登入| นารา |
ภาพตัดตั้งแต่อยู่ร้านเหล้า ฉันจำอะไรไม่ได้เลย รู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงนุ่มนี่แล้ว แล้วที่นี่คือที่ไหน ฉันมาทำอะไร แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง คำถามร้อยแปดพันเก้าเริ่มประเดประดังเข้ามาในหัว
แล้วเมื่อกี้ฉันก็ฝันโคตรประหลาด ฝันว่าฉันกับคุณการันต์ เรากอด จูบ แล้วก็ เอ่อ...เขาใช้ปากทำให้ฉันจนเสร็จ! แถมในฝันนั่นมันเหมือนจริงสุดๆ
แค่ตอนนี้...เมื่อนึกถึงฝันนั่น ฉันยังรู้สึกเสียววูบวาบแปลบๆ ตรงท้องน้อยอยู่เลย สงสัยไม่เจอหน้าเจ้านายหลายวัน คงจะคิดถึงแหละมั้ง ฉันคิดในใจ พลางลุกขึ้นนั่งหรี่ตาปรับโฟกัสมองซ้ายมองขวา
เฮ้ย...อีกแล้วเหรอเนี่ย!!
แสงบางๆ จากโคมไฟตรงมุมห้อง ทำให้ฉันมองเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อเหลาไม่มีที่ตินี่ ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณเจ้านายฉันนั่นเอง คำถามคือฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? และเขากลับมาจากยุโรปตอนไหน?
แต่ที่แปลกกว่านั้นคือเสื้อผ้าฉันถูกถอดออกจนหมด จะมีก็แค่ผ้าขนหนูพันหน้าอกเอาไว้ นั่นทำให้ฉันรีบสำรวจตัวเอง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดตรงไหน หรือรู้สึกโดนรังแกแต่อย่างใด หรือเมื่อคืนฉันเมาหนัก อาจจะอ้วกใส่เสื้อผ้าตัวเอง เลยทำให้มีสภาพเป็นอย่างที่เห็น…แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ขอหาคำตอบแป๊บว่าทำไมมาโผล่ที่นี่ได้!
มือถือที่วางอยู่ใกล้ๆ ถูกหยิบขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ตีห้ากว่าๆ เกือบๆ หกโมงเช้าแล้ว ฉันรีบไลน์หาแม่เป็นอันดับแรก เพราะกลัวคุณนายนารินเธอจะเป็นห่วง ตื่นขึ้นมาไม่เจอลูกสาว เดี๋ยวจะโดนสวดยับไปอีก
จากนั้นฉันก็ค่อยๆ ไถหน้าจอค้นหาเบาะแสในโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยๆ ถ้าจะไลน์ไปถามเพื่อนสามคนนั่น ก็น่าจะไร้สัญญาณตอบกลับใดๆ ถ้าตอบสิแปลก เมากันหมด คงไม่มีใครตื่นมาตอบไลน์ฉันหรอก เช้าขนาดนี้
ฉันฉุกคิดขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนกดเข้าดูประวัติการโทร แล้วนั่นก็ทำให้ฉันถึงบางอ้อ...คำตอบของเรื่องทั้งหมดอยู่ตรงนี้นี่เอง
ฉิบหาย…พูดได้คำเดียวว่าฉิบหาย!! เบอร์สุดท้ายที่ฉันกดโทรออกคือเบอร์คุณการันต์
ให้ตายเหอะ!! นารา…แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!?
ฉันโทรไปหาเจ้านายทำไมก่อน!? แล้วตามตารางงานตอนนี้เขาควรต้องกำลังขึ้นเครื่องกลับสิ ไม่ใช่มานอนหลับสนิทอยู่ตรงนี้
ใจของฉันตอนนี้มันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัว...กลัวถ้าคนข้างๆ ตื่นมา ฉันต้องโดนดุแน่นอน เผลอๆ อาจโดนไล่ออกเลยก็ได้นะ
ยัยนาราเอ๊ย!! เวลากินเหล้าทีไร แกนี่โคตรภาระเลย แล้วคนที่ต้องคอยมาดูแลแกรอบนี้ดันเป็นเจ้านายสุดโหดด้วยนี่ดิ หนีไปตอนนี้ทันไหม! ฉันสบถก่นด่าตัวเองในใจ
เอาไงดีเนี่ย!! ฉันคิดพลางเอามือนวดขมับตัวเองสองสามที ตอนนี้หัวของฉันหนักอึ้งมาก หรือว่าฉันควรนอนต่อ แล้วถ้าตื่นค่อยขอโทษก็ยังทัน
ช่างเหอะ! อาการเมาแฮงค์เข้าครอบงำ ทั้งความง่วง ทั้งอาการปวดหัว กำลังเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง ฉันเลยตัดสินใจทิ้งตัวลงนอน เดี๋ยวตื่นมาค่อยเคลียร์กับคนข้างๆ ละกัน
ฉันนอนลงเอาหัวหนุนหมอนนุ่ม หันหน้าไปทางคนข้างๆ มองหน้าเขาอยู่นาน ค่อยๆ พินิจพิเคราะห์ใบหน้าเขาใกล้ๆ
คนอะไรทำไมหล่อได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นดารานี่ต้องดัง ต้องปัง สาวๆ รุมกรี๊ดมากแน่ๆ แต่มองหน้าอยู่ได้ไม่นานนัก จู่ๆ สมองฉันก็ดันไปคิดถึงฝันทะลึ่งน่าอายนั่นซะงั้น!
แต่แปลกที่ฉันกลับรู้สึกชอบมันขึ้นมาซะอย่างงั้น เอ๊ะ...หรือว่าจริงๆ แล้ว ฉันจะแอบชอบเจ้านายตัวเองงั้นเหรอ! ไม่น่าใช่นะ อืม...ยังไงก็ไม่ใช่หรอกหน่า!!
นารา...แกอะคิดมาก!! ฉันบอกกับตัวเอง ก่อนจะนอนหลับตาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสักครู่ กระทั่งเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้...
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







