LOGIN[พาร์ท : เพชฌฆาต]
แสงแดดมันจ้าเข้าตาตอนที่กำลังจะตื่น จนผมต้องปรือตาขึ้นมาพร้อมๆ กับความปวดจี๊ดที่สมองจากอาการเมาค้าง ค่อยๆ ผุดลุกขึ้นมา แล้วก็พบว่าตัวเองนอนปวดเอวอยู่ที่พื้น เงยหน้ามองบนโซฟาหนังก็เห็นว่ามีผ้าห่มผืนนึงกองอยู่
คงจะมีคนเดียวแหละว่ะที่เอามาให้ ถ้าเป็นกุมารที่เลี้ยงไว้ ก็ทำได้แค่เปิดปิดไฟสร้างอภินิหารอย่างเดียว กับพูดคุยด้วยเวลามันเหงา
เออ ฟังไม่ผิดหรอก ผมเลี้ยงกุมารทอง
อย่างที่บอกว่าไม่เชื่อเรื่องบาปบุญอะไรนั่น แต่ถ้าของขลังหรือพวกไสยศาสตร์กับภูตผีปีศาจหรือพรายนี่โคตรจะเชื่อ ผมเลยสักยันต์เสือคู่ไว้ที่กลางหลังไง ว่ากันว่าคนสักยันต์นี้ จะมีฤทธิ์แคล้วคลาดจากศัตรู ใครๆ เห็นก็ยำเกรง เลยไม่แปลกที่จะมีแต่คนเห็นผมเป็นสัตว์ประหลาด ที่เกือบทำคนตายได้ด้วยหมัดๆ เดียว
แล้วก็ไม่แปลกที่จะถือว่าหัวเป็นของสูงด้วย
แกรก
ผมเดินเซไปที่หน้าประตูห้องตัวเองที่ล็อกไว้จากด้านใน ล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกง แล้วไขประตูเข้าไปภายใน ห้องของผมนั้นมีหิ้งบูชาของขลังที่ดูน่ากลัว อธิบายไปก็ไม่น่าจะเข้าใจ แต่จะเป็นการบูชาภูตผีปีศาจ รวมถึงกุมารทอง และของขลังต่างๆ เอาไว้ช่วยให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงมากกว่า
ไม่มีหิ้งพระแบบคนสมัยก่อนอะไรทำนองนั้น แต่มันน่ากลัวกว่าเยอะ
ผมเดินผ่านโต๊ะบูชาเหล่านั้นไปที่อัฐิของปู่ที่วางห่างกันเป็นโยชน์เพราะกลัวของจะลง ยกมือสวดคาถาแคล้วคลาดให้ปู่ พร้อมกับเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมเข้าห้องน้ำ
ผมเดินขยี้ตางัวเงียไป แต่ก็รู้สึกอยู่ว่าตรงกลางระหว่างขามันห้อยโทงเทงแปลกๆ แต่ก็เป็นปกติของช่วงเช้า โล่มันจะผงาดอย่างงี้แหละว่ะ
เข้าไปแปรงฟันกับล้างหน้าพอ เดี๋ยวให้ไอ้เอ๋อนั่นมาอาบน้ำก่อน ผมค่อยเข้าไปอาบต่อ
ไม่อยากเดินเปลือยหุ่นไปมาต่อหน้ามันเหมือนกัน ไม่รู้ดิ รู้สึกอายๆ แปลกๆ เพราะปกติผมอยู่ในห้องนี้คนเดียว ผมก็จะเดินโทงๆ เหมือนมันนั่นแหละ ไปหยิบนู่นหยิบนั่น แต่คือตอนนั้นกูอยู่คนเดียว พอเข้าใจใช่ปะ
ไม่ใช่อยู่กับชายโสดสองต่อสองแล้วเดินโทงๆ แบบแม่ง
ผมคิดแล้วส่ายหน้ากับตัวเองอย่างระอา คว้าลูกบิดประตูห้องน้ำ ค่อยๆ เปิดออก ภายในห้องน้ำว่างเปล่าถือว่าเคลียร์ ผมเลยเดินเข้าไปคว้าแปรงสีฟันตัวเองมาบีบยาสีฟัน ก่อนที่จะเริ่มลงมือขยี้ฟันตัวเองให้สะอาด
แอด
เสียงประตูด้านหลังเปิดออกในจังหวะนั้น ผมมองผ่านกระจกเพราะเปิดประตูห้องน้ำอ้าซ่าไว้อยู่ เห็นยัยเด็กอ้ายกำลังเดินออกมาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่มหึมาล้นปริ่มออกมาจากอกเสื้อกล้ามที่ดูแทบจะเห็นทุกสัดส่วนของไอ้เด็กเวรนั่น
ผมชะงักที่จะแปรงฟัน เมื่อเห็นว่าเธอเดินตรงเข้าไปในห้องครัว ด้วยความสงสัยเลยเดินคาบแปรงสีฟันที่เต็มไปด้วยฟองสมุนไพรตามไป
มันจะเข้าไปเอาอะไรวะ
พอเดินไปยืนดูก็เห็นว่าไอ้เด็กนั่นเปิดตู้เย็นออกมา แล้วคว้ากระป๋องเบียร์ที่ผมแช่ไว้เต็มตู้มาถือไว้ ทำสีหน้าง่วงงุนตอนที่แกะฝากระป๋องเบียร์อย่างชำนิชำนาญ แล้วกระดกเบียร์ลงคออึกใหญ่
ผมได้แต่ยืนอึ้ง ไอ้เด็กนี่มันแดกเบียร์เป็นด้วยเหรอวะ
มันกลืนลงคอหลายต่อหลายอึก แต่เพราะความงัวเงียกับความโง่ของมัน เบียร์อันแสนมีค่าหลายหยดกระฉอกลงมาจากปากแล้วหกลงมาบนหน้าอกที่ใหญ่โตมหึมานั่น ผมเบิกตาโต เมื่อยิ่งเสื้อเธอเปียกชื้น ผมก็ยิ่งเห็น
ชุดชั้นในครึ่งตัวที่บางแสนบาง กับยอดอกสีชมพูอ่อนจางๆ
ผมจ้องนานยิ่งขึ้น หรี่ตามอง แล้วก็เผยอปากค้างจนแปรงสีฟันที่คาบไว้ตกลงไปที่พื้น เมื่อเห็นว่าหัวนมมัน...
มันตั้งชูชันด้วยว่ะ นี่ครั้งแรกเลยที่เห็นแบบนั้น
หรือว่าอกมันหนาว มันเลยออกมาหาไออุ่น?
เวร คิดแล้วกำเดาจะแตก
“... อ๋า” จนไอ้ตัวเล็กมันหันมามองผมที่ยืนเหวอแดกอยู่ มันเอียงคอหลุบตาลงมองเป้าผมนิดหน่อย ก่อนที่จะหลบสายตาไปทางอื่นเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่าควรอาย
แล้วเหมือนหูมันจะแดงๆ หน่อยๆ ด้วยว่ะ
อะไรของแม่ง
“... เปิ้นบ่าอายก๋า?” อยู่ดีๆ มันก็โพล่งถามขึ้นมาด้วยภาษาเหนือแปร่งๆ ของแม่ง ส่วนผมยังคงยืนแข็งค้างอยู่ที่เดิม แต่ก็รู้สึกงงๆ กับคำพูดของมันอยู่เหมือนกัน
“มึงดิควรอาย” ในเมื่อแม่งเลือกที่จะยิงคำถามมางงๆ ผมก็ตอบไปงงๆ เหมือนกัน จนไอ้เด็กเอ๋อนั่นเลือกที่จะกลั้นใจปิดตาชี้มาที่กลางเป้ากางเกงของผม
“แต่เปิ้นน่าอายกว่าเน้อ ก็มัน...”
ผมขมวดคิ้ว ก่อนที่จะก้มลงมองเป้ากางเกงของตัวเองตามนิ้วเล็กๆ ของแม่ง แต่ทันทีที่เห็นความใหญ่โตที่ตระหง่านขึ้นมาขู่ฟ่อใส่ทั้งตัวผมทั้งยัยเด็กตรงหน้า ผมก็แทบกรี๊ดออกมา
“เฮ้ย!!”
ก็ไอ้จ้อนผมอ่ะดิ แม่งหลุดออกมาจากรูซิปกางเกงตั้งแต่ตอนไหนวะ!
ผมเลิ่กลั่กรีบพุ่งเข้าไปห้องน้ำตอนที่มันกำลังยืนเอ๋อกับเสียงสบถอันทรงพลังของผม ในขณะที่จะเอนหลังพิงประตูหน้าดำหน้าแดง จากชายตัวใหญ่อกสามศอกตัวลีบเล็กเหมือนมดปลวก ด้วยความสงสัยอยู่ครามครัน ผมเลยเลือกที่จะถามกุมารทองที่เลี้ยงไว้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองเมาแล้วเผลอทำเหี้ยไรอุบาทว์ๆ ลงไปบ้าง
จนไอ้มงคลมันรายงานกลับมา คราวนี้จากที่อายอยู่แล้ว ยิ่งกว่าโคตรของโคตรอายหนักกว่าเก่า
ไอ้เวรเอ้ย!!
นี่ผมทั้ง... บีบ ขยำ ขยี้ แถมยังชักต่อหน้าไอ้นั่นตอนที่เมาเลยเหรอวะ
ไอ้เหี้ยๆๆๆ
นี่มันโคตรของโคตรอาชญากรรม นี่แม่งโคตรน่าอายเลย ถ้าจะเมาแล้วเสี้ยนขนาดนั้น ทำไมกูไม่ไปทำกับไอ้หญิงวะ ไปทำกับไอ้เด็กเอ๋อนี่ทำไม
ไอ้เวร!
หลังจากถามกุมารทองที่เลี้ยงไว้เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่ผมเมาหนักเพราะเฮิร์ทจากชีวิตวัยรุ่นสุดเฮงซวยของตัวเอง ถึงได้มารู้ว่าเมื่อคืนก็เป็นวันเดียวกันกับวันที่กูเกือบจะสร้างเมียเป็นเด็กเอ๋อที่ตอนเด็กๆ เอาแต่ตามผมต้อยๆ แล้วขี้มูกเกรอะกรังอย่างน่าขยะแขยงไปแล้ว
‘คุณทั้งบีบ ทั้งขยำหน้าอก ทั้งเขี่ยยอดนม ทั้งชักต่อหน้าพี่สาวเขาเลยล่ะจ้ะ หนูเห็นเต็มสองตาเลย’
“...”
‘ดูคุณจะหลงใหลพี่คนนี้เอามากๆ เลยนะจ้ะ’
กร็อบ!!
ไอ้กุมารทองบัดซบ พูดจาแสลงหูไม่เข้าเรื่อง เดี๋ยวกูจับรูปปั้นไปถ่วงน้ำซะเลย
ผมกำเบียร์กระป๋องที่ดื่มอยู่จนมันแหลกคามือหลังจากที่นึกถึงคำที่ไอ้เด็กกุมารทองมงคลมันพูดก้องอยู่ในหูตอนที่ถามในห้องน้ำ ดูเหมือนว่าเมื่อคืนผมจะเสี้ยนน่าดู ถึงไปทำอะไรๆ กับไอ้เด็กนั่นเข้าแบบนั้น
จะขอโทษยังไงดีวะ เพราะถ้าพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่งก็ไม่ใช่กูซะด้วย
ผมพ่นลมหายใจออกมา ลูบหัวสกินเฮดที่ผมเริ่มขึ้นนิดๆ อย่างเคร่งเครียด หลังจากที่สงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำ พอออกมาได้เห็นไอ้เอ๋อนั่นนั่งแดกนมอยู่ ผมที่ฟุ้งๆ อยู่แล้วเลยเผลอมองตามไปที่หน้าอกหน้าใจใหญ่สะบึมที่มีนมหยดลงไปแปะนิดหน่อย แม้ว่ายัยนี่จะยังอยู่ในชุดเดิมก็ตาม
กินเบียร์แล้วต่อด้วยนมวัว สุดติ่งจริง
นอกจากนมจะใหญ่เบิ้มแล้ว ยังโนบราตอนนอนอีกต่างหาก
ล้อเล่นปะ นี่เธออยู่กับผู้ชายสองต่อสองเลยนะเว้ยไอ้อ้าย!
และพอเห็นแบบนั้นผมก็เลยทนไม่ไหว จากที่กะว่าจะไปส่งเลยไม่รอแม่ง ผมขับคาวาซากิมาเรียนก่อน แล้วแวะแดกโจ๊กกับปาท่องโก๋ที่ร้านใกล้ๆ กับมหาลัย เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ยังไงผมก็มาเรียนทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวเรียนไม่รู้เรื่อง
เห็นหน้าโฉดๆ แถมอยู่ในโหมดสังหารตลอดแบบนี้ ผมก็ตั้งใจเรียนนะเว้ย ก็ตอนวัยรุ่นอยู่กับปู่ก็โดนตามใจจนเสียคน เลยเหลิงต่อยตีไปทั่วจนต้องมาเรียน กศน. เอาตอนปู่เสีย หลังจากนั้นมาเลยนึกเสียดายว่าทำไมตอนที่มีโอกาสไม่ตั้งใจให้มันมากกว่านี้วะ
แต่เรื่องต่อยตีก็คงไม่เพลาลงหรอก ถ้ามันยังมีคนมาลองของอยู่เรื่อยๆ
ผมซดโจ๊กกับฉีกปาท่องโก๋ด้วยฟันแล้วยัดลงกระเพาะ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ทิ้งไอ้เด็กนั่นมาเรียนก่อน นั่นก็เพราะกูไม่อยากสู้หน้าคนที่เพิ่งทำมิดีมิร้ายเขามาหมาดๆ ด้วย
เหอะ! เวลามีเรื่องไอ้เพชฌฆาตมันถึงไหนถึงกันเลย แต่กับผู้หญิงก็แค่ไอ้หมาขี้แพ้ตัวนึง
น่าสมเพชชิบหายเลย
เอาจริงๆ ฝ่ายที่ควรอายไม่กล้าสู้หน้ามันควรเป็นยัยนั่นมากกว่า
ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก คว้าเบียร์มาแดกตั้งแต่หัววัน (แวะซื้อมาจากเซเว่น) แล้วแดกโจ๊กต่อ ในขณะเดียวกันนั้นก็มีผู้หญิงกลุ่มนึงเดินผ่านมา เป็นนักศึกษาในมหาลัย ผมจำหน้าพวกนี้ได้ เอาง่ายๆ ใครหน้าตาดี หน้าตาสวยๆ น่ารักๆ ผมจำได้หมด แค่ไม่กล้าเข้าไปจีบเพราะความไร้ประสบการณ์ของตัวเอง
ผมที่นั่งแดกโจ๊กอยู่ไม่ได้สนใจเธอที่เดินตรงเข้ามา จนเห็นกระโปรงทรงเอสั้นแค่ต้นขา พอเงยหน้าขึ้นไปประจันหน้าด้วย ก็เห็นเป็นน้องผู้หญิงหน้าตาสวยสะเด็ดเจ็ดย่านน้ำสุดๆ คนนึง เธอกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะที่ผมนั่ง แล้วถือวิสาสะกระแทกก้นงอนๆ นั่นนั่งลงตรงหน้า แอ่นหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ (แต่ไม่เท่าไอ้เอ๋อนั่น) ลงทาบกับแขนที่ท้าวกับโต๊ะเหล็ก
ผมชะงัก กำลังเคี้ยวข้าวอยู่เลย
“พี่ใช่พี่รหัสที่ชื่อว่า พริกไม่เล็ก มั้ยคะ?” คนสวยตรงหน้าเป็นคนที่สองได้มั้งที่กล้าคุยกับผม (ถ้าไม่นับไอ้เด็กเวรนั่น) ผมที่เคี้ยวตุ่ยอยู่แทบพ่นโจ๊กออกมาทางรูจมูก เมื่อเธอแอ่นหน้าอกเข้ามาใกล้ขึ้น “นี่ เดียร์ถามว่าใช่รึเปล่า บอกมานะคะ พี่หน้าโฉด”
ผมรีบกลืนทุกอย่างลงคอ ตอนที่ส่ายหน้าแล้วละล่ำละลั่กพูด
“ปะ เปล่า” ไอ้ชิบหาย ไม่เคยมีผู้หญิงมาคุยด้วยแบบนี้นานแค่ไหนแล้ววะ “ไม่ใช่”
“อ้าว ไม่ใช่พี่พริกไม่เล็กเหรอคะ?” เธอเอียงคอ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา “เสียดายจัง แต่หนูชื่อเดียร์นะคะ พี่ชื่ออะไรเหรอ”
“พี่ชื่อเพชร” เอาชื่อเล่นไปละกัน ถ้าบอกว่าชื่อเพชฌฆาต ยัยเด็กหน้าตาดีนี่ไม่คุยกับผมต่อแน่
ว่าแต่เดียร์? ใช่ดาวคณะนิเทศเปล่าวะ ที่ดังๆ แต่ก็ดังในหมู่ผู้หญิงเป็นส่วนมาก ผมได้ยินแว่วๆ ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ เพราะไม่ไปพวกงานรับน้องใหม่อยู่แล้ว รู้สึกว่าแม่งไร้สาระ
“ใช่ค่ะ หนูเป็นเด็กปีหนึ่ง พี่คงไม่เคยเห็นใช่มั้ย” เธอคลี่ยิ้มหวานซึ้งเหมือนเดาความคิดในใจผมออกตอนที่เขี่ยปอยผมยาวๆ มาทัดหูอย่างน่ารัก จนผมแทบน้ำลายแตกฟอง โห ท่าจะใช่แล้วว่ะ ที่เคยได้ยินว่าสวยน่ารักมาก แถมยังอัธยาศัยดี เป็นตัวเต็งดาราหน้าใหม่ที่กำลังน่าจับตามอง ไม่น่าเชื่อว่าคนสวยที่เพอร์เฟ็คไปซะทุกด้านแบบนั้นจะมานั่งคุยกับไอ้ขี้ครอกอย่างผม “เอาเป็นว่าพี่เพชร แลกไลน์กันมั้ยคะ พี่มีไลน์รึเปล่าเอ่ย?”
ไอ้เวรเอ้ย ยิ่งกว่าถูกหวยหล่นใส่!
“นี่ไลน์พี่ครับ” มาดขรึมเข้าไว้ไอ้สัส ผมทำตัวไม่ถูก (แต่ใจง่ายมาก)
“ขอบคุณน้า เลิกเรียนเดี๋ยวเดียร์ทักไปนะคะ” เธอขยิบตาให้ผมหนึ่งที ในขณะที่ผมกำลังจะละลายเหือดแห้งไปผสมกับโจ๊กที่แดกอยู่ เพื่อนๆ ของน้องเดียร์ที่ยืนเกาะกลุ่มไม่กล้าเข้ามาทางนี้อยู่ไม่ไกลก็เหมือนจะซุบซิบอะไรกับเธอบางอย่าง แต่ผมไม่ได้แคร์
ผมได้ไลน์นางฟ้ามาว่ะ
อย่างน้อยถึงครึ่งชีวิตจะไม่เคยได้หญิงมาก่อน แต่มาตกตัวเต็งประจำมหาลัยเอาป่านนี้ก็ยังพอคุ้มค่ากับซิงที่แลกมากับชีวิตวัยรุ่น 22 ปีได้อยู่
[จบพาร์ท : เพชฌฆาต]
หนูมาเรียนเองด้วยรถสองแถวในตอนเช้า หลังจากที่เปิ้นรีบจรลีหนีไปเรียนก่อน โดยที่หนูบ่าฮู้เลยว่าการที่เขาไม่กล้าสู้หน้าหนูมันมาจากเรื่องอะหยังกันแน่
หรือว่าเขาจะจำเรื่องเมื่อคืนได้นะเจ้า?
ไม่หรอกเน้อ เขาคงจำไม่ได้หรอก ก็เล่นเมาแอ๋ซะขนาดนั้นน่ะ
หนูสั่นหน้ากับตัวเองแล้วตั้งใจฟังอาจารย์สอนต่อ ซึ่งในขณะเดียวกันกลุ่มผู้หญิงที่เป็นเฟรชชี่ใหม่ก็เดินเข้ามาในคลาสทีหลัง หนึ่งในนั้นมีเดียร์และกลุ่มเพื่อนของเธอ ซึ่งเดียร์น่ะเป็นเพื่อนสนิทของหนูเจ้า แต่ดูเพื่อนๆ ที่ดูไฮโซๆ หน่อยของเดียร์จะไม่ค่อยชอบหนูสักเท่าไหร่
หนูยังคบกับเดียร์ แม้จะรู้ว่าหลายๆ ครั้งเธอจงใจจะใช้หนูเหมือนเบ๊จิปาถะ ให้ไปซื้อน้ำ ให้ไปซื้อของให้ก็ตาม แต่เพราะทุกครั้งที่เอาของมาให้ เดียร์จะยินดีและยิ้มแย้มให้หนูเสมอ
ก็เดียร์น่ะทั้งสวย น่ารัก แถมยังเป็นดีกรีดารานางแบบที่น่าจับตามองอีก การมีเพื่อนสนิทแบบเดียร์ตั้งแต่วันแรกที่เรียนอ่ะ มันน่าดีใจสุดๆ ไปเลยบ่าใจ้เหรอเจ้า
ก็ขนาดเข้าคลาสเรียนสาย อาจารย์ยังบ่าเคยดุด่าว่าอะไรกลุ่มของเดียร์สักคำเลย
จนเดียร์สังเกตเห็นหนูที่นั่งอยู่ข้างหลัง (เพราะจองที่ข้างหน้าบ่าทัน) คนสวยก็โบกมือทักทายหนู แล้วเดินนำหน้าเพื่อนที่มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจมานั่งใกล้ๆ หนูด้วย นั่นทำให้รู้สึกอึดอัดหน่อยๆ
ก็เพื่อนๆ ของเดียร์น่ะจ้องมาเหมือนจะกินหนูเข้าไปยังไงอย่างงั้น
“สวัสดีจ้ะอ้าย” ร่างเล็กยิ้มหวานให้หนูพร้อมกับทักทายอย่างเป็นกันเอง ในขณะที่บรรดาผู้ชายในคลาสต่างมองมาที่ร่างสะโอดสะองของเดียร์เป็นตาเดียว
“สวัสดีเจ้า” หนูคลี่ยิ้มแห้งๆ กลับไป
“วันนี้เดียร์มาสายเลย อาจารย์สอนไปถึงไหนแล้วเหรอจ้ะอ้าย?” เสียงหวานใสกังวานอย่างไพเราะพร้อมๆ กับมือเล็กที่เอื้อมมือมาบีบข้อมือของหนูที่ถือปากกาไว้อย่างถนอมมือ หนูเลยคลี่ยิ้มกลับ
“อ้ายจดเลคเชอร์ไว้ให้แล้วเน้อ เดี๋ยวจบคลาสอ้ายเอาให้เดียร์นะเจ้า” หนูตอบไปแบบซื่อๆ ในขณะที่คนตัวเล็กตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“อ้ายสมกับเป็นเพื่อนที่เดียร์รักที่สุดเลย” เธอเอื้อมมือมาลูบแก้มป่องๆ ของหนูเบาๆ “เอ้อ อ้ายรู้มั้ย วันนี้เดียร์ไปเจอพี่หน้าโฉดคนนึง พอดีว่าโดนพี่รหัสออกคำสั่งให้ไปแลกไลน์กับเขาแล้วจีบให้ได้น่ะ ไม่งั้นจะไม่ได้คะแนน”
หนูหูผึ่งทันที พอพูดถึงคำว่าหน้าโฉดนึกถึงเปิ้นขึ้นมาทันทีเลยเน้อ
“แล้วพี่คนนั้นชื่ออะหยังเจ้า” เดียร์ทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะตอบกลับมา แล้วทำให้หนูถึงกับนั่งเอ๋อ
“พี่เพชรๆ อะไรนี่แหละ ที่เขาลือกันว่ามีเรื่องเก่งที่สุดในมหาวิทยาลัยอ่ะ”
“แกก็ดันยอมแลกไลน์กับเขาเนอะ หน้าดุจะตาย แถมยังโกนหัวเหมือนพวกขี้คุกอีก” เพื่อนที่นั่งประกบข้างเดียร์โพล่งขึ้นมาถึงเปิ้นอย่างหยาบคายขนาดหนัก นั่นทำให้เดียร์หัวเราะเบาๆ
“ไม่หรอก เพื่อคะแนนเดียร์ทำได้”
“ตะ... แต่ว่า” หนูโพล่งขึ้นมาเพราะอยู่ดีๆ ก็รู้สึกไม่โอเคที่เดียร์จะหลอกเปิ้นแบบนั้น ถึงจะทำไปเพราะคะแนนจากพี่รหัส แต่แบบนี้เหมือนหลอกลวงกันชัดๆ เลยนะเจ้า “ถ้าเดียร์ทำแบบนั้น เปิ้นเขาจะเสียใจเน้อ เหมือนไปหลอกเขายังไงบ่าฮู้”
ทั้งเดียร์และกลุ่มเพื่อนหันมามองหนูเป็นตาเดียวทันที
“แล้วแกแส่อะไรด้วย นังเด็กเหนือ” เพื่อนที่นั่งข้างๆ เดียร์ด่ากราดหนูทันที เพราะปกติหนูต้องห้ามมีปากมีเสียงแล้วทำตามที่เดียร์บอกเท่านั้น ไม่งั้นเพื่อนของเดียร์จะรังแกหนูอย่างไม่มีเหตุผล “เดียร์ต้องทำเพื่อคะแนน หรือแกหาคะแนนมาให้เดียร์ได้มั้ยล่ะ”
“สะ... สุมาเต๊อะเจ้า”
“พอแล้ว อย่าไปว่าอ้ายเลย” แล้วเดียร์ก็ออกตัวปกป้องหนูอีกตามเคย แม้ว่าทุกครั้งที่ถูกรังแก เดียร์จะไม่เคยห้ามเพื่อนของเธอแล้วมองดูอยู่เฉยๆ ก็ตาม “อ้ายแค่ไม่รู้น่ะ”
หลังจากนี้ที่อะไรๆ จะเกิดขึ้นก็เหมือนกัน
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นหนูถูกรุ่นพี่ศิวะพามาที่คาสิโนตามที่เขาบอก สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนท่าทางมีกะตังค์มาทำอะไรบางอย่าง มีไพ่ มีโต๊ะสนุ้กเกอร์กับแสงสีที่เต็มไปด้วยไฟสลัวพอดูโรแมนติกและเย้ายวนตาอ้ายบ่าเคยมาที่แบบนี้เลยเน้อ อีกอย่างมันดูหรูหรามากๆ จนต้องกวาดสายตาไปมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น รุ่นพี่ศิวะจูงมืออ้ายมาเหมือนเด็กน้อยที่กลัวว่าจะพลัดหลงกัน แล้วให้อ้ายนั่งดูเขาเล่นสนุ้กอยู่นานผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนูที่ไม่ได้กินข้าวมาจากบ้านเลยถึงเริ่มหิวขึ้นมา อ้าปากบอกพี่ศิวะด้วยความเคยชิน (เวลาหิวอ้ายจะอ้อนป้อให้ทำกับข้าวให้กินจนเป็นนิสัย) เพราะหนูก็ไว้ใจเขานี่นาร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับคลี่ยิ้มให้แล้วกระซิบกับบ๋อยให้เอาเค้กและน้ำผลไม้มาให้หนูเห็นว่าเป็นเค้กช็อกโกแลตที่ชอบก็เลยกินจนหมด พี่ศิวะบอกว่าเค้กนี้มีส่วนผสมของไวน์แดง จะทำให้มึนเมาเล็กน้อย หนูเลยซัดโฮกไม่มีเหลือ (เพราะเป็นคนคลั่งไคล้แอลกอฮอล์มาก ป้อสอนให้กินตั้งแต่เล็กๆ) จนรู้สึกหลอนๆ ประสาทขึ้นในวินาทีต่อมาหลังจากนั้นสติสตังก็ดับวูบลงไป มีแต่ภาพหลอนอะไรสักอย่างเข้ามาแทนที่พอมารู้สึกตัวอีกที ก็เบลอสุดๆ ถึงกับกระสับกระส
“เซริว” แววตาของผมมีไฟลุกโหมกระพือหนักขึ้น “ขออาละวาดได้รึเปล่า”“...”“ค่าเสียหาย เซริวจ่ายให้กูได้รึเปล่า”“อย่าทำเหมือนเป็นเจ้านายเรา” เธอขยับหน้าอกที่พอดีตัวมาชิดกับข้างกล้ามแขน เสี่ยกระซิบข้างหูผมเบาๆ “อยากอาละวาด ก็จ่ายเอาเองเลย”“โอเค”ผมตอบได้แค่นั้น ก่อนที่จะสะบัดแขนออกจากมือบางๆ ของเซริวแล้วพุ่งเข้าไปถึงตัวไอ้เหี้ยศิวะในทันทีด้วยโทสะที่ยากเกินจะหยุดยั้ง!!หมับ!!ไอ้อ้ายที่เบลอจากยาเสพติดจนไม่ได้สติถูกผมกระชากแขนจนตัวปลิวมาปะทะกับอกโดยไม่คิดที่จะออมแรง กายแกร่งของไอ้ศิวะโดนผมกระชากคอเสื้อจนประชิดหน้า ผมบิดแขนไอ้ตัวดีให้เซไปที่ข้างหลังตัวเอง ก่อนที่จะกวาดลูกสนุ้กจนกระจายไปทั่ว“เฮ้ย ใจเย็น” นั่นเป็นคำพูดแรกจากปากของไอ้ศิวะตอนที่ผมหยิบไม้สนุ้กมากำไว้แน่นแล้วเงื้อจะฟาดหน้ามัน แล้วไอ้เหี้ยนั่นก็ยกสองมือขึ้นเป็นฝ่ายยอมแพ้ “ใจเย็นก่อนสหาย”กรามผมขบแน่นจนเส้นเลือดขึ้นเป็นสันริ้วที่คอ เกร็งพยายามไม่ตะเบ็งเสียงออกมา ข่มอารมณ์จนถึงขีดสุด“มึงเอากัญชาให้ไอ้อ้ายกินทำไม!!” ผมตวาดใส่หน้ามันตอนที่ยึดคอเสื้อมันเข้ามาชิดหน้ามากขึ้น ไอ้ศิวะที่ถูกขย้ำคอเสื้อกลอกตาอย่างกวนประสาท ก่อนที่มันจะฉีกย
หนูก้มลงมองชุดตัวเองที่รัดรูปจนเห็นหน้าอกกลมโต เสื้อกล้ามที่มักใส่อยู่บ้านบ่อยๆ แถมยังไม่ใส่ชั้นในอีกต่างหาก ผนวกกับกางเกงขาสั้นกุดที่ชอบใส่เวลาอากาศฮ้อนทำหน้ายู่กับตัวเองอย่างจนใจ ทั้งบ่าเข้าใจและทั้งละอายใจ ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าไม่กลับมาฮักมาชอบเปิ้นอีกแล้ว แต่ก็จงใจแต่งตัวแบบนี้ในวันที่เปิ้นตื่นสายอยู่ดีอ้ายเนี่ย... เป็นเด็กบ่าดีเลยนะเจ้า ถ้าเปิ้นจะขี้เจอะ ก็บ่ารู้สึกแปลกใจอะหยังเลยหนูล้มตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างรุนแรง ทำหน้ามุ่ยตอนที่ยกมือถือขึ้นมากดดูยูทูปเล่น จะอี้วันนี้ก็วันหยุดของอ้ายด้วย เปิ้นจรลีหนีออกไปแบบนี้ แปลว่าขี้เจอะอ้ายมากจนบ่าอยากมองหน้าสินะ ก็ได้ อ้ายจะได้ไปอู้กับผู้ชายคนอื่นกึ้ดประชดประชันในใจทั้งๆ ที่บ่าได้อยากยะแล้วก็พ่นลมหายใจออกมา แล้วกลั้นใจทักรุ่นพี่ศิวะไปแบบไม่คิดอะหยังมากมายอย่างน้อยๆ ก็คุยแบบพี่น้องได้ใช่ก่อ? ยังไงก็บ่าใจ้แฟนเปิ้นอยู่แล้ว อ้ายจะไปสนใจทำไมติ๊งเอิ้นอ้าย คนเดิม : พี่ศิวะ อ้ายฮู้สึกบ่าสบายใจเลยเจ้าทักเขาไปแบบนั้น แล้วก็ล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าบนโซฟา หลังจากที่เปิ้นอาละวาดเพราะหึงหวงหนูกับพี่ศิวะจนห้องเละเทะ แล้วสารภาพว่าชอบว่าฮักหนูมากกว่าพี่น้อง
“...!!”ผมผงะออกทันทีเหมือนต้องของร้อน รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว จนต้องขยับออกห่างแล้วลุกขึ้นยืนไกลๆ เตียงที่มีมันอยู่ ยกมือไหว้ขอขมาครูบาอาจารย์ในใจหนึ่งครั้งแล้วเป่าเพี้ยง เงยหน้ามองไอ้ตัวเล็กที่กึ่งนั่งกึ่งนอนขึ้นมามองผมเหมือนตกใจ“ปะ... เป็นอะหยังเจ้า?”“ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมนส์มา?” ผมถามเสียงเข้มจนมันสะดุ้งเฮือก เพราะรู้สึกร้อนๆ ไปทั้งตัวนิดหน่อยจนหงุดหงิด โล่ยังผงาดอยู่ แต่มันเสือกทำไม่ได้ มองเลือดเสียจากร่องสีชมพูแล้วหันหน้าหนีแทบจะทันที“อะ... อ้ายบ่าทันรู้ มันไหลเมื่อกี้พอดีเน้อ”“เป็นเมนส์กี่วัน?” ผมถามเสียงห้วนจัดอีก เหงื่อแตกพลั่กเต็มขมับ คนตัวเล็กทำสีหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนที่จะก้มหน้างุด ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพับเพียบอย่างเรียบร้อย“บ่าเกินหนึ่งอาทิตย์เจ้า”“งั้นหนึ่งอาทิตย์เจอกัน”ผมพูดไว้แค่นั้น ไม่อธิบายอะไรให้จบดีด้วย ก่อนที่จะก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูห้องมันออกแล้วปิดส่งท้ายเสียงดัง พุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่จะจัดแจงธูปเทียนหน้าหิ้งบูชา ขอขมาครูอย่างจริงจังอยู่ค่อนคืนเอาจริงๆ ปะ ผมไม่ได้รังเกียจเลือดประจำเดือนของมันเลยสักนิด แต่ไม่มีเวลาสาธยายมากเพราะต้องรีบไปแก้ตัวถ้าใค
สถานะไม่ค่อยชัดเจนเพราะมันไม่ยอมตกลงคบกับผมในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนตอนที่ผมแอบลอบเข้าไปในห้องของมันตอนสองทุ่มกว่าๆ ด้วยสภาพกางเกงในชายแค่ชั้นเดียว พร้อมกับร่างเล็กกับผมยาวสยายที่เหลือบมามองตาเขียว“ปะ... เปิ้นเข้าห้องอ้ายมายะหยัง” แม้ว่าจะทำตาดุใส่ผมแค่ไหน มันก็ยังไม่วายเอ่ยปากถามออกมาเสียงสั่น ส่วนผมก็ฉีกยิ้มกับความเด็กน้อยของมัน ไล่สายตามองร่างอวบอั๋นในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นกุดที่เปิดเห็นแก้มก้นนิดหน่อยนี่แม่งจงใจจะยั่วกูชัดๆ ไอ้เด็กแรด“นอน” ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะเดินมาล้มตัวลงบนตูดเด้งๆ ของมันแล้วเอาฝ่ามือรองท้ายทอยเหมือนเป็นหมอนชั้นดี ไอ้ตัวเล็กสะดุ้งโหยง ดูจะรู้สึกแปลกประหลาดกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของผมหลังจากที่สารภาพว่าชอบมันมาก “เล่นเกมไปเหอะ ไม่กวนหรอก”“จะอี้ต่างหากล่ะที่กวนอ้าย” มันเม้มริมฝีปากแล้วพยายามขยับบั้นท้ายกลมๆ หนี แต่ผมก็พลิกตัวไปนอนเอาแก้มซบกับแก้มตูดนุ่มๆ ของมัน แล้วยึดเอวไอ้เอ๋อไว้อย่างแน่นหนา จนแม่งแผดเสียงแปดหลอดใส่ “เปิ้น!”“อะไร?”“เอาหน้าเปิ้นออกไปจากก้นอ้ายบัดเดี๋ยวนี้เลยเน้อ”“สงสัยมึงจะลืมแล้วมั้งว่าใครที่เป็นเจ้าของมึงอ่ะ” ผมเอียงหน้าคมกร้าวมาสบต
เปิ้นยะจะอี้อีกแล้ว... เปิ้นยะจะอี้ตลอดเลยมือหนาที่ซึมไปด้วยเลือดสัมผัสกับหน้าอกของหนู ขยำขยุ้มอย่างกระหาย หนูเม้มริมฝีปากแน่น หน้าแดงก่ำตอนที่พยายามดันตัวเปิ้นออก ทั้งๆ ที่มือเล็กยังคงแปะอยู่ที่เป้ากางเกงของเขา“ทะ... ทำแผลก่อนเต้อะเจ้า แผลเหวอะเลอะเสื้ออ้ายหมดแล้ว” หนูพูดเสียงสั่นตอนที่รีบชักมือออกจากเป้ากางเกงที่คับแน่นของเขาทันทีที่รู้สึกตัว เปิ้นมีสีหน้าแสนเสียดาย ในขณะที่หนูจะกวาดดวงตากลมโตมองซ้ายมองขวาหาที่ว่างคงจะมีแต่โซฟาหนังที่มีกระดาษกระจายอยู่นิดหน่อย หนูเดินไปปัดเศษกระดาษพวกนั้นลงบนพื้น แล้วล้มตัวลงนั่ง ตบที่นั่งข้างๆ ตัวที่ค่อนข้างเว้นระยะห่างเป็นที่ให้เปิ้นลงมานั่ง พร้อมกับค้นกระเป๋าของตัวเองที่มียาแดงและพลาสสะเตออยู่ในนั้น“จะทำแผลให้กูเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถาม แล้วหนูก็พยักหน้าหงึกหงัก ก็บ่าอยากยอมรับหรอกเน้อว่าแอบใจอ่อนให้เปิ้นนิดหน่อย เดี๋ยวเปิ้นจะยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ “เป็นเมียที่ดีเนอะ”“อ้ายบ่าใจ้เมียเปิ้น” หนูปฏิเสธหน้าแดงก่ำ จนเขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วล้มทั้งตัวลงนั่งจนไหล่แข็งๆ นั่นชิดกับแขนเล็กๆ ของหนูเปิ้นเอนหัวมาซบหน้าอกหนู แล้วถูไถหน้ากับร่องเนื้อนุ่มภายใต้ช







