Masuk“แม่ของคุณพูดมันออกมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือ...คุณกำลังถูกบังคับหรือว่าคุณเต็มใจที่จะทำมันกันแน่” เอ่ยถามอย่างต้องการคำตอบ และหวังใจลึกๆ ว่าเธอจะไม่ได้เต็มใจ
“เรื่องแบบนี้ มันเกี่ยวกับหน้าที่การรักษาของหมอตรงไหนเหรอคะ ฉันซาบซึ้งแล้วก็ขอบคุณมากนะคะที่หมอช่วยตรวจให้ แต่ฉันคิดว่าเรื่องที่หมอกำลังมาคาดคั้นอยู่นี้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องตอบ เพราะถ้าให้พูดกันตามตรง ฉันเองก็จ่ายค่าตรวจไปเรียบร้อยหมดแล้ว ยังไงก็ต้องขอบคุณหมออีกครั้ง แล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” อดโกรธไม่ได้ที่อัคคีมาเอ่ยถามเรื่องนี้ มันเหมือนเป็นการตอกย้ำในเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก จะบอกว่าไม่เต็มใจ มันก็คงไม่ใช่ เพราะเธอแทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินอะไรด้วยซ้ำ ด้วยคำว่าต้องทดแทนบุญคุณ
“เดี๋ยว!”
อัคคีจับมือคนอวดเก่งตรงหน้าเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนเดินหนี และยิ่งกับผู้หญิงที่ไม่ได้มีดีอะไรเหมือนกับนางแบบสาวสวยที่เคยคั่วด้วย เธอยิ่งไม่มีสิทธิ์มาทำกับเขาแบบนี้!
“ปล่อยนะคะ!” เวทิการ้องออกมาด้วยความไม่พอใจ อยากจะหนีออกจากที่นี่ให้พ้นๆ ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะกลั่นแกล้งเธอไปถึงไหน
“ผมยังพูดไม่จบ คุณไม่มีสิทธิ์เดินหนีแบบนี้” พูดแล้วดึงร่างบางเข้ามาอยู่ข้างกาย ยิ่งได้เห็นแววตาของสาวเจ้า เขายิ่งมั่นใจว่าเธอคนนี้มีเรื่องที่กำลังปกปิดและเศร้าใจอย่างแน่นอน
“แต่ฉันพูดจบแล้วค่ะ ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว”
เวทิกายืนยันเสียงหนักแน่น แค่ต้องยอมให้เสี่ยวาโยรังแกก็มากพอแล้ว นี่ต้องมาถูกหมออัคคีรังแกอีก แค่คิด เธอก็อยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้
“ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณ ผมแค่อยากรู้ว่าคุณทำแบบนี้ทำไม”
ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างใจเย็น ยอมรับว่าในใจลึกๆ ห่วงหญิงสาวตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่คิดว่ามันคงเป็นเพราะว่ารูปร่างหน้าตาของเธอสวยถูกใจมากกว่าใคร และหากเจอกันเร็วกว่านี้ เขาอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่อยากได้เธอจนตัวสั่นก็ได้!
“ใช่ค่ะ! ฉันขายตัว พอใจหมอหรือยัง” เวทิกาพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ แม้ตอนนี้จะอยู่กลางล็อบบีของโรงแรม แต่หญิงสาวก็ไม่สนใจว่าใครจะได้ยินอีกแล้ว เพราะเธอไม่มีอะไรจะเสีย ใครอยากมองอย่างไรก็เชิญ
“เฮ้ย!”
เสียงของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาห้ามศึกระหว่างอัคคีกับเวทิกา พวกมันเดินกันมาสามคนพร้อมกับมองไปที่ฝ่ายหญิงด้วยสายตาจ้องจับผิด
“พวกคุณเป็นใคร” อัคคีเอ่ยถามในขณะที่มือก็ยังคงไม่ปล่อยจากการเกาะกุมหญิงสาวเอาไว้ แค่มองก็มั่นใจว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้หวังดีอย่างแน่นอน
“ไปเอาตัวผู้หญิงมา” หนึ่งในนั้นหันไปพูดกับลูกน้อง จากนั้น ชายสองคนก็เดินเข้ามา คงมีเป้าหมายเพื่อแยกตัวเวทิกากับอัคคี
“หยุดอยู่ตรงนั้น คงไม่ต้องบอกว่าโรงแรมที่นี่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากมีปัญหา ผมว่าพวกคุณกลับไปดีกว่า”
เจ้าของร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เขาไม่ได้เกรงกลัวชายฉกรรจ์ทั้งสามแต่อย่างใด แต่ที่ห่วงคือความปลอดภัยของผู้หญิงข้างกายมากกว่า แม้เธอจะทำเหมือนอยากขายตัวเต็มประดา แต่ท่าทีของเวทิกาตอนนี้ที่เอาแต่หลบหลังเขามันบอกให้เขามั่นใจแล้วว่าเธอไม่ได้เต็มใจที่จะขายตัวเลยสักนิด
“มึงเป็นใครวะ ถึงได้กล้าดีมายุ่งกับผู้หญิงของเสี่ยวาโย” หนึ่งในนั้นยังคงพูดออกมาด้วยความหัวเสีย เพราะหากพวกมันพาตัวผู้หญิงคนนี้กลับไปไม่ได้ เสี่ยก็คงเล่นงานพวกมันหนักพอควร
“ปล่อยเถอะค่ะหมอ ฉันต้องไป” เวทิกาเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยไม่มีทางปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น เพราะถึงอย่างไรการที่เธอมานั่งอยู่ที่โรงแรมนี้ก็คือการยอมรับสภาพเป็นผู้หญิงของเสี่ยวาโยไปแล้ว
“อยู่เฉยๆ” พลางหันไปส่งสายตาดุกับหญิงสาว เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปอย่างแน่นอน และยิ่งรู้ว่าไม่ได้เต็มใจที่จะไปด้วยแบบนี้
“ไม่ได้ยินหรือไง หรือมึงอยากจะมีเรื่องกับเสี่ย”
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วฉันมีทางเลือกอื่นหรือไงคะ ทั้งหมด มันเป็นเพราะหมอไม่ใช่เหรอที่พูดบ้าๆ ว่าฉันเป็นเมีย ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” หญิงสาวโวยวายออกมาด้วยความโมโหเกินทน ใช่ว่าอยากจะขายตัวให้เสี่ยวาโย แต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้พวกมันด้วย วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือเอาตัวเข้าแลกตามที
หนึ่งในนั้นยังคงขู่ต่อไป และแน่นอนว่าอัคคีไม่ได้มีความเกรงกลัว ในเมื่อพวกมันกำลังยืนอยู่ในถิ่นของเขา อย่างไรคนได้เปรียบก็ต้องเป็นฝ่ายพวกมันอยู่วันยังค่ำ“ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน”“หมอ!” เวทิกาอึ้งกับคำป่าวประกาศของชายหนุ่มไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ที่สำคัญ เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน และรู
อัคคีใช้เวลาในการขับรถมาที่โรงแรมของตนประมาณครึ่งชั่วโมง ครอบครัวเขามีธุรกิจเปิดคอนโดฯ พร้อมกับโรงแรมหรูให้กับนักธุรกิจต่างชาติได้เข้าพัก แต่ถึงอย่างนั้น นักธุรกิจไทยหรือผู้ที่อยากจะพักผ่อนกลางกรุงท่ามกลางวิวที่สวยงาม ก็สามารถเข้าพักที่นี่ได้เช่นกันจู่ๆ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างบางอยู่ในชุด
หมอหนุ่มตัดสินใจกดรับสายผู้ที่คนไข้แสนสวยของเขาเมมเบอร์ไว้ว่า ‘แม่’ ทันที บางที เขาอาจจะหาช่องทางติดต่อและให้เธอกลับมาเอาโทรศัพท์คืนไป“สวัสดี…”“นี่นังไวน์ แกไปตรวจซิงถึงไหน ทำไมนานขนาดนี้ รู้ใช่ไหมว่าถ้าชักช้า เสี่ยจะไม่พอใจ นี่อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกคิดเล่นตุกติกจะไม่ยอมขายตัวให้เสี่ย!”ไม่ทันที่อั







