登入“เชี่ยละไงพวกมึง นาราแม่งไปแล้วว่ะ แล้วเราจะเอามันกลับบ้านยังไงล่ะทีนี้” พุดเดิ้ลพูดขึ้นมาหลังจากเห็นนาราสลบเหมือดอยู่ที่โต๊ะ หน้าแทบจะจิ้มจานกับแกล้ม
“บ้านมันอยู่ไหนล่ะ ฉันจะรู้ไหม พุดเดิ้ล แกปลุกนาราขึ้นมาถามก่อนดิ๊” ภูผาบอกให้พุดเดิ้ลเขย่าตัวนาราให้สติกลับคืนมา “ปวิน แกล่ะรู้ไหม”
“รู้ว่าอยู่แถวฝั่งธน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน”
ในขณะที่ทุกคนเถียงกันอยู่นั้น นาราค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา จริงๆ แล้วโสตประสาทของเธอยังได้ยินทุกอย่างนะ แค่เปลือกตามันหนักเกินกว่าจะเปิดมันขึ้นมาก็แค่นั้นเอง
“พวกแก...เดี๋ยวฉันเรียกแม่มาร้าบ ม่ายต้องห่วง…เว้ย ฉันบอกแม่ไว้แล้ว” นาราพูดยานคางตามสไตล์คนเมา เธอใช้มือที่เกือบจะไร้เรี่ยวแรง ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ก่อนกดไปยังหมวดหมู่เบอร์โทรที่เธอเพิ่มเป็นรายการโทรด่วนเอาไว้ และแค่สองตู๊ดคนปลายสายก็กดรับ
“อึก...คุณนารินค้า นารามาว กลับไม่ไหวแย้ว มารับนาราหน่อย ร้านเดลี่ มูฟ มูฟ อะไรสักอย่าง คุณนารินหาเอาในกูเกิลแมพได้เบยนะค้า” นาราคุยกับคนในสายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พอเจ้าตัวกดวางสาย ก็ค่อยๆ เอาหัวพิงไหล่ภูผาไว้ ก่อนที่รอบนี้สติทั้งหมดของเธอจะหายไปจริงๆ
เกือบชั่วโมง ตั้งแต่นาราเมาหลับไป ตอนนี้ร้านปิดแล้ว แต่ยังมีหลายโต๊ะที่ยังนั่งดื่มต่อ พุดเดิ้ลกลับไปแล้วเพราะโดนสามีโทรตาม เหลือภูผากับปวินที่อยู่รอแม่นารามารับตัวเธอกลับบ้าน
ทั้งสองยังนั่งดื่มนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ แต่สักพัก...ปวินเหลือบไปเห็นคนที่เขารู้จักตรงทางเข้าร้าน
“เฮ้ย...งานเข้าแล้วว่ะภูผา แม่งมาไงวะ” ปวินอุทานเบาๆ ให้คนข้างๆ พอได้ยิน แต่ภูผาเองกลับไม่ได้สนใจมากนัก มือยังคงสาละวนอยู่กับแก้วเหล้าและกับแกล้มตรงหน้า
คนที่เขารู้จักเดินตรงเข้ามาทางโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ ปวินรีบลุกยืน ยกมือขึ้นไหว้ ก่อนโน้มตัวให้เขาหนึ่งที
“คะ...คะ...คุณการันต์ มะ…มาทำอะไรที่นี่ครับ” ปวินถามคนตรงหน้าแบบตะกุกตะกัก แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเมาหน่อยๆ แต่ตอนนี้ความเมามันหายวับไปทันที
อื้อหือ...หล่อเทพบุตรมาก!! ปวินเองก็เพิ่งเคยเห็นการันต์ในระยะใกล้ขนาดนี้ คนตรงหน้าอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวตัวหลวม กางเกงยีนสีขาวแบบสบายๆ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นมาก่อน
“ใครวะมึง โคตรหล่อเลยว่ะ” ภูผากระซิบถามปวินเบาๆ ขนาดภูผาเองยังเอ่ยปากชม แต่ไม่ทันที่คนข้างๆ จะให้คำตอบ ผู้มาใหม่ตรงหน้าก็ยื่นมือมาดึงนาราขึ้น ก่อนเอาแขนคนเมามาโอบคอเขา แล้วเอาแขนเขาอีกข้างโอบเอวนาราไว้
“คุณเป็นเพื่อนเขาเหรอ”
“อะ...อ๋อ...ครับ เป็นเพื่อนกัน ทำงานที่เดียวกันครับ”
ไม่รู้เพราะความเกร็งหรือเพราะอะไร ปวินจากชายหนุ่มผู้ที่พูดจาคล่องแคล่วฉะฉาน ตอนนี้กลับติดอ่างพูดตะกุกตะกักแบบหาสาเหตุไม่ได้
“ผมมารับเขากลับ เห็นโทรมาหา ยังไงก็ขอบใจมากนะที่ช่วยดูแล” การันต์ตอบกลับก่อนพานาราเดินแบบโซซัดโซเซออกจากร้านไป
“เชี่ยภูผา...งานเข้าไอ้นาราแล้วว่ะมึง! เมื่อกี้นารามันไม่ได้โทรหาแม่มัน แต่มันโทรผิดหาเจ้าของบริษัทกู ละคนนี้คือที่สุดของที่สุด ความดุให้ร้อยเต็มสิบ แล้วยิ่งความโหดนี่ไม่ต้องพูดถึง”
“อ้าว! แล้วทำไมมึงไม่ห้ามเอาไว้ มันจะโดนพาไปทำมิดีมิร้ายไหมนั่น” ภูผาโพล่งถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ
“ก่อนมันจะโดนเอาไปทำมิดีมิร้าย กูว่านารามันจะโดนคุณการันต์ไล่มันออกก่อนน่ะสิ”
ภูผาส่ายหน้าพลางหยิบมือถือกดเรียกแกร็บกลับบ้าน เพราะตอนนี้เขาเองก็เริ่มเมามาก แทบจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
ปวินผู้ที่ยังมึนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ ปล่อยให้เจ้านายดูแลเลขาของเขาไปละกัน เพราะตอนนี้ตัวเขาเองก็เมาเกินกว่าจะคิดเรื่องอื่นแล้ว คิดเล่นๆ นี่ถ้าวันจันทร์โดนไล่ออกคู่ก็คงต้องรับกรรมกันไปแหละ
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







