Mag-log in“ท่านแม่พักเสียจะได้หายเร็วๆ ข้ากับอาอวี่กลัวว่าท่านจะตายเสียแล้ว”
“ข้าไม่ตายหรอกน่าเห็นไหมยังอยู่ที่นี่ไม่ต้องห่วง…ข้ายังอยู่” แช่งกันซ่ะล่ะ
เด็กหญิงยกมืออ้วนป้อมกอดรอบเอวของซูหว่าน ซูหว่านกลับคิดถึงเซิงเจี๋ยกับหยางลู่ป่านนี้จะเป็นอย่างไรหนอ คงร้องไห้จนตาบวมเสียใจที่ฉันตายโถ่วน่าเศร้าจริงๆ ฉันไม่อยู่พวกเขาคงเสียใจมาก
“ท่านแม่หายเร็วๆ พาพวกเราหนีไปจากที่นี่เถอะ ตั้งแต่ท่านพ่อไม่อยู่ข้าก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว” อาเยวี่ยนพูดเบาๆ พร้อมกับก้มหน้าหลบตา
ซูหว่านพยักหน้าขึ้นลง ไปจากที่นี่เหรอแล้วที่นี่คือที่ไหนร้ายดีอย่างไร ซูหว่านไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วจะไปไหนทำอะไร ข้างนอกเป็นโลกแบบไหน มีมอนเตอร์ไหม มีเทพเซียนไหม
“ที่นี่มีสำนัก จอมยุทธ มีเทพเซียนไหม อ่อ อีกอย่างมีสัตว์อสูรไหม”
อาอวี่กับอาเยวี่ยนทำหน้างงๆ มองหน้ากัน
“ท่านแม่พูดถึงอะไร ที่นี่มีแต่ท่านย่าที่ใจร้ายกับท่านปู่ที่เอาแต่เรียกสาวใช้เข้าไปบีบนวด ถ้ามีทานเทพท่านเทพก็ใจร้ายมาก”
“ช่างเถอะๆ ข้าคงมาผิดช่วงเวลาไปหน่อย แต่ตอนนี้สิ่งที่ข้าสงสัยที่สุดก็คือพวกเจ้าทำไมถึงมีแต่รอยเขียวคล้ำไปทั่วตัวอย่างนี้" ซูหว่านถามเสียงแข็ง
อาอวี่ที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ถอนหายใจอย่างยาวก่อนจะหลบสายตาของซูหว่าน อาอวี่ค่อยๆ หันมองไปที่พี่ชายอย่างลังเล อาเยวี่ยนที่นั่งนิ่งอยู่เหมือนจะรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่เขาต้องพูดความจริงออกมาได้แล้วตามแบบลูกผู้ชายและพี่ชาย
"ท่านแม่...ข้าขอสารภาพ…" อาเยวี่ยนพูดเสียงเบา ใบหน้าของเขาหมองลง
"อาเยวี่ยนไปขโมยหมั่นโถวจากในห้องครัวมาให้ท่านแม่...แต่พี่ใหญ่ไม่ผิดนะ เราแค่อยากให้ท่านแม่ได้กินของดีๆ" อาอวี่รีบฟ้อง
ซูหว่านขมวดคิ้วแน่น แล้วถอนหายใจ
"ขโมยหมั่นโถวทำไมต้องขโมย เจ้าไปหยิบมาเฉยๆ ก็ได้นี่ ที่นี่เป็นบ้านของบิดาพวกเจ้าไม่ใช่หรือ" ซูหว่านถาม ไหนๆ จะขโมยแล้วทำไมไม่ขโมยของดีๆ มาว่ะน่ะ เด็กหนอเด็ก
อาเยวี่ยนยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดเสียงสั่นเครือ
"ข้า...ข้าไปหยิบหมั่นโถวมาจากในครัวเพื่อท่านแม่...ท่านย่าตีข้า... ตีข้าทั้งตัว...ท่านย่าไม่เคยอนุญาตให้เรากินอะไรได้ นอกจากน้ำแกงกับแป้งแผ่นย่างไฟวันละมื้อเท่านั้น"
คำพูดของอาอวี่ทำให้ซูหว่านรู้สึกเหมือนโดนพลังคลื่นเต่า ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้นในใจ ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กๆ จะต้องทนทุกข์ขนาดนี้เพื่อให้เธอได้กินหมั่นโถวแข็งๆ นั่น ชักรู้สึกผิดแล้วสิ
"ทำไม...ทำไมใจร้ายแบบนี้ ทำไมต้องทำแบบนี้ แล้วทำไมพวกเจ้าไม่บอกท่านย่าไปว่า...ว่าท่านแม่เจ้าบาดเจ็บ" พยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
อาอวี่เงียบไปสักพักก่อนจะพูดเสียงเบา
"ท่านย่าไม่ให้แน่ ท่านย่าอยากให้ท่านแม่ตาย พวกเขาอยากให้ท่านแม่ตาย…แต่เราสองคนไม่อยากให้ท่านแม่ตาย ถ้าเรานำหมั่นโถวมาท่านแม่ท่านจะดีขึ้นแน่ๆ ..."
ซูหว่านมองไปที่เด็กๆ สองคนที่ท่าทางหมดแรงและบอบช้ำไปทั้งตัว พวกเขากล้าหาญจริงๆ ความกลัวและความเจ็บปวดของพวกเขายังขัดขวางพวกเขาจากการช่วยเหลือแม่ไม่ได้
ความรู้สึกผิดแผ่ซ่าน ซูหว่านเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วงที่เธอต้องแบกรับไว้ และในเวลาเดียวกันก็รู้สึกว่าเธอต้องทำบางสิ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆ เหล่านี้ให้ได้
"ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว...ข้าอยู่นี่แล้ว" ซูหว่านพึมพำกับตัวเองยกมือขึ้นกอดร่างเล็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอพูดออกไปไม่ได้ช่วยเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ แม้แต่ครึ่งหนึ่ง
“แล้วพ่อของพวกเจ้าเล่าไปไหนเสีย”
“ท่านพ่อตายแล้ว…….” เด็กๆ งุนงงแต่ก็ก้มหน้าลงพูดอ้อมแอ้ม
“เป็นอะไรตาย” ซูหว่านขมวดคิ้ว
“ท่านย่ากับชาวบ้านเขาบอกว่าท่านแม่วางยาท่านพ่อ แต่ข้ากับอาอวี่เราไม่เชื่อว่าท่านแม่จะใจร้ายขนาดนั้น แล้วคืนที่ท่านพ่อถูกวางยาท่านแม่ก็ป่วยหนัก นอนอยู่กับพวกเรา”
ซูหว่านพยักหน้าขึ้นลง นี่มันความรุนแรงในครอบครัวสินะ
เช้าสดใส
เสียงไม้กระทบผนังดังลั่น เริ่มไม่สดใสละ เสียงดังทำให้ซูหว่านสะดุ้ง ใจของเธอกระตุกพร้อมกับเสียงที่แหลมสูง ในความมืดที่ยังคงปกคลุมห้องนอน สายตาของซูหว่านยังคงพร่าเบลอจากความเหนื่อยล้า
"ตื่นได้แล้ว ถึงเวลาแล้ววววววว" เสียงของสาวใช้ที่ดังขึ้นจากภายนอกห้องไม่ค่อยน่าฟังนัก น้ำเสียงใช้คำสั่งที่ชัดเจนอย่างไม่เคารพกัน ก็ไม่มีทางหลีกหนีได้สินะ คนจะหลับจะนอนจะมาเรียกทำไม
ซูหว่านหันไปมองเด็กๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ รู้สึกเหมือนกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุด เด็กๆ ยังนอนอยู่เงียบๆ อยู่ข้างๆ แต่เมื่อเสียงของสาวใช้ดังขึ้นเด็กชายและเด็กหญิงก็เริ่มตื่นขึ้นตามเสียงนั้น
"ไปเทถังส้วมให้ฮูหยินใหญ่ได้แล้ว ได้ยินไหม" เสียงของสาวใช้ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่สนใจความเหนื่อยล้าหรือความเจ็บปวดของซูหว่านเลย
ซูหว่านอ้าปากค้าง มองไปที่เด็กทั้งสองที่นอนอยู่ข้างๆ
“อะไรอี๊กกกกทีนี้” ซูหว่านถามออกไปทั้งที่ยังงัวเงียอยู่
"ท่านแม่ท่านจะขัดคำสั่งท่านย่าหรือ เดี๋ยวท่านย่าก็ให้คนมาตีท่านอีก" อาเยวี่ยนพูดเสียงเบาหันมามองซูหว่าน
“นั่นสินะโหดร้ายจริงๆ ตีจนตาย ไม่แปลกใจเลยทำไมนางตาย เพราะแบบนี้นี่เอง นี่มันยุคไหนสมัยไหนกันป่าเถื่อนโหดร้ายที่สุดกับเด็กกับผู้หญิง”
"ท่านแม่...เจ็บป่วยแค่ไหน ท่านแม่ก็ต้องไปเทถังอึให้ท่านย่าทุกวัน ท่านอย่าขัดคำสั่งท่านย่าเลย อาเยวี่ยนกลัวว่าท่านจะถูกตีอีก"
อาอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ พยักหน้าตาม พร้อมพูดด้วยเสียงเศร้าๆ
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เราจะช่วยท่านแม่เทอึเอง" เสียงของอาอวี่ดูหนักใจแต่ก็ยังพยายามให้กำลังใจ
ซูหว่านไม่สามารถขยับตัวได้ทันที สายตาปนระแวงสงสัยหันไปมองข้างนอกห้อง ข้างนอกประตู มีเสียงไม้ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สาวใช้ดูเหมือนจะรอคำตอบ
อย่าให้ฉันหายดีนะ ซูหว่านไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญกับชีวิตแบบนี้ หลังจากที่ได้ผ่านความตายและฟื้นขึ้นมาในโลกใหม่ ทุกสิ่งรอบตัวกลับกลายเป็นความจริงที่ท้าทายให้เธออยู่รอดและยิ่งอยากจะเอาชนะ ว่าแต่เอาชนะเรื่องเทขี้เนี้ยนะ
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือก
"ไปกันเถอะ" ซูหว่านพึมพำเบาๆ พยายามตั้งสติและในที่สุดก็ลุกขึ้นจากฟูก แรงที่เคยมีในตัวตอนนี้ยังไม่กลับมาเต็มร้อย แต่ก็ยังต้องทำเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไป
"พวกเจ้าจะต้องคอยระวังตัวไว้หน่อย อย่าห่วงข้าเลย ถ้าจวนตัวก็หนีเอาตัวรอดไปเสีย" ซูหว่านพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะมองไปที่เด็กๆ
“อาจจะเป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ” เขายิ้มให้ซูเหยี่ยน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “แต่ข้าก็อยากให้เจ้ารู้ว่า ข้าสนใจในตัวเจ้าอย่างมาก”ซูเหยี่ยนรู้สึกหน้าร้อนวูบในขณะที่มองไปที่เขา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบอะไรไปแสงแดดยามเย็นสาดส่องผ่านกระจกระเบียงของโรงเตี๊ยมเจียชิน สองร่างยืนเคียงข้างกันมองไปยังลานกว้างที่เด็กทั้งสองกำลังคุยอยู่ในท่ามกลางแสงสุดท้ายของวัน ซูหว่านยืนอยู่ในอ้อมแขนของเซิ่นเหยี่ยน ดวงตาของทั้งสองมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนซูเหยี่ยนกำลังยืนพูดคุยกับองค์รัชทายาทหมิงซื่ออย่างสนุกสนาน ท่าทางเขาทั้งสองคล้ายกับว่าคุ้นเคยกันมานานแสนนาน เซิ่นเหยี่ยนกอดซูหว่านไว้แน่นและพูดเสียงนุ่ม “ดีใจจริงๆ ที่เห็นเด็กๆ กำลังจะก้าวเดินต่อไปตามทางที่เราทั้งสองได้ถากถางไว้ พวกเขาจะมีชีวิตที่ดีในแบบของพวกเขาเอง”ซูหว่านยิ้มละมุนและเอื้อมมือไปลูบแขนของเซิ่นเหยี่ยนอย่างอ่อนโยน “อาอวี่กำลังจะมีคนคอยห่วงใยเพิ่มแล้วใช่ไหมคะ คุณชายฟงเสี่ยวหลินนั้นเอง ส่วนอาเยวี่ยนก็สอบติดจอหงวน ทำงานในวังหลวงซะแล้ว ทุกคนต่างมีทางเดินของตัวเอง”เซิ่นเหยี่ยนพยักหน้าเบาๆ ขณะมองไปที่ลูกสาวซูเหยี่ยนของเ
ร่างสูงของ เสี่ยวหลิน ลูกชายของบ้านฟงหรือที่รู้จักกันในฐานะคุณชายฟง วิ่งออกมาจากรถด้วยความตกใจ เขารีบเข้าไปอุ้มอาอวี่ที่ล้มลงไปกับพื้นขึ้นมาจากพื้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงมองใบหน้าที่ยังคงแสดงสีหน้าตกใจและบาดเจ็บเล็กน้อยจากการเฉี่ยวชนฟงเสี่ยวหลินมองใบหน้างดงามของอาอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่มีความกังวลปะปนอยู่“เจ็บตรงไหนหรือไม่” เสียงของเขาเบาและเต็มไปด้วยความห่วงใย อาอวี่ที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มออกมาอย่างอายๆ ขณะที่หันหน้าไปทางเขา“ไม่ค่ะ...แค่ตกใจนิดหน่อย” อาอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ ก่อนจะมองไปที่ซูเหยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกเขินอายที่ต้องถูกอุ้มอย่างนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเสี่ยวหลินยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะวางอาอวี่ลงบนพื้นอย่างเบามือและยื่นมือไปให้ซูเหยี่ยนเพื่อตรวจอาการด้วยความห่วงใย“ต้องตามท่านหมอไหม” หมิงซื่อเอ่ยปากถาม ก่อนจะตะลึงจังงัง“พวกท่านนี่ไม่ระวังเลยพี่สาวซูเหยี่ยน เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า” ซูเหยี่ยนถามอย่างจริงจัง สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล อาอวี่ที่ยืนข้างๆ เหลือบเห็นสายตาของฟงเสี่ยวหลินก็
ลานกว้างหน้าบ้านซูหว่านดวงดาวบนฟากฟ้าหลังจากการรับประทานอาหารที่รื่นรมย์ซึ่งซูหว่านทำเองจากสองมือของนาง ทุกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ขนาดใหญ่บนลานกว้างหน้าบ้านยิ้มแย้มอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังระงมไปทั่วทั้งสามเล่นวิ่งไล่จับกับเสี่ยวเปา สายลมเย็นๆ ของยามค่ำคืนพัดมาอย่างอ่อนโยน แสงจากตะเกียงน้ำมันให้ความรู้สึกอบอุ่นยิ่งขึ้นซูหว่านนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เล็กๆ ใกล้ๆ กับเตาถ่าน ใบหน้าของนางสวยงามเหมือนดอกไม้ที่บานในยามราตรี มองดูลูกๆ ด้วยความอบอุ่นในใจเซิ่นเหยี่ยนที่ยิ้มให้เด็กๆ ท่ามกลางการเล่นสนุกของพวกเขา หันมามองซูหว่านที่กำลังนั่งอย่างผ่อนคลาย ใบหน้าของเขาอ่อนโยนซูหว่านยิ้มตอบอย่างรู้สึกดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางหวังไว้เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข“อาหารวันนี้อร่อยมากๆ เลย” เซิ่นเหยี่ยนพูดกับซูหว่านอย่างเต็มอกเต็มใจ ขณะเดินเข้าไปใกล้ๆ นางเขาหยุดอยู่ข้างๆ เก้าอี้ไม้ขณะที่นางหันมามองเขา คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจซูหว่านยิ้มบางๆ และยักไหล่เบาๆ“ข้าตั้งใจทำสุดฝีมือนี่ แต่มันก็แค่พอใช้ได้” นางตอบด้วยเสียงที่เบา แต่รู้สึกเหมือนโลกนี้จะเงียบสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของ
ซูหว่านยืนนิ่ง เหมือนหินไม่เคลื่อนไหว ระบบที่เคยเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตในช่วงเวลาวิกฤติกลับมีความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ระบบไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือจากโลกปัจจุบัน แต่ยังมาจากอนาคตที่ซูหว่านไม่เคยคาดคิด... อนาคตที่ลูกๆ หรือจะอะไรก็แล้วมีบทบาทในการควบคุมและออกแบบมันซูหว่านค่อยๆ ปรับสีหน้า ความตื่นตะลึงเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงบ และหัวเราะเบาๆ ให้กับตัวเอง "ช่างเถอะจะลูกจะหลานหรือจะใครก็ช่างเถอะอย่างไรก็ดี ความน่ากลัวที่สุดก็คือความตาย... ที่สุดแล้ว ฉันก็สามารถก้าวผ่านมันมาได้และมีชีวิตที่งดงาม ไม่ว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ก็ตาม ฉันก็ไม่เสียใจที่ได้เดินทางมาไกลขนาดนี้ และถือว่าพวกเขาได้ช่วยให้ฉันไม่ต้องทนทุกข์กับความตายแบบที่ยังเสียดายว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย"มองไปยังเวิ้งฟ้ากว้างไกล แสงสีขาวที่เปล่งประกายอยู่ในนั้น ผู้ควบคุมระบบยืนอยู่ในชุดขาวสะอาดตา ท่าทางสงบแต่ก็มีความลึกลับที่ยากจะเข้าใจ ปากพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่แฝงด้วยความชื่นชม"ระบบซูหว่านทำได้ดีที่สุดในจำนวนระบบทั้งหมดในปีนี้" เสียงของผู้ควบคุมระบบแผ่วเบา "จึงได้มีการเลื่อนระดับฐานะจากระบบระดับสามขึ้นเป็นระบบอ
ใบหน้าที่ปรากฏขึ้นนั้นช่างคุ้นเคย เป็นหญิงสาวที่มีรอยยิ้มอบอุ่นและรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะซ่อนความลับบางอย่างในตัวเธอ มีดวงตาที่ลึกซึ้ง แต่ก็ดูเป็นมิตร เส้นผมยาวสลวยและสวมชุดสีขาวสะอาดตา ดูเหมือนจะเป็นบุคคลที่คุ้นเคย แต่อย่างไรก็ยังคงดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงในฝันที่เคยเห็นในบางความฝันของซูหว่าน แต่ซูหว่านกลับคิดไม่ออกว่าคือใครระบบยิ้มให้กับซูหว่าน และก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เขาก็ยักคิ้วแผล็บๆ ไปทางซูหว่านด้วยความขบขัน"อย่าลืมนะขอรับ... นี่คือความลับ" เสียงระบบพูดอย่างเจ้าเล่ห์แต่ยังเสียงเท่ไม่เคยเปลี่ยนถึงจะใกล้จะจบแล้วก็ตาม เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ในคำพูดที่ซ่อนความหมายบางอย่าง“แล้วทำไมเป็นผู้หญิงแล้วเสียงเป็นหนุ่มหล่อล่ะ”“นั่นล่ะครับคือความลับ อันไหนจริงอันไหนหลอกคือความลับของระบบขอรับ”ซูหว่านอมยิ้ม ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในใจ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าได้เรียนรู้บางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับตัวระบบ และอาจจะเป็นเรื่องที่จะต้องเก็บรักษาไว้ในใจ"ขอบคุณนะระบบที่ดูแลกันมาตั้งนาน" ซูหว่านพูดด้วยเสียงอบอุ่นและขอบคุณจากใจ ระบบยิ้มและพูดขึ้นอีกครั้งอย่างอ่อนโยน "ขอให้ท่านผู้ใช้มีความสุขในเส้น
“ไม่มีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้วใช่ไหม” เซิ่งเจี๋ยพึมพำเบาๆ ยิ้มหยันให้กับตัวเองโรงเตี๊ยมเจียซิน"ระบบ อาหารเด็กอ่อนที่ดีที่สุด ด่วนที่สุด" ซูหว่านพูดเสียงดังก้องขึ้น พร้อมกับเปิดระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเมนูที่ดีที่สุดสำหรับลูกสาวตัวน้อย"ขอรับท่านผู้ใช้ครับ จัดให้เลยครับ" เสียงของระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโปรแกรมที่แสดงเมนูอาหารเด็กอ่อนทันทีเมนูอาหารเด็กอ่อนข้าวต้มฟักทอง ส่วนผสม ข้าวหอมมะลิ ฟักทอง น้ำซุปไก่ วิธีทำ ต้มข้าวและฟักทองในน้ำซุปจนสุกนุ่ม บดให้ละเอียดเป็นเนื้อเนียนๆ เพิ่มน้ำซุปเล็กน้อยให้เข้ากัน สรรพคุณ ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยพัฒนาการมองเห็นและบำรุงผิวพรรณของเด็ก ให้สุขภาพผิวดียิ่งขึ้นโจ๊กข้าวโพด ส่วนผสม ข้าวสวย ข้าวโพดบด น้ำซุปไก่ วิธีทำ ต้มข้าวโพดกับข้าวสวยจนสุกนุ่มแล้วบดให้ละเอียด เติมน้ำซุปเล็กน้อยให้โจ๊กข้นพอดี สรรพคุณ ข้าวโพดช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทของทารก ซุปไข่ขาวมะเขือเทศส่วนผสม ไข่ขาว มะเขือเทศ น้ำซุปไก่วิธีทำ ต้มมะเขือเทศในน้ำซุปจนสุก บดให้ละเอียดแล้วค่อยๆ เติมไข่ขาวลงไปคนให้เข้ากันสรรพคุณ ไข่ขาวเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี และมะเขือเทศช่วย







