LOGINบ้านพงษ์พัฒนโยธินคฤหาสน์หลังเก่าแก่ ที่สร้างมาเนิ่นนาน ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลนี้ แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวคนเล็กต้องจากไปก่อนวัยอันควรข่าวฉาวโฉ่เมื่อ 20 ปีก่อน ยังคงฝังใจประมุขของบ้าน
“คุณตาคะกินยาก่อนนะคะ”
“อันนาตามหาน้องเจอยังลูก” ธำรงค์มองหน้าหลานสาว หากตอนนั้นเขาไม่บังคับลูกสาวคนเล็กเรื่องคงไม่เลวร้ายขนาดนั้น พรากชีวิตนิฏฐาไปจากเขาตลอดกาล
“ยังเลยค่ะหนูกับอาโปพยายามสุดๆ เลยเราต้องเจอน้องค่ะ”
“ถ้าเจอให้รีบพามาหาตานะ” น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลออกมา ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาเขาทรมานมากพอแล้ว เขาออกตามหาหลานสาวคนเล็กมาตลอด สัญญากับนิฏฐาไว้ว่าตามหาหลานสาวให้เจอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ทำอะไรกันอยู่ครับ” อาโปทายาทคนโตเดินเข้ามาหาคุณตา แต่เห็นตาร้องไห้แล้วเขารู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร นายแพทย์หนุ่มต้องพยายามไม่ให้คุณตาเครียด
“คุณตาต้องกินยาให้ตรงเวลานะครับ หากไม่กินจะรอน้องได้ยังไง”
“อาโปตามหาน้องเจอหรือยัง”
“พวกเราพยายามอย่างเต็มที่ครับ” เขาออกตามหาลูกสาวของน้านิฏฐาตามคำสั่งของคุณตา แต่ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่มีวี่แวว ประเทศไทยช่างกว้างใหญ่เหลือเกินแถมพวกเขาไม่มีข้อมูลอะไรเลย เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
“ตาจะรอน้อง ต้องเจอน้อง”
สองพี่น้องเดินออกมาอาการของคุณตายิ่งทรุดลงเรื่อยๆ แถมวี่แววว่าจะเจอหลานสาวคนเล็กก็ไม่มี ถึงแม้จะมีอิทธิพลแค่ไหนก็ใช่ว่าจะหาเจอง่ายๆ
“เราจะไปตามหาน้องที่ไหนกันอาโปชื่อก็ไม่มีมีแค่รูปตอนเด็ก ป่านนี้โตเป็นสาวไปแล้ว”
“พี่เชื่อว่าสักวันหากเรามีบุญวาสนาต่อกันเราจะต้องได้เจอกัน” น้านิฏฐาไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลย มีแค่สร้อยเส้นเดียว เป็นสร้อยประจำตระกูลที่ติดตัวเด็กผู้หญิงไป
“อ้าวสาวๆ หนุ่มๆ มายืนอะไรตรงนี้” แก้วทิพท์เห็นลูกชายยังไม่ไปทำงานเสียที ปกติไม่เคยเห็นหน้าจะอยู่แต่กับคนไข้และโรงพยาบาล
“พวกเราคุยเรื่องลูกของคุณน้านิฏฐาอยู่ค่ะ เราตามหามานานแล้วก็ยังไม่วี่แววว่าจะเจอเลย”
“ไปทำงานกันเถอะลูก” แก้วทิพท์มีแววตาที่เศร้ายามที่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ความรักทำให้คนตายได้เลยหากมีชีวิตอยู่คงทุกข์ทรมานไปจนตาย
“นิฏฐาให้อภัยคุณพ่อด้วยพี่ตามหาลูกสาวของเราอยู่ โปรดเมตตาให้พวกเราเจอยัยหนูด้วย” พวกเธอตามหาลูกสาวคนเดียวของนิฏฐามานานหลายปีแต่ไม่มีวี่แววว่าจะพบกันเลย
อชิระพาแพรพิศชาเข้ามาในบ้าน ทีแรกว่าจะยังไม่มากลับมาด้วย แต่ไม่อยากให้เมียเด็กอยู่บ้านคนเดียวและมีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่บอกหญิงสาว
“ลูกพาใครกลับมาด้วย”
“แพรพิศชาเมียผมเองครับ น้องพรีนนี่คุณแม่ของพี่”
“สวัสดีค่ะคุณแม่” แพรพิศชายกมือไหว้คนตรงหน้า แต่ต้องรีบเอามือลงเพราะคำพูดของแม่เขา
“เมีย? แกไปเอาผู้หญิงที่ไหนมาทำเมีย” คุณหญิงอรนลินรับไม่ได้ที่ลูกชายคว้าเอาใครที่ไหนไม่รู้มาเป็นภรรยา ดูจากท่าทางแล้วคงจะจนน่าดู
“คุณแม่ครับ”
“ฉันมีลูกชายคนเดียวไม่ต้องเรียกว่าแม่”
“คุณแม่ครับยังไงพรีนก็เป็นเมียผม” อชิระว่าแล้วว่าต้องเป็นเกิดเรื่อง แต่แพรพิศชาน่ารักยังไงแม่ต้องยอมรับและรักแพรพิศชาเหมือนเขา
“เมียแล้วแกบอกผู้หญิงคนนั้นมั้ยว่าแกมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
“พี่ฌอนมีคู่หมั้นอยู่แล้วเหรอคะ?” แพรพิศชาเริ่มใจเสียที่แม่ของเขาพูดแบบนั้น แล้วเขาพาเธอกลับมาที่บ้านด้วยทำไม
“ใช่ลูกชายฉันมีคู่หมั้นอยู่แล้วคนที่เหมาะสม ถ้าลูกอยากจะให้มันอยู่บ้านนี้ ให้มันไปอยู่เรือนคนใช้ ลูกสะใภ้แม่มีแค่หนูลิตาเท่านั้น”
“ผมขอเวลาคุยกับคนของผมก่อน” อชิระไม่คิดว่าแม่จะใจแข็งขนาดนี้ เขาไม่ได้รักลิตาพัชร์และไม่คิดจะแต่งงานด้วย
“ฮึก พี่มีคู่หมั้นอยู่แล้วมาหลอกพรีนทำไมคะ”
“พรีนพี่กับเขาเราไม่ได้รักกัน”
“พรีนมาทีหลังพรีนเป็นน้อยใช่ไหม พรีนจะกลับบ้าน” เธอรับไม่ได้ที่ต้องมาอยู่ด้วยกันสามคนผัวเมีย ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นมาก่อนเธอจะเป็นคนไปเอง
“น้องพรีนพี่ขอเวลาหน่อยนะยังไงคุณแม่ต้องยอมรับ”
“ฮึก ทำไมพรีนต้องยอมด้วยคะ”
“เพื่อความรักของเราน้องพรีนจะปล่อยมือจากกันไปง่ายๆ ได้ยังไง” เขาพาแพรพิศชาเข้าบ้านก็เพื่ออยากให้เธอเอาชนะใจแม่ของเขา
“ผู้หญิงที่พี่รักมีแค่น้องพรีนคนเดียว”
“ฮึก ฮือ” เธอร้องไห้ออกมาสุดท้ายก็ยอมอยู่กับเขาต่อ โดยย้ายไปอยู่เรือนเล็กหลังบ้านใหญ่ เธอมาอยู่ที่นี้เกือบหนึ่งสัปดาห์ แต่นับครั้งที่เจอกับอชิระได้ เขาบอกแค่ว่าบริษัทมีปัญหาต้องทำงานหนัก
“คุณพรีนคะคุณหญิงให้เข้าไปพบค่ะ”
“ค่ะ”
พอเธอไปพบเขาที่บ้านใหญ่เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ข้างๆ คนนี้น่าจะเป็นคู่หมั้นของอชิระ ทำไมถึงสวยขนาดนี้เธอสู่อะไรไม่ได้เลย
“นั่งพื้นเหมือนคนใช้”
“ค่ะคุณหญิง”
“มันสวยตรงไหนทำไมพี่ฌอมถึงตาต่ำจังเลยคุณอา ลิตาไม่ยอมนะคะคุณอาต้องรีบจัดงานแต่งให้นะคะ” เธอกับเขาหมั้นกันมาตั้งหลายปี แต่เขากลับคว้าเอาผู้หญิงที่ไหนมาทำเมีย
“ใจเย็นๆ นะหนูลิตายังไงหนูจะต้องได้แต่งงานกับพี่ฌอม”
“เห็นแล้วใช่ไหมว่าหล่อนมาทีหลัง” คุณหญิงเกลียดคนตรงหน้านัก ลูกสะใภ้ของเธอต้องเป็นหนูลิตาคนเดียวเท่านั้น
“…”
“ทางที่ดีออกไปจากชีวิตลูกชายฉันดีกว่า”
“แต่เราสองคนรักกันนะคะ”
“ความรักกับความเหมาะสมมันคนละเรื่อง เธออยู่กับเขามีแต่จะดึงให้เขาต่ำลง” ลิตาพัชร์เกลียดมัน อชิระหน้ามืดตามัวคว้าคนชั้นต่ำที่ไหนมาหยามหน้าเธอ
“อยากอยู่กับลูกชายฉันมากก็อยู่ในฐานะเมียน้อยไปเถอะ ยังไงหนูลิตาต้องได้เป็นเมียหลวง”
แพรพิศชาไม่ได้บอกว่าเธอและเขานั้นจดทะเบียนสมรสกันแล้ว คนที่มาทีหลังน่าจะเป็นหญิงสาวตรงหน้ามากกว่า
แพรพิศชาต้องอยู่บ้านของเขาในฐานะคนใช้ไม่มีผิด ต้องทำงานบ้านและโดนแม่ของเขาโขกสับทุกวัน ส่วนอชิระนั้นออกไปทำงานแต่เช้าแต่กลับมาอีกทีเธอหลับไปแล้ว
“ไปไหนมาคะเที่ยงคืนแล้ว”
“ยังไม่นอนอีกเหรอพอดีพี่คุยงานกับลูกค้า”
“พี่ฌอมทำแต่งานจนพรีนไปแล้วเหรอ”
“พี่ทำงานจริงๆ ครับ”
เขาทำทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของพวกเรา หากเขาไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงดูแพรพิศชา ภาระหน้าที่เขายังมีอีกเยอะ
“ทำไมต้องเดินหนีกันด้วย” เขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมากจนเธอเองคิดไม่ถึง ผู้ชายปากหวานคนนั้นหายไปแล้ว เหลือแค่อชิระคนเย็นชา
“พี่เหนื่อยอยากพักผ่อนครับ ถ้าน้องพรีนพูดไม่เข้าใจพี่จะไปนอนที่บ้านใหญ่”
“เดี๋ยวนี้เราหันหลังให้กันแล้วเหรอคะ”
“น้องพรีนกำลังงี่เง่าอยู่ตัวไหม”
“พี่ฌอนเปลี่ยนไปมากเลยรู้ตัวไหมคะ”
“พี่เหนื่อยมากๆ เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะ” เขาหันหลังเดินออกไปจากเรือนเล็กทันที โดยไม่สนใจความรู้สึกของเธอด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไง
“ฮึก ฮือ คนใจร้ายรู้ไหมว่าพรีนต้องเจอกับอะไรบ้าง พรีนแค่อยากมีสามีอยู่ข้างๆ”
แต่ละวันเธอต้องทำงานบ้านอย่างหนักซึ่งไม่เคยบ่นเลย นั่งรอเขากลับบ้านมาทุกวันแต่ไม่เคยพบหน้ากัน ความสัมพันธ์เริ่มห่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด
อชิระยืนเกาะกระจกที่ใสมองเห็นข้างในได้เขายืมมองลูกชายที่เพิ่งคลอดวันนี้ หลังจากที่เขากับแพรพิศชาตกลงจะกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกันอีกครั้ง เขาจึงจัดงานแต่งขึ้นทันที หลังจากนั้นแพรพิศชาได้ตั้งท้อง เวลาผ่านมากว่าสามปีแล้วที่เขากับหญิงสาวกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกัน อชิระพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแพรพิศชา อชิรวิชญ์ หรือน้องเตชิน เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กแรกเกิดและเด็กคนนั้นคือลูกชายของเขาเอง ตอนที่น้องเลิฟเกิดยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นการเติบโตของลูก “หลานแม่นี่เหมือนพ่อลูกตอนสมัยเด็กๆ มาก” “คุณแม่เคยเห็นตอนคุณพ่อเด็กๆ เหรอครับ” “ก็รูปถ่ายไง” คุณหญิงอรนลินมองดูหลานคนที่สองตอนนี้เธอปล่อยวางและยอมให้ลูกชายมีชีวิตเป็นของตัวเอง ชีวิตกลับมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม “น้องของน้องเลิฟใช่มั้ยคะคุณพ่อ” “ใช่ค่ะน้องเตชิน” “แล้วน้องจะออกมาหาพวกเราตอนไหนคะ” “รอน้องแข็งแรงกว่านี้ก่อนนะครับ” เตชินคลอดก่อนกำหนดหมอจึงให้อยู่ในตู้อบไปก่อน อีกไม่กี่วันคงจะได้ออกมา “น้องเลิฟอยากไปหาคุณแม่แล้วค่ะ” “ไปหาคุณแม่กั
“พี่ฌอนมาทำอะไรคะลูกออกไปกับพี่อาโปแล้วค่ะ” วันนี้วันเสาร์เธอเข้ามาทำงาน และให้อาโปพาน้องเลิฟออกไปเที่ยวแทน “มารับน้องพรีนไปเดท” “แค่นั้นเองเหรอคะ?” ไม่รู้ว่าทำไมพอหมดหน้าที่สามีภรรยาเธอถึงได้สบายใจเวลาคุยกับอชิระ รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นหลังจากที่ทำหน้าที่พ่อกับแม่ “ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” “ได้ค่ะ” วันนี้น้องเลิฟจะต้องไปนอนกับอชิระเพราะตกลงกันว่าจะให้ลูกมาอยู่กับอชิระ วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ วันไปรับลูกจากโรงเรียกใครว่างก็ไปรับแทน จนเกิดความสบายใจมากขึ้น อชิระทำหน้าที่พ่อได้เป็นอย่างดีจนตอนนี้น้องเลิฟเริ่มติดเขาแจ บางครั้งเธอเองก็น้อยใจ “พี่สั่งแต่ของชอบน้องพรีนเลยครับ” “ของชอบตัวเองทำไมไม่สั่งคะ” “อยากบอกน้องพรีนว่าพี่จำได้ทุกอย่าง” เขาจำได้ทุกอย่างที่เป็นแพรพิศชา จำได้ไม่เคยลืม “...” อชิระคนเดิมกลับมาแล้วคนเดิมเหมือนกับวันแรกที่เรารู้จักกัน เขาทั้งปากหวานและอ้อนเก่งส่วนอชิระคนนั้นได้ตายไปแล้ว “พรุ่งนี้วันเกิดน้องเลิฟเราไปเลือกของขวัญให้ลูกกันนะ” “ไม่ต้องเอาใจลูกมากนะคะ” เธอกลัวว่าลูกสาวจะเสียคนทั้
อชิระตัดสินใจจรดปลายปากกาลงบนใบหย่า แม้ภายในใจจะเศร้า แต่ดีกว่ารั้งกันไว้สู้ไปเริ่มต้นใหม่ทำความรู้จักกันใหม่ดีกว่า “ต่อจากนี้พวกคุณได้หย่าขาดกันแล้วครับ” “ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” แพรพิศชาหยิบกระดาษขึ้นมาถือไว้หนึ่งแผ่น และมองกระดาษที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทั้งสองหย่าขาดจากกันแล้ว “มองแบบนี้จดใหม่ก็ได้นะ” “พรีนเพิ่งอายุแค่นี้เองค่ะ ยังไปได้อีกไกล” “ยิ้มอะไรครับ” ครั้งแรกก็ว่าได้ที่เขาเห็นรอยยิ้มของแพรพิศชา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนใจ ทั้งสองมองหน้ากันต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง “สวัสดีครับ ผมอชิระครับขอราบชื่อคุณได้มั้ย” “เล่นอะไรของพี่คะ” แพรพิศชาไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะเล่นอะไร “ผมอยากจีบคุณครับให้ผมได้ทำความรู้จักกับคุณได้มั้ย” “ไปขออนุญาตน้องเลิฟก่อนนะคะ” แพรพิศชาเดินผ่านหน้าเขาไป เธอเป็นหม้ายตอนอายุ 25 ปี คิดแล้วก็ตลกพอจะหย่าก็หย่ากันง่ายๆ “น้องพรีนจะไปบึงกาฬเหรอ” “ใช่ค่ะจะพาน้องเลิฟไปไหว้แม่” “งานของคุณแม่น้องพรีนทำไมถึงไม่มาครับ” เขาไปร่วมงานแต่ไม่เห็นแพรพิศชามาร่วมงานเลย จนมันทำให้เขาถอด
ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ จนเย็นยะเยือก แพรพิศชานั่งจ้องมองว่าอชิระจะพูดอะไร ทั้งสองนั่งมองหน้ากันมาเกือบสิบนาทีแล้ว “คุณจะพูดได้หรือยัง” “ตอนนี้ความรู้สึกของน้องพรีนรู้สึกกับพี่ยังไง แค่พูดความจริงออกมาพี่จะยอมรับ” หากหญิงสาวยังโกรธยังไม่ให้อภัยเขายอมรับ “คุณเตฌอนฉันผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว และใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้มแข็ง” เมื่อคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาแพรพิศชาพาลน้ำตาจะไหลออกมาทุกที มันเลยคำว่าเจ็บปวดมาแล้วเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เธอทั้งเลี้ยงลูกและต้องอยู่คนเดียวที่จากบ้านมาไกลแสนไกล “พี่ไม่ต่างกัน จนคนอื่นเขาหาว่าพี่บ้า” เพราะความรู้สึกผิดและความสงสัยที่ติดอยู่ในใจ แถมยังโดนกดดันจากคนเป็นแม่ จนทำให้เขาต้องหนีไปบวชและหนีไปอยู่กับพ่อที่ต่างประเทศชั่วคราว “เราต่างผ่านความเจ็บปวดนั้นมา และมันผ่านไปแล้ว” “ที่เข้าใจดีว่าความเจ็บปวดสูญเสียมันเป็นยังไง” “ถ้าไม่มีลูกพรีนคงไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปยังไง” เพราะมีลูกเพราะความเป็นแม่ความอ่อนแอที่มี กลายเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อลูก “พี่มันโง่ที่ไม่ยอมเชื่อน้องพร
“คุณพ่อขาหนูเอาอันนี้ด้วยค่ะ” น้องเลิฟชี้ไปที่ตุ๊กตาตัวใหญ่ที่อยากได้ วันนี้คุณลุงมารับบอกว่าเป็นพ่อของน้องเลิฟคุณแม่ก็ให้มากับคุณลุง “อันนั้นใหญ่ไปครับ” “น้องเลิฟอยากนอนกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” “อยากให้นอนด้วยกันน้องเลิฟต้องช่วยคุณพ่อง้อคุณแม่นะครับ” เข้าทางอชิระเลยการมีลูกอาจจะช่วยทำให้เขาง้อแพรพิศชาได้สำเร็จ มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องคงจะได้พูดคุยกันมากขึ้น “คุณแม่บอกว่าคุณพ่ออยู่บนนั้นลงมาหาพวกเราไม่ได้” “พ่อลงมาแล้วครับจะไม่ไหนอีกแล้ว” เจ็บตรงที่เห็นแววตาเศร้าของลูกสาว ที่ผ่านมาคงจะถามหาพ่อทุกวันจนแพรพิศชาบอกว่าพ่อตายแล้ว “คุณพ่อไม่รักพวกเราเหรอคะ ทำไมเพิ่งกลับมาคุณแม่แอบร้องไห้ทุกวันเลย” น้องเลิฟพูดไปด้วยความไร้เดียงสา “รักสิครับรักที่สุดเลย” “อย่าหายไปไหนอีกนะคะน้องเลิฟอยากมีพ่อ” “พ่อสัญญาครับ” เขาจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว รอบนี้จะแก้ตัวให้ดี หากสุดท้ายแพรพิศชาไม่ให้โอกาสก็ถือว่าได้ทำหน้าที่พ่อของลูก บ้านพงษ์พัฒนโยธิน อาโปนั่งหน้าเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเพิ่งมารู้ว่าปรียาวดีคือคนรักเก่าของอชิระ และดูเหมือนญาต
“เข้าไม่ได้นะคะ พี่ห้ามเขาแล้วค่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” แพรพิศชามองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า คุณหญิงอรนลินมาหาเธอทำไมหรือจะมาเรื่องของอชิระ แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับเขาแล้ว “มีอะไรคะ” “ฉัน...เตฌอนเขารักเธอมากนะและฉันก็ไม่อยากให้หลานของฉันต้องขาดความอบอุ่น” “หลาน? คุณหญิงมีหลานตั้งแต่เมื่อไร” “ก็ลูกสาวของเธอไง” “ตอนนั้นบอกท้องกับใครก็ไม่รู้” มาตอนนี้บอกเป็นห่วงหลาน หากเป็นห่วงจริงพวกเขาคงไม่ทำร้ายจิตใจเธอแบบนั้น “แพรพิศชาฉันยอมลดศักดิ์ศรีตามมาง้อหล่อนแล้วนะ” เพราะสงสารลูกชายเลยต้องมาคุยกับหญิงสาวให้รู้เรื่อง และอยากเจอหน้าหลานสาว “ไสหัวกลับไป” “หล่อนไม่สงสารลูกหรือไงที่ต้องขาดพ่อ” “ที่ผ่านมาเราก็อยู่กันได้ ไม่ต้องการผู้ชายห่วยๆ แบบลูกชายของคุณ” แค่ทำหน้าที่สามีที่ดียังทำไม่ได้เลย จะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแลลูกของเธอ “แค่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเขายังทำไม่ได้เลย จะไปหวังเพิ่งอะไรได้” “เธอโกรธฉันใช่มั้ยเรื่องที่ผ่านมา” “คุณตำรวจคะมีคนเขามาอาละวาดที่บริษัทของฉันค่ะ มาพาตัวออกไปด้วยค่ะ” แพ
“จะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ?” วันนี้แพรพิศชาตื่นตั้งแต่เชื่อเพื่อที่จะทำกับข้าวให้เขาได้ทาน ยังไม่ถึงเจ็ดโมงด้วยซ้ำ อชิระก็เตรียมตัวออกไปทำงาน“ใช่ครับวันนี้มีประชุมเช้า”“ทานข้าวก่อนไหมคะวันนี้พรีนทะ...”“ไม่ดีกว่าพี่รีบไว้เจอกันตอนเย็น” เขาเดินจากไปแล้ว เธอยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ หญิงสาวได้แต่มองตามหลังเข
11.00 น. บังอรที่ไม่เห็นลูกออกมาจากบ้านจึงมาเคาะประตู แปลกปกติแพรพิศชาไม่ใช่คนตื่นสายอะไรตาคนที่เดินมาเปิดประตูไม่ใช่ลูกสาวของบังอร“สวัสดีครับคุณแม่ผมเตฌอน” อชิระแนะนำตัวกับแม่ของหญิงสาว เขาจะคุยเรื่องนี้กับแพรพิศชาพอดีแต่แม่ของเธอมาเสียก่อน“…”“แม่! พี่ฌอน”“พรีนมีผัวตั้งแต่ตอนไหนวะ”บังอรตกใจที
เจ็ดวันที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อชิระช่วยงานหญิงสาวทุกอย่าง ความสัมพันธ์ทั้งสองดีขึ้นความลำดับ แพรพิศชาเหมือนว่าจะยอมเปิดใจมากขึ้น ทุกครั้งที่กลับมาจากขายของดึกๆ เขาอยากออกไปตามกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป แกร็ก “อุ้ย พี่ฌอนทำอะไรคะพรีนตกใจหมด” “กลับดึกจังพี่เป็นห
แพรพิศชาคิดบ้าอะไรอยู่ถึงมาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้ชาย ลำพังก็ลำบากอยู่แล้วยังจะมาเป็นห่วงเขาอีก ก็ถือว่าทำบุญให้เขาไป จะได้ไม่ต้องเดินโชว์ตัวไปมาๆ เห็นแล้วรำคาญลูกตามาก “ทำไมวันนี้แปลกมาซื้อเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ” “เอาไปฝากพ่อเลี้ยงจ้ะป้า” เธอรีบจ่ายเงินและรีบออกไปทันทีตอนนี้เป็นเวลาสอ







