Masukเช้าของวันใหม่ในโรงเตี๊ยมเจียชิน อากาศสดใสและอุ่นสบายเหมาะแก่การเริ่มต้นวันใหม่ เสียงนกร้องดังไพเราะทำให้บรรยากาศดูสดชื่น เซิ่นเหยี่ยนเดินมาด้วยตัวเอง ทุกวันเป็นเสี่ยวเปา ในมือถือกล่องไม้สำหรับใส่อาหารเช้าไม่ลืมที่จะแวะเก็บ ดอกกุ้ยฮวาสีชมพูสดใสที่เก็บมาด้วยความระมัดระวัง ดอกกุ้ยฮวานั้นมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและสงบ“ซูหว่านนางจะต้องชอบมัน”เมื่อเขามาถึงประตูโรงเตี๊ยม เซิ่นเหยี่ยนก้มตัวเล็กน้อยเพื่อลอดประตูไม้บานใหญ่ที่เปิดไว้ราวกับเตรียมต้อนรับเขา เสียงเหล็กกระทบกับไม้ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขาเดินผ่าน ประตูนั้นมีขนาดพอเหมาะกับคนทั่วไป แต่สำหรับเซิ่นเหยี่ยนที่มีความสูงเกินคนอื่นไปนิด การลอดผ่านประตูจึงทำให้เขาต้องก้มศีรษะเล็กน้อย“ท่านลุงหวงงงงง” เสียงอาวี่ดังมาก่อนใครวิ่งเข้ามาจับมือเซิ่นเหยี่ยนไว้ร่างอ้อนแอ้นที่ยืนหันหลังจัดจานในครัวนั้นทำให้เซิ่นเหยี่ยนขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เขามองไปก่อนจะพึมพำเบาๆ“ไม่ใช่ซุวห่านมารดาเจ้าไปไหนเสียแล้วนั่นใครกัน” คนที่จัดเก็บปัดกวาดครัวอยู่หันมาช้าๆ ก่อนจะก้มหน้าหลบตาเสีย"นั่นท่านป้าหยางลู่เจ้าค่ะท่านลุงนางมาอยู่ที่นี่ช่วยทำงานให้กับท่านแ
หยางลู่นั่งอยู่หน้าโรงเตี๊ยม ท่าทางของเธอดูร้อนรนและไม่ค่อยสงบเท่าไหร่ ก้มต่ำไปเหมือนจะซ่อนความวิตกกังวลจากภายนอก สิ่งที่สะท้อนออกมาในดวงตาของเธอวันนี้ กลับแตกต่างจากวันก่อนๆ ที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและความภาคภูมิใจ ดวงตาที่เคยมีแววเฉิดฉายและดุดัน ตอนนี้กลับหม่นหมอง ส่อเค้าแววแห่งความสิ้นหวังซูหว่านที่เดินมาถึงตรงนั้น หยุดยืนข้างๆ สังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหยางลู่ ความรู้สึกแปลกๆ ก็แล่นขึ้นมาในใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจในท่าทางที่ไม่เหมือนเดิมของหยางลู่"เด็กๆ ไปเข้าบ้านก่อน" ซูหว่านหันไปบอกอาเยวี่ยนและอาอวี่ที่เดินตามมา ก่อนจะหันกลับมามองหยางลู่ที่นั่งอยู่เงียบๆหยางลู่เงยหน้าขึ้นสบตากับซูหว่าน แต่สายตาของเธอกลับมีความสับสนและหวาดกลัวบางอย่างแฝงอยู่ในนั้น ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถหลบหนีได้ซูหว่านที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของหยางลู่ ยังคงยืนเงียบๆ จนกระทั่งเสียงถามจากเธอดังขึ้น "มีธุระอะไรกับฉันจึงมาถึงนี่" น้ำเสียงของซูหว่านไม่มีความขุ่นมัว หยางลู่พยายามรวบรวมสติ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เกือบจะไหลออกมา เงยหน้าขึ้นสบตากับซูหว่านอย่างมุ่งมั่น พยายามบังคับให้ต
บ้านหวง ขณะที่เซิ่นเหยี่ยนนั่งประสานมือตรงหน้ามารดาของเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างที่สุด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้งที่เขามีให้มารดา"ท่านแม่ ลูกขอบคุณท่านแม่" เซิ่นเหยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ ขณะที่มือของเขาประสานกันอย่างแนบแน่น ดวงตาจ้องมองมารดาไม่วางตาฮูหยินหวงยิ้มอย่างอบอุ่น ก่อนจะกระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย "ขอบคุณเรื่องใดกัน แม่ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย"นางพูดพร้อมกับแกล้งทำท่าไขสือ มองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขันเซิ่นเหยี่ยนยิ้มตอบอย่างออดอ้อน แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "ท่านแม่ของข้าใจดีที่สุด และยังไม่ชอบให้คนตอบแทนบุญคุณอีก เฮ้อ...ข้ารึจะขอบคุณที่ท่านแม่ยอมรับในตัวซูหว่านและไม่เลิกอคติกับนางเสียที”“ความจริงแล้วต้องขอบคุณท่านพ่อนะท่านพ่อชวนแม่ไปที่โรงเตี๊ยมเจียซินเลยทำให้รู้ว่าซูหว่านนางบากบั่นเพียงใดจึงมีวันนี้"“แบบนี้ต้องตอบแทนบุญคุณท่านแม่แล้วขอรับที่ยอมรับว่าที่ลูกสะใภ้ได้เสียที” เขาพูดพลางถอนหายใจอย่างขี้เล่น ท่าทางทำให้ฮูหยินหวงยิ้มขึ้นมาอีกครั้งฮูหยินหวงยิ้มบางๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใย "จะตอบแท
ซูหว่านยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลหยดลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะรีบล้างมือในอ่างน้ำที่ตั้งอยู่ข้างๆ แล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนจนแห้งสะอาดด้วยท่าทางที่เป็นระเบียบ“นายหญิงเจ้าขานายท่านทั้งสองรอนานแล้วเจ้าค่ะ” คนงานในโรงเตี๊ยมเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม“อืมมมพวกเจ้าเก็บกวาดอีกนิดหน่อยแต่ยังไม่ต้องกลับนะเพราะข้าจะมอบเงินพิเศษให้เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะมาก” คนงานสองสามคนยิ้มแก้มปริ“ขอบคุณนายหญิงเจ้าค่ะ” ซูหว่านยิ้มตอบแล้วเดกินออกจากห้องครัวไป"มาแล้วเจ้าค่ะ" ซูหว่านกล่าวด้วยเสียงนุ่ม ท่าทางรีบร้อนในขณะเดียวกันก็ยังคงแสดงถึงความอ่อนโยน ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะอาหารที่นายท่านหวงและฮูหยินหวงนั่งอยู่ข้างๆ เด็กๆ ทั้งสองกำลังเก็บถ้วยจานด้วยความกระตือรือร้น แต่ก็ไม่วายทำเอาซูหว่านอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความน่ารักของพวกเขา"ไม่ต้องเกรงใจหรอกเราสองคน แค่แวะมาทานข้าว" นายท่านหวงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจ เขามองดูซูหว่านอย่างพอใจ ท่าทางที่คอยเอาใจใส่และทำให้ทุกอย่างดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ชวนให้ผ่อนคลายซูหว่านยิ้มตอบในท่าทางที่เรียบร้อยแล้วถามกลับด้วยความใส่ใจ "อาหารอร่อยหรือไม่เจ้าคะ"ฮูหยินหวงยิ้ม
คนงานในโรงเตี๊ยมเจียชินรีบออกมาต้อนรับนายท่านกับฮูหยินหวงอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นสองท่านเดินเข้ามาภายในร้านอาเยวี่ยนที่คาดผ้ากันเปื้อนแล้วก็ทำท่าทีแข็งขันอย่างสุดความสามารถ "ไม่เป็นไรครับ เราสองคนอาสาดูแลใต้เท้าทั้งสองเองครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จนทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจของเขาอาอวี่ก็ไม่ยอมน้อยหน้าดึงมือฮูหยินหวงไปยังโต๊ะด้านในที่มีการจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน เพียงไม่กี่วินาที ห้องอาหารดูเหมือนจะพร้อมต้อนรับแขกที่สำคัญแล้ว นายท่านหวงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสองแฝดทำงานอย่างมุ่งมั่นและเอาใจใส่"มีอาหารอร่อยอะไรแนะนำบ้าง" ท่านหวงเชียวหยูถามเสียงอบอุ่น ขณะมองไปรอบๆ ด้วยความชื่นชมในความสะอาดและความเรียบร้อยของร้านอาเยวี่ยนที่กำลังทำทีเอาผ้าในมือมาเช็ดโต๊ะให้อย่างดีตอบด้วยความภาคภูมิใจ "มีเป็ดตุ๋นน้ำแดง ข้าวหมกเกาลัดกับขาหมูหิมะ และขอแนะนำขนมจีบไส้ทะลักขอรับ อร่อยทุกอย่างขอรับ"เสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้ว๒ เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้กับทั้งสอง ท่านหวงที่ได้ยินแล้วก็ยิ้มตามไปด้วยอาอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เติมคำพูดต่อทันที "ยังมีเครื
ซูหว่านยืนอยู่ที่หน้าห้องครัวของโรงเตี๊ยมเจียชิน ภายในห้องครัวเต็มไปด้วยเสียงช้อนเคาะกับหม้อและกลิ่นหอมของอาหารที่เริ่มลอยออกมา “ระบบ” ซูหว่านพูดขึ้นขณะหยิบทัพพีขึ้นมาผสมเครื่องเทศ “ช่วยเตรียมเมนูแกล้มหลายๆ อย่างในคราวเดียวกันเลยนะ ข้าอยากได้เมนูที่สามารถเสิร์ฟเป็นชุดสำหรับแขกที่มากินอาหารในวันนี้”ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว "ขอรับท่านผู้ใช้ซูหว่าน ข้าจะเริ่มทำอาหารหลายรายการตามที่ท่านต้องการ ขอเวลาเพียงครู่เดียว"ทันทีที่คำสั่งออกไป ระบบก็เริ่มทำงาน โดยวัตถุดิบต่างๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็วในครัวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ซูหว่านจึงเริ่มจัดการเมนูหลายๆ อย่าง พร้อมกัน เช่น ยำปลาทอด ที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม รวมทั้ง ขนมจีบไส้ทะลัก ที่ให้รสชาติหวานจากเนื้อหมูและเผ็ดจากน้ำจิ้ม ถัดจากนั้นยังมี เห็ดหอมทอดกรอบ และ แกงจืดขิง ซึ่งจะทำให้แขกรู้สึกสดชื่นเมื่อทานร่วมกับอาหารหลักทั้งหมดซูหว่านหยิบทัพพีขึ้นมาคนซุปในหม้อ และยิ้มให้กับการทำงานที่รวดเร็วของระบบ "ทำไมมันง่ายขนาดนี้นะ"พูดกับตัวเอง ก่อนจะเห็นอาหารมากมายที่เสร็จพร้อมกันในเวลาอันรวดเร็ววางเรียงรายพร้อมเสิร์ฟทันใดนั้นเสียงระบบก็







