LOGIN๒
แรกพบ
หญิงสาวหน้าตาน่ารักเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมสีขาวสะอาด ในมือของหล่อนมีชุดนักศึกษาพับไว้ อีกมือถือกระเป๋า คนที่นั่งรออยู่บนปลายเตียงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหา กิ่งเทียนหยุดมองเขาโดยไม่หลบสายตา แต่คนตัวโตรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้ากำลังประหม่า ทว่ายังพยายามทำราวกับว่าตนเองกร้านโลกนักหนา
แววตาคมกริบมีอารมณ์ขบขันอยู่ในนั้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง
“เอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในห้องแต่งตัวก่อนได้” พูดจบเขาก็เดินผ่านไป
หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเขาเข้าห้องน้ำไปแล้ว ก่อนจะตรงไปยังห้องแต่งตัวที่เขาบอก ร่างเล็กหยุดนิ่งกลางห้อง ดวงตากลมโตเก็บรายละเอียด ภายในห้องแต่งตัวแต่มีเสื้อผ้าของเขาแขวนไว้ไม่กี่ชุดคงไม่ใช่ที่ที่เขาอยู่ประจำ เรียกว่าเอาไว้พักผ่อนชั่วคราวเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นข้าวของเครื่องใช้ก็บอกสถานะให้รู้ว่าคนคนนี้เป็นประเภทเงินถุงเงินถัง อันที่จริงตอนเขาบอกสถานที่หล่อนก็นึกรู้แต่แรกแล้วว่าผู้ชายตาเฉี่ยวจะต้องเป็นกลุ่มคนที่เงินหนาเสียจนไม่รู้จะเอามันไปเก็บไว้ที่ไหน
หญิงสาวยิ้มขื่นเมื่อหวนคิดถึงตนเอง ต่อให้เขาจะมั่งมีแค่ไหนหล่อนก็ยังคงจนอยู่วันยังค่ำ เรียกว่าเป็นคนอีกชนชั้นเลยก็ว่าได้ ไม่เช่นนั้นหล่อนคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้
กิ่งเทียนสะบัดหน้าแรงๆ บอกตัวเองว่าเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว เวลานี้คนที่สำคัญที่สุดกำลังนอนหายใจรวยรินรอหล่อนอยู่ในโรงพยาบาล
“อดทนอีกนิดนะคะป้า” หญิงสาวกระซิบแผ่วและภาวนาอยู่ในอกว่าขออย่าให้นางเป็นอะไรไป เพราะหากไร้นางอำภาเสียแล้วหล่อนคงเหลือตัวคนเดียวในโลกบูดเบี้ยวใบนี้
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายกำยำทำให้หัวใจของสาวน้อยสั่นระรัว ที่พยายามเข้มแข็ง ทำเป็นไม่รูสึกรู้สาก่อนหน้ากลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี กำแพงอารมณ์ที่บ่มเพาะไว้ก่อนมาถูกตีแตกตั้งแต่สบตาคมเฉี่ยว
มือที่ประสานไว้บนตักบีบเข้าหากันอย่างลืมตัวทั้งตื่นเต้นปนหวาดกลัวเมื่อร่างสูงในชุดคลุมสีเดียวกันเดินมาหยุดข้างๆ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าใบหน้าของเขาดูคมชัดขึ้นยามที่ผิวกายเปียกน้ำ ดวงตาเรียวตัดกับคิ้วสีเข้มคมเฉี่ยวกำลังมองลงมา แล้วฝ่ามือใหญ่ก็สอดเข้ามาที่ต้นคอระหง เขาไล้เบาๆ ก่อนกกระชับท้ายทอยของหล่อนบังคับให้ใบหน้าเรียวหวานอยู่ในองศาที่ประชันกับสายตาของเขาพอดิบพอดี
“พร้อมยัง”
คำถามของเขากระตุ้นอารมณ์ชนิดหนึ่งของกิ่งเทียนให้โลดแล่นขึ้นจนยากจะฉุดรั้ง ก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายกระเด้งกระดอนรุนแรง แก้มขาวร้อนซู่เกินทัดทาน
ริมฝีปากบางแต่ได้รูปสวยของชายหนุ่มยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้น เขารับรู้ถึงอาการสั่นน้อยๆ อยู่ภายใต้ฝ่ามือใหญ่ก่อนจะโน้มใบหน้าลงจูบไซ้ข้างแก้มผ่อง เพียงไม่นานอาการเย็นชืดของแก้มสาวก็ค่อยๆ อุ่นขึ้นทีละน้อย จนในที่สุดไอร้อนผะผ่าวก็ฉาบฉ่าไปทั้งร่างเมื่อเสื้อคลุมเพียงตัวเดียวที่ปกป้องเรือนร่างงามจากสายตาของเขาก่อนหน้านี้ค่อยๆ โรยตัวลงจากสิ่งที่มันห่อหุ้ม ไม่กี่วินาทีเสื้อตัวนั้นก็หลุบกองบนพื้น อวดกายสล้างขาวผ่องไร้ราคีแผ่วพาน
เสียงลมหายใจต่ำพร่าดังอยู่แถวขมับของกิ่งเทียน ทว่าในเวลาเดียวกันหล่อนกลับกำลังกลั้นลมหายใจ เป็นวินาทีที่หญิงสาวรู้สึกอับอายและตื่นเต้นไปพร้อมกัน
จากแก้มเนียนเลื่อนไปยังใบหูเล็กๆ ติ่งหูนุ่มนิ่มถูกขบเม้มจนเจ้าของขนลุกชัน ปลายประสาททั้งมือและเท้าซู่ซ่า ยอดถันหดเกร็งจนเจ็บแปลบทั้งที่เขายังไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด
เจ้าของร่างกำยำใช้มืออีกข้างรั้งเอวคอดเข้ามาหา อกเบียดอกจนร่างเล็กแทบถูกกลืนกิน เขาใช้ริมฝีปากขบผิวเนื้อเนียนนุ่มหอมกรุ่น ผ่านแนวกรามเรียวลงมายังลำคอระหงขณะที่มือทั้งสองเลื่อนมาบรรจบยังทรวงอกเต่งตึงพอดีมือ
หญิงสาวสะท้านขึ้นทั้งตัว หัวใจดวงน้อยเต้นแรง มันกระหน่ำจนแทบหลุดจากอก เจ้าของมือใหญ่รับรู้ได้เช่นกัน เขาเคล้นคลึงเบาๆ ก่อนจะสะกิดยอดถันสีเรื่อปลุกเร้าอารมณ์สาวให้กระเจิง เผลอทำเสียงน่าอายเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มโดยไม่รู้ตัว
เพียงไม่นานคนที่สั่นราวลูกนกตกน้ำก็ถูกผ่อนร่างลงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซซ์พร้อมกับเจ้าของร่างหนาหนักที่ตามติดลงมา หญิงสาวบิดตัวด้วยความเสียวสะท้านกับสัมผัสที่เพิ่งพานพบเป็นครั้งแรกในชีวิต ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากัน ดวงตาปิดพริ้ม
แม้ว่าสัมผัสของเขาจะไม่เรียกว่าอ่อนโยน แต่ก็ไม่ถึงกับกักขฬะ ก็อย่างว่า กับผู้หญิงที่ซื้อได้จะมาอ่อนโยนอะไรนัก
หญิงสาวกัดริมฝีปากเข้าไว้ พยายามข่มกลั้นไม่ให้หลุดเสียงครางออกมาอีก แต่สิ่งที่เขากำลังทำทำให้หล่อนไม่อาจห้ามความรู้สึกซาบซ่านที่ปะทุมากขึ้นทุกขณะจิตนี้ได้เลย
“อือ” เสียงหวานๆ หลุดลอดจากริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง อกกลมกลึงน่ารักแอ่นระแน้รับปลายสัมผัสร้อนชื้นที่ปาดป่ายลงมาถี่รัว บางครั้งยังเปลี่ยนเป็นดูดดึงและขบเม้ม
กิ่งเทียนหลงคิดว่าความรู้สึกร้อนรุ่มที่สุมเข้ามาในร่างกายยามนี้คือที่สุดแล้ว ทว่าหญิงสาวคิดผิด เพราะเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะสิ่งที่หล่อนหลงลืมไปก็มาเยือน ส่วนสาวถูกเขี่ยแล้วถูไถ พร้อมบางอย่างสอดลึกเข้ามาข้างในตัว เขาขยับเร่งเร้ามือข้างนั้นอย่างช่ำชอง ทำเอาร่างทั้งร่างสั่นเยือกก่อนกระตุกด้วยความรู้สึกสุขล้ำอย่างยิ่งยวด ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วปลายทางความสุขที่ใครต่อใครปรารถนานั้นเป็นเช่นไร
ชายหนุ่มผละห่างไปหลังจากทำให้สาวน้อยเสร็จไปหนึ่งครั้ง เขาทำอะไรบางอย่างอยู่สักครู่จนหญิงสาวต้องลืมตามอง ครั้นเห็นสิ่งที่อยู่ในมือหน้าก็ร้อนวาบเมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังประคองสิ่งที่สวมเครื่องป้องกันเรียบร้อย หัวใจดวงน้อยวาบลึกตะลึงไปกับเครื่องเคราของชายโตเต็มตัวที่ได้เห็นเป็นครั้งแรก เขากระตุกยิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับขยับร่างเข้าหา ดวงตาที่พลิ้มเพริดเบิกโพลงก่อนหรี่ลงอย่างเตรียมใจขึ้นเมื่อปากทางเล็กแคบถูกรุกรานอีกครั้ง แต่ต้องสะท้านซ่านสั่นระริกเมื่อเขาหยอกเย้าอยู่ที่จุดนั้นจนหญิงสาวรู้สึกถึงหยาดน้ำเหนียวลื่นที่หลั่งออกมาจากร่างของตนเอง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ร้องด้วยความลืมตัวเมื่อรู้สึกคล้ายว่าร่างกายกำลังถูกฉีกออกจากกัน
ใบหน้าเรียวได้รูป เครื่องหน้าเด่นสะดุดตาหลุบมองคนถาม แม้ใบหน้าของกิ่งเทียนจะซีดเซียวแต่เครื่องหน้าเหมาะเจาะยังคงฉายความงามออกมาต่อให้อยู่ในสภาพย่ำแย่ทั้งรางกายและจิตใจสักแค่ไหนก็ตาม แล้วเขาจะสนหล่อนทำไมในเมื่อหญิงสาวไม่ใช่คนสำคัญ ผ่านเข้ามาเพียงชั่วคืนก่อนลาลับ แต่จิตสำนึกของบุรินทร์กลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น“นั่นสิ ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวเงียบงันไปนาน“คุณอย่ามาลำบากเพราะฉันอีกเลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณช่วยฉันมามากแล้ว”ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เรียวปากสีสวยแย้มน้อยๆ“นับครั้งแรกที่เราเจอด้วยไหม”หญิงสาวเม้มปาก มือที่แนบลำตัวเผลอขยุ้มชายเสื้อเอาไว้แน่น แก้มก็คงแดงเถือกเฉลยความรู้สึกนึกคิดจนหมด“ฉันต้องกลับเข้าไปข้างในแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่างนะคะ แต่ว่า ฉันขออะไรสักอย่างได้ไหม”ดวงตากลมโศกมองเขาราวขอร้อง“ได้สิ” เขาสบตาที่มองมานิ่ง อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนอยากได้อะไรจากเขา“อย่ามาที่นี่อีกเลย อย่าติดต่อฉันอีก”เรื่องที่กิ่งเทียนขอร้องกลายเป็นสิ่งที่ทำให้บุรินทร์ลำบากใจ แต่หล่อนพูดถูกอยู่อย่าง มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา ไม่ควรเข้ามายุ่งตั้งแต่แรกด้
๑๐ความช่วยเหลือบุรินทร์สบตาคนตรงหน้านิ่ง กิ่งเทียนในวันนี้กับกิ่งเทียนในวันแรกที่เขาพบแตกต่างกันไม่น้อย วันนั้นหล่อนดูสวยและยังสดใสแม้จะมีนัยน์ตาเศร้า แต่วันนี้หญิงสาวเหมือนคนผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างหนัก ดวงตาลึกโหล ร่างกายซูบผอมเหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายวัน“สวัสดี”เสียงทักทายของเขาทำให้หญิงสาวรู้ตัวว่าไม่ใช่ความฝัน แต่คือความจริง อาการตกตะลึงเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นความแปลกใจแทนที่“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ อย่างน้อยเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ “คุณ เอ่อ มาที่นี่ได้ยังไงคะ”ถามพลางกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนหันมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง คิดถึงคำบอกเล่าของเพื่อนรักว่าเขาถามถึงหล่อน“ก็มาดู เห็นว่าคุณป้าเธอไม่สบาย”หญิงสาวหลุบตาลงแวบหนึ่ง ก่อนสบตาเขาอีกครั้ง“ก็โรคคนแก่ค่ะ ขอบคุณที่แวะมานะคะ”เขามองหล่อนนิ่ง แล้วยื่นกระเช้าของฝากให้หญิงสาว“ฉันซื้อมาฝากคุณป้า ส่วนอันนี้ของเธอ”กิ่งเทียนเงียบงันไป มองถุงกระดาษที่เขาบอกว่าเป็นของหล่อนด้วยอาการนิ่งเฉย“ขอบคุณมากนะคะ คุณไม่น่าลำบาก ฉันไม่อยากรบกวนคุณเลย คราวที่แล้วคุณก็ช่วยฉันเอาไว้ คราวนี้ยังจะ...”“อย่าคิดมากสิ ถือเสียว่าฉันเป็นเพื่อนเธอก็แล้วกัน เ
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่หมอตรวจนางอำภาเสร็จแล้วกิ่งเทียนจึงได้รู้ว่าโรคที่เป็นอยู่ของนางอำภานั้นกำเริบขึ้นอีกครั้ง และดูว่าครั้งนี้จะหนักยิ่งกว่าเดิม ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียใจจนต้องแอบไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ ป้าจะดีขึ้นได้ก็เมื่อได้ยาที่ดีขึ้นแต่ก็แพงขึ้นด้วยเช่นกัน หญิงสาวมองเงินในบัญชีแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ หล่อนมีเงินไม่พอหญิงสาวประกาศหาลูกจ้างดูแลคนป่วยอยู่เพียงวันเดียวก็มีหญิงวัยสี่สิบปีติดต่อเข้ามา เพราะวนเวียนรับจ้างดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลมาตลอด เมื่อมีคนดูแลนางอำภาหญิงสาวจึงไปเรียนอย่างสบายใจขึ้น แต่กว่าจะเลิกงานก็ปาไปสี่ทุ่ม กว่าเคลียร์ร้านเสร็จ กว่าจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนหญิงสาวทำแบบนั้นอยู่เป็นอาทิตย์ แม้แต่วิชาที่บุรินทร์มาสอนก็ไม่เข้าเรียนนับเป็นคาบที่สองติดต่อกัน ทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นที่ไม่ได้เห็นหน้าหล่อน แม้แต่เขาจะส่งข้อความไปทักทายเล่นๆ หญิงสาวก็ไม่ตอบ ชายหนุ่มกวาดตามองไปทั่วห้องเรียน เขาพบเพียงเพื่อนสนิทของกิ่งเทียน ได้แต่เก็บงำคำถามเอาไว้ในใจ เมื่อหมดคาบจึงตัดสินใจรั้งมะปรางไว้เมื่อหญิงสาวออกจากห้องเกือบจะเป็นคนสุดท้าย“เดี๋ยวคุ
๙ห่วงกิ่งเทียนขอลงกลางทางโดยอ้างต้องการขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านเอง บุรินทร์ไม่ขัดข้องในเมื่อหล่อนยอมไปโรงพยาบาลกับเขาแล้วจึงตามใจด้วยการขับรถไปส่งถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้า ร่างเล็กเดินเข้าประตูบ้านพร้อมกับของกินที่แวะซื้อมาจากตลาด ทว่าภายในบ้านกลับเงียบเชียบ มองไปที่โรงจอดรถก็ว่างเปล่า“หายไปไหนกันหมดนะ” หญิงสาวบ่นขณะเดินตรงไปยังห้องพักด้านหลัง แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อพบว่านางอำภาล้มหมดสติอยู่กับพื้นห้อง“ป้า!!” หญิงสาวถลาร่างไปนั่งกองกับพื้น เขย่าร่างผอมด้วยความหวาดกลัวปนเป็นห่วงสุดหัวใจ “ป้าตื่นสิคะ ป้า”หญิงสาวเหลียวมองไปรอบกาย ก่อนจะตะโกนเรียกคนในบ้าน“ใครก็ได้ช่วยที แม่อร แม่อรอยู่ไหม”แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทำให้หญิงสาวจำต้องรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า มือไม่สั่นระริกทำอะไรแทบไม่ถูก ใจกระหวัดไปถึงบุรินทร์แต่ก็รีบปัดเขาออกไปเพราะมันไม่ใช่ภาระที่เขาต้องรับผิดชอบ พอได้สติหญิงสาวจึงรีบกดเรียกรถพยาบาลร่างเล็กในชุดนักศึกษานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการกระวนกระวาย สาวน้อยดึงปลายนิ้วมือตนเองซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว ตาก็คอยมองไปทางประตูหน้าห้องฉุกเฉิน สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ออกมาตามหญิงสาว“ญ
“คุณจะไปไหน ฉันยังต้องมีเรียนอีกนะคะ”“ดูสภาพตัวเองซะก่อน ขาดเรียนสักวันคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเธอยังฝืน คนที่จะเป็นอะไรไปก็เธอนี่แหละ”หญิงสาวนิ่งงัน กะพริบตาปริบๆ เอาแต่มองเขานิ่งนาน กระทั่งเขาหันมามอง จึงรู้สึกตัวรีบหันไปมองข้างหน้า ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ เพียงไม่นานสองหนุ่มสาวก็มาถึงโรงพยาบาลชื่อดัง“ให้หมอตรวจสักหน่อยแล้วกันนะ” เขาพูดขึ้นเบาๆ ขณะพาหญิงสาวเดินตรงไปยังประตูที่เลือนเปิดอัตโนมัติ ทันทีที่ผ่านเข้าไปพนักงานก็เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีครับ มาหาหมอกี่ท่านครับ”“คนนี้คนเดียวครับ”สิ้นเสียงบุรินทร์รถเข็นก็ถูกดันมาจอดตรงหน้าหญิงสาว ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายมีอาการเลิ่กลั่กก็ถือวิสาสะวางมือเรียวสวยของตนลงบนลาดไหล่บอบบาง ออกแรงกดเล็กน้อยบังคับให้หญิงสาวนั่งลงบนรถเข็นไม่นานหญิงสาวเข้ามานั่งอยู่ในห้องตรวจ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกปลอดโปร่งที่สุดเพราะบุรินทร์ไม่ได้ตามเข้ามาด้วย ถูกซักถามได้สักพักหญิงสาวก็ถูกนำตัวไปตรวจขนานใหญ่ ทำเอาหญิงสาวเริ่มใจไม่ดี เขาพาเข้ามาที่แพงๆ แบบนี้ หล่อนจะเอาเงินที่ไหนจ่าย เงินที่มีต้องเก็บเอาไว้เป็นค่ารักษานางอำภา“เอ่อคุณหมอคะ หนูไม่ต้องเอกซเรย์ได
๘ความลับ“คุณกิ่งเทียน” เสียงทุ้มๆ ที่ดังจากด้านหลัง ทำให้ผู้ถูกเรียกชะงักงัน หญิงสาวหันไปมองที่มาของเสียงแล้วต้องนิ่งอึ้ง เช่นเดียวกับดนัยที่หันมามองเช่นกัน“เป็นยังไงบ้าง ออกมาเดินแบบนี้แปลว่าหายดีแล้วใช่ไหม” เขากวาดตามองคนตรงหน้าราวจะสำรวจ ทำให้หญิงสาวที่อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกต้องยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาคือคนที่ช่วยหล่อน เพราะพี่หมอกับเจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาลได้แจ้งเอาไว้แล้วว่าใครที่ช่วยหล่อนเอาไว้“ขอบคุณอาจารย์มากนะคะที่ช่วยไว้เมื่อเช้า” หญิงสาวบอกแล้วหลบสายตาคมปราดที่มองมา ริมฝีปากของเขาคล้ายจะยิ้มน้อยๆ แต่แล้วก็เลือนหายเมื่อดนัยขยับมายืนข้างๆ หญิงสาว ดึงสายตาของบุรินทร์ให้มองไปยังคนตรงหน้า“คุณเป็นเพื่อนกันเหรอ”“ครับ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับที่ช่วยเทียนเอาไว้”บุรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเรียกหญิงสาวว่า ‘เทียน’ ไม่ใช่กิ่งเหมือนที่หล่อนบอกเขา ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ขณะที่หญิงสาวเองก็รู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าโกหกเรื่องชื่อไป จึงหลุบตาลงมองปลายเท้าแทนมองหน้าของเขา“เป็นใครก็ต้องช่วยอยู่แล้ว” เขาตอบ ก่อนมองหญิงสาวอีกหน “แต่ผมว่าคุณควรไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจน่าจะดีกว่าน







