Partager

บทที่ 4 จดหมายฉบับแรก

last update Date de publication: 2025-08-25 03:16:34

“No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”

“สวัสดีธาร อยู่ทางนั้นเป็นไงบ้าง อากาศหนาวไหม แต่ที่ไทยก็ยังร้อนเหมือนเคย อยากลองไปสัมผัสอากาศที่เกาหลีบ้างเลยว่าจะเป็นยังไง อ้อ อาจารย์ดาราบ่นถึงธารด้วยนะ แต่เป็นการบ่นถึงธารที่พาดพิงผมซะมากกว่า ฮ่า ๆ แกบอกว่าพอธารไม่อยู่แล้วผมก็กลับไปเงียบเหมือนเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่อย่างที่ธารน่าจะพอรู้ ก็คือปกติผมไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ พอธารไม่อยู่ ผมเลยไม่รู้จะคุยกับใคร อิจฉาธารเลยที่เป็นคนปฏิสัมพันธ์กับคนเก่ง ถ้าผมทำได้เหมือนธารก็คงจะดี

อยู่ที่นั่นก็อย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ

คิดถึงเสมอ

ณัฐ”

จดหมายพร้อมโปสการ์ดรูปประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถูกปิดผนึกไว้ในซองขาวซองเดียวกัน จ่าหน้าซองถึงคนที่อยู่ห่างไปอีกหลายช่วงเวลา ในใจผมตื่นเต้นลึก ๆ เพราะไม่เคยเขียนจดหมายถึงใครมาก่อน และฉบับนี้เป็นฉบับแรกในชีวิต และมันกำลังจะถูกส่งไปถึงคนที่ผมชอบ

ใจจริงผมอยากจะเขียนไปหาเขาตั้งแต่เดือนแรกแล้วด้วยซ้ำ แต่พยายามเขียนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องเขียนว่าอะไร ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า ผมรู้แค่ว่าคิดถึงเขา อยากคุยด้วย แต่ถ้าจะเขียนเพียงแค่นั้น จดหมายก็คงจะดูแปลก ๆ ไปหน่อย ฉบับแรกจึงถูกส่งไปหาปลายทางหลังจากผ่านไปแล้วเกือบสองเดือน

.

.

.

“สวัสดีณัฐ ที่นี่อากาศหนาวกว่าไทยมากเลยล่ะ ตอนช่วงแรก ๆ ที่เพิ่งกลับถึง ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกลับเข้าหาอากาศที่นี่อยู่สักพักเลย ถ้าณัฐอยากลองมาเที่ยวเกาหลีบ้างก็มาได้เลยนะ แต่อย่าลืมบอกเราก่อน ถ้ามาจริง ๆ เราสัญญาจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี พาณัฐไปเที่ยวหลาย ๆ ที่ให้เหมือนกับที่ณัฐเคยพาเราไปเลย พูดแล้วก็คิดถึงประเทศไทยแฮะ หนึ่งปีที่นั่นเหมือนจะไวก็ไว แต่ก็มีประสบการณ์และความทรงจำมากมายเลย ไว้เราจะหาโอกาสกลับไปอีกนะ ไว้ถ้ามีแพลนแล้วเราจะบอกณัฐคนแรกเลย

และสุดท้าย เราจะดูแลตัวเองให้ดี แต่ณัฐเองก็ห้ามลืมละเลยตัวเองเหมือนกันนะ ไว้คุยกันใหม่นะ บาย

คิดถึงเช่นกัน

ธาร”

เวลาผ่านไปร่วมสองเดือน จดหมายฉบับแรกจากคนที่อยู่อีกฝั่งของฟากฟ้าถึงส่งกลับมาถึงผม

เนื้อความในกระดาษขนาดเอห้าไม่ได้ดูมากมายอะไร ดูเป็นคำบอกเล่าทั่วไปเช่นเดียวกันกับที่ผมส่งไป แต่มันกลับกลายเป็นดั่งน้ำฝนจากฟ้าที่ชโลมลงมาในวันที่อากาศร้อนที่สุด มุมปากของผมค่อย ๆ ยกขึ้นหลังจากอ่านเนื้อความในจดหมายจบ ลักยิ้มสองข้างเปิดทำการเมื่อพบว่าท้ายจดหมายมีคำพูดหนึ่งคำที่ผมอยากได้ยินมากที่สุด คิดถึงเช่นกัน

.

.

.

“ช่วงนี้ผมปิดเทอมแล้ว ไม่แน่ใจว่าเราจะปิดเทอมช่วงเดียวกันไหมนะ ผมอยู่บ้านเฉย ๆ และค่อนข้างว่าง ใช้เวลาหนึ่งวันไปกับการอ่านหนังสือและดูโทรทัศน์กับแม่บ้างในบางครั้ง ละครหลังข่าวไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุด แต่ข่าวก็ยังไม่ใช่อีกเช่นกัน จริง ๆ แล้วผมชอบการดูหนังรอบดึก ที่เขามักจะเอาหนังต่างชาติมาฉายให้ดูมากกว่า แต่นั่นมันก็ทำให้ผมนอนดึกมากจนตื่นสาย โชคดีที่แม่ของผมไม่บ่นอะไร เพราะเห็นว่าผมกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอม

แล้วช่วงนี้ธารเป็นไงบ้างครับ ผมหวังว่าธารจะยังสบายดี และมีความสุขกับชั้นปีที่สี่ในมหาลัยนะครับ ผมยังคงรอฟังข่าวจากธารอยู่เสมอ

ป.ล. จดหมายฉบับนี้ถูกส่งจากบ้านของผม เพราะฉะนั้น ที่อยู่อาจจะแปลกไป แต้ไม่ต้องตกใจนะครับ เดี๋ยวปิดเทอมผมก็ต้องกลับเข้าหอเหมือนเดิม

ด้วยความคิดถึง

ณัฐ”

ผมยังคงปิดท้ายจดหมายด้วยประโยคเดิมเสมอ ด้วยความคิดถึง เป็นเพราะผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ และแอบหวังลึก ๆ ว่าการที่เขามักจะเขียนถึงผมว่า คิดถึงเช่นกัน นั้น มันคือความคิดถึงเช่นเดียวกันกับที่ผมรู้สึกบ้าง

จดหมายฉบับที่สามถูกหย่อนลงไปในตู้ไปรษณีย์ เวลาหนึ่งปีล่วงเลยผ่านไปอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าเราจะยังคงติดต่อกันผ่านทางจดหมายได้ร่วมปี อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของการขนส่งทำให้เราได้โต้ตอบกันจริง ๆ เพียง 2-3 เดือนครั้งเท่านั้น แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าทุกวินาทีของการรอมันมีค่ามากเพียงใด

.

.

.

มหาลัยของผมเปิดเทอมอีกครั้ง บ่งบอกว่าผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือนกับการรอจดหมายจากธาร ทันทีที่ก้าวขาเข้าเขตหอพัก ผมก็เช็คล็อกเกอร์ที่ติดเบอร์ห้องของตัวเองใต้หอพักทันที เผื่อว่าธารจะส่งจดหมายมาตามที่อยู่เดิม โดยที่ก็ยังไม่ลืมเช็คทุกวันตอนอยู่บ้านด้วยเช่นกัน เพราะจดหมายฉบับล่าสุดถูกส่งจากที่บ้านของผม และผมคิดว่าบางทีธารอาจจะส่งมาตามที่อยู่นั้น แต่ก็ไม่มีวี่แววของจดหมายฉบับใหม่เลย แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานนับเดือน

รู้ตัวอีกที ผมก็ไม่ได้เปิดล็อคเกอร์ทุกวัน หรือคอยหยอดตู้โทรศัพท์หน้ามหาลัยโทรถามแม่เรื่องจดหมายอีกแล้ว

ผมคิดไปเองว่า เขาคงจะยุ่งจนไม่มีเวลาว่างจะมาเขียน แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังคงคิดว่าเขาใจร้ายมากเกินไปอยู่ดี ที่จู่ ๆ ก็หายไปเลยเช่นนี้ ไม่มีการบอกกล่าวใด ๆ ให้รับรู้และได้ทำใจยอมรับกับการจากลาที่แท้จริงเลย 

การรอคนคนหนึ่งโดยไม่มีจุดหมายเช่นนี้ มันช่างทรมานเหลือเกิน

TBC.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ครั้งหนึ่ง.. เรา(เกือบ)เคยรักกัน   บทที่ 5 แค่เพียงสายลมพัดผ่าน

    “No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”ระยะเวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ เลขศักราชเปลี่ยนผัน จากยุค 1990s สู่ปี 2000s ภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบปี โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปมากมายจนบางทีผมก็ตามแทบไม่ทัน ทั้งมือถือที่เล็กลงจนมีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในทุก ๆ สำนักงาน อีเมล หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้ามาแทนที่การเขียนจดหมาย เพียงเพราะมันส่งถึงปลายทางได้ไว ถึงขั้นที่แม้จะอยู่ห่างกันคนละฝั่งของโลก ก็ยังคงได้รับมันภายในระยะเวลาไม่กี่นาที อีกทั้งตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญที่ค่อย ๆ ทยอยหายไปเรื่อย ๆ นั่นอีก รวมถึงตัวผม ที่เปลี่ยนผ่านจากวัยเรียน เข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว“ขอให้สนุกกับการเที่ยวนะณัฐ” พี่จอย รุ่นพี่ที่ทำงานกล่าวอวยพรผมเมื่อเห็นว่าผมกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านทันทีที่เลิกงาน“ครับพี่จอย” ผมตอบรับยิ้ม ๆ“เจอสาวสวย ๆ ก็อย่าลืมเก็บมาฝากบ้างล่ะณัฐ อย่าเก็บไว้กินคนเดียว” พี่ยอด ผู้คุมตำแหน่งหัวหน้าสูงสุดในแผนกนี้เอ่ยแซวผม ผมฮัมขำเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับไปที“งั้นผมขอตัวนะครับทุกคน อีก 1 สัปดาห์เจอกันครับ”

  • ครั้งหนึ่ง.. เรา(เกือบ)เคยรักกัน   บทที่ 4 จดหมายฉบับแรก

    “No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”“สวัสดีธาร อยู่ทางนั้นเป็นไงบ้าง อากาศหนาวไหม แต่ที่ไทยก็ยังร้อนเหมือนเคย อยากลองไปสัมผัสอากาศที่เกาหลีบ้างเลยว่าจะเป็นยังไง อ้อ อาจารย์ดาราบ่นถึงธารด้วยนะ แต่เป็นการบ่นถึงธารที่พาดพิงผมซะมากกว่า ฮ่า ๆ แกบอกว่าพอธารไม่อยู่แล้วผมก็กลับไปเงียบเหมือนเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่อย่างที่ธารน่าจะพอรู้ ก็คือปกติผมไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ พอธารไม่อยู่ ผมเลยไม่รู้จะคุยกับใคร อิจฉาธารเลยที่เป็นคนปฏิสัมพันธ์กับคนเก่ง ถ้าผมทำได้เหมือนธารก็คงจะดีอยู่ที่นั่นก็อย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ นะครับคิดถึงเสมอณัฐ”จดหมายพร้อมโปสการ์ดรูปประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถูกปิดผนึกไว้ในซองขาวซองเดียวกัน จ่าหน้าซองถึงคนที่อยู่ห่างไปอีกหลายช่วงเวลา ในใจผมตื่นเต้นลึก ๆ เพราะไม่เคยเขียนจดหมายถึงใครมาก่อน และฉบับนี้เป็นฉบับแรกในชีวิต และมันกำลังจะถูกส่งไปถึงคนที่ผมชอบใจจริงผมอยากจะเขียนไปหาเขาตั้งแต่เดือนแรกแล้วด้วยซ้ำ แต่พยายามเขียนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องเขียนว่าอะไร ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า ผมรู้แค่ว่าคิดถึงเขา อยากคุยด้วย แต

  • ครั้งหนึ่ง.. เรา(เกือบ)เคยรักกัน   บทที่ 3 ยินดีที่ได้รู้จัก

    “No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”เวลาหนึ่งปีหมุนไปไวเกินกว่าที่ผมจะทำใจรับทัน เมื่อมองปฏิทิน ก็เพิ่งได้พบว่า เหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ ธารก็ต้องกลับประเทศของตัวเองแล้วตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา การได้อยู่กับธารมันทำให้ผมมีความสุขมากเสียจนแทบจะลืมการใช้ชีวิตคนเดียวไปเลย เขาสดใสและมีพลังบวก และมันเผื่อแผ่มาถึงผมเสมอ ผมเริ่มตระหนักได้ว่าการมีอยู่ของเขามันมีผลกับผมมากแค่ไหนก็ประมาณช่วงเดือนที่สี่ หลังจากการไปวังหลังด้วยกันในวันนั้น มันทำให้ผมกลับมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งแบบนี้มันคืออะไรกันแน่ ทั้งความโลภที่อยากครอบครองรอยยิ้มที่แสนสดใสนั้นไว้เพียงคนเดียว ทั้งความคิดที่คอยภาวนาให้รอยยิ้มของเขามาจากผมบ้าง อีกทั้งผมยังมักจะคอยหาเรื่องให้ได้เจอเขาตลอดในทุก ๆ วันอีก จนผมได้คำตอบจากการเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ อยู่ร่วมเดือน ว่าผมคงตกหลุมรักแทฮยอน หรือธารเข้าแล้วเสียเต็มเปาผมได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจคนเดียว ไม่กล้าเอามันไปเสี่ยงกับเขา เพราะผมไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้กับเพศเดียวกันมันจะถูกต้องแค่ไหน และเขาจะรับมันไว้ได้

  • ครั้งหนึ่ง.. เรา(เกือบ)เคยรักกัน   บทที่ 2 สายลม แสงแดด และคุณ

    “No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”ระยะเวลา 3 เดือนผ่านไปไวราวกับโกหก ผมมีโอกาสได้เรียนคลาสเดียวกับธารบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถึงแม้ว่าบางคลาสจะไม่ได้เรียนตรงกัน เราก็ยังคงนัดเจอกันทุกครั้งหลังจากที่เลิกเรียน โชคดีที่ตัวผมเองก็เป็นเด็กหอใน และธารก็ต้องอยู่หอพักของมหาลัยด้วยเช่นกัน จึงทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันค่อนข้างบ่อย อาทิเช่นวันหยุด ก็มักจะพากันออกมาเดินเล่นข้างนอก หรือถ้ามีโอกาส ผมก็พาธารมาเที่ยวบ้าง เพื่อจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยตามที่เจ้าตัวเขาตั้งใจไว้ในการเลือกมาเรียนที่นี่ เช่นวันนี้“เอ๊ะ ทำไมวันนี้มีจักรยานด้วยล่ะ” ธารหันมาถามเมื่อเห็นผมเดินจูงจักรยานมาถึงสองคัน“วันนี้ผมจะพาธารไปหาของกินที่ที่หนึ่งครับ มีอาหารพื้นเมืองเต็มไปหมดเลย ธารต้องชอบแน่ ๆ แล้วเดี๋ยวตอนเย็น เราไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานพระรามแปดกัน” ผมตอบยิ้ม ๆ แอบตื่นเต้นนิดหน่อยที่ต้องเป็นไกด์นำเที่ยวด้วยจักรยานแบบนี้ แม้ว่ามันจะอันตรายกว่าการขึ้นรถเมล์ แต่ผมคิดว่ามันก็คงสนุกไปอีกแบบ และธารคงจะชอบ ผมคิดว่างั้นนะ“จริงเหรอ!? น่าตื่นเต้นแฮะ แ

  • ครั้งหนึ่ง.. เรา(เกือบ)เคยรักกัน   บทที่ 1 ธาร

    “No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”**Timeline ของเรื่องนี้ ถูกเซตติ้งขึ้นในปี 1999 นะคะ**“ณัฐ” เสียงจากอาจารย์ที่ปรึกษา ที่รับหน้าที่ในการสอนในภาควิชา ทฤษฎีการสื่อสาร เรียกชื่อผมขึ้นก่อนที่ผมจะได้เดินออกจากห้องไป“ครับอาจารย์” ผมขานรับ และเดินไปหาอาจารย์ที่กำลังเก็บของตัวเองออกจากโต๊ะ หลังจากที่เพื่อน ๆ ทุกคนเดินออกจากห้องไปหมดแล้ว“ตามอาจารย์มาที่ห้องหน่อย” อาจารย์ดาราลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินนำผมไปยังห้องพักครูที่ตัวเองประจำอยู่ผมเดินตามแกมาแบบงง ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ถึงได้ถูกเรียกตัวออกมาพบเดี่ยว ๆ แบบนี้ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องพักครู ผมก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งที่คาดว่าคงจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม หรือถ้าห่างก็คงไม่เกินสองสามปี เขาลุกขึ้นราวกับต้อนรับการมาของอาจารย์ดารา“อาจารย์จะฝากให้เธอช่วยดูแลแทฮยอนหน่อย เขาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากเกาหลี จะมาอยู่ที่นี่ 1 ปี” อาจารย์พูดธุระที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องตามมาถึงที่นี่ ก่อนจะหันไปพูดกับนักเรียนแลกเปลี่ยนคนนั้นเป็นภาษาอังกฤษผมค่อนข้างช็อคที่จู่ ๆ ก็ได้รับบทเป็นพี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status