เข้าสู่ระบบอันเสี่ยวเหยาเกิดมาไร้พลังปราณ ทำให้ไม่เป็นที่รักของครอบครัว ซ้ำร้ายยังถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน โชคยังดีที่ปู่ย่ารักและเอ็นดูเขา ทั้งคู่เลยมองที่ดินผืนหนึ่งให้ เขาจึงเดินทางไปที่นั่น แต่ด้วยร่างกายที่บอบช้ำ ทำให้เขาสิ้นใจในบ้าน ขณะเดียวกันก็มีดวงวิญญาณจากอีกโลกเข้ามาแทนที่
ดูเพิ่มเติมณ ดวงดาวหรือโลกที่มีชื่อเรียกว่า ต้าเปียน มีสิ่งมีชีวิตมากกมายอาศัยอยู่และนั่นก็รวมถึงมนุษย์ด้วย ในยุคแรก ๆ มนุษย์จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และจะชอบย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ
เพศชายที่ได้ชื่อว่ามีพละกำลังที่แข็งแกร่งจะออกไปล่าสัตว์แล้วนำกลับมาให้สมาชิกในกลุ่ม
ต่อมาเมื่อพวกเขาที่ลูกหลาน จากลุ่มเล็ก ๆ ก็กลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยคนจำนวนมากค่อยข้างลำบาก
ในยุคที่สองผู้นำของแต่ละกลุ่มมีความคิดที่จะลงหลักปักฐานในที่ใดที่หนึ่งเพื่อสร้างเมืองของตัวเอง
ยิ่งประชากรเยอะก็ต้องสร้างเมืองที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับคนของตัวเอง ถ้าเมืองเล็กแต่คนมากก็จะรู้สึกอึดอัด ผู้นำจึงต้องหันหน้าเข้าต่อสู้เพื่อแย่งชิงดินแดนอื่นมาเป็นของตน
การสู้รบเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในแต่ละครั้งจะมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่นักรบเท่านั้น ยังมีประชาชนที่บริสุทธิ์อีกหลายชีวิตที่ถูกสังเวยจากการโดนลูกหลงในสงคราม
จนกระทั้งมีชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน เดิมทีเขาเป็นเพียงชาวไร่ธรรมดา เมื่อมีสงครามก็ต้องอพยพไปที่อื่น แต่เขาไม่อยากหนีต่อไปแล้ว เขาต้องการให้สงครามนี้จบลงสักที
เขาและพรรคพวกจำนวนหนึ่งได้วางแผนที่จะสังหารผู้นำจากเมืองต่าง ๆ แล้วรวมทุกเมืองไว้เป็นเมืองเดียวกัน
แม้ว่าคนน้อยจะสู้คนที่เยอะกว่าไม่ได้ แต่ด้วยมันสมองอันแสนฉลาดของเขาก็ทำให้รวมทุกเมืองไว้เป็นปึกแผ่นได้อย่างที่ใจหวัง ภายในระยะเพียงเวลา 2 ปีเท่านั้น
เขาคนนั้นมีชื่อว่า อู๋เจ๋อ
ต่อมาอู๋เจ๋อก็ถูกผู้คนเลือกให้เป็นจักรพรรดิคอยปกครองดินแดนที่เรียกว่าต้าเปียน เขาได้แบ่งเขตปกครองเป็น 4 เขต คือ เมืองเฟิ่งเปียน เมืองหู่เปียน เมืองหลงเปียน เมืองอวี๋เปียน และมอบหมายให้คนที่ไว้และมีความสามารถไปดูแล
โดยเมืองหลวงที่จักรพรรดิปกครองจะตั้งอยู่ในเมืองหลงเปียน
ทว่าการสู้รบที่กินเวลายาวนานทำให้มนุษย์เหลือน้อย มีเพศชายจะเสียชีวิตในสนามรบไปไม่น้อย แต่ประชากรเพศชายก็ยังมีเยอะกว่าเพศหญิงอยู่ดี
หลายร้อยปีต่อมามนุษย์เกิดการวิวัฒนาการและได้ถือกำเนิดเพศใหม่ที่แสนวิเศษ
ฮวา จะมีรูปลักษณ์เหมือนเพศชายทุกประการ แต่จะมีรูปร่างที่บอบบาง บางคนก็สูงโปร่ง ถ้าให้เทียบกับเพศชายก็ยังตัวเล็กกว่าอยู่ดี ที่สำคัญในร่างกายของฮวาจะมีมดลูกทำให้สามารถตั้งครรภ์ได้เหมือนกับเพศหญิง
นอกจากนี้ธรรมชาติยังมอบพลังปราณให้กับมนุษย์ด้วย ถ้าฝึกฝนอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอก็จะทำให้มีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย
ยิ่งมีระดับพลังปราณสูงก็จะทำให้คนนั้นมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ทั้งยังคงสภาพของผิวพรรณให้ดูเต็งตึง ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ไม่เหี่ยวไม่แก่
โดยทุกคนจะมีลมปราณตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว ซึ่งแต่ละคนก็จะมีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพ่อแม่ด้วยว่าอยู่ขั้นไหน ถ้าขั้นสูงบวกกับขั้นสูง ลูกเกิดมาก็จะสูงด้วย
พอโตขึ้นทุกคนก็สามารถฝึกฝนให้ตนเองอยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้อีก แต่ก็ใช่ว่าจะข้ามผ่านในแต่ละระดับได้อย่างง่าย ๆ บางคนใช้เวลาหลายปีกว่าจะเลื่อนขั้นได้
ซึ่งระดับพลังปราณจะแบ่งเป็น 7 ขั้น ได้แก่
- ขั้นแรกเริ่มพลังปราณ
- ขั้นก่อกำเนิดปราณ
- ขั้นผสมปราณ
- ขั้นนภา
- ขั้นจุติ/เซียน
- ขั้นราชา
- ขั้นจักรพรรดิ
และในแต่ละขั้นก็จะแบ่งย่อยอีก 3 ขั้น คือ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง
บนดวงดาวที่เรียกว่าต้าเปียนนั้นมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปรองดอง ไม่มีการสู้รบอีก
เมื่อเวลาผ่านไปยุคสมัยและทุกสิ่งบนโลกก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย พวกเขามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถพูดคุยกันในระยะไกลได้ มีตึกสูงเฉียดฟ้า รถที่ขับอยู่บนท้องฟ้า มียานขนาดใหญ่ที่ใช้เดินทาง
ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งจะมีสัตว์ประหลาดจากต่างโลกรุกรานเข้ามาในโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ มันมีรูปร่างเหมือนสัตว์ 4 ขา ตั้งแต่หลังยาวไปจนถึงหางจะมีหนามแหลม ผิวหนังที่แข็งราวกับเป็นเกราะป้องกัน
มนุษย์เรียกพวกมันว่า เซิร์ก
การปรากฏตัวของมันทำให้มนุษย์ตื่นตัว พวกมันเข้ามาทำลายทรัพย์กรธรรมชาติ พืชผักที่มนุษย์ปลูกไว้เสียหายอย่างหนักทำให้อาหารขาดแคลน
ต่อมามนุษย์ก็ได้คิดค้นอาหารสังเคราะห์ขึ้นมาทดแทน อาหารหนึ่งแท่งสามารถทำให้คนที่กินรู้สึกอิ่มท้องหลายชั่วโมง
“ อ๊าก!! ช่วยด้วย ” ทหารคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเนื่องจากถูกเซิร์กกัดเข้าที่แขน
ปัง ปัง
กระสุนที่ถูกคิดค้นเป็นพิเศษสามารถเจาะทะลุสิ่งของที่แข็งได้ พุ่งใส่หัวและลำตัวของเซิร์กอย่างจัง ปากที่งับแขนทหารนายหนึ่งอยู่ก็คลายออกมา
“ ฉันมาช่วยแล้ว นายเป็นไงบ้าง ”
“ อึก ผมยังไหวครับ ” กัดฟันตอบ
“ อดทนเอาไว้ ฉันจะพานายกลับไปที่หน่วยแพทย์ ” ว่าแล้วก็หิ้วเพื่อนร่วมรบขึ้นก่อนที่ร่างของทั้งสองคนจะทยายไปบนท้องฟ้า
ตอนนี้ทหารจำนวนหนึ่งกำลังต่อสู้กับพวกเซิร์ก ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับข่าวว่ามีเซิร์กฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ท่านนายพลหวังเยี่ยนเฉินและลูกน้องจึงรีบเดินทางไปจุดดังกล่าวทันที เพื่อไม่ให้พวกมันเข้ามาถึงพื้นที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่
แม้ว่าทหารจะสังหารพวกเซิร์กไปมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่พวกมันก็ยังไม่หมดไปจากโลกนี้สักที
ปัง ปัง
ทหารยังคงยิงใส่เซิร์กอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องดังขึ้นเป็นระยะ ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองคนที่ยิงมันด้วยความโกรธ ร่างของสัตว์ประหลาดวิ่งออกไป
เมื่อทหารเห็นแบบนั้นก็ยิงซ้ำอีกหลาย ๆ รอบจนมันนิ่งไป เลือดสีแดงฉานไหล่นองเต็มพื้น ซากเนื้อและชิ้นส่วนของเซิร์กกระจัดกระจายไปทั่วทุกบริเวณ
ไม่นานเสียงปืนก็สงบลง ท่านนายพลหวังเยี่ยนเฉินทอดมองภาพเบื้องหน้าอย่างเย็นชา บนร่างกายของเชาเต็มไปด้วยเลือดของเซิร์ก กลิ่นคาวของมันชวนให้คลื่นไส้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจ
“ ท่านนายพลหวังครับ ผมตรวจรอบ ๆ แล้วไม่พบความร้อนของสิ่งมีชีวิตแถวนี้ครับ ”
“ อืม ”
“ ครั้งนี้เราไม่เสียใครไป แต่ก็มีหลายคนบาดเจ็บหนัก ”
“ กำชับหมอว่าดูแลพวกเขาให้ดี ”
“ ผมบอกแล้วครับ แต่จะบอกใหม่อีกรอบ ” เมิ่งจ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
แม้ภายนอกท่านนายพลจะดูเย็นชา ไม่ค่อยแสดงออก แต่ในสายตาของลูกน้องที่ร่วมงานรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงและใส่ใจลูกน้องทุกคน
“ กลับกันเถอะ ”
หลังจากที่เซิร์กบุกสวนพืชปราณในวันนั้น อันเสี่ยวเหยากับโคโค่ก็ได้ย้ายมาอยู่บ้านของท่านนายพล เนื่องจากบ้านของเขาโดนเซิร์กค้นจนเละเทะ หลังคาพังเป็นรูใหญ่ ประตูหน้าต่างเฟอร์นิเจอร์เสียหายใช้งานไม่ได้ ต้องซื้ออันใหม่มาเปลี่ยนแต่จากที่เขาประเมินแล้วสร้างใหม่เลยน่าจะดีกว่า เมื่อไม่สามารถนอนบ้านตัวเองได้ เพื่อนบ้านที่ที่แสนดีอย่างพี่เยี่ยนเฉินก็หยิบยื่นที่พักชั่วคราวให้อันเสี่ยวเหยาไม่ได้มาอยู่บ้านคนอื่นเฉย ๆ เขายังช่วยทำอาหารให้เจ้าของบ้านกินเป็นการตอบแทน“พี่เยี่ยนเฉินมากินข้าวได้แล้วครับ”นี่เรียกว่าเป็นกิจวัตรในคฤหาสน์หลังโตเลยก็ได้ที่ทุกเช้าพ่อครัวตัวน้อยมักจะเรียกเจ้าของบ้านให้มากินข้าว“หอมจังเลย” เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาคนได้ยินร้อนวูบวาบที่ใบหูไม่ได้อันเสี่ยวเหยาเม้มปากพลางเอี่ยวหน้าไปมองแวบหนึ่งก่อนจะบอกให้อีกคนนั่งลง จากนั้นเขาก็นั่งที่เก้าอี้ถัดไปและเริ่มกินอาหารตรงหน้าแต่จนแล้วจนเล่าท่านนายพลก็ไม่หยิบช้อนขึ้นมาสักที ทั้งสายตาแพรวพราวกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มนั่นอีก ทำเอาเขาเกร็งจนไม่กล้ากินต่อ“พี่เยี่ยนเฉินไม่กินล่ะครับ”เอาแต่จ้องหน้าคนอื่นอยู่ได้
ยังจำกันได้ไหม…วันที่ทีมโพไซดอนมาติดตั้งกล้องวงจรและนำหุ่นยนต์รบมาติดตั้งไว้ที่สวนพืชปราณแห่งนี้ หากมีผู้บุกรุกหรือเจ้าของสวนคิดว่าตกอยู่ในอันตรายสามารถกดสัญญาณเตือนภัยได้ซึ่งปลายทางที่ได้รับข้อมูลนี้จะมีอยู่ 3 ทาง คือ หุ่นยนต์รบ กองทัพ และท่านนายพลหวังเยี่ยนเฉินโครม เพล้งเสียงของตกทำเอาคนที่ซ่อนตัวสะดุ้งเป็นระยะ ชายหนุ่มพยายามนั่งนิ่ง ๆ ไม่ส่งเสียงดัง เขาภาวนาให้พวกเซิร์กตั๊กแตนสีน้ำตาลเข้มตัวยักษ์ที่เดินต้วมเตี้ยมไปทั่วบ้านหยุดทำลายข้าวและออกไปจากบ้านของเขาสักที“โคโค่จะมีใครมาช่วยพวกเราไหม” ร่างเล็กกระซิบถามเสียงแผ่วเบา“มีสิครับ”“จริงเหรอ โคโค่รู้ได้ยังไง” ใบหน้าหวานหันไปมองตามเสียงท่ามกลางความมืดมิด“เพราะโคโค่เก่งครับ” โคโค่พูดติดตลก“คิก อุ๊บ! ” เสียงขำหลุดรอดออกมาอย่างไม่ทันตั้งใจ พอรู้ตัวก็รีบยกขึ้นปิดปากเอาไว้โคโค่ดีใจที่สามารถทำให้เจ้านายลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้ชั่วขณะ มันรับรู้มาตลอดว่ามนุษย์ข้างกายนั้นหวาดกลัวแค่ไหน จังหวะการเต้นของหัวใจที่ถี่เร็วค่อย ๆ ลดลงเป็นจังหวะปกติราวกับว่าการหลุดหัวเราะเมื่อครู่ทำให้เขาผ่อนคลายลง“เสี่ยวเหยาหลับตานะครับ พอลืมตาขึ้นเรื่องทุก
หลังจากที่มีข่าวพืชปราณออกไปทางกองทัพก็ไม่ได้นิ่งเฉย เร่งตรวจสอบหาแอคเคาท์เจ้าปัญหาที่หลอกลวงประชาชน ทั้งยังนำชื่อของเจ้าของสวนพืชปราณตัวจริงไปใช้จนทำให้เสียชื่อเสียงโชคดีที่ตอนลงทะเบียนใช้งานแอปจะต้องใส่ข้อมูลตัวเองลงไป พอตรวจสอบดูชื่อของแอคเคาท์นั้นก็ปรากฏสู่สายตา ทหารจึงนำกำลังบุกไปที่บ้านของคนร้ายเงินที่คนร้ายโกงมาถูกโอนให้ผู้เสียหายจนครบ ทุกคนดีใจมากที่ได้รับเงินคืน สำหรับบางคนเงินพวกนี้สามารถใช้ต่อชีวิตคนในครอบครอบครัวได้อีกหลายวันส่วนคนกระทำผิดก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย บทลงโทษจะหนักหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นทำเรื่องร้ายแรงแค่ไหนด้านอันเสี่ยวเหยาก็กำลังยุ่งอยู่กับการปลูกพืชปราณเพิ่มในที่ดินที่เพิ่งซื้อมา แม้ว่าจะมีเรื่องพืชปราณปลอมผุดขึ้นมาแต่ยอดขายของเขาก็ดีอยู่ เปิดขายเท่าไหร่ก็ขายหมดเกลี้ยงตลอด ช่วงนี้หุ่นยนต์ทุกตัวในสวนจึงต้องทำงานหนักกว่าปกติ จนกลัวว่าระบบข้างในจะรวนเข้าสักวันหรือบางทีเขาควรจะคิดเรื่องซื้อหุ่นยนต์มาช่วยงานเพิ่มดีนะ รอให้พี่เยี่ยนเฉินกลับมาจากงานเมืองหลงเปียนก่อนดีกว่าแล้วเขาค่อยนำเรื่องนี้ไปปรึกษา“ไหวไหมครับ” โคโค่ถามเจ้านายที่มือทั้งสองข้างถือถุงต้นไม้ที
“น้ำส้มเย็น ๆ ครับ” อันเสี่ยวเหยาเสิร์ฟน้ำส้มคั่นให้แขกทั้งสองคนก่อนจะย่นกายนั่งที่โซฟาข้าง ๆ กับโค่โค่“ขอบคุณครับ”นายอำเภอหวังเซียนเย่กับทนายไป๋ฟู่หรงหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบตามมารยาท แต่ก็ต้องแปลกรู้สึกใจกับรสชาติของน้ำส้มที่เจ้าของบ้านนำมาเสิร์ฟความหอมหวานแบบเฉพาะตัวของส้มแผ่กระจายไปทั้งโพรงปาก จากที่คิดว่าจะจิบเล็กน้อยเปลี่ยนเป็นดื่มจนหมดแก้วอึก ๆ“อ่า ชื่นใจจัง ผมไม่เคยกินน้ำอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย” คนที่ท่าทางขี้เล่นเอ่ยขึ้นนี่ถ้าอีกฝ่ายเป็นแนะนำตัวกับเขาว่าเป็นนายอำเภอ เขาก็คงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นดาราหรือนายแบบเสียอีก จะว่าไปใบหน้าของอีกฝ่ายก็คล้ายคลึงกับพี่เยี่ยนเฉินอยู่หลายส่วนหลังจากที่ได้รู้จักกัน อันเสี่ยวเหยาก็รู้ได้นายอำเภอคนนี้เป็นคนเฮฮา สนุกสนาน ต่างจากผู้ช่วยที่ดูจริงจัง“อร่อยมากครับ” คนหน้านิ่งเอ่ย“ผมดีใจที่พวกคุณชอบ”“อะแฮ่ม ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ ข่าวเรื่องพืชปราณปลอมและคนที่ออกมากล่าวหาคุณเสี่ยวเหยา คุณจะจัดการยังไงครับ” คนที่ใส่แว่นชื่อไป๋ฟู่หรงเป็นทนายและยังเป็นผู้ช่วยคนสนิทของนายอำเภอเอ่ยขึ้น“ผมตั้งใจจะสตรีมสดเพื่ออธิบายกับทุกคนว่าผมไม่ได้ขายพืช


![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


