจียนใบหน้าเดี๋ยวขาวเดี๋ยวเหลืองร้อนถึงจิ้นหยาง เขารับตะโกนเรียกคนให้ตามหมอหลวงมาทันที"จะ..เจ้านี่นะ ไม่ได้ยินหรือนักพรตท่านเตือนเจ้าว่าอย่างไร อย่าโกรธเกรี้ยวยังไงเล่าลืมแล้วหรือ"ชุนหวงพอกลืนความคลื่นไส้ได้ก็หันมาดุทันที"เจิ้นห่วงเจ้าจะให้ใจเย็นได้อย่างไร"จิ้นหยางหน้าตึง"ฮึก เสด็จแม่เสด็จพ่อโมโหพวกเราหรือพะย่ะค่ะ"ฮุ่ยเอ๋อร์น้ำตาปริ่มขอบตา"ไม่ๆ อย่าร้องนะเด็กดี เสด็จพ่อเจ้าแค่หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น เห็นหรือไม่ลูกเสียใจแล้ว"ชุนหวงทำตาเขียวดึงฮุ่ยเหยมากอดซุกอกเสียเอง เขาตบหลังเด็กน้อยเบาๆ"ไม่ร้องนะไม่ร้อง ไปกับแม่เถอะ อย่าอยู่ใกล้คนพาลเลย"ชุนหวงอุ้มฮุ่ยเหอลุกขึ้นแล้วต้องเซ
ฮุ่ยเหอ บัดนี้ องค์รัชทายาทน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลาสามชันษาแล้ว ชุนหวงนั้น ถูกแต่งตั้งให้เป็นพระมารดา ตั้งแต่องค์ฮุ่ยเหอถือกำเนิดมาเพียงไม่กี่ชั่วยาม จิ้นหยางฮ่องเต้ยามนั้นได้รับข่าวว่า อดีตกุ้ยเฟยนามเว่ยเหนียงใกล้คลอดเต็มทีก็ให้หมอหลวงไปเฝ้าดูแล จริงอยู่ว่า ทายาทมังกรนั้นได้ถือกำเนิดขึ้น สมควรจะให้โอรสสวรรค์อย่างเขาเฝ้าดูแลไม่ห่าง แต่อดีตกุ้ยเฟยได้ทำเรื่องร้ายแรงจนมิอาจให้อภัยได้ ดังนั้น จิ้นหยางฮ่องเต้จึงได้แต่เฝ้ารอองค์ชายน้อยอยู่ที่ตำหนักกลางพร้อมชุนหวง หวงกุ้ยเฟยแทน ทันทีที่พระนมอุ้มองค์ชายมาส่งให้กับจิ้นหยาง เขาระบายยิ้มบนใบหน้าทันที โดยประทานพระนามให้องค์ชายน้อยว่า 'ฮุ่ยเหอ惠河 ซึ่งแปลว่าสายธาราแห่งความการุณย์' เพราะเหตุใดน่ะหรือ มันเป็นเรื่องน่าแปลกยิ่งนัก องค์ชายน้อยนั้น กลับมีใบหน้าคล้ายกึ่งจิ้นหยางและกึ่งชุนหวงแทนน่ะสิ และก่อนที่อดีตกุ้ยเฟยจะทรงพระครรภ์ นางได้ทำเรื่องโหดเหี้ยมเอาไว้จนยากจะให้อภัย ดังนั้น จิ้นหยางจึงได้ประทานชื่อนี้ให้แก่โอรสของตนเอง เหล่าขุนนางและไพร่ฟ้าต่างแซ่ซ้องยินดีปรีดา ที่องค์ชายน้อยได้ถือกำเนิดมา จิ้นหยางได้มีราชโองการมีงานเฉลิมฉลองถึงเจ็ดวันเจ
"นี่เจ้า"ทั้งคู่ถึงแม้จะนัวเนียทั่งร่างแต่กลับใช้ฝ่ามือตบตีกันไม่หยุด หลี่เจี๋ยใช้ฝ่ามือตบเข้าที่แผ่นอกหนา อี้จางก็สวนกลับด้วยการถอนกายออกแล้วกระแทกเข้าซ้ำแรงจนอีกฝ่ายไถลไปด้านบน"อึก เจ็บๆ ข้ายอมแล้ว ได้โปรดเบามือให้ข้า"หลี่เจี๋ยถึงกับร้องออกมา อี้จางพอเห็นหลี่เจี๋ยเอ่ยออกมาเช่นนั้นก็หยุดดึงดันฝืน
ใช่! ทุกคนเข้าใจไม่ผิดเขากำลังโอบกอดข้าอยู่ ด้วยเรือนร่างที่สูงกว่าเขาเพียงจั๊งและร่างกายหนากว่าถึงกับทำให้เขาเสียเปรียบได้ขนาดนี้เชียวรึ"ทำอะไร? ข้ากลัวเจ้าล้มลงไปนั่งกับพื้นเลยคิดจะช่วยเท่านั้น""ปล่อย"หลี่เจี๋ยตะโกนจนคอแทบแตก แต่คนหน้าเฉยนั่นทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจภาษาคนไปแล้ว"หลี่เจี๋ย ข้าว่าเร
"ขวางเอาไว้"จิ้นหยางอ๋องสั่งการให้เขาพยายามขัดขวางชายหนุ่ม อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนเอง ใบหน้าชายหนุ่มผู้นั้นดูหล่อเหลาคมคายใช่น้อย ครั้งแรกที่ได้สบตากันอี้จางถึงกับเดินสะดุดจนตัวเซ ยามนั้นเขายังนึกสงสารหนุ่มใบ้ที่ทำหน้าตาย แต่หากแท้จริงแล้ว เป็นการหลอกลวงผู้คนต่างหากเล่า จริงแล้วเจ้าหนุ่มผู้นี้เขา
"ปล่อยข้าเถอะ ข้าจะไม่ขัดขืนเจ้าเด็ดขาด ข้าให้สัญญา"จิ้นหยางตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อีกทั้งไม่อยากขัดใจคนรักจึงปล่อยเลยตามเลย แต่อย่าคิดว่าเขาจะยอมตลอดไป ชุนหวงพอได้ยินจิ้นหยางเอ่ยเช่นนั้นก็ยอมปลดผ้ามัดมือออกแต่โดยดี จิ้นหยางปลุกเร้าชุนหวงจนเตลิดเปิดเปิงไม่ต่างกัน เขาก็ยอมให้ชุดหวงทั้งรังแกเรือนร่างทั




![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


