เข้าสู่ระบบอชิระยืนเกาะกระจกที่ใสมองเห็นข้างในได้เขายืมมองลูกชายที่เพิ่งคลอดวันนี้ หลังจากที่เขากับแพรพิศชาตกลงจะกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกันอีกครั้ง เขาจึงจัดงานแต่งขึ้นทันที หลังจากนั้นแพรพิศชาได้ตั้งท้อง เวลาผ่านมากว่าสามปีแล้วที่เขากับหญิงสาวกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกัน อชิระพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแพรพิศชา อชิรวิชญ์ หรือน้องเตชิน เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กแรกเกิดและเด็กคนนั้นคือลูกชายของเขาเอง ตอนที่น้องเลิฟเกิดยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นการเติบโตของลูก “หลานแม่นี่เหมือนพ่อลูกตอนสมัยเด็กๆ มาก” “คุณแม่เคยเห็นตอนคุณพ่อเด็กๆ เหรอครับ” “ก็รูปถ่ายไง” คุณหญิงอรนลินมองดูหลานคนที่สองตอนนี้เธอปล่อยวางและยอมให้ลูกชายมีชีวิตเป็นของตัวเอง ชีวิตกลับมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม “น้องของน้องเลิฟใช่มั้ยคะคุณพ่อ” “ใช่ค่ะน้องเตชิน” “แล้วน้องจะออกมาหาพวกเราตอนไหนคะ” “รอน้องแข็งแรงกว่านี้ก่อนนะครับ” เตชินคลอดก่อนกำหนดหมอจึงให้อยู่ในตู้อบไปก่อน อีกไม่กี่วันคงจะได้ออกมา “น้องเลิฟอยากไปหาคุณแม่แล้วค่ะ” “ไปหาคุณแม่กั
“พี่ฌอนมาทำอะไรคะลูกออกไปกับพี่อาโปแล้วค่ะ” วันนี้วันเสาร์เธอเข้ามาทำงาน และให้อาโปพาน้องเลิฟออกไปเที่ยวแทน “มารับน้องพรีนไปเดท” “แค่นั้นเองเหรอคะ?” ไม่รู้ว่าทำไมพอหมดหน้าที่สามีภรรยาเธอถึงได้สบายใจเวลาคุยกับอชิระ รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นหลังจากที่ทำหน้าที่พ่อกับแม่ “ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” “ได้ค่ะ” วันนี้น้องเลิฟจะต้องไปนอนกับอชิระเพราะตกลงกันว่าจะให้ลูกมาอยู่กับอชิระ วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ วันไปรับลูกจากโรงเรียกใครว่างก็ไปรับแทน จนเกิดความสบายใจมากขึ้น อชิระทำหน้าที่พ่อได้เป็นอย่างดีจนตอนนี้น้องเลิฟเริ่มติดเขาแจ บางครั้งเธอเองก็น้อยใจ “พี่สั่งแต่ของชอบน้องพรีนเลยครับ” “ของชอบตัวเองทำไมไม่สั่งคะ” “อยากบอกน้องพรีนว่าพี่จำได้ทุกอย่าง” เขาจำได้ทุกอย่างที่เป็นแพรพิศชา จำได้ไม่เคยลืม “...” อชิระคนเดิมกลับมาแล้วคนเดิมเหมือนกับวันแรกที่เรารู้จักกัน เขาทั้งปากหวานและอ้อนเก่งส่วนอชิระคนนั้นได้ตายไปแล้ว “พรุ่งนี้วันเกิดน้องเลิฟเราไปเลือกของขวัญให้ลูกกันนะ” “ไม่ต้องเอาใจลูกมากนะคะ” เธอกลัวว่าลูกสาวจะเสียคนทั้
อชิระตัดสินใจจรดปลายปากกาลงบนใบหย่า แม้ภายในใจจะเศร้า แต่ดีกว่ารั้งกันไว้สู้ไปเริ่มต้นใหม่ทำความรู้จักกันใหม่ดีกว่า “ต่อจากนี้พวกคุณได้หย่าขาดกันแล้วครับ” “ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” แพรพิศชาหยิบกระดาษขึ้นมาถือไว้หนึ่งแผ่น และมองกระดาษที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทั้งสองหย่าขาดจากกันแล้ว “มองแบบนี้จดใหม่ก็ได้นะ” “พรีนเพิ่งอายุแค่นี้เองค่ะ ยังไปได้อีกไกล” “ยิ้มอะไรครับ” ครั้งแรกก็ว่าได้ที่เขาเห็นรอยยิ้มของแพรพิศชา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนใจ ทั้งสองมองหน้ากันต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง “สวัสดีครับ ผมอชิระครับขอราบชื่อคุณได้มั้ย” “เล่นอะไรของพี่คะ” แพรพิศชาไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะเล่นอะไร “ผมอยากจีบคุณครับให้ผมได้ทำความรู้จักกับคุณได้มั้ย” “ไปขออนุญาตน้องเลิฟก่อนนะคะ” แพรพิศชาเดินผ่านหน้าเขาไป เธอเป็นหม้ายตอนอายุ 25 ปี คิดแล้วก็ตลกพอจะหย่าก็หย่ากันง่ายๆ “น้องพรีนจะไปบึงกาฬเหรอ” “ใช่ค่ะจะพาน้องเลิฟไปไหว้แม่” “งานของคุณแม่น้องพรีนทำไมถึงไม่มาครับ” เขาไปร่วมงานแต่ไม่เห็นแพรพิศชามาร่วมงานเลย จนมันทำให้เขาถอด
ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ จนเย็นยะเยือก แพรพิศชานั่งจ้องมองว่าอชิระจะพูดอะไร ทั้งสองนั่งมองหน้ากันมาเกือบสิบนาทีแล้ว “คุณจะพูดได้หรือยัง” “ตอนนี้ความรู้สึกของน้องพรีนรู้สึกกับพี่ยังไง แค่พูดความจริงออกมาพี่จะยอมรับ” หากหญิงสาวยังโกรธยังไม่ให้อภัยเขายอมรับ “คุณเตฌอนฉันผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว และใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้มแข็ง” เมื่อคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาแพรพิศชาพาลน้ำตาจะไหลออกมาทุกที มันเลยคำว่าเจ็บปวดมาแล้วเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เธอทั้งเลี้ยงลูกและต้องอยู่คนเดียวที่จากบ้านมาไกลแสนไกล “พี่ไม่ต่างกัน จนคนอื่นเขาหาว่าพี่บ้า” เพราะความรู้สึกผิดและความสงสัยที่ติดอยู่ในใจ แถมยังโดนกดดันจากคนเป็นแม่ จนทำให้เขาต้องหนีไปบวชและหนีไปอยู่กับพ่อที่ต่างประเทศชั่วคราว “เราต่างผ่านความเจ็บปวดนั้นมา และมันผ่านไปแล้ว” “ที่เข้าใจดีว่าความเจ็บปวดสูญเสียมันเป็นยังไง” “ถ้าไม่มีลูกพรีนคงไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปยังไง” เพราะมีลูกเพราะความเป็นแม่ความอ่อนแอที่มี กลายเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อลูก “พี่มันโง่ที่ไม่ยอมเชื่อน้องพร
“คุณพ่อขาหนูเอาอันนี้ด้วยค่ะ” น้องเลิฟชี้ไปที่ตุ๊กตาตัวใหญ่ที่อยากได้ วันนี้คุณลุงมารับบอกว่าเป็นพ่อของน้องเลิฟคุณแม่ก็ให้มากับคุณลุง “อันนั้นใหญ่ไปครับ” “น้องเลิฟอยากนอนกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” “อยากให้นอนด้วยกันน้องเลิฟต้องช่วยคุณพ่อง้อคุณแม่นะครับ” เข้าทางอชิระเลยการมีลูกอาจจะช่วยทำให้เขาง้อแพรพิศชาได้สำเร็จ มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องคงจะได้พูดคุยกันมากขึ้น “คุณแม่บอกว่าคุณพ่ออยู่บนนั้นลงมาหาพวกเราไม่ได้” “พ่อลงมาแล้วครับจะไม่ไหนอีกแล้ว” เจ็บตรงที่เห็นแววตาเศร้าของลูกสาว ที่ผ่านมาคงจะถามหาพ่อทุกวันจนแพรพิศชาบอกว่าพ่อตายแล้ว “คุณพ่อไม่รักพวกเราเหรอคะ ทำไมเพิ่งกลับมาคุณแม่แอบร้องไห้ทุกวันเลย” น้องเลิฟพูดไปด้วยความไร้เดียงสา “รักสิครับรักที่สุดเลย” “อย่าหายไปไหนอีกนะคะน้องเลิฟอยากมีพ่อ” “พ่อสัญญาครับ” เขาจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว รอบนี้จะแก้ตัวให้ดี หากสุดท้ายแพรพิศชาไม่ให้โอกาสก็ถือว่าได้ทำหน้าที่พ่อของลูก บ้านพงษ์พัฒนโยธิน อาโปนั่งหน้าเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเพิ่งมารู้ว่าปรียาวดีคือคนรักเก่าของอชิระ และดูเหมือนญาต
“เข้าไม่ได้นะคะ พี่ห้ามเขาแล้วค่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” แพรพิศชามองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า คุณหญิงอรนลินมาหาเธอทำไมหรือจะมาเรื่องของอชิระ แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับเขาแล้ว “มีอะไรคะ” “ฉัน...เตฌอนเขารักเธอมากนะและฉันก็ไม่อยากให้หลานของฉันต้องขาดความอบอุ่น” “หลาน? คุณหญิงมีหลานตั้งแต่เมื่อไร” “ก็ลูกสาวของเธอไง” “ตอนนั้นบอกท้องกับใครก็ไม่รู้” มาตอนนี้บอกเป็นห่วงหลาน หากเป็นห่วงจริงพวกเขาคงไม่ทำร้ายจิตใจเธอแบบนั้น “แพรพิศชาฉันยอมลดศักดิ์ศรีตามมาง้อหล่อนแล้วนะ” เพราะสงสารลูกชายเลยต้องมาคุยกับหญิงสาวให้รู้เรื่อง และอยากเจอหน้าหลานสาว “ไสหัวกลับไป” “หล่อนไม่สงสารลูกหรือไงที่ต้องขาดพ่อ” “ที่ผ่านมาเราก็อยู่กันได้ ไม่ต้องการผู้ชายห่วยๆ แบบลูกชายของคุณ” แค่ทำหน้าที่สามีที่ดียังทำไม่ได้เลย จะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแลลูกของเธอ “แค่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเขายังทำไม่ได้เลย จะไปหวังเพิ่งอะไรได้” “เธอโกรธฉันใช่มั้ยเรื่องที่ผ่านมา” “คุณตำรวจคะมีคนเขามาอาละวาดที่บริษัทของฉันค่ะ มาพาตัวออกไปด้วยค่ะ” แพ







