Masukช่วงที่ผ่านมา เขายุ่งมาก โดยปกติแล้ว หากเป็นพนักงานที่ทำงานในสำนักงาน เขาจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจคัดเลือก แต่ด้วยงานที่ยุ่งเหยิง การรับพนักงานจัดซื้อคนใหม่ เขาให้หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อคัดสรรเอง แต่ย้ำเน้นให้ดูให้ดี เขาไม่อยากแจ้งความจับพนักงานของตัวเองเข้าคุกอีก เพราะฝ่ายจัดซื้อเป็นฝ่ายที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตได้ง่าย
“แล้วคนที่หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเขาให้ลุงไปรับชื่ออะไร”
ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่
หญิงสาวสวยร่างเพรียวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสไตล์ชิคที่จับคู่แมตช์ง่ายๆ ระหว่างเสื้อยืดลายน่ารักเนื้อดีสีขาวกับกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มลายเก๋ สองขาเรียวกำลังลากกระเป๋าเดินทางไปตามทางเดินของผู้โดยสารขาออก ความสดใสที่มีเป็นทุนเดิมยิ่งขับเน้นให้วัยยี่สิบหกในปีนี้ของเขมขิมดูสวยสะพรั่งขึ้นเป็นหลายเท่าตัว
เขมขิมมีใบหน้าขาวผ่อง อิ่มเอิบ ริมฝีปากสีแดงสดตัดกับฟันขาวราวไข่มุก ทั้งหมดเป็นเพราะเธอดูแลตัวเองอย่างดีมาโดยตลอด
หลังจากผ่านไปชั่วโมงเศษ น้ำเปล่าในขวดใสถูกดื่มลงคอจนหมดขวด ดวงตาเรียวงามเปี่ยมเสน่ห์กวาดมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ แต่หญิงสาวไม่อาจจับใจความได้
หญิงสาวหลับตาลง เม้มริมฝากแน่น หลังจากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินราคาประหยัดพาเธอเหินฟ้ามาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่สำเร็จตามหน้าที่ เธอเองก็กำลังมีหน้าที่ใหม่ที่ต้องทำเช่นกัน
ในขณะที่ความเหนื่อยล้าภายในใจกำลังก่อตัว เสียงเรียกชื่อเขมขิมระรัวก็สลายห้วงภวังค์ของเธอ “คุณชื่อเขมขิมหรือเปล่า”
ดวงตากลมโตมองไปตามทิศทางของเสียงที่มาจากด้านขวา เมื่อแหงนคอเงยหน้าขึ้นไป หญิงสาวรู้สึกว่ากำลังถูกตรึงไว้กับที่ด้วยดวงตาคมเข้มดุดัน มือน้อยยกทาบอก ตะลึงพรึงเพริด คิ้วเรียวสวยเลิกสูงมองใบหน้าที่มีเค้าลางว่าหล่อจัด แต่เวลานี้เต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้มจนน่าตกใจ แล้วความฝันอันเลวร้ายก็ผุดขึ้นมา
“คุณ...”
“เธอเองเหรอ...”
เขาจำเธอได้แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านมานานแล้วก็ตาม หญิงสาวหน้าใสที่ยืนจ้องเขาตาแป๋วในวันที่เขายังไม่สร่างเมา แต่พอเขาเห็นสายตาจดจ้องลงมาที่ตรงกลางระหว่างขาเขาก็สร่างเมาทันที รู้ตัวอีกทีตอนเหมราชสะกิดว่าเขากำลังยืนตัวเปล่าล่อนจ้อนแล้วโยนผ้ามาให้
“เกย์เถื่อน” เขมขิมรีบยอกมือปิดปากแต่ไม่ทันแล้ว
"อะไรนะพูดต่อให้จบ พูดให้ดีนะ ใครเป็นเกย์” เขาคำรามใส่อย่างหงุดหงิดแต่เขมขิมไม่กล้าพูดต่อ
พนาคำราม ดวงตาคมเข้มดูดุดันขึ้นไปอีก "คนอย่างฉันไม่ใช่เกย์แน่" ในหัวของเขาผุดภาพสาวน้อยที่จ้องของรักเขาตาเขม็ง "หรือในหัวเธอยังติดภาพนั้น" เขากระซิบเบาๆแต่แฝงแววเหี้ยมเกรียมชวนให้คนฟังขนลุก “มัน...อาจจะเกไปทั้งซ้ายนิดหน่อย"
เขมขิมหน้าแดงจัด อยากจะกรีดร้อง เพราะรู้ดีว่าเขาพูดเรื่องอะไร "คนบ้า ฉันไม่สนใจหรอกว่าของคุณจะเกไปทางซ้ายหรือเกไปทางขวา ไม่ต้องมาพูดให้ฉันฟัง"
หญิงสาวหน้าแดง โมโหจนตัวสั่น อยากยกขาขึ้นเตะผ่าหมากเขาสักทีสองทีแต่ไม่กล้า เมื่อยืนใกล้เขาตัวเธอเล็กไปถนัดตา แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะทะเลาะเพราะเธอต้องรีบไปรายงานตัวกับเจ้านายใหม่
“ฉันแค่สงสัยว่าคุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง แล้วมาทักฉันทำไม”
พนายกมือกอดอก มองคนตัวเล็กตรงหน้าขึ้นลง เขมขิมเห็นก็ขึงตาใส่
“มองอะไร”
“มองว่าเธอก็น่ารักเหมือนกันเสียแต่...”
“เสียแต่อะไร” เขมขิมแหวกลับ รู้สึกไม่ชอบสายตากรุ้มกริ่ม มองโลมเลียแบบนี้เลยสิ โชคดีที่เจอกันแค่ไม่นานเดี๋ยวก็ไม่ต้องเจอแล้ว
พนาเลิกคิ้วขึ้นสูง ยิ้มยียวน เขาคิดว่าเธอดูใสซื่อ ไม่ได้จะว่าอะไรหรอก แต่ก็ไม่อยากพูดออกไป เพราะมีงานอีกมากที่ต้องไปทำ
“ช่างเรื่องนั้นเถอะ ว่าแต่เธอชื่อเขมขิมหรือเปล่า” ตามการแต่งตัวที่ลุงชมบอกว่าหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อให้มารับก็มีแค่เธอคนเดียว เขาจึงสุ่มเรียกชื่อดู ไม่คิดว่าพอหันหน้ากลับมาจะกลายเป็นเธอไปได้ พนาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
เขมขิมขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก็ยอมรับออกไป “ใช่ ฉันชื่อเขมขิม”
พนากระตุกยิ้ม “ถ้างั้นคงไม่ผิดตัว เดินตามฉันมา จะได้รีบกลับไร่กันก่อนค่ำ”
เท่านั้นเขมขิมก็รู้สึกว่าลางสังหรณ์ของเธอเริ่มแม่นยำ อย่าบอกนะว่านายคนนี้คือคนที่มารับเธอ เขมขิมไม่เก็บความสงสัยไว้อีก รีบตะโกนถาม
“นี่คุณ ทำไมฉันต้องตามคุณไปด้วย” หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่โทร.มาบอก เขาบอกให้เธอคอยคนขับรถของไร่ จะมารับเธอไปที่ไร่ แล้วเป็นเขาไปได้ยังไงในเมื่อครั้งก่อนที่เจอเขาอยู่ในสภาพนั้น นั่นก็หมายความว่าเขาน่าจะเป็นนักท่องเที่ยว เธอสับสนไปหมดแล้ว หรือเขาจะทำงานที่ไร่นั้นด้วย
ร่างสูงกำยำหมุนตัวกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มีเคราขึ้นเขียวครึ้มกลับมาตีสีหน้าดุดันเหมือนเดิม “เธอจะไปทำงานที่ไร่พนาไพรหรือเปล่า ถ้าจะไปก็รีบเดินตามมา อย่าเล่นตัวนัก ถ้าไม่อยากทำก็กลับไปซะ”
“อ้าว!” เธอลาออกจากที่ทำงานเก่า เดินทางมาที่นี่แล้วคิดจะให้หันกลับไปอย่างนั้นเหรอ “ทำสิ ฉันตั้งใจมาทำงานถึงลาออกจากที่เก่า ฉันแค่สงสัยในตัวคุณนั่นแหละ เป็นใครก็ไม่รู้”
“ฉันเป็นใคร เธอไม่ต้องสนใจหรอก รู้แค่ว่าไปกับฉัน เธอถึงไร่แน่นอน” พนาแอบสังเกตอาการเธอเงียบๆ เห็นว่าเธอก็ฉลาดไม่เบา
“ไม่ได้นะ ฉันเป็นผู้หญิง ยังสาว ยังสวย จะขึ้นรถไปกับคนที่ไม่น่าไว้ใจได้ไง ถึงจะเอ่อ...เป็นเกย์ก็เถอะนะ”
หากหูไม่ฝาด หญิงสาวได้ยินเสียงเขากำหมัดแน่นจนดังกร๊อบ ส่วนอีกฝ่ายเริ่มรู้ตัวว่าเส้นความอดทนกำลังจะขาดผึงก็ตัดสินใจรีบทำตามภารกิจที่อาสาให้เสร็จสิ้นก่อนตะวันตกดิน
“เอาละ ไม่ไว้ใจฉันใช่ไหม งั้นฉันไปละ แต่ลุงชมแกป่วย มารับเธอไม่ได้ เธอหาทางไปไร่เอง หรือไม่ก็กลับไปซะ”
พอเห็นว่าเขาหันหลังกลับไปจริงๆ เขมขิมก็ร้องห้ามเสียงสั่น
“อา อืมห์” เขาคำรามต่ำ สั่นไปทั้งตัวด้วยความต้องการปนทรมานจากช่องทางรักที่แสนจะรัดรึงบีบตัวตนของเขาไว้แน่น แล้วความชัดเจนก็ทำให้หัวใจเขารู้สึกอิ่มเอม เขมขิมช่างดีงาม เธอยังใหม่สดไม่เคยถูกทีมใด้เข้าไปสำรวจมาก่อน“ขิมจ๋า วิเศษที่สุดเลยจ้ะ” เขาครางบอก สองมือก็เอื้อมไปนวดเฟ้นทรวงอก สะโพกสอบก็ขยับเข้าขยับออกตัวตนที่สอดเข้าไปจึงเข้าไปจนสุด เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวทั่วห้องหอ สลับกับเสียงกรีดร้องจากความเสียดเสียวของเขมขิมพนาไม่ยอมปล่อยร่างเล็กง่ายๆ เขาควงตัวตนในช่องทางรัก พร้อมกับสูดปากครางยาว ขยับเข้าออกจนสำลักความสุข ก่อนจะทนไม่ไหวเมื่อร่างงามบิดส่ายไปมา ใบหน้าสวยแดงจัด ริมฝีปากอิ่มขบเม้มกันแน่นเมียเขาสวยขนาดนี้ เขาจะทนยังไงไหว เขาเร่งควงสะโพกสอบ แล้วหมุนวนรอบกายบาง ยิ่งเมียร้องครางดัง เขายิ่งกระแทกกระทั้นเข้าไปหนักหน่วง เขาหยุดไม่ได้แล้ว ความปรารถนาตอนนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวาไหลทะลักออกจากภูเขาไฟเนื้อตัวเขาสั่นสะท้านจากความเสียว น้องชายเขาถูกรัดแน่นทุกทิศทาง ทุกครั้งที่ขยับเข้าออกมันจะเสียวมาก ตัวตนของเขมขิมจะดูดรั
“ผมไม่มีอะไรจะพูดมากนอกจากบอกว่าผมรักเขมขิมครับ”“ขิมก็ไม่มีอะไรจะพูดมากเหมือนกันค่ะ นอกจากบอกว่า ขิมรักพ่อเลี้ยงพนาค่ะ”เสียงเกรียวกราวดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือดังระรัวไม่หยุด พนาเดินไปขอไมค์จากพิธีกรแล้วพูดขึ้น“พรุ่งนี้ฉันให้พนักงานทุกคนหยุดงานได้หนึ่งวัน วันนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มให้เต็มที่ ฉลองที่ฉันแต่งเมียเข้าบ้าน”เขมขิมหัวเราะเพราะพนักงานทุกคนต่างไชโยโห่ร้องกันใหญ่ ไม่รู้ดีใจว่านายมีเมีย หรือดีใจที่ตัวเองได้หยุดเขมขิมหันไปทางไหนก็เห็นแต่สีหน้าเปี่ยมสุขของคนในงาน ทุกคนมีรอยยิ้ม รวมทั้งบิดาของเธอก็เดินมาจับมือเธอวางไว้บนมือหนาของพนา“พ่อฝากขิมด้วย”“ครับ ผมจะดูแลขิมอย่างดี ด้วยชีวิตของผมเอง”พูดจบพนาก็ดีดนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้พลุไฟแสนสวยก็ดังขึ้นบนท้องฟ้า พาสายตาทุกคนให้หันไปมองจังหวะนั้นเองที่พนาแอบประคองใบหน้าเมียรักมาแล้วประกบจูบปิดปากเนิ่นนาน พอหมดพลุไฟ ทั้งสองก็ยืนอมยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ทว่าเมื่อรอยลิปสติกสีชมพูติดที่ปากหยักลึกของพ่อเ
“ขิมไม่ไหวแล้วค่ะ”พนายิ้ม เขาไม่อยากเห็นเมียทรมานอีกจึงค่อยๆ ขยับสะโพกสอบ เขาไม่กล้าทำรุนแรงมากนักเดี๋ยวเมียจะรับไม่ไหว หรือถ้าเจ็บขึ้นมา ครั้งต่อไปเขาก็จะอดกินเมียอีกเขาค่อยหมุนควงสะโพก ขยับเข้าออกเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้เขาเสียวมาก พนาสูดปากครางลึก แล้วตัดสินใจกระแทกกระทั้นเมื่อเห็นว่าช่องทางรักของเขมขิมคลี่ขยายออกเขาปลดปล่อยอย่างรุนแรง หมดทุกหยาดหยด แหงนหน้าคำราม ลาวาข้นเหนียวถูกถ่ายเทไปสู่กุหลาบงามที่แทบรับไม่หมดเพราะลาวาที่ถ่ายทอดมาช่างมีมากเหลือเกินพ่อเลี้ยงพนาถอดถอนตัวตนออก เมื่อครู่เขาปลดปล่อยอย่างรุนแรง มันทำให้เขามีความสุขมากที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะชื้นเหงื่อแต่ดวงตากลับสว่างไสวสุกใสเพราะเหมือนนอนอยู่บนวิมานฉิมพลีที่มีนางฟ้าแสนสวยมานอนข้างๆ“เมียจ๋า ขิมทำให้ฉันมีความสุขมาก” เขาว่าแล้วจูบแก้มนวล“ขิมนึกว่าจะไม่รอดแล้ว คนอะไรไม่รู้เกินขนาดไปแล้ว”เมื่อเขาส่งมันไปทางไหนเธอสัมผัสได้ถึงความแน่นตึงตลอดระยะทาง“ผมขอโทษ เห็นขิมใส่เสื้อผ้าผมก็ต้องอดทนแล้ว ตอนขิมไม่ใส่เสื้อผ้าน้องชายผมพนาน้
เขาจึงได้แต่อดทนอดกลั้นปล่อยให้เธอทรมานเขาต่อ เขมขิมไม่ได้วางมือลงไปเปล่าๆแต่เธอลากไล้เบาๆตามหัวนม แล้วลากยาวลงไปที่ลอนซิกแพคที่เป็นรูปตัววี เขาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสั่นไปทั้งตัวได้เท่ากับเมียรักเลยเขมขิมรูดมือลงไปที่หัวซิบแล้วช่วยรูดลงจนสุด“ขิมเห็นมันค้างอยู่ตรงนี้นานแล้ว ขิมจะช่วยพ่อเลี้ยงเองนะคะ”“โอ พระเจ้า อีกหน่อยฉันต้องคานลงจากเตียงแน่ๆ”“พ่อเลี้ยงอยากให้ขิมเป็นอะไร ขิมก็เป็นอย่างนั้นค่ะ” เธอว่าแล้วประกบจูบปิดปากเขา เหมือนจะเชี่ยวชาญแต่สุดท้ายพนาก็รู้ว่านางฟ้าแสนยั่วของเขาไม่ได้ชำนาญอย่างที่กระทำ ลิ้นของเธอยังเงอะๆเงิ่นๆหาลิ้นของเขาไม่เจอ“ฉันจะสอนให้เองขิมจ๋า” เขาว่าแล้วดึงร่างเมียมาบดเบียดกับแผงอกของตัวเองหน้าอกอวบอิ่มที่มีบราเซียบดเบียดกับแผงอกยั่วให้ใจหนุ่มแทบคลั่ง เนินเนื้อสาวที่อวบอิ่มก็เสียดสีอยู่กับความแข็งแรงที่ค่อยๆขยายตัวออกจนแทบจะบวมปริเขาประกบจูบปิดปากกับเรียวปากอิ่ม สอดลิ้นเข้าไปแล้วเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็ก ดูดดึงเอาความหวานมาจนหมด ก่อนจ
“คุณพนา” เขมขิมร้องท้วงเบาๆ ทั้งเขินทั้งอายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสองหนุ่มสาวมองสบสายตากันก็ยิ้มเมตตา“ผมต้องไปแน่ครับงานแต่งงานของพ่อเลี้ยงพนาทั้งที่ ต้องเป็นงานใหญ่ระดับจังหวัดแน่”“ผมต้องคุยกับเมีย เอ๊ย เจ้าสาวอีกทีก่อนครับ เขาอยากได้แบบไหน”เขมขิมยิ่งก้มหน้างุดไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี โชคดีที่มีคนมาเรื่อยๆ ท่านผู้ว่าราชการจึงเดินไปคุยกับคนอื่นด้วยพนาจึงหันมาชวนเขมขิม “ไปที่บูธของเรากันเถอะ”เขาพาเธอเดินไปที่บูธไร่ส้มพนา เขาให้คนงานที่ไร่มาประจำการ มองเห็นคนที่มาร่วมงานให้ความสนใจมากมาย รอยยิ้มกว้างก็คลี่ขยายด้วยความปลื้มใจกระเช้าส้ม กระเช้าสตรอว์เบอรี่ต่างมีลูกค้าให้ความสนใจซื้อไปรับประทาน หรือซื้อไปเป็นของฝากจำนวนมาก ลูกค้าบางคนก็บอกว่าอยากไปชมสวน และยิ่งได้รู้ว่ามีรีสอร์ตด้วยต่างก็ให้ความสนใจอยากไปเข้าพักเป็นจำนวนมาก“พ่อเลี้ยงคะ ขิมขอช่วยขายของที่บูธนะคะ ลูกค้าเข้ามาซื้อของเยอะขนาดนี้ คนของเราน่าจะไม่พอ”พนาขมวดคิ้ว แต่เห็นสีหน้าร้องขอของเมียรักก็พยักห
1 สัปดาห์ต่อมา หลังจากหลักฐานของขิม และความเมาของอลินที่อยากถ่ายทอดสดให้คนรู้ว่าเธอกำลังขั้วกับพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่อ และรวยสุดๆ ลงเฟชบุ๊ก แต่ความเมาทำให้เธอไลฟ์สดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าไปด้วย พนาไล่ต้อนถามว่าเธอไปทำอะไรที่ไร่ของเขา เขาเห็นรถที่เธอเช่ามาจอดอยู่ร้านขายของฝากและมีคนยกลังส้มขึ้นรถเป็นสบกล่อง ความเมาปลิ้นของอลินพังตัวเอง คนเมามักพูดความจริงและอลินก็พูดความจริงเพราะความเมา ชื่อของเมญาณี และอัตนัยรวมทั้งแผนการที่ทั้งสามคนวางแผนการทำลายชื่อเสียงของไร่ส้มพนาไพร ถูกถ่ายทอดออกจากปากของอลิน พวกเธอจ้างพนักงานในไร่คนหนึ่งซึ่งรู้จักกับเมญาณีเป็นอย่างดี ให้ช่วยผสมส้มดีกับส้มเน่ารวมกันและส่งนกต่อซึ่งรู้จักดีกับอัตมันเข้าไปซื้อ จากนั้นสร้างเรื่องดรามาที่แชร์ต่อกันสนั่นในเฟชบุ๊ก แต่สุดท้ายคนที่เจ็บจนจุกคือ อลิน อัตมัน และเมญาณี ที่ถูกพ่อเลี้ยงพนาฟ้องร้องและไม่ยอมเจรจาทุกกรณีคนพวกนั้นได้แต่รอรับกรรมและรอนับทรัพย์สินเอาไว้เพราะยังไงพ่อ
ที่เข้ามาช้าก็เพราะอยากแกล้งและปล่อยให้แม่ตัวดีได้เห็นธาตุแท้ของไอ้สารเลวแฟนเก่า ที่สำคัญเขาอยากจะสั่งสอนมันก็อยากสั่งสอนเขมขิมด้วยเช่นกันเขาห้ามแล้วว่าไม่ให้มายุ่งกับเรื่องนี้เขามีวิธีจัดการกับพวกมัน เธอเป็นห่วงเขาอยากช่วยเขาหาหลักฐาน
ภายในผับปิดที่รับเฉพาะเศรษฐีมีเครดิตพนานั่งหล่อเหลาในชุดสูทอยู่ในมุมที่เงียบสงบที่สุดของร้าน คืนนี้อลินเลือกใส่ชุดแสกสั้นเปิดไหล่สีแดง ดูแพง และร้อนแรงมากสังเกตได้ขณะที่หญิงสาวเดินผ่านเธอตกเป็นเป้าจากทุกสายตา เพราะความยาวของกระโปรงห่างเพียงคืบครึ่งก็จะมองเห็นแพนตี้ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน เพียงแต่ขาข
เขมขิมเปิดประตูเข้ามาเห็นสีหน้าเป็นเดือดเป็นร้อนเธอรู้ว่าเขาโมโหแค่ไหน แล้วเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ “ขิมได้ข่าวเรื่องไร่ส้มของเราที่คนแชร์กันไปทั่วแล้วใช่ไหมครับ” “ใช่ค่ะ ขิมเห็นแล้ว” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้มือ
เมญาณีได้ยินชื่ออดีตแฟนเก่า แล้วสนใจอลินขึ้นมาทันที “รู้จักสิ รู้จักดีด้วย ผัวเก่า...เอ่อ คนรักเก่าพี่เอง” “จริงเหรอคะ” อลินตกใจเสียงสูง “งั้นแสดงว่าน







