Mag-log inความจำเป็นนำพากิ่งเทียนมาพบเจอใครบางคน หลังประตูบานนั้นพัดหล่อนสู่โลกอีกใบที่ไม่เคยคุ้น หญิงสาวเคยคิดง่ายๆ ว่าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทุกอย่างก็คงจบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าเรื่องทั้งหมดมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนที่บุรินทร์มอบให้ ทำให้หญิงสาวต้องเก็บกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ในอก พลางเอนกายนอนไปกับพนักพิงตามคำแนะนำของเขา หลับตาลงเงียบๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มดูแลรัดเข็มขัดให้ ก่อนผละไปเขายังจูบหน้าผากของหล่อน ความอุ่นอวลอยู่ในหัวใจของหญิงสาว ยิ่งเขาดีกับหล่อนมากเท่าไร หล่อนยิ่งปวดใจมากเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าสักวันความสัมพันธ์ของพวกเราต้องจบลง น้ำตาไหลออกมาจากหางตาบางๆ จนต้องรีบพลิกใบหน้าไปยังกระจกด้านข้าง หลบซ่อนใบหน้าหมองเศร้าไม่ให้เขาเห็น บุรินทร์มองหญิงสาวด้วยแววตาเรียบขรึม ก่อนจะมองตรงไปข้างหน้า หากไม่ติดว่ามีนางอำภาให้หญิงสาวดูแล เขาคงพาหล่อนกลับไปด้วยกันแน่ๆ จะกอดหล่อนเอาไว้ทั้งคืน ไม่ยอมปล่อยให้ร้องไห้คนเดียว ถ้าจะร้องก็มาร้องกับอกของเขาคนนี้
view moreเช้าวันรุ่งขึ้น กิ่งเทียนเดินหอบหนังสือตรงไปยังคณะ เพื่อนกลุ่มเดียวกันลุกขึ้นทันทีที่หล่อนเดินมาถึง “เทียน วันนี้แกต้องทำงานไหม” มะปรางเอ่ยถาม“ทำสิ ทำไม มีอะไร”“ว้าเสียดายจัง ว่าจะชวนไปดื่มไปดริ๊งสักกะหน่อย” คนชวนทำหน้าเสียดาย กิ่งเทียนเลยหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางของอีกฝ่าย“โทษทีนะ ก็ต้องทำงาน”มะปรางเหลือบตามองเพื่อน สังเกตอีกฝ่ายแล้วให้นึกเห็นใจ เกิดมาเหมือนจะมีพร้อมแต่กลับกลายเป็นขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง มีพ่อก็เหมือนไม่มี จนต้องออกมาดิ้นรนหาเงินงกๆ ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ไม่เคยมีโอกาสใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่น ความสดใสที่ควรมีก็ถูกทำลายด้วยภาระหนักอึ้ง ไหนจะต้องส่งตัวเองเรียน ไหนจะต้องดูแลป้าอำภาที่เลี้ยงตนมา แม้ไม่ใช่ญาติแต่เป็นเสียยิ่งกว่าญาติ“ป้าเป็นไงบ้างเทียน”คนที่เดินเข้ามานั่งในคลาสเรียนวางหนังสือลงบนโต๊ะมีรอยยิ้มบางๆ ผ่านวาบมาในแววตา ใบหน้าเรียวเล็กแม้จะดูอ่อนล้าไปนิด ใต้ตาจะคล้ำไปหน่อย แต่ยังดูสวยน่ารักไม่เปลี่ยนจึงไม่แปลกที่จะมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและรุ่นเดียวกันตามจีบกิ่งเทียน แต่หญิงสาวไม่เคยให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ หล่อนมอบสถานให้ทุกคนที่เข้าหาได้เพียงเพื่อน เพราะเมื่อ
๓โลกกลมเจ้าของร่างกลมกลึงในชุดพนักงานเสิร์ฟวางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะภายในครัวด้วยใบหน้าอิดโรย ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนหล่อนนอนได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง คืนนี้ยังเป็นค่ำคืนที่หนักติดต่อกันเป็นคืนที่สาม จนเริ่มรับรู้ถึงความไม่สู้ดีของร่างกาย ขณะเดินออกมาจากครัวด้านหลัง “ไหวไหมเทียน” สาวเสิร์ฟรุ่นพี่สังเกตกิ่งเทียนมาสักระยะ เห็นว่าวันนี้สาวรุ่นน้องคนขยันมีอาการไม่สู้ดีนัก ท่าทางอ่อนเพลียมากกว่าทุกวัน“ไหวค่ะ แค่มึนหัวนิดหน่อย”“ถ้าไม่ไหวบอกพี่นะ จะได้ให้คนมาเปลี่ยน อันที่จริงเทียนอยู่ช่วยในครัวก็ได้”หญิงสาวยิ้มให้พี่ภัคด้วยความรู้สึกขอบคุณ“ขอบคุณค่ะพี่ภัค แต่เทียนยังไหว”กิ่งเทียนนำอาหารไปเติมให้แขกภายในงานตามปกติ เสร็จแล้วจึงยกถาดเครื่องดื่มตรงไปยังโต๊ะใกล้ๆ แต่หญิงสาวมีอันชะงักกึก เนื้อตัวเย็นเยียบเมื่อเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนที่ก้าวมาหยุดขวางทางบุรินทร์... หัวใจดวงน้อยดิ่งวูบ ก่อนเต้นระรัวยามสบตาคู่คมของคนที่ขยับเข้ามาหยุดตรงหน้าขณะที่หล่อนยืนขาตายนัยน์ตาเฉี่ยวสีสนิมมีรอยยิ้มขบขันยามสบนัยน์ตาคู่งามที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หล่อนคงไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่เช่นกัน ชายหนุ่มยื่นมือออกไ
“อ่า อ๊ะ” หญิงสาวพลิกใบหน้าหนีไปทางหนึ่ง อาการถูกของใหญ่ทิ่มแทงเข้ามาทำให้ความรู้สึกวาบหวามก่อนหน้ามลายหายไป มีแต่ความปวดแปลบแสบสันเข้ามาแทนที่ เจ็บจนน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัวบุรินทร์ชะงักลงเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว เขาหรี่ตามองหล่อนอย่างวิเคราะห์อาการตอบรับที่ออกมาตรงกันข้ามกับที่เขาต้องการเห็น“เป็นอะไร เจ็บเหรอ” เขาขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนกันว่าหล่อนคับแคบมากจริงๆ มันแน่นจนเขาเองยังรู้สึกถึงความเสียดเสียวจากการบีบรัดที่มากกว่าปกติหญิงสาวส่ายหัว พยายามซ่อนสีหน้าเจ็บปวดเอาไว้“อยากให้หยุดไหม”หญิงสาวข่มความเจ็บปวดจากการถูกล่วงล้ำเป็นครั้งแรก พยายามบอกตัวเองให้ผ่อนคลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไม่ค่ะ ทำต่อเถอะ”ทันทีที่ได้รับการยืนยันจากหญิงสาว ชายหนุ่มจึงดันตัวตนผ่านความคับแคบเข้าไปอย่างค่อนข้างลำบากแล้วแช่กายนิ่งเช่นนั้น ไม่กี่วินาทีต่อมาจึงเริ่มขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เขามอบให้ไม่เพียงแค่ฟ้าฝนลมแรง แต่เป็นพายุลูกโตที่โหมซัดจนยากต้านทาน กิ่งเทียนได้รู้แล้วว่าที่หล่อนได้รับก่อนหน้าไม่อาจเทียบได้กับครั้งนี้ภายในห้องกว้าง ที่มืดสนิทและแอร์เย็นฉ่ำ ทำให้สาวร่างเล็กต้อ
๒แรกพบหญิงสาวหน้าตาน่ารักเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมสีขาวสะอาด ในมือของหล่อนมีชุดนักศึกษาพับไว้ อีกมือถือกระเป๋า คนที่นั่งรออยู่บนปลายเตียงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหา กิ่งเทียนหยุดมองเขาโดยไม่หลบสายตา แต่คนตัวโตรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้ากำลังประหม่า ทว่ายังพยายามทำราวกับว่าตนเองกร้านโลกนักหนา แววตาคมกริบมีอารมณ์ขบขันอยู่ในนั้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง“เอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในห้องแต่งตัวก่อนได้” พูดจบเขาก็เดินผ่านไปหญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเขาเข้าห้องน้ำไปแล้ว ก่อนจะตรงไปยังห้องแต่งตัวที่เขาบอก ร่างเล็กหยุดนิ่งกลางห้อง ดวงตากลมโตเก็บรายละเอียด ภายในห้องแต่งตัวแต่มีเสื้อผ้าของเขาแขวนไว้ไม่กี่ชุดคงไม่ใช่ที่ที่เขาอยู่ประจำ เรียกว่าเอาไว้พักผ่อนชั่วคราวเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นข้าวของเครื่องใช้ก็บอกสถานะให้รู้ว่าคนคนนี้เป็นประเภทเงินถุงเงินถัง อันที่จริงตอนเขาบอกสถานที่หล่อนก็นึกรู้แต่แรกแล้วว่าผู้ชายตาเฉี่ยวจะต้องเป็นกลุ่มคนที่เงินหนาเสียจนไม่รู้จะเอามันไปเก็บไว้ที่ไหนหญิงสาวยิ้มขื่นเมื่อหวนคิดถึงตนเอง ต่อให้เขาจะมั่งมีแค่ไหนหล่อนก็ยังคงจนอยู่วันยั





