Masuk“อ่า อ๊ะ” หญิงสาวพลิกใบหน้าหนีไปทางหนึ่ง อาการถูกของใหญ่ทิ่มแทงเข้ามาทำให้ความรู้สึกวาบหวามก่อนหน้ามลายหายไป มีแต่ความปวดแปลบแสบสันเข้ามาแทนที่ เจ็บจนน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว
บุรินทร์ชะงักลงเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว เขาหรี่ตามองหล่อนอย่างวิเคราะห์อาการตอบรับที่ออกมาตรงกันข้ามกับที่เขาต้องการเห็น
“เป็นอะไร เจ็บเหรอ” เขาขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนกันว่าหล่อนคับแคบมากจริงๆ มันแน่นจนเขาเองยังรู้สึกถึงความเสียดเสียวจากการบีบรัดที่มากกว่าปกติ
หญิงสาวส่ายหัว พยายามซ่อนสีหน้าเจ็บปวดเอาไว้
“อยากให้หยุดไหม”
หญิงสาวข่มความเจ็บปวดจากการถูกล่วงล้ำเป็นครั้งแรก พยายามบอกตัวเองให้ผ่อนคลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ไม่ค่ะ ทำต่อเถอะ”
ทันทีที่ได้รับการยืนยันจากหญิงสาว ชายหนุ่มจึงดันตัวตนผ่านความคับแคบเข้าไปอย่างค่อนข้างลำบากแล้วแช่กายนิ่งเช่นนั้น ไม่กี่วินาทีต่อมาจึงเริ่มขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เขามอบให้ไม่เพียงแค่ฟ้าฝนลมแรง แต่เป็นพายุลูกโตที่โหมซัดจนยากต้านทาน กิ่งเทียนได้รู้แล้วว่าที่หล่อนได้รับก่อนหน้าไม่อาจเทียบได้กับครั้งนี้
ภายในห้องกว้าง ที่มืดสนิทและแอร์เย็นฉ่ำ ทำให้สาวร่างเล็กต้องรั้งผ้าห่มคลุมกายเปลือยเปล่าเพื่อให้พบกับความอบอุ่น ทว่าเนื้อตัวแข็งแกร่งของใครบางคนกลับขยับชิดพร้อมรั้งร่างของหล่อนเข้าไปกอดจากด้านหลัง มอบความร้อนผ่าววาบหวามให้แทน
กิ่งเทียนลืมตาโพลงในความสลัว พอเงยหน้าขึ้นก็ได้ยินเสียงดังกึก หัวของหล่อนชนเข้ากับปลายคางบึกบึนของคนที่นอนซ้อนหลังเข้าอย่างจัง ขณะเดียวกันหล่อนได้ยินเสียงคำรามต่ำในลำคอคล้ายคนหงุดหงิด
จากนั้นร่างเล็กนุ่มนิ่มก็ถูกพลิกนอนหงายอีกครั้งพร้อมใครบางคนที่ทาบทับลงมา หญิงสาวมองเห็นดวงตาในความมืดคู่นั้นได้ไม่ถนัดนัก แต่รู้ว่าเขาไม่มีทางปล่อยให้หล่อนนอนอย่างสงบเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
เปลือกตาบางพริ้มลง พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ถูกรวบตรึงไว้เหนือศีรษะ ริมฝีปากสีหวานขบเม้มก่อนปลดปล่อยออกมาเป็นเสียงครวญครางเมื่อปลายยอดสีอ่อนถูกรุกรานอย่างเอาแต่ใจโดยคนตัวโต
“คุณ…”
เสียงอ่อนหวานที่หลุดครางออกมาจากลำคอระหง กระตุ้นราคะในกายของบุรินทร์ให้พลุ่งพล่าน จากนั้นเขารู้ก็ตัวว่าคงไม่อาจจบลงเพียงแค่หนึ่งหรือสองครั้ง
เสียงหวานใสสั่นพลิ้วยามปลายนิ้วเรียวยาวกรีดเซาะลงบนรอยแยกกลางกาย ขณะที่ท่อนขาถูกผลักให้เปิดทางเพื่อรับการเติมเต็มที่สุขซ่านยิ่งขึ้นพร้อมเสียงพร่าต่ำดังเบาๆ ในความสลัว ก่อนที่ร่างเล็กจะสะดุ้งเฮือกเพราะปลายนิ้วทั้งสองที่สอดเข้าหาพร้อมแรงกระชากกระชั้นเข้าออกรวดเร็ว
กิ่งเทียนสะบัดหน้าไปมาบนที่นอนนุ่ม หมอนที่หนุนเลื่อนหลุดหายไปแล้ว ขณะที่ทรวงอกอิ่มแอ่นหยัด สะโพกผายพองามร่อนรับสัมผัสลึกซึ้ง สองมือที่เคยถูกพันธนาการยามนี้กระชากทึ้งดึงผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่นานนักร่างกำยำก็เคลื่อนกายแนบชิด พร้อมกับกดกายจดจ่อลงมายังจุดอ่อนไหว หัวใจดวงน้อยวับวาบเต้นถี่ กัดปากข่มใจกับความเสียวสยิวที่แล่นโลดยามรับรู้ถึงบางสิ่งที่ปลุกเร้า
เขากดส่วนปลายบดขยี้จุดกระสันของสาวน้อย แล้วจุ่มจ้วงเข้าสู่ช่องทางฉ่ำเยิ้มเพียงตื้นๆ ทำให้คนที่รอคอยการเติมเต็มครางฮือด้วยความไม่สมปรารถนา
“คะ...คุณ”
มือเรียวไขว่คว้าเขาอย่างลืมตัว ลูบไล้แผงอกกว้างของคนตัวโต ดวงตาคู่งามปรือมองเขาอย่างร้องขอ บุรินทร์กระตุกยิ้ม แววตาหม่นมัวคู่นั้นเต็มไปด้วยเพลิงราคะไม่ต่างกัน
เขารู้ว่าหล่อนต้องการ เพียงพริบตาริมฝีปากคู่งามก็ห่อครางเมื่อเขากำชำแรกแก่นกายจนสุดทาง เช่นเดียวกับใครบางคนที่กำลังรับรู้ถึงบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาเป็นครั้งแรก
ใบหน้าขาวแดงจัดยามสอดเสือกกายครั้งแล้วครั้งเล่า หล่อนคับแน่นบีบรัดจนเขาแทบขาดใจ จังหวะการกระแทกกระทั้นจึงถูกดึงรั้งให้ช้าลงก่อนจะเร่งเร้ารุดไปข้างหน้า เสียงเนื้อกระทบกระแทกหนักหน่วง ฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อครู่เปลี่ยนมาขยำขยี้เนินเนื้อที่กระเพื่อมตามจังหวะ ก่อนโน้มตัวลงดูดกลืนตุ่มไตที่หดเกร็งตามสัญชาตญาณดิบ
“อ๊ะ!” เจ้าของเสียงหวานหวีดร้องครวญครางไม่เป็นภาษา คลื่นสยิวโถมซัดครั้งแล้วครั้งเล่า จวนเจียนขาดใจอยู่รอมร่อ แต่แล้วหล่อนกลับไม่ตาย เหมือนคนจมน้ำที่ถูกดึงรั้งกลับขึ้นเหนือผิวน้ำอีกครั้งพอให้มีโอกาสหายใจ ก่อนจมลงไปอีก เป็นแบบนั้นซ้ำซาก เขาโหดเกินไปแล้ว ใช้งานหล่อนหนักมาก ตักตวงจนคุ้มเกินคุ้ม ทำไปทำมากลายเป็นหล่อนที่ขาดทุน
บุรินทร์กัดฟันกรอดกับความเมามันที่ได้รับจากแน่งน้อยใต้ร่าง คืนนี้เขาไม่เมาเหล้าแต่กลับเมาเสน่หา สาวน้อยที่ดูเย็นชานิดๆ ตอนนี้กลายเป็นผู้หญิงเร่าร้อนภายใต้แผ่งอกแกร่ง ผู้หญิงพวกนี้ก็เหมือนกันทั้งนั้น ไม่ว่าจนหรือรวยแต่สุดท้ายก็ไม่ต่างกัน พวกหล่อนพร้อมจะเร่าร้อนยามอยู่บนเตียงเสมอ ไม่ต่างจากแม่สาวหน้าใสที่กำลังร้องครวญครางในตอนนี้
ชายหนุ่มปล่อยความคิดล่องลอยไปตามสิ่งที่กำลังพบเจอ ก่อนหลับตาสูดปากด้วยความเสียวสะท้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยคือแม้หล่อนจะเหมือนกับผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเซ็กซ์ของเขา ทว่าคนคนนี้ต่างไปตรงที่ไม่ได้มีทีท่าลุ่มหลงหรือเชิญชวนเหมือนคนที่แล้วมา หล่อนยอมเข้าหาเขาเพราะเหตุผลอื่น
แต่จะด้วยเหตุผลใดสุดท้ายก็ลงเอยเหมือนกัน แล้วเขาก็ไม่สน สิ่งที่สนมีเพียงความสาว ความสวย ความเร่าร้อนที่หล่อนจะมอบให้ ซึ่งเขาเองก็เต็มใจมอบกลับคืนไปอย่างสาสมเช่นกัน
บุรินทร์ยอมรับว่าพอใจหล่อนอย่างบอกไม่ถูก แม้จะไม่ประสานัก อาจจะเอียงอายขัดเขินอยู่บ้าง แต่ก็กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เขาบอกอะไรก็ทำตามอย่างดี
ชายหนุ่มคิดจะตื่นขึ้นมาทำกับหล่อนอีกหลังจากที่ทำไปหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับต้องพบกับความผิดหวัง เพราะเมื่อตื่นขึ้นมากลับไม่เจอหล่อนเสียแล้ว เจ้าของดวงตาสีเข้มมองไปยังโต๊ะข้างเตียงแล้วยกมือขึ้นขยี้ตา ก่อนหยิบโน้ตเล็กๆ ขึ้นมาอ่าน
‘ขอบคุณสำหรับค่าจ้างนะคะ’
มุมปากได้รูปยกยิ้มเล็กน้อยกับโน้ตสั้นๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขที่เขาบันทึกไว้
ทันทีที่กดส่ง เสียงสัญญาณจากข้อความเงินออกก็ดังเตือน ดวงตาเรียวคมหลุบมองเพียงแวบเดียวก่อนวางลงอย่างไม่ใส่ใจนัก
ใบหน้าเรียวได้รูป เครื่องหน้าเด่นสะดุดตาหลุบมองคนถาม แม้ใบหน้าของกิ่งเทียนจะซีดเซียวแต่เครื่องหน้าเหมาะเจาะยังคงฉายความงามออกมาต่อให้อยู่ในสภาพย่ำแย่ทั้งรางกายและจิตใจสักแค่ไหนก็ตาม แล้วเขาจะสนหล่อนทำไมในเมื่อหญิงสาวไม่ใช่คนสำคัญ ผ่านเข้ามาเพียงชั่วคืนก่อนลาลับ แต่จิตสำนึกของบุรินทร์กลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น“นั่นสิ ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวเงียบงันไปนาน“คุณอย่ามาลำบากเพราะฉันอีกเลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณช่วยฉันมามากแล้ว”ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เรียวปากสีสวยแย้มน้อยๆ“นับครั้งแรกที่เราเจอด้วยไหม”หญิงสาวเม้มปาก มือที่แนบลำตัวเผลอขยุ้มชายเสื้อเอาไว้แน่น แก้มก็คงแดงเถือกเฉลยความรู้สึกนึกคิดจนหมด“ฉันต้องกลับเข้าไปข้างในแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่างนะคะ แต่ว่า ฉันขออะไรสักอย่างได้ไหม”ดวงตากลมโศกมองเขาราวขอร้อง“ได้สิ” เขาสบตาที่มองมานิ่ง อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนอยากได้อะไรจากเขา“อย่ามาที่นี่อีกเลย อย่าติดต่อฉันอีก”เรื่องที่กิ่งเทียนขอร้องกลายเป็นสิ่งที่ทำให้บุรินทร์ลำบากใจ แต่หล่อนพูดถูกอยู่อย่าง มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา ไม่ควรเข้ามายุ่งตั้งแต่แรกด้
๑๐ความช่วยเหลือบุรินทร์สบตาคนตรงหน้านิ่ง กิ่งเทียนในวันนี้กับกิ่งเทียนในวันแรกที่เขาพบแตกต่างกันไม่น้อย วันนั้นหล่อนดูสวยและยังสดใสแม้จะมีนัยน์ตาเศร้า แต่วันนี้หญิงสาวเหมือนคนผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างหนัก ดวงตาลึกโหล ร่างกายซูบผอมเหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายวัน“สวัสดี”เสียงทักทายของเขาทำให้หญิงสาวรู้ตัวว่าไม่ใช่ความฝัน แต่คือความจริง อาการตกตะลึงเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นความแปลกใจแทนที่“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ อย่างน้อยเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ “คุณ เอ่อ มาที่นี่ได้ยังไงคะ”ถามพลางกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนหันมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง คิดถึงคำบอกเล่าของเพื่อนรักว่าเขาถามถึงหล่อน“ก็มาดู เห็นว่าคุณป้าเธอไม่สบาย”หญิงสาวหลุบตาลงแวบหนึ่ง ก่อนสบตาเขาอีกครั้ง“ก็โรคคนแก่ค่ะ ขอบคุณที่แวะมานะคะ”เขามองหล่อนนิ่ง แล้วยื่นกระเช้าของฝากให้หญิงสาว“ฉันซื้อมาฝากคุณป้า ส่วนอันนี้ของเธอ”กิ่งเทียนเงียบงันไป มองถุงกระดาษที่เขาบอกว่าเป็นของหล่อนด้วยอาการนิ่งเฉย“ขอบคุณมากนะคะ คุณไม่น่าลำบาก ฉันไม่อยากรบกวนคุณเลย คราวที่แล้วคุณก็ช่วยฉันเอาไว้ คราวนี้ยังจะ...”“อย่าคิดมากสิ ถือเสียว่าฉันเป็นเพื่อนเธอก็แล้วกัน เ
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่หมอตรวจนางอำภาเสร็จแล้วกิ่งเทียนจึงได้รู้ว่าโรคที่เป็นอยู่ของนางอำภานั้นกำเริบขึ้นอีกครั้ง และดูว่าครั้งนี้จะหนักยิ่งกว่าเดิม ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียใจจนต้องแอบไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ ป้าจะดีขึ้นได้ก็เมื่อได้ยาที่ดีขึ้นแต่ก็แพงขึ้นด้วยเช่นกัน หญิงสาวมองเงินในบัญชีแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ หล่อนมีเงินไม่พอหญิงสาวประกาศหาลูกจ้างดูแลคนป่วยอยู่เพียงวันเดียวก็มีหญิงวัยสี่สิบปีติดต่อเข้ามา เพราะวนเวียนรับจ้างดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลมาตลอด เมื่อมีคนดูแลนางอำภาหญิงสาวจึงไปเรียนอย่างสบายใจขึ้น แต่กว่าจะเลิกงานก็ปาไปสี่ทุ่ม กว่าเคลียร์ร้านเสร็จ กว่าจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนหญิงสาวทำแบบนั้นอยู่เป็นอาทิตย์ แม้แต่วิชาที่บุรินทร์มาสอนก็ไม่เข้าเรียนนับเป็นคาบที่สองติดต่อกัน ทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นที่ไม่ได้เห็นหน้าหล่อน แม้แต่เขาจะส่งข้อความไปทักทายเล่นๆ หญิงสาวก็ไม่ตอบ ชายหนุ่มกวาดตามองไปทั่วห้องเรียน เขาพบเพียงเพื่อนสนิทของกิ่งเทียน ได้แต่เก็บงำคำถามเอาไว้ในใจ เมื่อหมดคาบจึงตัดสินใจรั้งมะปรางไว้เมื่อหญิงสาวออกจากห้องเกือบจะเป็นคนสุดท้าย“เดี๋ยวคุ
๙ห่วงกิ่งเทียนขอลงกลางทางโดยอ้างต้องการขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านเอง บุรินทร์ไม่ขัดข้องในเมื่อหล่อนยอมไปโรงพยาบาลกับเขาแล้วจึงตามใจด้วยการขับรถไปส่งถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้า ร่างเล็กเดินเข้าประตูบ้านพร้อมกับของกินที่แวะซื้อมาจากตลาด ทว่าภายในบ้านกลับเงียบเชียบ มองไปที่โรงจอดรถก็ว่างเปล่า“หายไปไหนกันหมดนะ” หญิงสาวบ่นขณะเดินตรงไปยังห้องพักด้านหลัง แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อพบว่านางอำภาล้มหมดสติอยู่กับพื้นห้อง“ป้า!!” หญิงสาวถลาร่างไปนั่งกองกับพื้น เขย่าร่างผอมด้วยความหวาดกลัวปนเป็นห่วงสุดหัวใจ “ป้าตื่นสิคะ ป้า”หญิงสาวเหลียวมองไปรอบกาย ก่อนจะตะโกนเรียกคนในบ้าน“ใครก็ได้ช่วยที แม่อร แม่อรอยู่ไหม”แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทำให้หญิงสาวจำต้องรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า มือไม่สั่นระริกทำอะไรแทบไม่ถูก ใจกระหวัดไปถึงบุรินทร์แต่ก็รีบปัดเขาออกไปเพราะมันไม่ใช่ภาระที่เขาต้องรับผิดชอบ พอได้สติหญิงสาวจึงรีบกดเรียกรถพยาบาลร่างเล็กในชุดนักศึกษานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการกระวนกระวาย สาวน้อยดึงปลายนิ้วมือตนเองซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว ตาก็คอยมองไปทางประตูหน้าห้องฉุกเฉิน สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ออกมาตามหญิงสาว“ญ
“คุณจะไปไหน ฉันยังต้องมีเรียนอีกนะคะ”“ดูสภาพตัวเองซะก่อน ขาดเรียนสักวันคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเธอยังฝืน คนที่จะเป็นอะไรไปก็เธอนี่แหละ”หญิงสาวนิ่งงัน กะพริบตาปริบๆ เอาแต่มองเขานิ่งนาน กระทั่งเขาหันมามอง จึงรู้สึกตัวรีบหันไปมองข้างหน้า ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ เพียงไม่นานสองหนุ่มสาวก็มาถึงโรงพยาบาลชื่อดัง“ให้หมอตรวจสักหน่อยแล้วกันนะ” เขาพูดขึ้นเบาๆ ขณะพาหญิงสาวเดินตรงไปยังประตูที่เลือนเปิดอัตโนมัติ ทันทีที่ผ่านเข้าไปพนักงานก็เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีครับ มาหาหมอกี่ท่านครับ”“คนนี้คนเดียวครับ”สิ้นเสียงบุรินทร์รถเข็นก็ถูกดันมาจอดตรงหน้าหญิงสาว ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายมีอาการเลิ่กลั่กก็ถือวิสาสะวางมือเรียวสวยของตนลงบนลาดไหล่บอบบาง ออกแรงกดเล็กน้อยบังคับให้หญิงสาวนั่งลงบนรถเข็นไม่นานหญิงสาวเข้ามานั่งอยู่ในห้องตรวจ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกปลอดโปร่งที่สุดเพราะบุรินทร์ไม่ได้ตามเข้ามาด้วย ถูกซักถามได้สักพักหญิงสาวก็ถูกนำตัวไปตรวจขนานใหญ่ ทำเอาหญิงสาวเริ่มใจไม่ดี เขาพาเข้ามาที่แพงๆ แบบนี้ หล่อนจะเอาเงินที่ไหนจ่าย เงินที่มีต้องเก็บเอาไว้เป็นค่ารักษานางอำภา“เอ่อคุณหมอคะ หนูไม่ต้องเอกซเรย์ได
๘ความลับ“คุณกิ่งเทียน” เสียงทุ้มๆ ที่ดังจากด้านหลัง ทำให้ผู้ถูกเรียกชะงักงัน หญิงสาวหันไปมองที่มาของเสียงแล้วต้องนิ่งอึ้ง เช่นเดียวกับดนัยที่หันมามองเช่นกัน“เป็นยังไงบ้าง ออกมาเดินแบบนี้แปลว่าหายดีแล้วใช่ไหม” เขากวาดตามองคนตรงหน้าราวจะสำรวจ ทำให้หญิงสาวที่อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกต้องยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาคือคนที่ช่วยหล่อน เพราะพี่หมอกับเจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาลได้แจ้งเอาไว้แล้วว่าใครที่ช่วยหล่อนเอาไว้“ขอบคุณอาจารย์มากนะคะที่ช่วยไว้เมื่อเช้า” หญิงสาวบอกแล้วหลบสายตาคมปราดที่มองมา ริมฝีปากของเขาคล้ายจะยิ้มน้อยๆ แต่แล้วก็เลือนหายเมื่อดนัยขยับมายืนข้างๆ หญิงสาว ดึงสายตาของบุรินทร์ให้มองไปยังคนตรงหน้า“คุณเป็นเพื่อนกันเหรอ”“ครับ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับที่ช่วยเทียนเอาไว้”บุรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเรียกหญิงสาวว่า ‘เทียน’ ไม่ใช่กิ่งเหมือนที่หล่อนบอกเขา ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ขณะที่หญิงสาวเองก็รู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าโกหกเรื่องชื่อไป จึงหลุบตาลงมองปลายเท้าแทนมองหน้าของเขา“เป็นใครก็ต้องช่วยอยู่แล้ว” เขาตอบ ก่อนมองหญิงสาวอีกหน “แต่ผมว่าคุณควรไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจน่าจะดีกว่าน







