เข้าสู่ระบบความรักคลาสสิคในยุค 90s ที่ไม่มีมือถือ ไม่มีโซเชียลมีเดีย และไม่มีแม้แต่อีเมล พวกเขาจะต้องทำอย่างไรเมื่อต้องแยกจากกันไปคนละไทม์โซน โดยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีกเมื่อไหร่ แค่เพียง "จดหมาย" จะส่งถึงใครอีกคนที่อยู่คนละฟากฟ้าได้ไหม หรือสุดท้ายก็จะต้องเสียกันไป เพียงเพราะเราไม่ได้อยู่ในแผ่นฟ้าเดียวกัน
ดูเพิ่มเติม“No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”ระยะเวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ เลขศักราชเปลี่ยนผัน จากยุค 1990s สู่ปี 2000s ภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบปี โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปมากมายจนบางทีผมก็ตามแทบไม่ทัน ทั้งมือถือที่เล็กลงจนมีขนาดเพียงเท่าฝ่ามือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในทุก ๆ สำนักงาน อีเมล หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้ามาแทนที่การเขียนจดหมาย เพียงเพราะมันส่งถึงปลายทางได้ไว ถึงขั้นที่แม้จะอยู่ห่างกันคนละฝั่งของโลก ก็ยังคงได้รับมันภายในระยะเวลาไม่กี่นาที อีกทั้งตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญที่ค่อย ๆ ทยอยหายไปเรื่อย ๆ นั่นอีก รวมถึงตัวผม ที่เปลี่ยนผ่านจากวัยเรียน เข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว“ขอให้สนุกกับการเที่ยวนะณัฐ” พี่จอย รุ่นพี่ที่ทำงานกล่าวอวยพรผมเมื่อเห็นว่าผมกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านทันทีที่เลิกงาน“ครับพี่จอย” ผมตอบรับยิ้ม ๆ“เจอสาวสวย ๆ ก็อย่าลืมเก็บมาฝากบ้างล่ะณัฐ อย่าเก็บไว้กินคนเดียว” พี่ยอด ผู้คุมตำแหน่งหัวหน้าสูงสุดในแผนกนี้เอ่ยแซวผม ผมฮัมขำเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับไปที“งั้นผมขอตัวนะครับทุกคน อีก 1 สัปดาห์เจอกันครับ”
“No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”“สวัสดีธาร อยู่ทางนั้นเป็นไงบ้าง อากาศหนาวไหม แต่ที่ไทยก็ยังร้อนเหมือนเคย อยากลองไปสัมผัสอากาศที่เกาหลีบ้างเลยว่าจะเป็นยังไง อ้อ อาจารย์ดาราบ่นถึงธารด้วยนะ แต่เป็นการบ่นถึงธารที่พาดพิงผมซะมากกว่า ฮ่า ๆ แกบอกว่าพอธารไม่อยู่แล้วผมก็กลับไปเงียบเหมือนเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่อย่างที่ธารน่าจะพอรู้ ก็คือปกติผมไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ พอธารไม่อยู่ ผมเลยไม่รู้จะคุยกับใคร อิจฉาธารเลยที่เป็นคนปฏิสัมพันธ์กับคนเก่ง ถ้าผมทำได้เหมือนธารก็คงจะดีอยู่ที่นั่นก็อย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ นะครับคิดถึงเสมอณัฐ”จดหมายพร้อมโปสการ์ดรูปประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถูกปิดผนึกไว้ในซองขาวซองเดียวกัน จ่าหน้าซองถึงคนที่อยู่ห่างไปอีกหลายช่วงเวลา ในใจผมตื่นเต้นลึก ๆ เพราะไม่เคยเขียนจดหมายถึงใครมาก่อน และฉบับนี้เป็นฉบับแรกในชีวิต และมันกำลังจะถูกส่งไปถึงคนที่ผมชอบใจจริงผมอยากจะเขียนไปหาเขาตั้งแต่เดือนแรกแล้วด้วยซ้ำ แต่พยายามเขียนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องเขียนว่าอะไร ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า ผมรู้แค่ว่าคิดถึงเขา อยากคุยด้วย แต
“No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”เวลาหนึ่งปีหมุนไปไวเกินกว่าที่ผมจะทำใจรับทัน เมื่อมองปฏิทิน ก็เพิ่งได้พบว่า เหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ ธารก็ต้องกลับประเทศของตัวเองแล้วตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา การได้อยู่กับธารมันทำให้ผมมีความสุขมากเสียจนแทบจะลืมการใช้ชีวิตคนเดียวไปเลย เขาสดใสและมีพลังบวก และมันเผื่อแผ่มาถึงผมเสมอ ผมเริ่มตระหนักได้ว่าการมีอยู่ของเขามันมีผลกับผมมากแค่ไหนก็ประมาณช่วงเดือนที่สี่ หลังจากการไปวังหลังด้วยกันในวันนั้น มันทำให้ผมกลับมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งแบบนี้มันคืออะไรกันแน่ ทั้งความโลภที่อยากครอบครองรอยยิ้มที่แสนสดใสนั้นไว้เพียงคนเดียว ทั้งความคิดที่คอยภาวนาให้รอยยิ้มของเขามาจากผมบ้าง อีกทั้งผมยังมักจะคอยหาเรื่องให้ได้เจอเขาตลอดในทุก ๆ วันอีก จนผมได้คำตอบจากการเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ อยู่ร่วมเดือน ว่าผมคงตกหลุมรักแทฮยอน หรือธารเข้าแล้วเสียเต็มเปาผมได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจคนเดียว ไม่กล้าเอามันไปเสี่ยงกับเขา เพราะผมไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้กับเพศเดียวกันมันจะถูกต้องแค่ไหน และเขาจะรับมันไว้ได้
“No matter how far it drifts, the wind always returns—though never with what I’m hoping for.”ระยะเวลา 3 เดือนผ่านไปไวราวกับโกหก ผมมีโอกาสได้เรียนคลาสเดียวกับธารบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถึงแม้ว่าบางคลาสจะไม่ได้เรียนตรงกัน เราก็ยังคงนัดเจอกันทุกครั้งหลังจากที่เลิกเรียน โชคดีที่ตัวผมเองก็เป็นเด็กหอใน และธารก็ต้องอยู่หอพักของมหาลัยด้วยเช่นกัน จึงทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันค่อนข้างบ่อย อาทิเช่นวันหยุด ก็มักจะพากันออกมาเดินเล่นข้างนอก หรือถ้ามีโอกาส ผมก็พาธารมาเที่ยวบ้าง เพื่อจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยตามที่เจ้าตัวเขาตั้งใจไว้ในการเลือกมาเรียนที่นี่ เช่นวันนี้“เอ๊ะ ทำไมวันนี้มีจักรยานด้วยล่ะ” ธารหันมาถามเมื่อเห็นผมเดินจูงจักรยานมาถึงสองคัน“วันนี้ผมจะพาธารไปหาของกินที่ที่หนึ่งครับ มีอาหารพื้นเมืองเต็มไปหมดเลย ธารต้องชอบแน่ ๆ แล้วเดี๋ยวตอนเย็น เราไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานพระรามแปดกัน” ผมตอบยิ้ม ๆ แอบตื่นเต้นนิดหน่อยที่ต้องเป็นไกด์นำเที่ยวด้วยจักรยานแบบนี้ แม้ว่ามันจะอันตรายกว่าการขึ้นรถเมล์ แต่ผมคิดว่ามันก็คงสนุกไปอีกแบบ และธารคงจะชอบ ผมคิดว่างั้นนะ“จริงเหรอ!? น่าตื่นเต้นแฮะ แ