LOGINเอาวะเป็นไงเป็นกัน
การที่เขารู้จักชื่อเธอ พูดชื่อของคนที่จะมารับเธอถูก เขาคงต้องเกี่ยวพันกับสถานที่ทำงานของเธอ
“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ” ได้ผล ร่างสูงกำยำชะงักฝีเท้าลง “เอาละ ฉันเชื่อคุณก็ได้ว่าคุณจะพาฉันส่งถึงที่ไร่ส้มพนาไพร แต่บอกฉันหน่อยได้ไหม คุณเป็นคนงานในไร่นั้นใช่หรือเปล่า”
“ฉันจะเป็นคนงานหรือเป็นอะไรกับไร่นั้น เธอไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ พูดง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
เขมขิมหน้าชา คำพูดเขาแปลได้ว่าเธอแส่ไม่เข้าเรื่อง หญิงสาวครางฮือมองเขาอย่างตะลึงงัน
เห็นสีหน้าเรียบร้อยประดุจผ้าพับไว้ แต่ดูท่าจะร้ายไม่หยอก พ่อเลี้ยงพนาก็ได้แต่ส่ายหน้า
“ทำเป็นยืนงงกลางดงฝรั่ง” เขาเห็นหนุ่มต่างชาติหน้าตาดีคล้ายชาวยุโรปกลุ่มใหญ่แบ็กแพ็กมาเที่ยวเมืองไทยกำลังจับกลุ่มคุยกัน แล้วมองมาทางหญิงสาวด้วยท่าทางสนใจ
เขมขิมเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ อดสงสัยไม่ได้ว่า ปากแบบนี้หลุดรอดมือรอดเท้าชาวบ้านจนโตมาได้อย่างไร
“ฉันไม่ได้กำลังยืนงงกลางดงฝรั่ง กำลังยืนงงว่าหลงมาอยู่ในปากหมาได้ยังไง”
กรามแกร่งสบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
“นี่เธอ...มันจะมากไปแล้วนะ กล้าว่าฉันปากหมาเหรอ ปากดีแบบนี้ระวังถูกหมากัดปากนะ ระวังไว้ด้วย” ดวงตากล้าคมส่งสายตาอาฆาตทิ่มแทง “ฉันขอย้ำอีกครั้ง ฉันมารับผู้หญิงที่ชื่อเขมขิม ถ้าใช่รีบตามฉันไปขึ้นรถ ช้ากว่านี้ ฉันไม่คอย”
ว่าแล้วก็หันหลังเดินลิ่วๆ ไม่สนใจฟังคำตอบของสาวเจ้าข้างหลัง
“เดี๋ยวคุณ รอก่อนสิ แต่คุณคงไม่ใช่ลุงชมคนขับรถใช่ไหม ครั้งก่อนตอนมาสัมภาษณ์ลุงชมขับรถมาส่งฉัน”
เขาหันกลับมากะทันหันจนร่างเล็กแทบจะยั้งตัวเองไม่ให้ชนกับเขาเอาไว้ไม่ทัน แล้วตะเบ็งใส่หน้า
“เออสิ หน้าเหมือนกันหรือไง ลุงชมอายุปาเข้าไปจะหกสิบ ส่วนฉันเพิ่งสามสิบ”
ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกายเบิกกว้างเหมือนฟังเรื่องเหลือเชื่อ “อะไรนะคุณเพิ่งสามสิบเองเหรอ นึกว่าสักสี่สิบ” เธอพูดจบก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ สีหน้าของเขาเหมือนอยากจะกินหัวเธอ เขมขิมรู้ดีเรื่องมารยาทไม่ควรทักคนเรื่องอายุ น้ำหนัก แต่เมื่อครู่มันเผลอไป
พนาข่มอารมณ์สะเทือนใจ รสชาติขมเฝื่อนล้นทะลักในอก เวลาเขาไปไหนกับไอ้เหม มันแก่กว่าเขาแต่คนคิดว่ามันเป็นรุ่นน้อง ส่วนเขาถูกมองว่าสามสิบปลายๆ ย่างสี่สิบ คงเป็นเพราะด้วยท่าทางบุคลิกที่เป็นคนร่างกายสูงใหญ่ตามไสตล์ลูกครึ่ง อีกทั้งยังทำงานตากแดด ตากลม กลางไร่ส้มทุกวัน แล้วเขาก็ไม่ได้เจ้าสำอางแบบไอ้เหมด้วย แต่ถูกมองด้วยสายตาแบบนี้ก็อดจะนอยด์ไม่ได้
“ฉันหน้าอ่อน หน้าแก่ อายุไม่ตรงกับใบหน้าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอไม่ทราบ ถ้าเธอไม่หยุดพูดมาก ฉันจะกลับเข้าไร่โดยไร้ผู้โดยสาร”
ริมฝีปากสวยบิดเบ้มองเขาอย่างดูแคลน “ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าหน้าตากับอายุของคุณจะสวนทางกันขนาดนี้”
เธอยังไม่หยุดว่าเขาหน้าแก่ พ่อเลี้ยงพนาหายใจสะท้านด้วยความรู้สึกกรุ่นๆ “ฉันยังไม่สนใจจะถามเลยว่าทำไมไฟหน้าของเธอคู่นี้ ดูล้ำหน้าตา อายุ เธอไปตั้งไกล แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าหน้ามัธยม นมด็อกเตอร์”
เขมขิมฟังจบอยากจะกรีดร้องเสียงดังเมื่อถูกเขามองหน้าอกอย่างตรงไปตรงมา แล้วยังว่าเธอหน้าอกใหญ่เกินอายุ
“จะมากไปแล้วนะ ปากเสียที่สุด เรื่องอะไรมาวิจารณ์หน้าอกฉัน จะใหญ่จะเล็กก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
พนานับหนึ่ง สอง สาม ในใจ “ถ้าพิรี้พิไร คืนนี้นอนสนามบินละกัน”
เขมขิมกัดฟันแน่น เขาจะรู้ไหมว่าก่อนเดินทางมาเธอถอดสร้อยคอไปจำนำด้วยดอกเบี้ยร้อยละสามบาทเพื่อเอาให้พ่อเก็บไว้ใช้ ยังไม่รู้เลยจะเอาเงินที่ไหนไปไถ่ มีเงินติดตัวมาในกระเป๋าไม่กี่บาท อะไรประหยัดได้เธอประหยัดแน่
“ใจเย็นสิคุณ รอฉันก่อน ฉันจะนั่งเงียบๆ ไม่ถามอะไรอีก”
พนาจึงหยุดเดินแล้วยิ้มกริ่ม ร่างบางที่เดินตามมาเกือบชนเขาอย่างจัง
“จริงนะ” เขาชี้เข้าหาตัว “งั้น ไปเร็วๆ จะรีบเอาไปส่งที่ไร่ จะได้จบหน้าที่เสียที”
เขาคว้าหมับที่แขนเล็กให้รีบเดิน
“นี่คุณ ปล่อยนะ ฉันเดินเองได้ จะลากแขนฉันทำไม” ความโกรธของเธอกระพือแรงขึ้น ไม่คิดว่าจะถูกต้อนรับด้วยคนท่าทางป่าเถื่อนพรรค์นี้ หน้าตาก็เหมือนอุรังอุตังหลุดออกมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ คำพูดก็เหมือนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน
ร่างเล็กพยายามผลักร่างเขาออกแล้วดิ้นรน จนคนที่กำข้อมือไว้แน่นออกเสียงคำรามในลำคอ
“ถ้าเธอเดินช้า เราจะถึงไร่ค่ำ เข้าใจไหม ฉันไม่อยากขับรถแล้วตกเหวตาย เพราะแค่มารับผู้หญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ”
“ผู้ชายป่าเถื่อนอย่างคุณถูกเลี้ยงมาแบบไหนกัน ถึงไม่รู้จักพูดจาดีๆ กับผู้หญิงบ้าง อ้อ...ลืมไป แบบคุณคงจะพูดหวานๆ กับผู้ชายหน้าตาดีมากกว่าละมั้ง” เธอยังจำคู่เกย์ของเขาได้
พ่อเลี้ยงพนาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา “ปกติฉันก็พูดหวานกับผู้หญิงนะ แต่จะพูดตอนอยู่บนเตียงเท่านั้น ถ้าอยากได้ยินคำหวานๆ จากปากฉัน เธอก็ต้องรอฟังบนเตียง อยากฟังไหมล่ะ”
สายตาของเขาที่เวลานี้ฉายแววกรุ้มกริ่มมองเธออย่างโลมเลียทำให้เขมขิมขนลุกนิดหน่อย “ไม่ ไม่ ฉันไม่อยากฟัง”
หรือว่าเขาจะเป็นพวก หญิงก็ได้ ชายก็เบิ้ล แย่แล้วเรา
สายตาวาวโรจน์ของเขาจ้องเธอเขม็ง “คิดอะไรถึงมองหน้าฉันแบบนั้น หรือเธอกำลังคิดอกุศลกับฉันอยู่”
“เปล่าค่ะ ไม่เลย ไม่ได้คิด ไม่คิดสักนิดเดียว” เขมขิมรีบปฏิเสธ
เขาจ้องมองหน้าตารูปไข่สวยสะดุดตา คิ้วเข้มหนา ดวงตาหวานเยิ้ม รับกันดีกับริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติก็รู้สึกจรรโลงใจดี ผิดแต่ว่าชอบคิดอะไรเป็นตุเป็นตะ
พ่อเลี้ยงพนาพยักหน้ายกมือเสยผมแล้วยิ้มเหี้ยมๆ “เชื่อเธอก็บ้าแล้ว ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร เลิกคิดซะ เพราะถ้าไม่เลิกคิดว่าฉันเป็น ฉันจะให้เธอพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิด”
“หน้าที่ของพนักงานทั่วไป” ดวงตาคู่คมของคนหล่อหน้ารกตวัดมองเขมขิมด้วยประกายตายั่วเย้าขณะที่กำลังยืนกอดอก “ก็ทำทุกอย่างตามเจ้านายสั่งยังไงล่ะ สั่งอะไร ก็ต้องทำตามนั้น แต่ถ้าสั่งแล้วไม่ทำไล่ออกสถานเดียว”เขมขิมเงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้าชาดิก ที่คิดว่าถูกย้ายมาเป็นเลขาก็แย่พอแล้ว แต่นี่เขาให้เธอเป็นพนักงานทั่วไป หรือให้เข้าใจง่ายๆ เธอถูกจับยัดใส่ตำแหน่ง GB เจเนอรัลเบ๊ ของพ่อเลี้ยงพนา‘อุรังอุตังเจ้าเล่ห์’กรี๊ดดดหญิงสาวอยากจะกรีดร้องให้สุดเสียง แต่สายตาหลายสิบคู่ที่มองมา ทำให้เขมขิมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “หมายความว่ายังไงคะพ่อเลี้ยง”พนาไม่สนใจจะตอบคำถาม เขาหันไปทางคนงาน “ไปทำงานกันได้แล้ว ยืนดูอะไรกันอยู่ได้ หรือจะให้หักเงินเดือนวันนีดี”มีนาเป็นคนแรกที่ขอตัวไปทำงาน พนักงานหลายสิบคนแม้มีท่าทีสนใจเขมขิม แต่ถูกพ่อเลี้ยงไล่ตะเพิดไปทำงานแถมขู่ว่าจะหักเงินก็ทำให้ไม่กล้าอยู่ต่อ ไม่กี่วินาทีคนพวกนั้นก็กระจายตัวหายไปอย่างรวดเร็วขณะที่เขมขิมยืนนิ่ง ท่ามกลางต้นส้มที่ถูกตัดแต่งกิ่
สาวใหญ่ท่าทางใจดีหันมายิ้มหวานให้ “ไม่ผิดหรอกค่ะ ก็คุณเขมขิมไม่ได้เริ่มงานในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อแล้วนี่คะ”เขมขิมขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ ขิมไม่ได้ทำงานในตำแหน่งจัดซื้อแล้วคุณรับขิมเข้าทำงานในตำแหน่งอะไร”มีนาย่นหัวคิ้วเข้าหากัน “พ่อเลี้ยงไม่ได้บอกคุณเหรอคะ ว่าพ่อเลี้ยงปรับตำแหน่งให้คุณเป็น....”“อย่าบอกนะคะว่าเลขาส่วนตัว!” ในเมื่อผู้จัดการบุคคลพาเธอขึ้นไปพบเขา นั่นหมายถึงเธอต้องไปทำงานขึ้นตรงกับเขาอย่างนั้นเหรอ ในสำนักงานจะมีตำแหน่งอะไรนอกจากเลขา ถ้าบริษัทใหญ่หน่อยก็ผู้ช่วยเลขา และงานด้านสำนักงานทั่วไป“อย่าเพิ่งเดาอะไรเลยค่ะ ตามดิฉันมาก่อนแล้วคุณจะได้รับคำตอบเอง” ท่าทางลับลมคมในของผู้จัดการฝ่ายบุคคลยิ่งทำให้เขมขิมใจเต้นแรงไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วเธอก็ให้กำลังใจตัวเองให้เดินตามมีนาเข้าไปมีนาพาเขมขิมมาหยุดอยู่ตรงหน้าสำนักงานชั้นในซึ่งเป็นห้องทำงานของพ่อเลี้ยงพนา แต่กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย “พ่อเลี้ยงหายไปไหนนะ”ร่
“ขิมหายโกรธผมได้แล้วนะ ต่อไปจากนี้ผมจะมีแค่ขิมคนเดียว” เขาพูดแล้วมองด้วยดวงตาพราวระยับ ใบหน้ารกครึ้มดูหล่อเหลาจากคำพูดนุ่มหวานนั้นถ้าไม่รู้ว่าเป็นการเล่นละคร เขมขิมก็คงจะเคลิ้มตาม เธอรีบเรียกสติกลับคืนมา คนอะไรตีบทแตกจนทำเธอเขินได้ “ค่ะ พ่อเลี้ยง ขิมขอบคุณพ่อเลี้ยงมากนะคะ”“เอาล่ะ นุช เรื่องของเรามันต้องจบวันนี้แล้วนะครับ ต่อไป นุชเลิกโทร.มาหาผมวันละสามสิบสายได้แล้ว เพราะขิม เมียผมขี้น้อยใจมาก แล้วยังหูไม่ดี เดี๋ยวคุณพูดอะไร เธอหูเพี้ยนได้ยินผิด พาลทะเลาะกับผมอีก จริงไหมจ๊ะขิม”พนากระชับอ้อมแขนแข็งแรง และสัมผัสได้ถึงศอกเล็กๆ ที่กระแทกสีข้างเขา“เห็นไหมยังไม่หายงอน ต้องหอมอีกที” เขามันคนพูดจริงทำจริง เจ็บจริง จำจริงด้วย!!เขาก้มลงมาหอมแก้มนุ่ม สูดความหอมของสาวแรกแย้มเข้าเต็มปอด เขมขิมรู้สึกเจ็บปนจักกะจี้ที่คางสากของเขาทิ่มตำแก้มนุ่มของเธอ “เจ็บ ปล่อยนะ เอาขนเม่นมาตำหน้าฉันทำไม”ขนเม่น?ปากดีแบบนี้ วันหลังฉันจะเอาขนเม่นไปตำตรงอื่น เ
“ว้าย!” นิดานุชยกมือลูบอก กรีดร้องด้วยความโมโหเขมขิมตีบทแตกแนบเนียนจนพนาอึ้ง ทึ่งไป ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะกับตำแหน่งจัดซื้อ น่าจะไปเล่นละครเวทีมากกว่าเมื่อพ่อเลี้ยงพนาไม่ตอบนิดานุชยิ่งร้อนรน“คุณกลับไปก่อนเถอะนุช”นิดานุชกรีดเสียง มองด้วยสายตาตัดพ้อ เธอหวังจะเป็นเมียพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ทั้งหล่อทั้งรวยแถมเรื่องบนเตียงก็เด็ด “พ่อเลี้ยงทำแบบนี้ได้ยังไง ทำไมแม่นี่บอกว่าสี่ห้าครั้ง ทีกับนุชแค่สองครั้งเอง ไหนพ่อเลี้ยงบอกว่านุชเซ็กซี่ หุ่นดีไงคะ ทำไมได้แค่สอง”เขมขิมมองคนที่ยืนหน้านิ่ง มุมปากเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เดาอารมณ์ยากไหนบอกว่าโดนล่อลวงไป ทำไมเบิ้ลซะล่ะเขมขิมคิดอย่างหมั่นไส้ ลอบเบะปาก ไม่อยากให้เสียเวลาอีก จึงรีบพูดแทรกขึ้นก่อนที่นิดานุชจะคร่ำครวญอะไรออกมาอีก“คุณมาก็ดีแล้วค่ะ ช่วยเป็นพยานให้ทีค่ะ ผู้ชายคนนี้ใจร้ายจะฆ่าแม้แต่เลือดเนื้อของตัวเอง ฉันโทร.มาบอกว่าท้อง เขาก็บอกว่าให้ไปทำแท้ง ฉันเลยต้องมาอาละวาดถึงที่นี่ ไม่คิดว่าคุณก็เป็นอีกคนที่ถูกไอ้ชั่วนี่มันหลอก ฉันจะไปแจ้งควา
“แฟนที่ไหน ฉันยังโสด ไม่มีแฟน ผู้หญิงคนนั้นมอมเหล้าฉัน แล้วก็ทำมิดีมิร้ายฉัน ครั้งแรกฉันก็ให้อภัย แต่โดนสองคืนติดกัน ฉันทำใจไม่ได้ นี่เธอคงติดใจเลยตามไม่เลิกรา คงหวังว่าจะได้แอ้มฉันอีกเป็นครั้งที่สามแน่ๆ”เขมขิมส่ายหน้าให้กับคำพูดแสนมั่นใจของเขา หรือไม่ก็คิดฟุ้งซ่านไปเอง “พ่อเลี้ยงคะ ก่อนจะพูดออกมา ดูหน้าตัวเองบ้างก็ดีค่ะ ผู้หญิงคนนั้นสวยยังกับดารา แต่หน้าพ่อเลี้ยง อย่าให้ขิมพูดเลยว่าเหมือนอะไร” เขมขิมพูดแล้วก็หลุบตาลงต่ำซ่อนรอยยิ้ม“เหมือนอะไร”“ถ้าไม่มีใครบอกว่าเป็นพ่อเลี้ยง ขิมคงคิดว่ายืนคุยกับโจรเรียกค่าไถ่ ขิมถามตรงๆ ถูกเขาหลอกไปฟัน หรือไปฟันเขาแล้วคิดจะเขี่ยทิ้งกันแน่”พนาสบกรามแน่น อยากจะพิสูจน์ให้ยัยตัวเล็กเห็นว่าเขาเด็ดแค่ไหนแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลา เขาเห็นท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือของนิดานุชก็ยิ่งรำคาญเขาถอนหายใจเฮือก“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เอางี้นะ ฉันเพิ่มเงินเดือนให้หนึ่งพัน ถ้าเธอจัดการเรื่องนี้ได้”“ไม่ค่ะ งานยากแบบนี้ขิมขอบวกเพิ่มจากที่ฝ่ายบุคคลให้สตาร์ทที่สองหมื่น
“มองเอ๋อๆ แบบนี้ไม่รู้สิ ฉันบอกให้ก็ได้ เคยได้ยินไหม เคารพรุ่นพี่ ให้เกียรติเพื่อน คอยเตือนรุ่นน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน รู้ถ่อมตน เป็นคนสู้ ไม่อู้งาน เธอมีคุณสมบัติข้อไหนบ้าง ฉันว่าตกหมดทุกข้อ ถ้าฉันเป็นคนสัมภาษณ์ รับรองว่าเธอไม่ผ่านด่านฉันแน่”เขมขิมส่ายหน้า เธอไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่เขาว่ามาหรอก “ขิมไม่ใช่คนแบบนั้น พ่อเลี้ยงเอาอะไรมาตัดสินขิมคะ พ่อเลี้ยงแค่ดูจากเหตุการณ์เมื่อวานแล้วจะบอกว่าขิมเป็นพนักงานที่ดีไม่ได้นะ”“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อฉันเป็นเจ้านายของเธอ”เขมขิมเม้มปากแน่น เขาใช้อคติตัดสินเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก เธอจะพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็น “แต่ขิมลาออกจากบริษัทเดิมแล้ว พ่อเลี้ยงจะไม่รับขิม ทั้งที่ฝ่ายบุคคลรับขิมเข้าทำงานแล้ว มันไม่ถูกต้องนะคะ” เขมขิมเรียกร้องทั้งที่ในใจอยากจะร้องไห้โฮดังๆ เรียกความสงสาร แต่ดูท่าจะไปขัดสโลแกนพนักงาน ‘เป็นคนสู้’ ของเขาเข้าให้อีก“ฝ่ายบุคคล ฝ่ายจัดซื้อที่ไร่ส้มพนาไพร รับเงินเดือนจากใคร”“รับเงินเดือนจากพ่อเลี้ยงไงคะ”







